ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยกับสตรีมีอายุด้านข้างด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน"ท่านแม่คะ นี่ก็คือสาวใช้ที่เป็สหายเรียนของเ้าเก้า" ยามเรียกคุณชายเก้าบุตรชายคนเล็กคนนี้น้ำเสียงของนางช่างเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่
หวางอันเหริน* ผงกศีรษะอย่างพอใจ"เด็กคนนี้ไม่เลวดูแล้วสะอาดสะอ้านไม่มีจริตยั่วยวน ดูท่าหลานยี่จะตั้งใจศึกษาแล้วจริงๆ ไม่เหมือนกับพวกที่เล่นเสเพลลุ่มหลงแสงสีข้างนอกนั่นมิรู้ว่าลับหลังก่อเื่อันใดเอาไว้บ้าง"
ฮูหยินผู้เฒ่าหัวเราะชอบใจ"ท่านแม่อย่าได้พูดให้ท้ายเขาเช่นนี้เลยเขาใช่คนที่จะตั้งใจศึกษาร่ำเรียนที่ไหนกัน แค่เขาอ่านออกเขียนได้ข้าก็สำนึกในพระพุทธคุณแล้ว"
หวางอันเหรินมิสนใจคำพูดของฮูหยินผู้เฒ่าเพราะกำลังพิจารณาสุยอันอย่างถี่ถ้วน"เด็กคนนี้ดวงตางดงามใบหน้ากลม วาสนาดี"
เมื่อสุยอันได้ยินดังนั้นขนทั้งร่างพลันตั้งชันประหนึ่งต้นกกลู่ลมก็มิปาน
ยามปกติหากชมใครว่ามีวาสนาแปดส่วนของประโยคต่อไปก็จะพูดถึงการแต่งงาน หากกล่าวว่าสาวใช้มีวาสนาส่วนใหญ่ก็ไม่พ้นถูกเลือกเป็สาวใช้ห้องข้าง*
นางไม่เคยคิดถึงเื่นี้ดูแล้วคุณชายเก้าก็ไม่มีเจตนาเช่นนั้นกับนางเช่นกัน นี่เป็เื่ระหว่างพวกเขานายกับบ่าวที่เข้าใจกันดี
แต่กลัวอะไรก็มักจะเป็เช่นนั้น
"พ้นปีนี้หลานยี่ก็จะครบสิบห้าถึงเวลาที่ต้องหาคนไปปรนนิบัติในห้องแล้ว ข้า..." หวางอันเหรินยังพูดไม่ทันจบก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากฉากบังลมขัดขึ้นเสียก่อน"ท่านแม่เจี่ยวเหลียนฮวัน* ของข้าอยู่ที่ใดกัน"
เพียงสุยอันได้ยินเสียงก็รู้ทันทีว่าเป็ฉู่ยี่
เมื่อฉู่ยี่ก้าวเข้ามาคำพูดประโยคนั้นก็ถูกขัดเห็นได้ชัดว่าเขารู้นานแล้วว่าท่านย่าอยู่ที่นี่ เมื่อนั่งลงบนตั่งก็ถลาเข้าไปในอ้อมกอดของหวางอันเหรินทันที
ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยอย่างอ่อนใจ"เ้าเด็กคนนี้ น้องชายน้องสาวอยู่กันเต็มเรือนเช่นนี้ยังจะออดอ้อนอีก"
หวางอันเหรินชอบให้หลานชายออดอ้อนตนเองเช่นนี้นักจึงยกมือปราม"เ้าก็พูดอยู่ว่าเป็เด็กฉะนั้นเด็กก็มิควรแบ่งแยกลำดับขั้น เด็กควรทำเื่ที่เด็กควรทำ" เอ่ยจบก็ก้มหน้าถามฉู่ยี่ว่ามื้อเช้ากินอะไรพักนี้ชอบกินอะไรเป็พิเศษหรือไม่ อยากเล่น...เพียงคุณชายเก้าก้าวเข้ามาบรรดาสาวใช้ด้านหลังก็เดินเรียงรายกันเข้ามาทั้งยกกะละมังประเคนผ้าแล้วยังหาเจี่ยวเหลียนฮวันมาให้
