เซียนกระบี่จ้าวแห่งเทพยุทธ์

    ตอนที่ 35 ผลึกของอสรพิษหยางแดง

    ณ บ้านตระกูลฟาง ตระกูลฟางเป็น 1 ใน 4 ตระกูลใหญ่ของเมืองฟ้าคำรณ และยังเป็นผู้นำของทั้ง 4 ตระกูล และนี่ก็แสดงให้เห็นว่าตระกูลฟางมีอำนาจขนาดไหนในเมืองฟ้าคํารณ
    ในห้องโถงหลักของตระกูลฟางตอนนี้ ผู้อาวุโสหลายคน ต่างก็กำลังประชุมหารือเกี่ยวกับการค้า ก่อนจะมีชายชราที่ก่อนหน้านี้เฝ้าอยู่ในห้องป้ายวิญญาณหยกวิ่งเข้ามารายงาน ด้วยท่าทางที่ตื่นตระหนก
    " เกิดเรื่องขึ้นแล้วท่านผู้นำตระกูล เมื่อสักครู่ป้ายวิญญาณหยกของฟางเล่ย และฟางจั่วเพิ่งแตกสลายพร้อมกัน" ชายชรารีบรายงานโดยไม่สนใจว่าผู้อาวุโสคนอื่นกำลังประชุมหารือสิ่งใดกันอยู่ เพราะเรื่องนี้สำคัญที่สุดในตอนนี้
    ปัง! เสียงของพนักเก้าอี้ ที่ทำมาจากไม้อย่างดีแหลกละเอียดกลายเป็นฝุ่นผงทันที เพราะแรงบีบของชายรูปร่างใหญ่ ที่บนใบหน้ามีหนวดเคราเล็กน้อย ใช่คนนี้ฟางหลง และมันคือผู้นำตระกูลฟางในตอนนี้ ซึ่งมีพลังอยู่ในขอบเขตราชันย์ขั้นที่3 ก่อนที่ฟางหลงจะคำรามออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด
    " เป็นผู้ใด.. มันคือสาระเลวคนใดที่กล้าลงมือกับผู้ชายทั้งสองของข้า" ตัวของฟางหลงมีบุตรชายอยู่เพียงสามคนตอนนี้ตกตายไปพร้อมกันแล้วสองคนจะไม่ให้มันเกิดโทสะขึ้นมาได้อย่างไร ตอนนี้พูดทั้งห้องโถงเงียบกริบ และเต็มไปด้วย รังสีอำมหิตมากมายของเหล่าผู้อาวุโส
    " ส่งคนไปสืบมาให้เร็วที่สุดว่าเป็นฝีมือของสาระเลวตัวใดที่ทำกับบุตรชายของข้า แล้วข้าจะเอาเลือดของมันมาเซ้นไหวแก่ดวงวิญญาณของบุตรชายทั้งสองของข้า" สิ้นเสียงฟางหลงผู้อาวุโสทุกคนต่างรีบวิ่งออกไปจากห้องโถงหลักทันที
    ณ ห้องหนึ่งของสำนักจันทร์เสี้ยว เจ้าสำนักของสำนักจันทร์เสี้ยวกำลังนั่งทำสมาธิ ก่อนจะมีร่างหนึ่งร่างที่อยูในความมืดเข้ามารายงานเรื่องการทดสอบ ของการทดสอบศิษย์นอกของทั้งสามสำนัก ซึ่งผู้ที่อยู่ในความมืดก็คือผูควบคุมการทดสอบในรอบที่สองที่ได้หรี่ตามองเทียนอี้นั้นเอง
    " รายงานท่านเจ้าสำนักการทดสอบวันนี้มีสิ่งที่เหนือการคาดการเกิดขึ้นขอรับ มีเด็กหนุ่มที่ชื่อเทียนอี้เป็นผู้สมัครเข้าวำนักกระบี่ฟ้าชนะได้อันดับหนึ่งไปจากที่เราคาดการว่าจะเป็นฟางเล่ยที่เป็นตัวเต็งของเรา และเจ้าหนุ่มเทียนอี้นั้นยังสามารถสังหารอสรพิษหหยางแดงได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวด้วย ข้าคิดว่าเราควรกำจัดเจ้าเด็กคนนี่ทิ้งให้เร็วที่สุดขอรับ"
