…………………………
“ เอ๊ะ! ” ศรีสมรสะดุ้งเฮือก ก่อนจะผุดลุกขึ้นมานั่ง เหงื่อเม็ดโตเกาะทั่วใบหน้า ดวงตาที่คมด้วยฤทธิ์ของอายชาโดว์ดูเบิกโพลง บ่งบอกว่าใและงุนงง แต่ไม่ทันจะได้ทำอะไรต่อ โสตประสาทก็ได้ยินเสียงเยือกเย็นของบุรุษหนุ่ม
“ ไม่ต้องใ เ้าแค่ผล็อยหลับไปเท่านั้นเอง ”
“ ว้าย…ใครน่ะ” ศรีสมรรีบหันมองตามเสียง ทำให้ประสบกับหนุ่มร่างสูงเพรียวในชุดขาว เขากำลังนั่งขัดสมาธิด้วยอาการสงบ สีหน้าดูราบเรียบและไร้ความรู้สึก
" นะ….นั่น…อาจารย์นี่นา…..” ศรีสมรใช้เวลาประมวลผลอยู่อึดใจ ก่อนจะจดจำหนุ่มรุ่นผู้ตั้งตัวเป็อาจารย์ไสยเวทได้ และนั่นก็เป็ปัจจัยให้สาวใหญ่เริ่มกังวลกับประเด็นต่อไป
“ ว้าย….นี่เราเผลอหลับต่อหน้าอาจารย์ได้ยังไง แล้วใน่นั้น เราโดนทำอะไรบ้าง เพราะถึงจะน่านับถือ แต่เขาก็เป็ผู้ชาย” พอเกิดความคิดแบบนี้ สาวใหญ่วัยสะคราญก็ก้มลงสำรวจตัวเอง พบว่าเรือนกายอวบอัดยังคงมีผ้าถุงผืนเดิมคุมกาย เลยถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
“ ฟู่…เราคงคิดมากไปเอง”
“ สบายใจได้ ข้าไม่ใช่เหล่าชายโฉดที่เ้าเคยเจอมา” เหมือนอาจารย์หนุ่มจะล่วงรู้ความคิด เลยตอบเบาๆ ทว่าถ้อยคำดังกล่าวกลับกระแทกจิตใจของศรีสมรอย่างรุนแรง ด้วย่ชีวิตที่ผ่านมา บุรุษที่สาวใหญ่พบเจอ มีเพียงตาแก่บ้ากาม พวกที่เห็นผู้หญิงเป็ของเล่นหรือไม่ก็….เอทีเอ็มส่วนตัว
“ เฮ้อ….จะว่าไป อาจารย์ก็พูดถูกนะ เอ๊ะ! เดี๋ยวก่อน แล้วเขารู้สิ่งที่เราคิดหรือชีวิตส่วนตัวได้ไง จำได้ว่าเรายังไม่เคยเล่าเื่นี้ให้เขาฟังนี่นา ” ศรีสมรเริ่มฉุกคิด ในใจนึกสงสัย แต่ไม่ทันได้เอ่ยถาม อาจารย์ก็ชิงกล่าว
“ หึ หึ หึ ถ้าข้าไม่ล่วงรู้ความคิดของเ้า ก็คงไม่กล้าตั้งตัวเป็อาจารย์หรอก ”
ศรีสมรหันไปมองอาจารย์หนุ่มอีกครั้ง สีหน้าท่าทางออกอาการตกตะลึง เพราะบุรุษร่างสูงโปร่งผู้นี้ทำให้เธอรู้สึกอัศจรรย์ถึงหลายครั้ง ทว่าด้วยความที่ผ่านโลกมาพอสมควร เลยยังตั้งข้อสงสัยในใจ
“ ไม่สิ จะเชื่อง่ายๆไม่ได้ สาเหตุที่อาจารย์รู้เื่ของเรา อาจเป็เพราะยัยซิ้มเป็คนเล่าให้ฟังก็ได้”
ทว่าข้อสงสัยนี้ก็ต้องถูกตีแตก ด้วยคำพูดต่อมาของอาจารย์หนุ่ม
“ ไม่ต้องไปสงสัยว่าซิ้มจะเล่าเื่ของเ้าให้ข้าฟังหรอก และไม่ต้องนึกต่อด้วยว่าข้าเป็ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา เลยอ่านใจเ้าออกจนแสดงปาฏิหาริย์ด้วยการพูดดักคอในสิ่งที่เ้าขบคิด”
ศรีสมรสะอึก เพราะอาจารย์หนุ่มสามารถอ่านเธอล่วงหน้าไปอีกขั้นได้จริงๆ กระนั้นด้วยความดื้อดึง จึงทำให้สาวใหญ่ไม่เชื่อเต็มร้อย ในหัวกำลังแอบคิด