สุยอันอยากให้เวลาผ่านไปเร็วๆนางจะได้ลอบออกไปพร้อมกับคนอื่นๆ แต่ฮูหยินผู้เฒ่ายังไม่ลืมเื่ของนางพลันเอ่ยถามด้วยใบหน้าจริงจัง"อาจารย์หลินอาศัยอยู่ที่จวนได้ระยะหนึ่งแล้วเ้ารู้หรือไม่ว่าท่านชอบอะไรบ้าง"
หลังอาจารย์หลินมาก็พำนักอยู่ที่เรือนหลังเล็กข้างเรือนหนังสือของคุณชายเก้าอุปนิสัยของเขาเก็บตัว ดังนั้นจึงไม่เอาเด็กรับใช้ ฮูหยินผู้เฒ่าได้สั่งให้คนมาบอกสุยอันให้คอยดูแลเป็พิเศษเผื่อหญิงรับใช้าุโขั้นต่ำจะดูแลได้ไม่ดี
สุยอันคอยดูแลเื่อาหารการกินและเสื้อผ้าอาภรณ์ของอาจารย์หลินเท่านั้นส่วนเื่อื่นที่ท่านไม่ชอบให้ไปยุ่ง นางก็ไม่ได้เสนอหน้าเข้าไปวุ่นวาย
เมื่อฮูหยินเอ่ยถามสุยอันก็ตอบอย่างนอบน้อม "อาจารย์หลินชอบสวมชุดที่ทำจากผ้าฝ้าย ชอบอาหารทางใต้พิถีพิถันในการดื่มชามาก เคยตักเตือนบ่าวในเื่นี้สองครา เรือนพักอาศัยของอาจารย์หลินไม่้าคนคอยรับใช้ท่านลงมือทำทุกอย่างด้วยตนเอง ท่านบอกว่ายามอยู่บ้านเดิมก็ทำเองเช่นนี้เหมือนกันเ้าค่ะ"
ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นว่านางตอบแต่จุดสำคัญจึงพยักหน้ารับรู้
และหันไปอธิบายเพิ่มเติมกับหวางอันเหริน"อาจารย์หลินท่านนี้หากพูดให้น่าฟังท่านคือทหารพ่ายศึกหากพูดไม่น่าฟังท่านคือคนไร้ประโยชน์คนหนึ่ง แต่มิรู้ว่าลูกเขยของท่านถูกเขาเอาอะไรให้กินไม่เพียงส่งเขามาอาศัยในจวน ซ้ำยังช่วยหาครอบครัวที่อยู่ทางใต้ของเขาจนพบและจะพามาอยู่ที่นี่ด้วยตอนนี้ก็กำลังเดินทางกันมาแล้ว ทำให้ข้าต้องเตรียมเรือนหาที่พักอีกยกใหญ่ มิรู้จะเริ่มลงมือจากส่วนใดดี"
หวางอันเหรินระบายยิ้ม"คนพูดกันว่าแขกมักจะเกรงใจเ้าของบ้านเ้าของบ้านว่าอย่างไรก็อย่างนั้น เ้าทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี พวกเขาจะพอใจหรือไม่ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเ้าแล้ว"
สุ้มเสียงที่กล่าวถึงอาจารย์หลินแทบจะไม่เหลือความนับถือ
สุยอันคิดว่าที่เป็เช่นนี้เพราะทุกคนคงได้ยินเื่ที่อาจารย์หลินยกธงขาวยอมแพ้แล้วกระมัง
คนสมัยก่อนเห็นความกล้าหาญเป็สำคัญการที่อาจารย์หลินขึ้นสนามรบแต่ยังไม่ทันรบกลับยกธงขาวยอมแพ้จึงทำให้คนดูแคลนไม่น้อย
ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้ารับ"ข้าก็เห็นว่าลูกเก้าศึกษากับท่านได้อย่างสงบสุขจึงคิดว่าหากหลีกเลี่ยงได้ก็หลีกเลี่ยงเสีย" นางหยุดพูดไปพักหนึ่งก่อนหันมามองสุยอันแล้วเอ่ยว่า"ไหนๆ เ้าก็รู้ความชอบของอาจารย์หลินแล้วเช่นนั้นหากครอบครัวของอาจารย์หลินมาถึง เ้าก็จัดการเขียนสิ่งของที่ต้องใช้ออกมาให้เรียบร้อยและไปเบิกกับจื่อยวี่เสีย"
แววตาครั้งก่อนของจื่อยวี่ทำให้สุยอันหวาดหวั่นเมื่อได้ยินเช่นนี้นางก็ลอบถอนใจอย่างโล่งอกแม้จะเป็เื่ที่ฮูหยินผู้เฒ่ามิใส่ใจ แต่ไม่ได้หมายความว่าบ่าวอย่างนางจะไม่ใส่ใจด้วยได้นางจึงรับคำอย่างแข็งขัน
ฮูหยินผู้เฒ่าหันไปเอ่ยกับหวางอันเหริน"ท่านแม่อย่าเห็นว่านางอายุยังน้อยนะเ้าคะใจของนางมีตาชั่งอยู่ รู้หนักรู้เบาเป็อย่างดี"
ฉู่ยี่แค่นเสียงหัวเราะอยู่ในอ้อมอกของหวางอันเหรินและชี้ไปที่สุยอัน"ตาชั่งแบบนางหากไม่ขาดไปขีดสองขีดก็คงได้ขาดทุนย่อยยับ"
การที่เ้านายดูถูกบ่าวรับใช้นั้นช่างเป็เื่ที่แสนจะธรรมดาหากเห็นบ่าวเป็เพื่อนนี่สิถึงจะแปลก
สุยอันยังคงสงบนิ่งดุจขุนเขาแต่ในใจกลับกำลังถากถางเป็ชุด'การที่ท่านอดทนอาจารย์หลินขนาดนี้ก็เพราะกลัวแม่ทัพฉู่กลับมาเฉ่งบัญชีเหมือนกันไม่ใช่หรือ'
หวางอันเหรินเห็นว่านางไม่เอ่ยปากตอบโต้ก็ยิ่งชอบนางหลังสุยอันออกไปฮูหยินผู้เฒ่าได้แอบถามหวางอันเหริน "ท่านแม่ว่าสาวใช้คนนี้เป็อย่างไรเ้าคะข้าพิจารณานางมาสักพักแล้ว อยากจะให้นางคอยปรนนิบัติในเรือนลูกเก้า"
นางไม่ได้พูดลับหลังฉู่ยี่แต่อย่างไรเมื่อฉู่ยี่ได้ยินก็พลันขมวดคิ้ว "ลูกไม่้าคนมาคอยปรนนิบัติและไม่้าสาวใช้ตัวดีนั่นด้วย"
ั้แ่เล็กจนโตรอบกายเขาก็รายล้อมไปด้วยสาวใช้ใครคิดกับเขาเช่นไรทำไมเขาจะไม่รู้
แล้วจะให้คุณชายที่เติบใหญ่มาในตระกูลร่ำรวยมีชื่อเสียงนิสัยหยิ่งทะนงเช่นเขาไปใส่ใจสาวใช้ที่ไม่สนใจตนเองเช่นนั้นหรือ
หวางอันเหรินลูบต้นแขนฉู่ยี่เล็กน้อย"ข้าไม่เห็นพี่ชายใหญ่เ้าจะกล้าพูดจาเช่นนี้กับมารดาเ้าเลย" ฮูหยินผู้เฒ่าเป็ภรรยาเอกคนที่สามของแม่ทัพฉู่ฮูหยินคนก่อนจากไปนานแล้ว ตอนนี้พวกลูกๆ ของภรรยาเอกคนก่อนต่างก็เรียกนางว่าท่านแม่
ฉู่ยี่ไม่เอ่ยวาจาใดอีกเพียงก้มหน้าเล่นเจี่ยวเหลียนฮวันในมือ
ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นว่าเขาเงียบไปจึงรีบอธิบายกับมารดาของตน"ลูกเก้าอายุสิบสี่แล้วตอนพี่ชายคนโตลูกอายุเท่านี้ก็แต่งงานไปสองปีแล้ว"
