บทที่24
ภารกิจลับ
องครักษ์ที่คอยติดตามแม่ทัพใหญ่อยู่ทำการมาเชิญหลี่หยางและอี้ชิงเข้าไปพบแม่ทัพใหญ่ด้วยตนเอง
หลี่หยางและอี้ชิงทำการเดินทางไปพบแม่ทัพใหญ่โจวภายในการโจมขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางค่ายนั่นคือสถานที่ที่เป็กระโจมที่เป็สถานที่ที่อยู่ของแม่ทัพใหญ่ในขณะนี้
ทั้งสองทำการเดินเข้ามาภายในกระโจมสีขาวอันใหญ่โตอย่างรวดเร็วเมื่อทำการเดินเข้ามาสิ่งที่ได้พบเห็นได้ทันทีมันก็คือพื้นที่กว้างขวางในสถานที่แห่งนี้มีแผนที่ขนาดใหญ่ถูกกลางเอาไว้บริเวณโต๊ะขนาดใหญ่ใจกลางกระโจมและก็มีโต๊ะที่นั่งมากมายที่ตั้งประดับลงไว้เป็ตำแหน่งที่นั่งของพวกขุนนาง
สถานที่แห่งนี้มันคือสถานที่ที่ภายในกองทัพพวกเขาใช้เป็สถานที่ในการประชุมแผนการของเหล่าแม่ทัพนายกอง
เมื่อเข้ามาภายในนี้ดวงตาของพวกเขามองตรงไปที่บริเวณเก้าอี้ตำแหน่งประธานภายในกระโจมแห่งนี้อย่างรวดเร็ว
เก้าอี้ตำแหน่งประธานภายในกระโจมแห่งนี้เป็ที่นั่งขนาดใหญ่มันเป็เก้าอี้เหล็กที่บ่งบอกถึงฐานะที่แตกต่างจากพวกขุนนางทั่วไป
ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้นั้นก็ไม่ใช่ใครอื่นนั่นก็คือแม่ทัพใหญ่ของกองทัพแห่งนี้แล้วเขาเองก็เป็คนที่ทำการเรียกพวกเขาทั้งสองเดินทางมาพบด้วยตนเอง
คนผู้นั้นยังคงบุคลิกท่าทางเอาไว้เช่นเดิมถ้าทางภายนอกของเขามีท่าทางที่ดูองอาจสง่างามและมีท่าทางเคร่งขึงที่คอยยกชูร่างกายที่สง่างามนั้นให้ดูองอาจขึ้นไปอีกระดับ
แต่ว่าเมื่อมองเห็นพวกเขาทั้งสองเดินทางมาถึงบนใบหน้าที่เคร่งขรึมจริงจังนั้นก็ได้แปรเปลี่ยนกลายเป็รอยยิ้มอย่างรวดเร็ว
โจวผิงเขาที่เป็แม่ทัพใหญ่ในการนำกองทัพมาครั้งนี้ตัวของเขามองเห็นความสามารถของทั้งสองคนั้แ่ในวันนั้น
เขาเป็คนจับตาดูทั้งสองอยู่ตลอดเวลาเขาจับตาดูเพื่อที่ให้ได้รู้ว่าคำพูดที่หลี่หยางพูดออกมานั้นเป็จริงเช่นนั้นหรือไม่
แน่นอนว่าหลี่หยางตัวของเขาสามารถทำตามได้ที่ตัวของเขานั้นเคยพูดเอาไว้เขาได้ทำการพิสูจน์ตนเองในาฟาดฟันตรงไปนับร้อยนับพันจนตัวของเขานั้นได้ฉายาว่าอสูรแห่งาในตอนนี้
ไม่ว่าผู้ใดภายในาก็ต่างหวาดกลัวเขาทั้งนั้นเรียกได้ว่าเขากลายเป็ผู้ที่รู้จักกันดีทั้งหมู่ของอาหารของดินแดน 5 ธาตุแล้วก็ทหารของดินแดนมาร
