[ติ๊ด! คุณมีข้อความใหม่ 1 ข้อความ โปรดตรวจสอบ!]
[ธนาคารการเกษตรแห่งประเทศ Z] บัญชีที่ลงท้ายด้วย 9527 ของคุณ ในวันที่ 8 กรกฎาคม เวลา 08.05 น. ทำรายการโอนเงินจำนวน 1,010,000.00 หยวนสำเร็จ ยอดเงินคงเหลือ 1,020,410.69 หยวน
หลังจากถอนเงินทั้งหมดในระบบเข้าบัญชีธนาคารเรียบร้อยแล้ว หลินเฟิงก็รีบลุกขึ้นจากเตียงไปอาบน้ำแต่งตัว จากนั้นก็สวมชุดกีฬาเก่า ๆ ขาด ๆ ชุดหนึ่งแล้วเดินออกจากบ้านไป
ก็มันไม่มีทางเลือกนี่นา ร่างกายของหลินเฟิงสูงขึ้น แถมยังกำยำล่ำสันขึ้นด้วย เสื้อผ้าตัวเก่าก็เลยใส่ไม่ได้แล้ว มีแค่ชุดกีฬาตัวหลวมโคร่งชุดนี้แหละที่พอจะใส่ได้แบบถูไถไปก่อน
หลังจากกินมื้อเช้าที่ร้านแผงลอยริมทางแบบลวก ๆ เสร็จ หลินเฟิงก็โบกรถแท็กซี่มุ่งหน้าตรงไปยังโรงพยาบาลประชาชนที่หนึ่งแห่งเมืองไห่ฉินทันที!
ถึงแม้ว่าจะกลายเป็ผู้วิวัฒนาการไปแล้ว แต่หลินเฟิงก็ยังรู้สึกไม่ค่อยวางใจในร่างกายของตัวเองสักเท่าไหร่ เขาเอาแต่คิดว่ายาปลุกพลังขวดนั้นอาจจะส่งผลข้างเคียงอะไรบางอย่างตามมา เขาจึงได้ตัดสินใจมาตรวจดูที่โรงพยาบาล
'อืม! ตรวจร่างกายแบบสแกนทั้งตัวไปเลยน่าจะดีที่สุด'
ต่อคิว ลงทะเบียน พบหมอ ตรวจร่างกาย... หลังจากผ่านขั้นตอนอันแสนยาวเหยียดเหล่านี้ไป เผลอแป๊บเดียวเวลาก็ล่วงเลยมาจนถึง่เที่ยงวันแล้ว
เมื่อได้รับรายงานผลการตรวจร่างกายกลับมา ในที่สุดความกังวลในใจของหลินเฟิงก็ถูกปัดเป่าทิ้งไปจนหมดสิ้น ข้อมูลที่ระบุไว้ในใบรายงานผลแสดงให้เห็นว่าทุกอย่างปกติดี ร่างกายของพี่ชายคนนี้แข็งแรงเสียยิ่งกว่าแข็งแรงอีก!
ขณะที่กำลังเตรียมตัวจะเดินออกจากโรงพยาบาล จู่ ๆ หางตาก็เหลือบไปเห็นแสงสีเขียวอันคุ้นเคยแวบหนึ่ง หลินเฟิงจึงหยุดฝีเท้าลง แล้วหันขวับกลับไปมองยังต้นตอของแสงนั้น
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาก็คือเ้าหน้าที่พยาบาลหลายคนกำลังเข็นเตียงผู้ป่วยวิ่งผ่านโถงทางเดินไปอย่างเร่งรีบ บนเตียงมีผู้ป่วยหญิงคนหนึ่งนอนใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเ็ป และบนหน้าผากของผู้ป่วยหญิงคนนี้ก็มีหีบสมบัติทองแดงใบหนึ่งเกาะติดอยู่!
'เวรเอ๊ย! หน้าผากมีแสงสีเขียวเปล่งประกายออกมา มิน่าล่ะเธอถึงได้ล้มป่วย! ไม่รู้เหมือนกันแฮะว่าถ้าเก็บหีบสมบัติทองแดงใบนี้ไปแล้ว อาการป่วยของเธอจะดีขึ้นหรือเปล่า?'
คิดได้ดังนั้น หลินเฟิงก็ไม่รอช้า รีบก้าวเท้าวิ่งตามไปทันที...