“ แม้ว่าจะดักเราได้ทุกทาง แต่จะเชื่อได้ไงว่าเขาอ่านใจของผู้คนได้จริงๆ บางทีอาจารย์อาจเก่งในด้านจิตวิทยา เลยทำให้มีสกิลโน้มน้าวใจให้คนอื่นเชื่อถือว่าตนมีพลังพิเศษ”
ไม่รู้ว่าอาจารย์หนุ่มเอือมระอากับความหัวแข็งของศรีสมรหรือยังไงไม่ทราบได้ เขาจึงเริ่มถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะกล่าวเนือยๆ
“ เฮ้อ….ถึงขนาดนี้แล้วก็ยัง…..เ้านับว่าเป็ลูกศิษย์ที่ดื้อด้านอันดับต้นๆ ช่วยไม่ได้ เห็นทีต้องแสดงให้เห็นกับตา จะได้เกิดศรัทธาขึ้นมาบ้าง”
พอพูดจบ อาจารย์หนุ่มก็ยกสองมือขึ้นมาพนม ดวงตาเรียวยาวและเฉียบคมเริ่มปิดลง ก่อนจะพ่นคาถาประหลาดด้วยกระแสเสียงที่ทุ้มลึกจนน่าขนลุก
“ ปะริมานุสา กากะปิกานี เหล่าภูตพลายจงปรากฏ ผีโขมดจงอุบัติ สัมภเวสีจงมารวมตัว เพื่อรับใช้กูผู้เป็นาย” (นี่ก็แต่งเองนะครับ กรุณาอย่าเอาไปใช้ เพราะสังหรณ์ใจว่าถ้าฟลุ๊คขึ้นมา พวกคุณอาจเจอของจริง ด้วยผมก็มีความขลังในตัวพอสมควร)
ทีแรกศรีสมรทำท่าจะขำ แต่พอท่องไปถึงเที่ยวที่สอง ปากของเธอก็อ้าไม่ออก กายอวบอัดแข็งเกร็ง เพราะััได้ถึงบรรยากาศเยือกเย็นที่รายล้อมรอบตัว
“ เอ๊ะ! นี่มันอะไรกัน มีใครเปิดแอร์ในห้องนี้เหรอ เพราะอากาศเย็นฉ่ำเหมือนห้องที่ตั้งอุณหภูมิไว้ที่15 องศาเลย แต่พอมองไปรอบๆ กลับไม่มีแม้แต่พัดลม แปลกเหลือเกิน” สาวใหญ่รู้สึกหนาวสั่น จึงเริ่มกอดอก เลยทำให้ซาลาเปาลูกงามโป่งพองขึ้นมาอีกระดับ เพราะถูกสองแขนผลักดัน ในใจเปี่ยมไปด้วยความสงสัยและสับสน
ทว่าพออาจารย์สวดคาถาบทเดิมจนครบสามรอบ ดวงตาของศรีสมรก็พลันประสบกับบางอย่างที่ชวนสยองสุดๆ นั่นก็คือบุรุษทั้งเจ็ดที่ยืนรายล้อมอยู่ตามมุมห้อง พวกเขาล้วนมีรูปร่างสูงใหญ่และอัดแน่นไปด้วยมัดกล้าม เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็ดูแตกต่าง เพราะมันคือ…โจงกระเบนแดงเพียงตัวเดียว
“ หึ หึ หึ เ้าเห็นพวกมันหรือยัง ทีนี้ก็เชื่อแล้วสินะว่าข้ามีพลังพิเศษจริงๆ ” อาจารย์หนุ่มหัวเราะเบาๆ ทว่าศรีสมรกลับหลอกตัวเองต่อไป อันดูคล้ายกับพวกวิทยาศาสตร์จ๋าที่ไม่เชื่อสิ่งใด นอกจากสูตรเคมีบนกระดานดำ
“ ไม่จริงน่า อยู่ดีๆ อาจารย์จะอัญเชิญผู้ชายออกมาตั้งเจ็ดคนได้ยังไง เ้าพวกนี้น่าจะหลบซ่อนอยู่ในซอกหลืบของห้อง พอได้รับสัญญาณ ก็ค่อยออกมาโชว์ตัว ”
“ อืม….ข้าก็กะไว้แล้วว่าเ้าน่าจะยังไม่เชื่อ แล้วถ้าแบบนี้ล่ะ ” เหมือนอาจารย์หนุ่มจะรู้อยู่แล้วว่าสาวใหญ่ไม่ยอมจนมุม เลยดีดนิ้วดังๆหนึ่งที เพื่อส่งสัญญาณให้บุรุษผู้หนึ่งซึ่งล่ำสันที่สุด
“ แป๊ก…..”