เมื่อทั้งสองทำการเดินเข้ามาพวกเขาได้เดินตรงไปหาผู้ที่อยู่ด้านหน้าอย่างรวดเร็ว
พวกเขาแสดงท่าทางงอกงามออกมาฝากมือทั้งสองข้างยกขึ้นมาประสานกันแล้วก็ทำการก้มคารวะผู้สูงศักดิ์ที่อยู่ด้านหน้า “ คารวะแม่ทัพใหญ่ขอรับ”
เมื่อพวกเขาทำการคารวะผู้ที่อยู่ด้านหน้าเสร็จเรียบร้อยผู้ที่อยู่ด้านหน้าแสดงรอยยิ้มออกมาก่อนที่ตัวของเขาจะทำการพยักหน้าขึ้นลงแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ระรื่นปนหัวเราะ “ ฮ่าๆๆๆไม่ต้องมาพิธีไม่ต้องมาพิธี ”
“ ไม่ทราบว่าท่านแม่ทัพเรียกข้ามามีเื่อันใดอย่างนั้นหรือขอรับ? ”หลี่หยางเอ่ยถามออกไปอย่างรวดเร็ว
“ บอกแล้วอย่างไรว่าให้เรียกตัวของข้าว่าท่านลุง ”โจวผิงพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม
อย่างไรเสียตัวของเขาและก็บิดาของหลี่หยางก็เป็สหายรักกันแล้วก็เป็เพื่อนร่วมรบกันมาั้แ่สมัยก่อนแน่นอนว่าศักดิ์และฐานะของเขาคงจะไม่พ้นไปจากนี้
“ ได้ขอรับท่านลุง ว่าแต่ตัวของท่านเรียกพวกข้าทั้งสองมาพบเป็การส่วนตัวเช่นนี้มีเื่อะไรอย่างนั้นหรือขอรับ?” หลี่หยางเอ่ยย้ำถามกับไปด้วยคำถามเดิม
“ มานั่งก่อน ” โจวผิงปรายมือของตนเองไปที่นั่งทางด้านซ้าย
หลี่หยางได้ทำการเดินตรงไปอย่างรวดเร็วแล้วก็ไปนั่งลงบริเวณที่นั่งทางด้านซ้ายมือของแม่ทัพใหญ่โจว
อี้ชิงทำการเข้าไปยืนประจำตำแหน่งอยู่ทางด้านของนายน้อยของตนเอง
“ ข้ามีเื่สำคัญอยากจะให้เ้ากระทำอันใดสักหน่อยแต่ว่าเื่นี้ไม่ใช่เื่บังคับตัวของข้าจะหาความเห็นของเ้าว่าเ้าอยากจะทำเื่นี้หรือไม่ ” ผู้ที่อยู่ด้านหน้าได้เริ่มทำการเอ่ยคำพูดออกมาดวงตาทั้งสองข้างเต็มไปด้วยความจริงจัง
“ แน่นอนว่าถ้าชอบทำเื่นี้สำเร็จเ้าจะได้รับความดีความชอบเป็อย่างมากแล้วข้าเองก็จะมีรางวัลพิเศษให้เ้าด้วยเช่นเดียวกัน”
“ รางวัลอย่างนั้นหรือขอรับ รางวัลอันใดขอรับ? ” หลี่หยางถามออกมาอย่างรวดเร็ว
เมื่อได้ยินคำถามเช่นนั้นมันทำให้ผู้ที่นั่งอยู่ด้านหน้าแสดงรอยยิ้มที่มุมปากก่อนที่เขาจะทำการพูดออกมาด้วยน้ำเสียงปนหัวเราะ “ เ้าไม่ถามถึงภารกิจก่อนเลยอย่างนั้นหรือว่าภารกิจอันใด?”
หลี่หยางยิ้มแล้วตอบกลับ “ สำหรับข้าแล้วจะถามถึงค่าตอบแทนก่อนขอรับ!!”