ผู้ป่วยหญิงคนดังกล่าวถูกเข็นเข้าไปในแผนกรังสีวิทยาเพื่อทำ CT สแกนสมอง จากนั้นก็ถูกพยาบาลเข็นกลับเข้าไปในห้องพักฟื้นผู้ป่วยทั่วไป
หลินเฟิงเดินตามไปอย่างไม่รีบร้อน ขณะเดียวกันก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วมุ่น
'การจะเข้าไปใกล้ตัวผู้ป่วย แล้วเอามือไปแปะไว้บนหัวของอีกฝ่าย แถมยังต้องแช่ทิ้งไว้ตั้ง 10 วินาที ดูเหมือนว่ามันจะยากเอาเื่อยู่นะเนี่ย?'
'คนอื่นเขาจะหาว่าฉันเป็บ้าหรือเปล่า? ญาติผู้ป่วยจะเข้ามาห้ามไหม? แล้วคนอื่น ๆ จะมองฉันยังไง? สรุปก็คือ ถ้าให้ไปลงมือต่อหน้าธารกำนัล หลินเฟิงคนนี้ก็ยังหน้าบางเกินกว่าจะทำลงไปได้อยู่ดี'
'จะทำยังไงดีนะ?'
ผ่านไปเพียงไม่กี่วินาที ดวงตาของหลินเฟิงก็เบิกกว้างเป็ประกาย เขาจดจำหมายเลขห้องพักผู้ป่วยนี้เอาไว้ จากนั้นก็หันหลังเดินตรงไปยังห้องพักแพทย์...
ผ่านไปไม่นานนัก หลินเฟิงก็เดินกลับออกมาจากห้องพักแพทย์ ตอนนี้เขาสวมเสื้อกาวน์สีขาว บนคอมีสเตโทสโคปแขวนอยู่ และในมือก็ถือแฟ้มเอกสารเอาไว้หนึ่งอัน ตลอดทางที่เดินมา มีคนไข้จำนวนไม่น้อยเลยที่จ้องมองมาที่เขา!
'หึ ๆ ในห้องพักหมอดันไม่มีคนอยู่ซะได้! พี่ชายคนนี้ก็เลยขอยืมเสื้อผ้าของพวกคุณมาใส่สักหน่อยก็แล้วกัน คิดว่าถ้าใช้สถานะหมอเข้าไปใกล้ชิดผู้ป่วย ก็คงไม่มีใครเข้ามาขัดขวางฉันหรอกมั้ง?'
หลินเฟิงอมยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะผลักบานประตูห้องพักผู้ป่วยเข้าไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย หน้าไม่แดงแถมยังหายใจเป็ปกติ แล้วก้าวเท้ายาว ๆ เดินเข้าไปด้านใน
นี่คือห้องผู้ป่วยทั่วไป ภายในมีเตียงผู้ป่วยอยู่สามเตียงซึ่งมีคนไข้นอนอยู่ทั้งหมด และเตียงด้านในสุดนั่นก็คือผู้ป่วยหญิงที่หลินเฟิงเพิ่งจะเห็นเมื่อครู่นี้ และหีบสมบัติทองแดงใบนั้นก็ยังคงเกาะติดอยู่บนหน้าผากของเธอ
"อะแฮ่ม!" หลินเฟิงกระแอมไอแห้ง ๆ ออกมา ก่อนจะรีบเดินไปที่เตียงของผู้ป่วยหญิง และในตอนนั้นเอง ญาติสองคนที่คอยเฝ้าไข้อยู่ข้างเตียงก็รีบลุกขึ้นมาต้อนรับเขาทันที
"คุณหมอคะ ตอนนี้ลูกสาวของฉันอาการเป็ยังไงบ้างคะ?"
"คุณหมอครับ ผลตรวจออกมาหรือยังครับ?"
'ผู้ป่วยหญิงคนนี้ดูอายุแค่ราว ๆ สิบเจ็ดสิบแปดปี ผู้ชายกับผู้หญิงที่เฝ้าอยู่ข้างเตียงของเธออายุน่าจะอย่างน้อยสี่สิบกว่าปีขึ้นไปแล้ว สองคนนี้น่าจะเป็พ่อแม่ของเธอสินะ?'
"พวกคุณใจเย็น ๆ ก่อนครับ ผลตรวจยังไม่ออกมา เดี๋ยวผมขอตรวจดูอาการของคนไข้ก่อนก็แล้วกันครับ" หลินเฟิงปรับอารมณ์ของตัวเองให้สงบนิ่ง จากนั้นก็เดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าเด็กสาว
"คุณหมอคะ ลูกสาวของฉันไม่ได้ป่วยเป็โรคร้ายแรงอะไรใช่ไหมคะ?"
