หวังอีฮังยังคงอยู่ในโลกที่ไม่รู้จัก เขาเดินวนจนไปถึงที่แห่งหนึ่ง และพบคนที่กำลังต่อแถวกันอยู่
“เถ่าแก่ท่านอย่าหลอกกันละ”
“เจ้าไม่ต้องห่วงไป ถ้าเจ้ามีพลังมากพอข้าก็จะยอมมอบให้เจ้า ด้วยมือของข้าเอง”
เมื่อเถ่าแก่พูดจบชายหนุ่มคนที่ถามก็ยิ้มออกมา มันกำแน่น และต่อยไปที่เป้าวัดพละกำลัง ปัง! จากนั้นตัวเลขที่วัดพลังก็แสดงขึ้นมา
“แค่ยี่สิบแต้มงั้นเหรอ”เถ่าแก่มองชายหนุ่มด้วยสายตาดูถูก ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกไม่พอใจ
“เถ่าแก่ข้าว่าท่านคงรู้สินะว่าข้าคือใคร”ชายหนุ่มลุกขึ้นมาและหยิบป้ายที่ติดอยู่ที่เสื้อออกมา
“ข้ามาจากสำนักมังกรปฐพี ตอนนี้ท่านคงรู้สินะ…” ปัง! ชายหนุ่มพูดไปทันจบเจ้าของร้านก็ชกเข้าไปที่ใบหน้าของชายหนุ่ม
“นี่เจ้ากล้าทำร้ายข้างั้นเหรอ”ชายหนุ่มจับไปที่ใบหน้าของตนและรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมา เถ่าแก่มองชายหนุ่มด้วยสายตาเย็นชา
“เจ้าอย่ามาทำให้คนอื่นเสียเวลา ถ้าเจ้ายังพูดมากอีกข้าจะสังหารเจ้าซะ อ๋อ ถึงสำนักมังกรปฐพีของเจ้าจะมา แต่มันก็ต้องมาคุกเข่าต่อหน้าข้าอยู่ดี” เถ่าแก่พูดอย่างยิ่งยโส คำพูดของเขานั้นทำให้คนที่ต่อแถวอยู่เริ่มหายไป เพราะความกลัวต่อสำนักมังกรปฐพี
“ท่านพี่เราควรเอายังไงดี จะถอยไปก่อนดีหรือไม่”หญิงสาวนางหนึ่งพูดขึ้นนางนั้นมีใบหน้าที่งดงาม และผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆนางนั้นยก็ยิ่งงดงามกว่า
“ไม่เป็นไรข้าจะทำการทดสอบพละกำลัง เพื่อของสิ่งนั้นแล้วถึงจะต้องเป็นศัตรูกับใคร ข้าก็ไม่สน”นางพูดขึ้นอย่างมั่นใจ
หวังอีฮังนั้นยืนต่อแถวอยู่ด้านหลังของพวกนางทั้งสอง เขานั้นได้ยินการสนทนาของพวกนางทั้งหมด แต่หวังอีฮังก็ไม่ได้สนใจ ที่เขามาต่อแถวเพราะเขาอยากจะรู้ว่าพละกำลังในตอนนี้ของเขามีเท่าไหล่
เมื่อถึงรอบของผู้หญิงที่อยู่ด้านหน้าของหวังอีฮัง มีหนึ่งคนที่เดินออกไปเพื่อทดสอบพละกำลัง
“เถ่าแก่ข้าจะต้องมีกำลังเท่าไหล่ข้าถึงจะได้เลือกของรางวัล”นางนั้นถามเถ่าแก่อย่างสุภาพ อย่างที่สตรีนางหนึ่งควรจะทำ เถ้าแก่พนังหน้า
“เจ้ามาจากสำนักกุหลาบหนามสินะ”เถ่าแก่พูดขึ้น ศิษย์หญิงคนนั้นรู้สึกตกใจ และมองไปที่เถ้าแก่
“ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าเป็นศิษย์ของสำนักกุหลาบหนาม”นางนั้นปิดบังพลังของนางและออร่าทั้งหมดของนางออกไปทั้งหมดแล้วเหตุใดเถ่าแก่นี้ถึงรู้ได้
“ที่ข้ารู้ก็เพราะ ศิษย์ของสำนักกุหลาบหนามทุกคนล้วนแล้วมีแต่สรีที่งดงาม ถ้าเป็นบุรุษก็เป็นที่หมายปองของสตรีทั่วทั้งไต้ล่า”เมื่อเถ่าแก่พูดจบ นางนั้นก็รู้สึกหน้าแดงขึ้นมา
“เจ้ามาทดสอบเถอะเดียวลูกค้าคนอื่นจะไม่พอใจข้า” เถ่าแก่รีบชักชวนให้ศิษย์ของสำนักกูหลาบหนามทดสอบ
นางมองไปที่เป้าทดสอบและกำหมัดแน่น หวังอีฮังนั้นรู้สึกแปลกใจ “ทลวงขีดจำกัดขั้นที่สามงั้นเหรอ”เขาอุทานเบาๆออกมา หวังอีฮังสัมผัสได้ว่ามีสายตาหนึ่งมองเขาแต่พอหะนไปมองก็ไม่เห็นมีใคร
ปัง!