“ ฮ่าๆๆๆ ดี!!! ดี!!! ” แม่ทัพใหญ่ที่นั่งอยู่ด้านหน้าหัวเราะออกมาด้วยความสะใจ
“ ของที่ตัวของข้าจะมอบให้เป็เงินอย่างไร 100 เหรียญทอง” โจวผิงยื่นข้อเสนอออกมาในทันที
เมื่อพูดถึงเงิน100เหรียญทองมันไม่ใช่เงินน้อยด้วยจำนวนเงินขนาดนั้นเรียกได้ว่าเป็จำนวนเงินที่สามารถนำไปซื้อของดีๆแล้วก็สามารถนำไปใช้ชีวิตได้อีกนานเลยทีเดียว
หลี่หยางตัวของเขานิ่งสนิทไปดวงตาทั้งสองข้างหรี่เล็กลงในตอนนี้ภายในหัวของเขามันกำลังคิดไตร่ตรองเกี่ยวกับเื่ผลประโยชน์มากขึ้นก่อนที่จะพูดออกมา “ ตัวของข้าอยากจะขออันใดท่านลุงอีก1 อย่างได้หรือไม่ขอรับ ”
เขามีบางอย่างอยู่ภายในใจของตนเอง
“ ได้สิ!!! ถ้าเ้าทำภารกิจครั้งนี้สำเร็จถ้ารับปากว่าแต่เื่นั้นคือเื่อะไรกันแน่ ”
“ เกี่ยวกับเื่นั้นถ้าอยากจะให้ท่านลุงช่วยดูแลท่านแม่ของข้าหลังจากที่าครั้งนี้จบลงเพราะว่าข้าจำเป็จะต้องเดินทางไปทำธุระบางอย่างและสสารบางอย่างก่อนที่จะเดินทางกลับเมือง” หลี่หยางพูดออกมาด้วยใบหน้าจริงจัง
โจวผิงที่กำลังนั่งอยู่เขาหยุดคิดเล็กน้อยดวงตาก้มต่ำลงภายในหัวกำลังไต่ตรองเกี่ยวกับเื่ราวที่เกิดขึ้นและข้อเสนอที่อีกฝ่ายยื่นออกมา
หาที่เขาจำเป็ต้องหยุดคิดเช่นนี้มันเองก็มีเหตุผลอยู่มันเป็เพราะว่าตัวของเขาถ้าจะต้องให้ทำตามคำขอในข้อนี้จำเป็จะต้องเข้าไปแทรกแซงเกี่ยวกับตระกูลอื่นนั่นก็คือตระกูลหลี่ซึ่งมันไม่ใช่เื่ธรรมดาแล้วก็ไม่ใช่เื่ที่ทำได้อย่างง่ายดาย
แต่หลังจากที่ไต่ตรองมาสักพักโจวผิงได้ทำการเงยหน้าขึ้นมาก็เผชิญหน้ากับบุตรชายของสหายคนสนิทอีกครั้งก่อนที่จะตอบกลับไป “ ได้!!!!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นดวงตาทั้งสองข้างของหลี่หยางเบิกกว้างขึ้นก่อนที่เขาจะทำการทางออกไปแล้วแสดงใบหน้าราวกับว่าไม่อยากจะเชื่อ “ ท่านพูดจริงอย่างนั้นหรือขอรับ!!”
อีกฝ่ายทำการพยักหน้าตอบรับ “ แน่นอนพูดจริง!!”