บุรุษผู้นั้นก้าวออกมาข้างหน้าเล็กน้อย เขาเป็ชายฉกรรจ์ สีหน้าเหี้ยมเกรียม ผิวออกไปโทนดำแดง แต่กลับแลซีดไร้สีเื
“ ไม่จริง ถึงหมอนี่จะดูน่ากลัวเหมือนพวกผีดิบ แต่มันอาจจะเกิดจากการเมคอัพด้วยแป้งก็เป็ได้ เราจะเชื่อง่ายๆไม่ได้ ” ศรีสมรยังคงดื้อไม่เลิก พร้อมตั้งข้อสันนิษฐานใหม่ให้กับตัวเอง แต่ในอึดใจต่อมา ดวงตาคมก็ต้องพลันเบิกโพลงด้วยอาการตกตะลึง เนื่องจากหนุ่มฉกรรจ์ร่างล่ำสันได้ใช้มืออวบใหญ่แทงหน้าท้องของตัวเองจนทะลุ
“ ฉึก…….”
เืแดงฉานกระฉูดออกจากาแ ส่วนมือซ้ายที่ทิ่มทะลวงก็ถลำลึกลงไปจนเกือบถึงศอก ทว่าหนุ่มฉกรรจ์ยังคงแย้มยิ้ม คล้ายกับความเหี้ยมโหดที่เพิ่งก่อ เป็เพียงการเดินเล่นในสวนอีเดน
“ เหอ เหอ เหอ…..”
“ เหวอ…บ้าไปแล้ว นี่มันฝันร้ายชัดๆ เขาทำแบบนั้นทำไม” สาวใหญ่ปิดปากอุทานดัง ก่อนจะขยับถอยหลังออกเล็กน้อย สีหน้าฉายแววหวาดหวั่น
แต่ความสยดสยองยังไม่จบแค่นี้ เพราะในอึดใจต่อมา บุรุษวัยฉกรรจ์ก็โชว์หลอนอีกครั้ง ด้วยการดึงมือซ้ายออกมา โดยมีลำไส้และเครื่องในติดมาด้วย เืแดงสดหลั่งทะลักจากาแจนเนืองนองไปทั่วพื้นห้อง
“ กรี๊ด…….ผีหลอก” ถึงตรงนี้ ต่อให้ศรีสมรหัวแข็งปานใด ก็ต้องสติแตกจนวิทยาศาสตร์ไม่ออก เพราะภาพตรงหน้ามันโหดร้ายเกินกว่าใครจะรับไหว กายอวบอัดถอยกรูดติดกำแพง แต่ด้วยความที่เ้าหล่อนจิตเตลิด เลยทำให้ผ้าถุงผืนบางที่สวมใส่ ร่นสูงขึ้น เผยให้เห็นโคนขาอ่อนขาวผ่อง
“ เอ๊ะ! นะ..,นั่นมัน โอ้ว….” ดูท่าทางเ้าผีร้ายที่กำลังดึงไส้ของตัวเองออกมา จะเป็พวกบ้ากามในตอนที่ยังมีชีวิต จึงหยุดเขย่าขวัญ พร้อมเปลี่ยนมาเดินเข้าหาเหยื่อสาวที่พวกมันหมายปอง
แน่นอนว่าภาพนั้นชวนหลอนยิ่งกว่าการลากไส้ออกมาเสียอีก แต่ก็นับว่าโชคดีที่สาวเ้าหวาดกลัวจนยกสองมือขึ้นมาปิดตา เลยไม่ได้เห็นฉากหฤโหดดังกล่าว ปากก็กรีดร้องเสียงหลง
“ กรี๊ด……..ช่วยด้วย ผีหลอก ”
ทุกสิ่งอยู่ในสายตาของอาจารย์หนุ่มตลอด แถมศรีสมรยังสติหลุดจนเผลอถ่างขาออกมา ทำให้มองทะลุไปถึงเนื้อใน จวบจนพวกผีบ้ากามทั้งเจ็ดเริ่มขยับเข้าหาสาวใหญ่ เขาจึงรู้สึกตัว และเริ่มบริกรรมคาถา
“ เฮ้ย! ไม่ได้การ ขืนปล่อยไว้ นังสาวใหญ่คนนี้ต้องโดนพวกผีที่เราเลี้ยงรุมโทรมเป็แน่ ต้องรีบขัดขวาง นะมะอิดุด ยะยีอุนาโตโหนสิ จงถอยไป ที่นี่ไม่ใช่ที่ของพวกมึง ใครไม่ฟัง จะต้องพินาศสันตะโร ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด ”