"ถุย ๆ คุณนี่มันปากเสียจริง ๆ ลูกสาวของเราจะไปป่วยเป็โรคร้ายแรงได้ยังไงกัน?"
"ก็ฉันเป็ห่วงลูกนี่นา?"
"ห่วงก็ส่วนห่วงสิ แต่มีใครเขาพูดจาอัปมงคลแบบคุณบ้างฮะ?"
"ใช่ ๆ ที่รักผมผิดเอง ปากเน่า ๆ นี้น่าตบให้ฉีกนัก!"
"หุบปากไปเลย! อย่ามารบกวนเวลาหมอตรวจคนไข้สิ!"
"อ้อ ๆ ได้จ้ะ ได้จ้ะ"
...
เมื่อได้ฟังบทสนทนาของสองสามีภรรยาวัยกลางคนคู่นี้ หลินเฟิงก็แทบจะกลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่ แต่เพื่อไม่ให้แผนแตก เขาก็จำต้องกัดฟันอดทนฝืนเก๊กขรึมต่อไป
เขาค่อย ๆ ยื่นมือข้างหนึ่งออกไปแปะทาบลงบนหน้าผากของเด็กสาวอย่างรวดเร็ว
[ติ๊ง! กำลังเก็บหีบสมบัติ กรุณารอสักครู่...]
[10, 9, 8...]
เด็กสาวดูเหมือนจะมีไข้ อุณหภูมิบนหน้าผากของเธอร้อนผ่าว หลินเฟิงไม่ใช่หมอตัวจริง แน่นอนว่าเขาย่อมดูไม่ออกหรอกว่าเด็กสาวคนนี้ป่วยเป็โรคอะไรกันแน่ แต่นั่นก็ไม่ได้เป็อุปสรรคต่อการเก็บหีบสมบัติของเขาเลยสักนิด!
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์หลินเฟิง ได้รับหีบสมบัติทองแดง 1 ใบ!]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นข้างหู หลินเฟิงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะค่อย ๆ ชักมือกลับมา
"คุณหมอครับ ตรวจดูแล้วเป็ยังไงบ้างครับ?"
"คุณหมอคะ ตกลงว่าลูกสาวของฉันป่วยเป็อะไรกันแน่คะ?"
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคำถามจากพ่อแม่ของเด็กสาว หลินเฟิงก็แกล้งทำเป็ลูบคางตัวเองอย่างใช้ความคิด ก่อนจะตอบกลับไปด้วยสีหน้าจริงจังว่า "อาการลูกสาวของพวกคุณ ตอนนี้ผมยังไม่อยากด่วนสรุป เอาเป็ว่ารอให้ผลตรวจออกมาอย่างเป็ทางการก่อน แล้วเราค่อยมายืนยันกันอีกทีดีกว่าครับ!"
"แล้วผลตรวจจะออกมาตอนไหนคะ?"
"อย่าเพิ่งใจร้อนครับ ใกล้จะออกแล้วล่ะ!"
"อ้อ ขอบคุณคุณหมอมากเลยนะคะ!"
"ด้วยความยินดีครับ"
...
หลินเฟิงเก็บหีบสมบัติทองแดงไปได้แบบเนียน ๆ แม้ว่ากระบวนการทั้งหมดมันจะทำให้เขารู้สึกอกสั่นขวัญแขวนไปบ้าง แต่เหตุการณ์ทุกอย่างก็ถือว่าดำเนินไปได้อย่างราบรื่นสุด ๆ
หลังจากเดินออกมาจากห้องผู้ป่วย หลินเฟิงก็ไม่ได้รีบเผ่นหนีออกจากโรงพยาบาลในทันที เขากลอกตาไปมาใช้ความคิด จากนั้นก็เดินอาด ๆ ตระเวนสำรวจไปทั่วแผนกผู้ป่วยใน
เขาเริ่มจะติดใจรสชาติความหอมหวานนี้เข้าให้แล้ว และเตรียมตัวที่จะใช้สถานะ 'หมอ' นี้ เดินสายไปตามห้องผู้ป่วยต่าง ๆ เพื่อกวาดเก็บหีบสมบัติต่อไป!
