“ลียาวันนี้ตอนเย็นเลิกงานแล้วไปบ้านพี่ส้มไหม?”
เสียงของแป้งร่ำเพื่อนสนิทะโถามหญิงสาวร่างเล็กที่กำลังก้มๆ เงยๆ เก็บของอยู่ห้องข้างๆ
แป้งกับลียามาจากจังหวัดเดียวกันเรียนด้วยกันั้แ่อนุบาลจนเรียนจบมหาลัยในจังหวัดบ้านเกิดคือจังหวัดขอนแก่น ทั้งสองคนตัดสินใจมาหาบ้านเช่าใกล้ๆกับที่ทำงาน จนกระทั่งได้ที่นี่ บ้านหลังนี้อยู่ใกล้ที่ทำงานพร้อมกับมีสองห้องนอนพอดีจึงตัดสินใจทำสัญญาเช่าแล้วก็ย้ายมาอยู่ที่นี่ได้7ปีกว่าแล้ว
ทั้งเธอและแป้งร่ำมาทำงานในบริษัทของญาติของรุ่นพี่ที่ฝากฝังให้ไม่อย่างนั้นเธอกับเพื่อนก็ต้องเตะฝุ่นหางานไปอีกหลายเดือนทีเดียวได้แต่ขอบคุณพี่ส้มที่แนะนำให้ ซึ่งพี่ส้มก็คือพี่ส้มพี่สาวคนสนิทที่พึ่งจะคลอดลูกชายเมื่อวานนี้เอง
“ไปสิ! ไม่ไปได้ไงอยากเห็นหลานจะแย่ แต่บ่ายโมงขอไปทำธุระให้พี่นาก่อนนะแป้ง”
ร่างเล็กชะโงกหน้ามาตอบเพื่อนสนิททันที
“ธุระของพี่นาคงไม่พ้นเื่เงินอีกใช่ไหม? เดือนนี้แกโอนไปหลายรอบแล้วนะ เรียนจบก่อนเราตั้งนานแล้ว ทำไมพี่เขายังหางานไม่ได้อีก”
“ไม่เป็ไรหรอกน่าจริงๆ หยาก็ไม่ได้ใช้อะไรมากมาย อะไรที่ช่วยได้ก็ช่วยอีกอย่างแค่มีนิยายดีๆ สนุกสักเล่มหยาก็มีความสุขแล้ว”
“ค่ะ คุณน้องสาวแสนดีจะ30แล้ว หยาไม่คิดถึงอนาคตตัวเองหรือไง?พี่นาแต่งแล้วเลิกแล้วแต่งมาหลายรอบแล้ว หยาไม่คิดจะมีใครบ้างหรือไงจ๊ะ”
แป้งร่ำหันมาถามเพื่อนเป็จริงเป็จังเพราะลึกๆ แล้วเป็ห่วงลียา
เดือนหน้าเธอต้องกลับบ้านไปแต่งงานหลังจากหมั้นกับแฟนหนุ่มมาได้3ปี
“ไม่ล่ะ อยู่คนเดียวก็มีความสุขดี”
ร่างเล็กส่งยิ้มให้เพื่อนสาวรู้ว่าเพื่อนเป็ห่วงแต่เธอไม่อยากเป็เหมือนแม่และลีนาพี่สาวที่ถูกผู้ชายที่ตัวเองรักทอดทิ้ง ก็เลยไม่คิดจะสานสัมพันธ์กับใคร ทั้งๆ ที่มีหนุ่มมาขายขนมจีบบ่อยครั้ง แต่เธอแกล้งทำเป็ไม่เข้าใจจนหนุ่มทั้งหลายพากันถอดใจไปเองจนอายุล่วงเลยเลขผ่านสองมาแล้ว
“ฮึ แป้งไม่อยากพูดกับหยาแล้ว อีกอย่างเมื่อไหร่จะเปิดใจให้พี่นัทบ้าง เค้าตามจีบหยามาหกปีแล้วนะ”
“ก็หยาไม่ได้คิดอะไรกับพี่นัทนี่แป้ง เอาหล่ะไม่ต้องพูดเื่นี้แล้ว เราไปทำงานกันเถอะจะสายแล้ว”
ว่าแล้วก็จูงมือเพื่อนรักที่ทำหน้าไม่ได้ดั่งใจขึ้นรถทันที