“ เพราะเื่นี้จะเป็การแทรกแซงอำนาจของตระกูลอื่นแต่ข้าคิดว่าพอจะมีทางที่สามารถกระทำได้อยู่ตัวของข้าจะบอกว่าเ้าสร้างความดีความชอบในาแล้วก็จะดึงตัวของมารดาของเ้ามาอยู่ที่จวนตระกูลโจวสักพัก”
“ แต่ว่าคงจะทำได้ด้วยระยะเวลาเพียงแค่ประมาณ 2-3 เดือนเท่านั้นคงจะถ่วงเวลาไม่ได้นานกว่านั้นเื่นี้เ้าพอรับได้หรือไม่ ” โจวผิงเขากำลังคำนวณแผนการที่เขานั่งคิดเอาไว้ภายในหัวออกมาอย่างเสร็จสรรพ
เขารู้ดีว่าการแทรกแซงอำนาจและแทรกแซงตระกูลอื่นและยิ่งเป็ตระกูลใหญ่ๆอย่างตระกูลหลี่ไม่ได้ทำง่ายดายนะอีกครั้งเื่นี้ ถึงแม้ว่าทำได้ก็คงจะถ่วงเวลาไว้ได้ไม่นานนัก
หลี่หยางที่ได้ฟังเช่นนั้นเขาทำการพยักหน้าตอบรับกลับมาก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ เพียงแค่นั้นก็เพียงพอแล้วขอรับ”
“ ถ้าเช่นนั้นเชิญท่านลุงกล่าวธุระและปัญหาที่ท่านลุงอยากจะไหว้วานให้ข้านั้นทำ” หลี่หยางเขาทำการส่งมือไปหาผู้ที่อยู่ด้านหน้า
ผู้ที่กำลังนั่งอยู่ด้านหน้าได้ทำการพยักหน้าแล้วก็เริ่มทำการพูดออกมาอย่างรวดเร็ว “ เกี่ยวกับเื่นี้ภารกิจสำคัญของทางกองทัพได้ถูกสร้างขึ้นมามันเป็ภารกิจลับ”
“ ข้าอยากจะให้พวกเ้าสองคนทำการควบคุมยอดฝีมือของกองทัพอีกประมาณ 10คนเดินทางแล้วก็เข้าไปภายในกองทัพของเผ่ามารแล้วก็ทำการเผาเสบียงของพวกมันซะ”
นั่นคือภารกิจและก็รายละเอียดที่อีกฝ่ายนั้นยื่นข้อเสนอมาให้
ทำการลักลอบไปเผาเสบียงภายในกองทัพของอีกฝ่ายมันไม่ใช่เื่ที่ง่ายดายเลยสักนิด
อี้ชิงที่กำลังยืนอยู่ด้านหลังของนายน้อยใบหน้าของเขาเปลี่ยนสีไปทันทีบ่งบอกถึงความตื่นตระหนกและใแถมมันยังแฝงเร้นความหวาดกลัวเอาไว้อยู่ไม่น้อย
เื่ที่ท่านแม่ทัพที่อยู่ด้านหน้าพูดออกมาแน่นอนว่ามันเป็เื่ราวที่ใหญ่โตมันเป็เื่ราวที่ใหญ่โตจนตัวของเขานั้นรู้ดีว่าถ้าเดินทางเข้าไปภายในสถานที่แห่งนั้นได้รับทำภารกิจในครั้งนี้มีโอกาสเป็อย่างมากที่พวกเขาและจะโดนสังหารตาย
โจวผิงที่กำลังนั่งอยู่ด้านหน้าเมื่อเห็นท่าทางที่กำลังตัดสินใจของพวกพยายามจะพูดเกี่ยวกับรายละเอียดให้มากขึ้นเพื่อให้อีกฝ่ายนั้นยอมตกลง “ พวกเราเคยมีคนแฝงตัวเข้าไปแล้วตัวของเขาสามารถได้แผนที่ภายในนั้นกลับออกมาด้วยแล้วก็รู้ด้วยที่ตั้งเสบียงของมันอยู่บริเวณส่วนด้านหลังสุดของกองทัพ”
“แต่ช่างน่าเสียดายที่เขาไม่สามารถลงมือได้เพราะว่าบริเวณนั้นมีการป้องกันที่แ่าเป็อย่างมากก็เลยอยากจะให้เ้าที่เป็คนที่มีความสามารถได้ทำภารกิจในครั้งนี้”
“ ถ้าเ้าสามารถทำได้สำเร็จาครั้งนี้มันจะจบลงรวดเร็วกว่าที่เ้าคิด”
“ กองทัพของพวกเราแทบจะไม่สามารถต้านทานกับพวกกองทัพเขามาได้แล้วมองดูแล้วน่าจะสามารถต้านทานและยังทับได้อีกมากสุดก็ครึ่งเดือน”
“ มันมีตัวแปรสำคัญที่เข้ามาภายในาด้วย ” โจวผิงตัวของเขาแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดในขณะที่พูดถึงสถานการณ์ของาในตอนนี้
หลี่หยางที่กำลังนั่งคิดอยู่เขานั่งคิดไปไปมามาๆดวงตาทั้งสองข้างมองตรงไปยังท่านแม่ทัพที่นั่งอยู่ก่อนที่จะตอบกลับหลังจากที่ครุ่นคิดมาเป็อย่างดีแล้ว “ ได้ขอรับ!!!”
จบบท