“ โอ๊ย……ทำไมเ้านายต้องทำแบบนี้ พวกผมไม่ได้เจอสาวๆมาเป็แรมปี ไม่ทำร้ายจิตใจไปหน่อยเหรอ” ผีทั้งเจ็ดตนเริ่มหันมาโอดโอย ก่อนจะพล่ามรำพันขอความเห็นใจ แต่พ่นได้ไม่กี่คำ ร่างของพวกมันก็จางหายไป
“ กรี๊ด….ไม่นะ…..ไม่…..อย่าทำชั้น ปล่อยชั้นไปเถอะ” ศรีสมรยังคงกรีดร้องไม่เลิก กายอวบอัดบิดส่ายไปมา สองมือยังคงปิดตา แต่ไม่นาน อาจารย์ก็ยื่นมือมาแตะไหล่ พร้อมสั่งให้สงบ
“ หยุดร้องซะ นังหมอน พวกมันไปหมดแล้ว ”
“ อะ…อาจารย์พะ…พูดจริงเหรอ ” ศรีสมรยังคงหลับตาอยู่ ปากคอสั่นเทาไม่หยุด
“ ก็จริงน่ะสิ อาจารย์ไล่มันไปหมดแล้ว ” อาจารย์พูดจบ ก็แอบชำเลืองร่างเปลือย่ล่างที่แลอล่างฉ่าง แถมคราวนี้ เขาอยู่ห่างเพียงแค่เอื้อม ทำให้เห็นความโอ่โถงได้เต็มที่
พอได้รับคำยืนยัน ศรีสมรก็เริ่มสงบใจลง และค่อยๆลืมตา ทำให้พบกับอาจารย์หนุ่มที่นั่งคุกเข่าอยู่ไม่ห่าง จากนั้นก็เหลียวมองไปรอบๆ แต่ก็เห็นแค่ห้องทำพิธีที่ค่อนข้างกว้าง
“ เอ๊ะ! พวกมันหายไปจริงๆ ไม่มีไส้ตกให้เห็น แถมตรงบริเวณที่เคยเืท่วมกลับว่างเปล่า ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ” ศรีสมรพูดไม่ออก เพราะสิ่งที่ได้เจอ มันเป็อะไรที่หาคำตอบไม่ได้ แต่พอสงบจิตใจได้มากขึ้น เธอก็รู้ถึงความจริงที่แสนโหดร้าย
“ ว้าย…เราโป๊อยู่นี่หว่า…..”ศรีสมรกรีดร้องอีกครั้ง ก่อนจะรวบผ้าถุงผืนบางมาปิดกาย พร้อมดีดตัวออกไปนั่งพับเพียบ สองมือยกขึ้นมาห่อทรวงอก ใบหน้าก้มลงเล็กน้อย เพราะแอบเขินอาจารย์หนุ่ม
“ ตายล่ะ อาจารย์ได้เห็นไปไหนต่อไหนแล้ว แบบนี้ชั้นก็ทำตัวไม่ถูกกันพอดี ”
ทว่าอาจารย์หนุ่มได้ขยับมานั่งที่เดิม ก่อนจะแสดงความเมตตาด้วยการปลอบประโลม
“ เ้าไม่ต้องขวยเขินไปหรอก ข้าเห็นร่างเปลือยของอิสตรีมานักต่อนัก และขอยืนยันอีกครั้ง ข้าไม่ใช่พวกตัณหาหน้ามืดหรือพวกแมงดาที่คอยปอกลอกเงินทองของผู้หญิง”
การล้วงใจในครั้งนี้ สร้างความตกตะลึงให้แก่ศรีสมรจนเธอต้องหันไปมอง และด้วยความที่อาจารย์หนุ่มได้แสดงอิทธิฤทธิ์ของอาคมขลังมาหลายวาระ ทำให้สาวใหญ่วัยสะคราญเกิดความเชื่อถือสุดหัวใจ จึงรีบก้มลงหมอบกราบในบัดดล
“ ขออภัยท่านอาจารย์อีกครั้งที่หนูบังอาจล่วงเกิน แต่นี้ต่อไปจะไม่สงสัยในตัวของอาจารย์อีกเลย ”
การคารวะของศรีสมร ทำให้อาจารย์หนุ่มรู้สึกปิติ ดวงตาเปล่งประกายแวววาว แต่โฟกัสของมันกลับเพิ่งพินิจไปที่ร่องอกขนาดมหึมา ซึ่งลอดผ่านชายผ้าถุงผืนบางที่ขมวดปมแบบิ่เหม่
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
