Love Again รีเทิร์นรัก พี่หมอ

    บทที่ 31 เธอไม่ใช่แม่ของลูกฉัน

    ติณณ์ Said

    ครืดดด ครืดดดด

    “ขอตัวไปรับสายสักครู่นะคะ พี่ผู้จัดการโทรมา” เธอหันไปบอกแม่ของผม

    หลังจากที่เธอลุกไปไม่นาน ผมตัดสินใจตามไปทันที

    พรึ้บ

    “มานี่..”

    ผมลากแขนเธอ ออกมาคุยให้ไกลจากหน้าห้องและให้ห่างตาพนักงานที่เดินรอบริการพวกเรา

    “นี่ ปล่อย ฉันเจ็บนะ! นายกำลังทำให้ผิวของฉันมีปัญหา”

    เธอกัดฟันโวยวาย พยายามสะบัดมือผมออก พอถึงจุดที่คิดว่าคงไม่มีใครเดินผ่าน ผมปล่อยข้อมือเธอ ยกมือขึ้นกุมขมับตัวเอง

    “เธอมาบ้านฉันทำไม”

    “ทำไมจะไปไม่ได้ ฉันเป็นแม่แท้ๆ ของลูกนายนะ”

    “เธอเป็นบ้าอะไรถึงมาพูดเรื่องนี้ตอนนี้ ไหนบอกว่าอย่าเอ่ยชื่อเธอ อย่าบอกใครว่าเธอเป็นแม่ของเดียร์น่าไง”

    “ใช่ เมื่อก่อนฉันคิดแบบนั้น เพราะห่วงอนาตตัวเอง ฉันกำลังจะไปเป็นดาวบนฟ้า ได้ทำตามความฝัน โดยไม่ต้องร้องขอใครให้สนับสนุน”

    “...”

    “.. ติณณ์ เราเคยเป็นเพื่อนกันนะ นายก็รู้นิว่าชีวิตฉันมันยากเย็นแค่ไหนกว่าจะมีจุดนี้ได้”

    เธอเสียงอ่อนลง นัยย์ตาไหวสั่น น้ำใสๆ หยดลงมา แขนเรียวโอบกอดคอผมไว้ กุมใบหน้าเข้าไปใกล้ ให้สบตา เพื่อรับรู้ความจริงใจของเธอ

    “อย่าแม้แต่จะคิด…” ผมรีบห้าม ดึงมือปลาหมึกของเธอออก

    “ฉันมีทุกอย่างแล้ว ชื่อเสียง เงินทอง อำนาจ คนสนับสนุน ฉันซัพพอร์ตนายได้ ดูแลครอบครัวนายได้ ทำไมเราไม่มาเป็นครอบครัวที่แท้จริงกันล่ะ แต่งงานกัน มีลูกของเรา”

    “เธอพูดบ้าอะไรอีก..” ผมแสดงความขัดแย้งกับความคิดของเธอ

    “ฉันแอบตามดูนายตลอด มันทำให้ฉันเห็นว่านายเป็นผู้ชายที่ดีแค่ไหน และฉันอยากให้เราเป็นครอบครัวหนึ่งเดียวกันจริงๆ”

    “....”

    “ฉันไม่เหลือใครแล้วติณณ์ ..ฉันแค่อยากมีครอบครัวที่อบอุ่น”

    “เธอไม่ห่วงชื่อเสียงของตัวเอง อย่างวันที่ทิ้งเดียร์น่าแล้วหรอ”

    “ไม่.. ฉันคือ ดาวค้างฟ้า ฉันมีเงินมากมาย มีแฟนคลับที่สนับสนุน พวกเขาจะเข้าใจฉันแน่ แค่นายให้โอกาสได้เติมเต็มกันและกัน”

    “....”

    “ติณณ์ นายคงไม่ใจจืดใจดำ ขับไสไล่ส่งแม่แท้ๆ ของเด็กที่นายเลี้ยงใช่ไหม”

    ฉึก!!

    ผมตื่นตาสว่างโดยไม่ลังเล จ้องเธอเขม็ง มือหนาบีบคางของเธออย่างแรง กัดกรามพูดผ่านไลฟัน

    “ฉันเกือบจะสงสารเธอแล้ว เธออ้างตัวว่าเป็นแม่ แต่กลับเรียกลูกในไส้ตัวเอง ว่า ‘เด็กที่ฉันเลี้ยง’ งั้นหรอ”

    เธอตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ ลูกตากรอกไปมาดั่งคนที่เผลอหลุดพูดความลับ ริมฝีปากแดงสั่น จิกเล็บยาวๆ ของเธอที่แขนผม

    “คะ คือ…”

    “ฉันปรบมือให้เลย สมฉายาเธอจริงๆ แสดงเก่งจนฉันแทบแยกไม่ออก”

    “มะ ไม่ใช่นะ!”

    “เธอกล้าเรียกตัวเองว่าแม่ ทั้งๆ ที่พล่ามมาทั้งหมด เธอเอ่ยแต่เรื่องตัวเอง ไม่มีเดียร์น่าอยู่ในเสี้ยวชีวิตที่เธอพล่ามเลยด้วยซ้ำ”

    “…”

    เธออึกอักหาคำพูดมาแก้ต่าง ดั่งผู้ร้ายที่โดนจับไต๋ได้ ผมสะบัดคางเธอ มองด้วยสายตาที่เก็บทั้งความโกธรและเกลียดเอาไว้ เอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก แสดงด้านมืดให้เธอเห็น

    “เพญ่า เธอรู้อะไรไหม เขมยังมีความเป็นแม่มากกว่าเธอซะอีก …และคนที่ฉันเลือก คือเขมเท่านั้น เพราะงั้นคนที่ควรถอย คือเธอ!”

    “…!!”

    “ รีบไสหัวไปซะ อย่ามาทำให้ครอบครัวฉันวุ่นวาย” ผมทิ้งท้าย เดินชนไหล่เธอออกมา

    “ติณณ์!!” เธอตวาดเสียงดัง แบบไม่กลัวว่าใครจะมาได้ยิน

    “….”

    “นายกล้าทิ้งผู้หญิงที่เพรียบพร้อมอย่างฉัน ไปหาอีเด็กไร้ค่านั่นหรอ”

    ทันทีที่คำดูถูกคนที่ผมรักเอ่ยออกจากปากของเธอ ผมหันหลังกลับ จ้ำเท้าก้าวหาเธออีกครั้ง พลางกำหมัดแน่นพยายามกักเก็บอารมณ์โกธรเอาไว้ เธอถอยหลังหนี และทรุดตัวลงนั่งกับพื้นด้วยความกลัว

    “อย่าปากดี ฉันจะเตือนเป็นครั้งสุดท้าย ..กลับที่ของเธอไปซะ เพญ่า ถ้ามากกว่านี้ แม้แต่ความเป็นเพื่อนระหว่างเรา ฉันก็เหยียบมันได้” ผมเตือนเสียงเข้ม หันหลังเดินออกมา โดยไม่กลับไปมองเธออีก

    ถึงห้องอาหาร ทุกคนนั่งทำหน้าพะอืดพะอม ผมชวนกลับทันที พ่อแม่ถามหาเพญ่า ผมเลยโกหกว่าเธอจะกลับเอง แล้วอุ้มเดียร์น่า จูงมือเขมออกมาทันที

    หลังส่งเดียร์น่าเข้านอน ผมตัดสินใจเรียกทุกคนมาคุย เพราะไม่อยากให้เรื่องค้างคานาน และกลัวเพญ่าจะเล่นตลบหลังอะไรอีก

    “ไหนๆ พ่อแม่ก็รู้แล้วว่าใครคือคนที่คลอดเดียร์น่าออกมา และเรื่องเริ่มจะวุ่นวาย เพราะงั้นผมจะขอพูดตรงๆ เลยนะครับ”

    “....”

    “เดียร์น่าเป็นลูกของผม เขมเป็นว่าที่ภรรยาผม และเพญ่าไม่มีส่วนในการดูแลเรียกร้องสิทธิ์อะไรทั้งนั้น”

    “พ่อแม่เข้าใจลูก แต่เพญ่าเป็นคนมีชื่อเสียง มีอำนาจ มีคนสนับสนุน ถ้าเราบุ่มบ่ามทำอะไรไป คนที่ได้รับผลกระทบที่สุด .. คือเดียร์น่า” แม่พูด

    “อืม พ่อเห็นด้วย ถึงเดียร์น่าจะยังเด็ก แต่หลานไม่ใช่เด็กที่ตามเรื่องอะไรไม่ทัน พ่อกลัวเธอจะรู้อะไรที่มันมากไปกว่านี้... ”

    “ผมจะพยายามจัดการเองครับ ขอเวลาหน่อย ตอนนี้เพญ่าพยายามเข้ามาวุ่นวาย พ่อแม่อย่าใจอ่อนให้เธอนะครับ ผมไม่เข้าใจว่าเธอจะทำแบบนี้ทำไม และที่ชัดเจนคือ จุดโฟกัสของเธอไม่ใช่เดียร์น่าแน่นอน”

    “หนูเขม… คิดยังไงลูก”

    แม่เอ่ยถามเขมที่นั่งนิ่ง เธอแกะข้างเล็บตัวเองจนเลือดซิบ ผมคว้ามือเธอมาบีบเบาๆ เตือนสติ แล้วยิ้มให้

    “คะ คือ เขม…” เธอพูดติดๆ ขัดๆ มองใบหน้าผม แล้วก้มหลบตา

    “เอาไว้ ผมขอคุยกับเขมส่วนตัวก่อนนะครับ แล้วจะไปในทิศทางไหน ผมจะปรึกษาพ่อกับแม่อีกที” ผมเอ่ยขัด เพราะรู้ว่าเขมกำลังดาวน์กับเรื่องนี้อยู่

    “อื้ม…”

    “งั้นช่วงนี้ผมฝากเดียร์น่ากับพ่อแม่ก่อนนะครับ เพราะเพญ่าจะตามผม ไม่ใช่เดียร์น่า ..ถ้าเธอมาบ้านโดยไม่ขออีก พ่อแม่ต้องบอกผมนะครับ และอย่าให้เดียร์น่าอยู่กับเธอแค่สองคนเด็ดขาด”

    “ไว้ใจพ่อแม่เถอะ เราจะปกป้องทั้งลูกและหลานอย่างเต็มที่เหมือนกัน” พ่อบอกหนักแน่น ยิ้มให้ผม

    “ไปพักผ่อนกันเถอะลูก ดึกมากแล้ว” แม่บอก และยิ้มส่งด้วยความเป็นห่วง