“ห้าสิบแต้มงั้นเหรอ ไม่เลวเลย เจ้าต้องการสิ่งใดจงบอกข้า”เถ่าแก่ยิ้มด้วยความยินดี หวังอีฮังเบิกตากว้าง ต้องรู้ก่อนว่านางนั้นมีพลังบ่มเพาะเปิดประตูบานที่หกแต่มีพละกำลังถึงห้าสิบแต้ม แต่ชายหนุ่มที่มาจากสำนักมังกรปฐพีเองก็มีพลังบ่มเพาะระดับเปิดประตูบานที่หกเช่นกันและมันก็ทลวงขีดจำกัดขั้นสอง แต่มันกับทำได้เพียงยี่สิบแต้มเท่านั้น
“เถ่าแก่ข้าต้องการดอกน้ำตาวารี”
เถ่าแก่มองไปที่ศิษย์ของสำนักกุหลาบหนามจากนั้นเขาก็หยิบดอกไม้ดอกหนึ่งออกมา มันป็นดอกไม้สีขาวและมีหยดน้ำค้างอยู่ด้านในเกศรดอกไม้ที่ส่องสว่าง
“ท่านพี่เรารีบกลับไปสำนักกันเถอะ”ศิษย์น้องหญิงพูดขึ้น นางนั้นรู้สึกรางสังหรไม่ดีนัก “ตามใจเจ้าน้องหญิง ในเมื่อข้าได้ดอกน้ำตาวารีมาแล้ว ข้าก็ไม่มีธุระอะไร”ศิษย์นั้นรู้สึกตื่นเต้นและรู้สึกมีความหวังขึ้นมา 'ท่านอาจารย์ ท่านอย่างเพิ่งเป็นอะไรไปเลย รอช้าก่อน'
“ที่นี่ละครับศิษย์พี่ เถ่าแก่ร้านนี้ทำร้ายข้า แถมมันยังดูหมิ่นสำนักของพวกเราอีก”ชายหนุ่มที่มีใบหน้าแดงจากการถูกทำร้ายพูดขึ้น ด้วยความเจ็บปวดที่ยังคงเหลืออยู่ทำให้มันรู้สึกที่มาณราวกับตกนรกทั้งเป็น
“เฮ้ย ! ใครเป็นเจ้าของร้านนี่” ชายหนุ่มที่ดูทรงพลังพูดขึ้นอย่างมั่นใจ มันนั้นเป็นศิษย์ของผู้อาวุโสคนหนึ่งในสำนักมังกรปฐพี มันจึงไม่รู้สึกเกรงกลัวใคร และใช้อำนาจที่มีกดขี่คนอื่น
หวังอีฮังที่กำลังจะทดสบอยู่ก็ได้มีชายคนหนึ่งเดินมาขวางหน้า “ถอยไปเจ้าหนู…!” ปัง! ชายคนนั้นพูดไม่ทันจบ ก็โดนหมัดของหวังอีฮังต่อย เนื่องด้วยความเร็วในการโจมตีของหวังอีฮังนั้นรวดเร็วเลยไม่มีใครเห็น
“อ้าก!!”
“ใครบังอาจมาต่อยหน้าข้า แน่จริงก็ออกมาดิวะ”ชายที่โดนหวังอีฮังต่อย ได้ร้องคำรามออกมา มันมองไปที่หวังอีฮังด้วยสายตาที่มีความโกรธแค้นที่มันโดนใครต่อยก็ไม่รู้ และในตอนนี้มันกำลังคิดที่จะระบายอารมณ์ความโกรธกับหวังอีฮัง
“เจ้าหนูถึงว่าเจ้าโชค…!” ปัง! ปัง! ปัง! มันพูดไม่ทันจบก็โดนหมัดของหวังอีฮังต่อยจนสลบลงไป หวังอีฮังในตอนนี้ยังยนอยู่กับที่และมีใบหน้าที่เย็นชา
“เกิดอะไรขึ้นกับมัน มีใครรอบโจมตีพวกเรางั้นเหรอ”ชายคนหนึ่งก็รู้สึกระวังตัว จากนั้นก็มีเสียงปรบมือดังขึ้น
“แปะ แปะ แปะ”
“เจ้าหนูมันใช่ฝีมือของเจ้าหรือไม่ที่ทำร้ายคนของข้า ศิษย์พี่มีแววตาที่ดูดุร้าย ถึงแม้มันไม่รู้ว่าหวังอีฮังใช้วิธีใดในการจัดการกับคนติดตามของมัน แต่มันก็มั่นใจว่าหวังอีฮังจะต้องมีสมบัตพิเศษที่เอาไว้รอบโจมตีอย่างแน่นอน
หวังอีฮังยักไหล”ข้าเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับมัน ข้าก็แค่ยืนอยู่เฉยๆมันก็ล้มลงไปเอง”หวังอีฮังตอบอย่างไร้อารมณ์ ในเมื่อมีคนมาหาเรื่องเขาก่อน เขาคงจะยอมให้ถูกรังแกอยู่ฝ่ายเดียวหลอกนะ มันจะต้องมีการตอบโต้กันบ้างเป็นธรรมดา
“เจ้า!!”
ศิษย์พี่มองไปที่หวังอีฮังก่อนที่จะบอกให้คนที่ติดตามไปจับหวังอีฮังมาให้มัน มันหันกลับมามองที่เถ้าแก่และพูด”เจ้าใช่มั้ยที่เป็นเถ้าแก่ เจ้าไม่รู้เลยเหรอว่าการที่เจ้ากล้ามาดูหมิ่นสำนักมังกรปฐพี มันจะทำให้เจ้านั้นลำบาก”ศิษย์พูดและยิ้มออกมา จากนั้นมันก็ให้คนติดตามไปล้อมจับเถ้าแก่