    หลังจากที่เจ้าสำนักของสำนักจันทรเสี้ยวฟังรายงานแล้วก็ได้ลืมตาขึ้นทันที ในดวงตาฉายแววอำมหิตอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหายไป แล้วจึงหันไปมองหน้าผู้ที่เข้ามารายงาน ก่อนที่จะสั่งการออกไปด้วยน้ำเสียงเย็นเหยียบ
    "ทำทุกวิถี่ทางต้องกำจัดเจ้าเด็กเทียนอี้นั้นทิ้งให้เร็วที่สุด ไปปรึกษากับตระกูลฟางด้วยข้าเชื่อว่าด้วยนิสัยของเจ้าเด็กตระกูลฟางนั้น เจ้าฟางเล่ยนั้นก็ต้องไม่ยอมปล่อยผู้ที่ชิงความโดดเด่นจากมันไปอย่างแน่นนอน" ก่อนจะโบกมือให้ผู้ที่อยู่เข้ามารายงานให้รีบไปจัดการก่อนจะนั่งทำสมาธิ
    กลับมาที่ห้องพักหมายเลข 1 ของโรงเตี๊ยมที่ใหญ่ที่สุดในเมืองฟ้าคํารณ ตอนนี้เทียนอี้กำลังนั่งอยู่บนเตียง พร้อมทั้งกำลังมองผลึกอสูรของอสรพิษหยางแดงที่อยู่ในมือของตนอย่างตั้งอกตั้งใจ เทียนอี้คิดจะหลอมผลึกชิ้นนี้แต่ยังกังวลว่าตนเองจะได้รับลักษณะพิเศษไดของอสรพิษหางแดงมา
    คิดมากไปก็เท่านั้นก่อนที่เทียนอี้ จะนั่งลงและ เริ่มหลอมผลึกอสูรของอสรพิษหยางแดงเข้าสู่ร่างกายทันที ผ่านไปประมาณ 2 เค่อ ( 30 นาที)เทียนอี้ก็ได้ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
    หลังจากที่หลอมผลึกของอสรพิษหยางแดงเสร็จเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่เทียนอี้ได้มาคือความสามารถในการต้านทานพิษในระดับสูง. หลังจากนี้ต่อให้ ต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่ใช้พิษ. เทียนอี้ก็ไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวว่าจะต้องพิษแม้แต่นิดเดียว และยังสามารถใช้พิษของอสรพิษหยางแดงได้อีกด้วย
    นับว่าครั้งนี้เทียนอี้ได้รับผลประโยชน์มากมายนับไม่ถ้วน หลังจากที่เทียนอี้ทำความคุ้นเคยกับพิษ ของอสรพิษหยางแดง ที่อยู่ในร่างกายจนเคยชิน อยู่พักใหญ่ๆ แล้วจึงนำของรางวัลที่ได้จากการทดสอบในวันนี้ออกมาเพื่อศึกษา