'ใจกล้าหน้าด้านสุด ๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าความจะแตกแล้วโดนคนอื่นจับได้ตอนไหน?'
...
เดินผ่านห้องผู้ป่วยห้องแรก ไม่พบแม้แต่เงาของหีบสมบัติ หลินเฟิงจึงรีบหันหัวเรือมุ่งหน้าไปยังห้องถัดไปทันที
ห้องผู้ป่วยห้องที่สองก็ยังคงไร้วี่แววของหีบสมบัติ เขาไม่รอช้า รีบหมุนตัวเดินจากไปอีกครั้ง!
'เอ๊ะ? ห้องผู้ป่วยห้องนี้มีหีบสมบัติทองแดงซ่อนอยู่ด้วย! หึ ๆ งั้นก็ขอเก็บไปเลยก็แล้วกัน!'
...
จู่ ๆ หลินเฟิงก็ค้นพบข้อสังเกตบางอย่าง ดูเหมือนว่าหีบสมบัติทั้งหมดมักจะปรากฏอยู่บนร่างกายมนุษย์ ไม่สิ! บางทีมันอาจจะปรากฏอยู่บนเสื้อผ้าที่พวกเขาสวมใส่ หรือไม่ก็เป็พวกเครื่องประดับที่พวกเขาพกติดตัว
สรุปก็คือ สถานที่ที่มี 'ไอแห่งชีวิตคน' ก็มีโอกาสที่จะปรากฏหีบสมบัติขึ้น ส่วนสถานที่ที่ไร้ซึ่ง 'ไอแห่งชีวิตคน' อย่างน้อย ๆ เท่าที่สังเกตมาจนถึงตอนนี้ เขายังไม่เคยพบเห็นหีบสมบัติโผล่ออกมาเลยแม้แต่ใบเดียว
และนี่ก็คือบทสรุปจากประสบการณ์ตรงที่หลินเฟิงได้รับหลังจากเดินทอดน่องสำรวจไปทั่วโรงพยาบาล ผนวกเข้ากับประสบการณ์การเก็บหีบสมบัติเมื่อวานนี้
...
ตลอดทางที่เดินผ่านมา หลินเฟิงตระเวนสำรวจห้องผู้ป่วยไปแล้วเป็ร้อย ๆ ห้อง แต่จนถึงตอนนี้ เขากลับเก็บหีบสมบัติทองแดงมาได้เพียงแค่ 4 ใบเท่านั้น ส่วนหีบสมบัติเงินที่มีระดับสูงกว่านั้น เขายังไม่เคยเห็นแม้แต่เงา!
'แบบนี้มันจะให้น้อยเกินไปหน่อยไหมเนี่ย? หรือว่าไอ้ระบบค้นหาสมบัตินี่มันจะงกวะ? ถึงได้ขี้เหนียวไม่ยอมปล่อยหีบสมบัติออกมาให้ผู้ค้นหาได้ตามล่ากันเยอะ ๆ ขี้เหนียวชะมัด!'
ในขณะที่หลินเฟิงกำลังก่นด่าระบบอยู่ในใจ จู่ ๆ ก็มีพยาบาลสาวคนหนึ่งเดินออกมาจากห้องผู้ป่วยที่อยู่ตรงหน้า
หลินเฟิงสะดุ้งใ เขารีบะโหลบฉากไปด้านข้าง พร้อมกับก้มหน้าลงต่ำหลบสายตา แต่ใครจะไปคาดคิดล่ะว่า อีกฝ่ายจะะโเรียกชื่อของเขาออกมาเต็มปากเต็มคำ!
"หลินเฟิง?! นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?" น้ำเสียงของพี่สาวพยาบาลเต็มเปี่ยมไปด้วยความประหลาดใจ
ทว่าหลินเฟิงกลับรู้สึกใยิ่งกว่า! เขาไม่คาดคิดเลยจริง ๆ ว่าจะได้มาพบเจอคนรู้จักในสถานที่แห่งนี้ แถมคนรู้จักคนนี้ยังเพิ่งจะถูกเขาชี้หน้าด่ากราดไปหมาด ๆ เมื่อคืนที่ผ่านมานี่เอง
ใช่แล้ว พี่สาวพยาบาลคนนี้ก็คือซูเม่ย เพื่อนบ้านของหลินเฟิงนั่นเอง!
'บ้าเอ๊ย! โลกมันจะกลมอะไรขนาดนี้วะเนี่ย?'
'ปวดตับโว้ย...'