“หยาวันนี้เที่ยงไปทานข้าวกันมั้ยพี่ชวนแป้งกับทรายแล้ว”
เมื่อถึงที่ทำงานพี่นัทลูกชายเ้าของบริษัทที่คอยมองลียาอยู่ตลอดเวลา จนถึงตอนเที่ยงจึงรีบเดินมาเพื่อชวนหญิงสาวไปทานอาหารทันทีที่เห็นว่ากำลังเก็บของเตรียมจะออกไปข้างนอก เขาชวนเพื่อนของลียาไปด้วยเพราะรู้ว่าลียาค่อนข้างจะไม่ค่อยจะตอบรับหากจะไปกันแค่สองคน
“ต้องขอโทษจริงๆ ค่ะพี่นัท หยาต้องไปธุระหลายที่เอาไว้วันหลัง หยาไม่พลาดแน่นอนค่ะ”
หญิงสาวหันมายกมือไหว้ขอโทษ ตอบชายหนุ่มที่ยืนยิ้มเจื่อนๆ อยู่ข้างๆ เธอรู้สึกผิดนิดๆ แต่ก็ไม่อยากจะให้ความหวังเขา เพราะในใจเธอรู้ว่าเค้าไม่ใช่ ทั้งๆ ที่ชายหนุ่มค่อนข้างสมบูรณ์แบบ ทั้งชาติตระกูล การศึกษา นิสัยใจคอแทบไม่มีที่ติ แต่ทำไมเธอถึงรูู้้้สึกว่าเค้าไม่ใช่คนที่เธอจะใช้ชีวิตด้วยก็ไม่รู้
“หยาสัญญากับพี่แล้วนะ เอาเป็พรุ่งนี้ได้ไหมครับ”
ชายหนุ่มรีบเอ่ยทันที เค้าเฝ้าตามจีบหญิงสาวมาหลายปีแต่ก็ไม่คืบหน้า แต่ก็แปลกใจตัวเองว่าทำไมทั้งๆ ที่หญิงสาวก็หน้าตาน่ารักธรรมดาไม่ได้สวยเย้ายวนแบบที่เคยควง แต่มีบางอย่างที่บอกไม่ถูก รู้แต่อยู่ด้วยแล้วสบายใจหรืออาจเป็เพราะการวางตัวที่ไม่ค่อยจะเหมือนผู้หญิงในยุคนี้ด้วยมั้งเลยทำให้เขารู้สึกท้าทาย อีกทั้งบรรยากาศที่อยู่รอบตัวของหญิงสาวทำให้คนที่อยู่ใกล้รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก
“โอเคค่ะ หยาไปก่อนนะคะ บายๆ”
หญิงสาวโบกมือส่งยิ้มตาหยีให้ ชายหนุ่มยิ้มตอบแต่ใจกระตุกวูบไหวดูแปลกไป เขารู้สึกเหมือนกับว่ากำลังจะมีบางอย่างหายไปบอกไม่ถูก
เอี้ยดดดดด!! โครมมมม!! ….
ลียาออกมารอรถแท็กซี่หน้าบริษัทกำลังจะโบกมือให้รถแท็กซี่ที่กำลังจะขับมาถึง แต่แล้ว อยู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนถูกอะไรบางอย่างกะแทกด้านหลังอย่างแรง
จากนั้นก็รู้สึกชาไปทั้งตัว น้ำอุ่นๆไหลออกจากตัวมากมาย รู้สึกว่าตาเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆได้ยินเสียง กรีดร้องของผู้คน เสียงวุ่นวายดังขึ้นรอบตัวแต่ไม่สามารถพูดอะไรได้เลย สุดท้ายความรู้สึกก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลย