เสียงเครื่องบดกาแฟดังขึ้นเป็จังหวะสม่ำเสมอภายในร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของกาแฟคั่วใหม่นิดหน่อยกำลังจัดเรียงแก้วอยู่หลังเคาน์เตอร์ขณะที่พี่ลินกำลังรับออเดอร์จากลูกค้า
เมื่อรับออเดอร์เสร็จพี่ลินก็เดินมาหานิดหน่อย
"นี่! นิดหน่อย!" พี่ลินกระซิบ"ไม่เห็นอันนาหลายวันแล้วนะ!"
นิดหน่อยชะงักมือที่กำลังหยิบแก้วก่อนจะเงยหน้ามองพี่ลิน"จริงด้วยสิ ชักจะเป็ห่วงนะพี่ลิน"
ทันใดนั้นเสียงกระดิ่งที่ประตูร้านก็ดังขึ้น ตามมาด้วยร่างของอันนาเธอเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ
"อันนา!" พี่ลิน เรียกอย่างตื่นเต้น"หายไปไหนมาเนี่ย?"
อันนา หัวเราะเบา ๆ"ขอโทษด้วยนะพี่ลิน และนิดหน่อย พอดี่นี้ติดทำโครงการวิจัยเลยยุ่งมากๆ"
พี่ลินมองอันนาด้วยสายตาแซว ๆ"ที่แท้ก็ยุ่งอยู่กับเื่โครงการวิจัย นึกว่าหายไปไหนกับพ่อเทพบุตรหน้าหล่อคนนั้น"
"พี่ลินก้อ….ไม่ขนาดนั้นหรอกคะ!" หญิงสาวรีบหลบสายตาพี่ลินแล้วรีบเดินไปหลังร้านใส่ชุดกันเปื้อนเพื่อทำงาน
ทำงานไปได้สักพัก พี่ลินสังเกตเห็นว่า อันนาดูไม่ค่อยสดชื่น จึงเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วงว่า
"อันนา เป็อะไรรึเปล่า? ดูเหนื่อย ๆ นะ"
อันนา ยิ้มบาง ๆ ก่อนตอบเสียงแ่เบา" แค่รู้สึกเพลียนิดหน่อยคะพี่ลิน"
พี่ลิน ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน"ถ้าไม่ไหวก็บอกได้นะ หรือจะพักสักหน่อยดีไหม?"
หญิงสาว ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ "ขอบคุณค่ะพี่ลิน"
แต่เธอยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อเสียงเครื่องยนต์ของรถมอเตอร์ไซค์ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นมาจากด้านนอก
อันนา หันขวับไปมองผ่านหน้าต่างหัวใจเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัวเสียงเครื่องยนต์ที่เธอจำได้ดีทำให้ความรู้สึกหลากหลายประดังเข้ามาในหัว
หญิงสาว กลืนน้ำลายลงคอพลางขยับเข้าไปใกล้หน้าต่างมากขึ้นเธอเห็นเงาร่างของใครบางคนกำลังก้าวลงจากรถมอเตอร์ไซค์ และเพียงแค่แวบเดียวเธอก็รู้ทันทีว่าเป็ใคร
พีท…
หัวใจของอันนาเต้นแรงกว่าเดิม
พีท ก้าวเข้ามาในร้านด้วยท่าทีสบาย ๆแต่กลับทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไป ทุกสายตาหันมามองเขาเป็จุดเดียวแต่เ้าตัวดูเหมือนไม่สนใจสิ่งรอบข้างเลย
ร่างสูงเดินผ่านโต๊ะและชั้นวางของไปอย่างมั่นใจจนมาหยุดอยู่ตรงหน้าอันนาสายตาคมกริบของเขาจ้องมองเธอราวกับกำลังค้นหาคำตอบบางอย่าง
สายตาของเขามีแววบางอย่างที่อันนาอ่านไม่ออกแต่ทำให้เธอใจสั่นโดยไม่รู้ตัว
ความจริงแล้วเขาเพิ่งขอตัวออกมาจากร้านอาหารก่อนเวลา ปล่อยให้กวินและเพื่อน ๆสนุกกันต่อโดยไม่มีเขา พวกนั้นอาจจะแปลกใจที่เดี๋ยวนี้เขามีแต่ธุระเร่งรีบแต่พีทไม่อธิบายอะไรทั้งนั้น—เขามีเื่สำคัญกว่า
พี่ลิน ทำตาเป็ประกาย “โหยังพูดไม่ทันขาดคำ เทพบุตรก็ปรากฏกายเลย อิจฉาอ่ะ“นิดหน่อยที่ยืนอยู่ข้างๆพี่ลินก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อายม้วนต้วนอยู่คนเดียว
“ฉันโทรหาทำไมไม่รับสาย?” ดวงตาคมของเขา จ้องมองเธอราวกับกำลังจับผิด
อันนากะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะรีบตอบกลับ “ก็…ฉันเอาโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋านี่นา”
พูดจบเธอก็รีบเดินไปที่กระเป๋าของตัวเอง เปิดซิปแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอสว่างขึ้นพร้อมกับแสดงชื่อ "พีท"และแจ้งเตือนสายที่ไม่ได้รับหลายสาย
เธอเงยหน้ามองเขาแล้วแก้ตัวเสียงอ่อย“ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่านายโทรมา…”
“ฉันต้องทำงานจะมัวเล่นโทรศัพท์ได้ยังไง“หญิงสาวรีบอธิบาย
พีท ถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ"ฉันเลยต้องไปตามหาเธอที่ตึกคณะวิทยาศาสตร์ แต่ไม่เจอ… พอดีไปเจอโชติเขาบอกว่าวันนี้เธอมาทำงานที่ร้านกาแฟ ฉันเลยตามมาที่นี่"
อันนากะพริบตา มองเขาด้วยความใเล็กน้อย “นายไปที่คณะฉันมาเหรอ?”
พีท พยักหน้า“อืม ก็ฉันโทรหาแต่เธอไม่รับสาย จะให้ทำไงละ?”
หญิงสาวเม้มปากแน่น ไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกยังไงดี เขาตามหาเธอขนาดนี้เลยเหรอ?
เธอพยายามควบคุมสีหน้าของตัวเองให้เป็ปกติก่อนจะกลบเกลื่อนความรู้สึกด้วยการแกล้งพูดออกไป “นายทำไมต้องตามมาด้วย? นายควรจะกลับบ้านได้แล้วนะ”
พีท ส่ายหน้าก่อนจะยิ้มมุมปากแล้วตอบด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ทุกอย่างรอบตัวดูเหมือนจะหยุดนิ่ง
"ฉันมาตามหาใครบางคน...ที่ชอบขโมยหัวใจคนอื่น"
อันนาเบิกตากว้าง"นะ…นายพูดอะไรของนาย?"
นิดหน่อยกับพี่ลินที่ยืนฟังอยู่แทบจะกรี๊ดออกมา ด้านพี่ลินถึงกับจับแขนนิดหน่อยแน่นกระซิบเสียงดังอย่างตื่นเต้น "โอ๊ย! ประโยคนี้ฆ่าฉันได้เลย!"
นิดหน่อยเอามือกุมอกทำหน้าฟินเหมือนกำลังดูซีรีส์รักสุดโรแมนติก และถึงกับพึมพำ ยกมือปิดปากก่อนจะหันไปจับแขนพี่ลินแน่น "พี่ลิน!ฉันจะเป็ลม! คนบ้าอะไรจีบกันต่อหน้าต่อตาแบบนี้!"
"ถ้าเป็ฉันนะฉันเซย์เยสั้แ่นาทีแรกแล้ว!" นิดหน่อยกำลังอินกับเหตุการณ์ต่อหน้า
และลูกค้าบางคนที่นั่งจิบกาแฟเงียบๆ ถึงกับแอบยิ้มขณะมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าความโรแมนติกที่ไม่ทันตั้งตัวของพีทและอันนาทำให้ร้านกาแฟกลายเป็ฉากในหนังรักไปชั่วขณะ
อันนารู้สึกว่าหน้าของตัวเองร้อนฉ่า อย่างกับมีไฟลุกทั่วใบหน้า เธอหน้าแดงเป็ลูกตำลึงสุกไปเรียบร้อยแล้ว
เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากขณะที่สายตาของทุกคนในร้านยังจับจ้องมาที่เธอกับพีทด้วยความสนอกสนใจ โอ๊ย!นี่มันเื่บ้าอะไรเนี่ย!
เธอพูดอะไรไม่ออกสมองตื้อไปหมด ไม่คิดว่าเขาจะจู่โจมเธอแบบนี้ ต่อหน้าคนมากมาย
"ถ้าเธอทำงานเสร็จฉันจะไปส่ง เดี๋ยวฉันนั่งรอ" ชายหนุ่มหน้าหล่อ เลือกที่นั่ง และสั่งกาแฟมาทานรอ เขาดูไม่ได้รีบร้อน
อันนาไม่อาจโต้แย้งเขาได้ เธอกลับไปทำงานต่อ
จากนั้นเขาก็นั่งลงตรงที่นั่งและมองออกไปนอกร้านกาแฟอย่างสบายใจท่าทางสงบนิ่งของเขาทำให้เธออดไม่ได้ที่จะเผลอส่งสายตาไปมองบ่อยๆ
"อันนาโต๊ะสี่รอเก็บบิลอยู่!" เสียงเรียกจากนิดหน่อยทำให้เธอสะดุ้งรีบตั้งสติแล้วกลับไปทำงานต่อ แต่หัวใจของเธอยังเต้นไม่เป็จังหวะจากคำพูดและการกระทำของเขา
บางที...การที่เขาอยู่ตรงนี้ อาจจะมีความหมายมากกว่าที่เธอคิด ความอบอุ่นและรู้สึกปลอดภัยมีล้นอยู่ภายในใจเธอตอนนี้
เสียงโทรศัพท์ของอันนา ดังขึ้นอีกครั้งเสียงเรียกเข้าทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู หน้าจอแสดงชื่อ 'แม่' เธอกดรับสายทันที
"อันนา….ลูก...พ่อ โดนรถชนตอนนี้พ่ออยู่ในห้อง ICU ที่โรงพยาบาลในตัวจังหวัดอันนา รีบกลับมาดูพ่อหน่อยนะลูก" เสียงของแม่ฟังดูสั่นเครือราวกับพยายามกลั้นน้ำตา
อันนาแทบลืมหายใจความใถาโถมเข้าใส่เธอทันที
"หมอบอกว่าต้องเฝ้าดูอาการใกล้ชิดตอนนี้ยังบอกอะไรไม่ได้มากนัก..." แม่บอกด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
หัวใจของอันนาหนักอึ้งเธอรีบบอกแม่ว่า "แม่ไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวหนูจะจองตั๋วรถทัวร์กลับไปเดี๋ยวนี้เลย!"
อันนาไม่รอช้า รีบเปิดแอปจองตั๋วรถทัวร์ทันทีมือของเธอสั่นเล็กน้อยขณะที่พิมพ์ค้นหาตารางเดินรถการรอคอยหน้าจอโหลดรู้สึกยาวนานผิดปกติสำหรับเธอจนกระทั่งพบว่ามีเที่ยวรถที่ออกในอีกหนึ่งชั่วโมง แต่เธอก็ต้องผิดหวังเมื่อทุกที่นั่งเต็มหมดแม้เธอจะพยายามหารถทัวร์สายอื่นๆ แต่ก็เต็มทุกเที่ยว หัวใจของเธอเต้นแรงตลอดเวลา
….คงต้องไปรถไฟไปรอลุ้นเอาที่ชานชลาอีกที….ชั้น3 ชั้นประหยัดน่าจะพอมีที่ว่างเธอคิด…
เธอรีบบอกนิดหน่อยและพี่ลิน ด้วยเสียงสั่นเครือ ว่าวันนี้คงต้องลางานเพื่อกลับไปหาพ่อ
นิดหน่อยและพี่ลินบอกว่าไม่ต้องห่วงอะไร ให้อันนากลับไปดูแลพ่อก่อน พ่อสำคัญที่สุด
พีท เองได้ยินเื่ราวของพ่อของเธอเขารีบลุกขึ้นมาหาอันนา สายตามองเธอด้วยความเป็ห่วงเมื่อเห็นอันนา น้ำตาคลอดวงตาคู่สวยเพราะความเป็ห่วงพ่อมาก
เธอรีบเก็บข้าวของจำเป็ที่สุดใส่กระเป๋าใบเล็กแล้วออกจากร้านกาแฟไปทันที
พีทรีบเดินตามออกไปจากร้าน
"เดี๋ยวฉันไปส่งและจะไปนั่งรอเป็เพื่อนดึกแบบนี้ไปคนเดียวได้ยังไง" เขาเดินมาดักที่ด้านหน้าของหญิงสาว
พร้อมกับเอามือหนามาจับมือนุ่มของเธอให้เดินตามเขาไป
"ขึ้นซ้อนท้ายรถเลย" เขาออกคำสั่งแบบเด็ดขาด
เธอขึ้นไปบนเบาะรถมอเตอร์ไซด์จากนั้นจึงใส่หมวกกันน๊อคที่เขายื่นให้ และก้มหน้าซบที่แผ่นหลังของเขาน้ำตาของความเป็ห่วงพ่อไหลรินออกมาเป็ทางอาบแก้มสวย มือน้อยกอดกระชับรอบเอวของเขาแน่นราวกับ้ากำลังใจและความอบอุ่นจากแผ่นหลังที่แสนคุ้นเคยหัวใจของเธอเต้นแรงด้วยความหวั่นไหว ไม่รู้ว่าเป็เพราะความกลัวหรือเพราะอ้อมกอดที่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน...
เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นพร้อมกับสายลมเย็นที่พัดผ่าน แต่สิ่งเดียวที่เธอรับรู้คือไออุ่นจากเขา…
พีทรับรู้ถึงความรู้สึกเ็ปของอันนา เขารีบขับรถมอเตอร์ไซด์ไปให้ถึงสถานีรถไฟให้เร็วที่สุด
เมื่อถึงสถานีรถไฟ อันนา วิ่งไปที่ช่องขายตั๋วทันทีคนต่อแถวเยอะมาก เธอพยายามตั้งสติรอคิวอย่างอดทน ในใจภาวนาให้ยังพอมีที่นั่งเหลือบ้าง
"ไปพิษณุโลกคะ"
พนักงานดูจอคอมพิวเตอร์ก่อนจะเงยหน้าขึ้น"มีแต่ชั้น3 คุณโอเคไหมคะ?"
อันนา พยักหน้าทันทีไม่ว่าที่นั่งแบบไหน ขอแค่ได้เดินทางกลับไปให้เร็วที่สุดก็พอ เธอจ่ายเงินรับตั๋วแล้วรีบเดินไปยังชานชลา
เมื่อซื้อตั๋วแล้ว เธอลืมนึกถึง พีทชายหนุ่ม ที่มาส่งไปเลย
เธอมองหาเขาสายตาเธอพบเข้ากับร่างสูงโปร่ง ที่กำลังซื้อน้ำเปล่าและขนมขบเขี้ยวอยู่ที่ร้านค้า
เขาตั้งใจซื้อของกินเอาไว้ให้เธอกินตอนนั่งรถไฟ
“นายไม่ต้องซื้ออะไรให้ก็ได้”
“เดี๋ยวก็หิวเป็ลมก่อนไปเจอพ่อกับแม่ของเธอกันพอดี”
“เอ้า….นี่ แล้วก็กินด้วยนะ อย่าให้รู้นะว่าแอบเอาของฉันไปทิ้ง” เขาทิ้งท้าย
“กลับมาค่อยมาคิดบัญชีกัน...”สายตากรุ้มกริ่ม พูดกระซิบข้างหูเธอ
“ตาบ้า….เวลาอย่างนี้ยังจะมาพูดอะไรแบบนี้อีก” แม้จะเขินอายขึ้นมาแต่เธอก็ไม่ลืมสิ่งสำคัญ
ระหว่างรอรถไฟเธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาแม่เพื่ออัพเดตสถานการณ์
"แม่คะ พ่อเป็ยังไงบ้าง?"
เสียงของแม่เธอดูอ่อนล้า"พ่อยังไม่รู้สึกตัว หมอบอกว่ายังผ่าตัดไม่เสร็จเลยอันนา"
อันนา กัดริมฝีปากน้ำตาไหลซึมออกมาอีกครั้ง "หนูกำลังจะขึ้นรถไฟคะ จะรีบไปให้เร็วที่สุด"
"เดินทางปลอดภัยนะลูก เดี๋ยวถึงสถานีแล้วนั่งรถโดยสารต่อมาที่โรงพยาบาลเลยนะ"
“คะแม่” เธอพูดเสียงเครือ แล้วจดวางโทรศัพท์
เสียงหวูดของรถไฟดังก้องไปทั่วสถานีลมเย็นยามค่ำคืนพัดผ่านจนชายหนุ่มต้องยกมือขึ้นลูบแขนตัวเองเบา ๆ
พีทเองไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเองจะมายืนรอใครสักคนที่สถานีรถไฟแบบนี้เขาไม่ค่อยจะคุ้นชินเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้เป็ปัญหาอะไรสำหรับเขา
ปกติแล้วการเดินทางของเขาคือการขี่มอเตอร์ไซค์คู่ใจหรือนั่งเครื่องบินเดินทางไปยังจุดหมาย แต่ครั้งนี้มันแตกต่างออกไป
“ขอบใจนายมากนะ”
เขามองใบหน้าของเธอที่แม้จะดูเหนื่อยล้าแต่แฝงไปด้วยความกังวลดวงตาของเธอสะท้อนถึงความรีบเร่งและความรู้สึกที่เขาไม่สามารถอธิบายได้
“ได้เวลาขึ้นรถแล้ว นายกลับได้แล้วล่ะ”อันนา เอ่ยพลางมองไปยังขบวนรถไฟที่กำลังจอดเทียบชานชาลา
พีท ลังเลเล็กน้อยก่อนจะพูดว่า“ถ้าเธอกลับมาถึง โทรหาฉันนะ ฉันจะมารับ”
“ไม่เป็ไร เกรงใจนายน่ะ” หญิงสาว ยิ้มบางๆ แต่พีท กลับรู้สึกว่ามันเป็รอยยิ้มที่เจือไปด้วยความเศร้า
“เกรงใจ หรือไม่อยากให้กวนใจกันแน่?…” ชายหนุ่มถามกลับด้วยน้ำเสียงที่เจือแววล้อเล่นแต่ในใจกลับไม่รู้สึกเช่นนั้นเลย
อันนา เบือนหน้าหนีเล็กน้อย “นี่…นาย…ยังจะมากวนอีก….”
พีท หัวเราะเบา ๆ มองมาที่เธออย่างจริงจัง“ถ้ากลับมา ต้องโทรมานะ ฉันจะมารับ”
หญิงสาว มองหน้าที่จริงจังคมเข้มตรงหน้าเธอ พยักหน้าตอบรับเขาเบาๆ และไม่พูดอะไรต่อ
เธอหันหลังแล้วก้าวขึ้นรถไฟไปด้วยหัวใจที่หนักอึ้งหาที่นั่งบนเบาะชั้น 3 อย่างเร่งรีบ ขณะที่รถไฟเริ่มเคลื่อนตัวเธอหันกลับมามองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นชายหนุ่มร่างสูง ยืนเด่นอยู่ตรงนั้น สายตาของเขามองตามเธอด้วยความเป็ห่วง
ขบวนรถไฟค่อย ๆ เคลื่อนออกจากชานชาลาพร้อมกับความรู้สึกที่ค้างคาอยู่ในใจของทั้งสองคน
รถไฟเริ่มเคลื่อนตัวออกจากชานชลาแต่หญิงสาวกับชายหนุ่ม ก็มองตากันจนลับทางวิ่ง
ระหว่างการเดินทางรถไฟเคลื่อนตัวไปอย่างช้า ๆ เสียงล้อกระทบรางดังเป็จังหวะ
อันนา นั่งกอดกระเป๋าแน่นใจจดจ่ออยู่กับปลายทางและความหวังว่าพ่อจะปลอดภัย