    สิ่งที่เทียนอี้ได้รับมาก็คือ คัมภีร์วรยุทธระดับนภาขั้นสูง 3 เล่มที่ทั้ง 3 สำนักต่างมอบให้มาสำนักละ 1 เล่มเทียนอี้ทำการเปิดคัมภีร์วรยุทธชั้น 3 เล่มออกมาดูเพื่อทำการศึกษาและฝึกฝน คัมภีร์วรยุทธทั้ง 3 เล่มที่ได้รับมาเทียนอี้นั้นชื่นชอบมากไม่ว่าจะเป็นเพลงกระบี่ทนง ของสำนักกระบี่ฟ้าท่าเท้าเงาจันทรา ของสำนักจันทร์เสี้ยวฝ่ามือเพลิงตะวัน ของสำนักเพลิงผลาญ
    แม้ว่าทั้ง 3 ชุดวิชาจะเป็นเพียงวรยุทธระดับนภาขั้นสูง แต่ก็เป็นสิ่งที่เทียนอี้ต้องการในตอนนี้ หลังจากที่เปิดดูคัมภีร์วรยุทธทั้ง 3 เล่มอยู่พักใหญ่ๆ ด้วยสติปัญญาและความสามารถของเทียนอี้เขาพบว่าเคล็ดวิชาทั้ง 3 นี้ง่ายมากที่จะฝึกฝน
    และยังพบกับจุดบกพร่องในทักษะวรยุทธของทั้งสามวิชาอีกด้วย. หลังจากนั่งวิเคราะห์ปัญหาต่างๆของทั้งสามทักษะเรียบร้อยแล้วตอนนี้ในหัวของเทียนอี้ก็มีทักษะวรยุทธทั้งสามวิชาที่ได้รับการแก้ไขจุดบกพร่องทำให้ทักษะทั้งสาม ยกระดับไปเป็นทักษะยุทธระดับราชันระดับสูงในที่สุด
    ถ้าคนของทั้ง 3 สำนักรู้ว่าเทียนอี้กำลังทำสิ่งใดอยู่ พวกเขาต้องกระอักเลือดออกมาเป็นแน่ ซึ่งเรื่องนี้ไม่สามารถโทษว่าเป็นความผิดของเทียนอี้ได้ เพราะว่าตอนนี้ทั้งสมองและสติปัญญาของเทียนอี้ ได้รับการยกระดับจากการชำระล้างร่างกาย และการหลอมรวมเข้ากับดวงจิตของเซียนกระบี่ทำให้เป็นเช่นนี้
    จากนั้นเทียนอี้จึงเก็บคัมภีร์วรยุทธทั้ง 3 เล่ม กลับเข้าไปในแหวนมิติ ก่อนจะนั่งทำสมาธิ รวบรวมลมปราณเพื่อฝึกฝนต่อในทันที หลังจากที่ได้หลอมรวมผลึกของอสรพิษหยางแดงตอนนี้เทียนอี้มีพลังลมปราณบริสุทธิ์ในตันเถียรเพียงพอที่จะทะลวงไปในขั้นถัดไปได้แล้ว
    เทียนอี้ก่อรูปพลังปราณเป็นกระบี่ขึ้นมาในจุดตันเถียร ก่อนที่จะใช้กระบี่ปรานเล่มนั้นโจมตีไปที่กำแพงที่กันระหว่างขั้น4 และ5 ครั้งแล้วครั้งเล่าแบบนั้นอยู่หลายชั่วยาม ปัง! ปัง!
    และในตอนนั้นเองกำแพงใสๆเริ่มเกิดรอยร้าวขึ้นและ ปัง! ปัง! แกรก! เพร่ง!!! เสียงแตกร้าวส่งออกมาและตามมาด้วยเสียงการแตกออกของกำแพงจากนั้นพลังปรานอันบริสุทธิ์มากมายไหลทะลักออกมาให้ภายในจุดตันเถียนของเทียนอี้
    ขอบเขตปฐพีขั้นที่ 5! และแล้วก็สามารถทะลวงมาถึงขั้นที่ 5 ได้สำเร็จแล้ว ขอบเขตปฐพีขั้นที่ 5 ในวัยเพียง 15 ปีต่อให้ค้นหาทั้งทวีปตะวันออกคงไม่มีให้เห็นเป็นคนที่ 2 เป็นแน่!

    ????ปั่นงานจนตาแดง555+????ขนาดเขียนเองยังสนุกเองขำตัวเองครับ