"เมื่อก่อนข้ากลัวว่าอารมณ์ของเขาไม่แน่นอนหากรีบแต่งงานอาจจะทำลายร่างกายของเขาได้จึงได้ยับยั้งเื่นี้ไว้ก่อน แม่สื่อที่มาคุยต่างก็ถูกข้าปฏิเสธกลับไปจนหมดแต่ยามนี้เื่อ๋องหลิ่งก่อฏก็สงบลงแล้ว ในไม่ช้านายท่านก็ต้องยกทัพกลับเมือง หากข้ารอนายท่านกลับมาแล้วค่อยพูดเื่นี้จะทำให้ข้ากับนายท่านเหมือนเข้าไปยุ่งวุ่นวายมากเกินไปและจะทำให้ลูกสะใภ้ขายหน้าได้"
หวางอันเหรินผงกศีรษะตามคำพูดของนางฉู่ยี่เบ้ปากและลุกขึ้นขอตัวลา "พี่เจ็ดบอกว่าผิงจวิ้นหวางได้กระบี่ดีมา ลูกอยากไปดู"
หลังฮูหยินผู้เฒ่าไล่เขาไปเรียบร้อยก็หันมาพูดกับมารดาต่อ"เด็กสุยอันคนนี้พูดน้อยรู้ความท่านมิรู้อันใด ตอนที่นางเพิ่งมาเ้าเก้าเอาหนังสือมาเผาแทนฟืน วันๆ เอาแต่บอกว่าจะเป็แม่ทัพกล้าดังนายท่านขนาดข้ายังอดเดือดดาลไม่ได้ ทุบเขาไปไม่รู้กี่ครั้ง แต่พอสุยอันไปถามบ่าวรับใช้หนุ่มของเ้าเก้าว่าเป็แม่ทัพมิต้องอ่านเขียนเรียนศึกษาหรอกหรือยังถามว่าพวกตำราพิชัยาเ่าั้ใครเป็คนเขียน...มิน่าเชื่อว่าเ้าเก้าจะคิดตามได้ นับแต่นั้นแม้จะเที่ยวเล่นเสเพลแต่ก็ทนเรียนมาตลอดไม่ได้ทำให้บรรดาอาจารย์โกรธจนกระอักเืเหมือนเคย ลูกเคยลองใจนางหลายครั้ง นางไม่สนใจเงินทองแม้แต่น้อยซึ่งหาได้ยากยิ่งซ้ำนางยังรู้หนังสือ หากให้ไปปรนนิบัติเ้าเก้าช่วยเขาดูแลจัดการเื่ต่างๆ คงเป็การดียามนี้สาวใช้รอบกายของเ้าเก้าหากไม่อายุเยอะเกินก็ไม่รู้หนังสือสักตัว อยากจะยกย่องก็ยกย่องไม่ได้สักคนหากจะหาจากข้างนอกก็มิรู้ต้องหาอีกนานเท่าใดจึงจะเจอที่ถูกใจ"
หวางอันเหรินพยักหน้าช้าๆ"เ้าพูดมีเหตุผล"
สุยอันไม่รู้เื่พวกนี้แม้แต่นิดเดียวแต่สาวใช้ใหญ่ข้างกายฮูหยินผู้เฒ่าพอจะจับต้นชนปลายได้บ้าง แต่ในเมื่อเ้านายยังไม่แสดงท่าทีชัดเจนก็มิมีใครกล้าป่าวประกาศออกไปทั้งนั้น
สุยอันที่ได้รับภารกิจใหม่ก็ยุ่งอยู่กับการตรวจรายการของ
เื่ใหญ่ในชีวิตมนุษย์มีสี่เื่คือเครื่องนุ่งห่มอาหาร ที่อยู่อาศัย และการเดินทาง หากครอบครัวของอาจารย์หลินมาถึงสิ่งแรกก็ต้องนึกถึงคือที่อยู่อาศัย
สำหรับเื่เรือนที่พักนั้นเดิมอาจารย์หลินเป็คนเลือกเอง ทำเลไม่เลวมีประตูเล็กติดกับถนนด้านนอก สามารถเดินทางได้อย่างสะดวก
แต่ใช่ว่าจะไม่มีข้อเสียเลยด้านหลังของเรือนหลังนั้นเป็สระน้ำ ทำให้ฤดูหนาวจะหนาวเป็พิเศษ
อาจารย์หลินเป็คนทางใต้หากฤดูหนาวมาเยือนเกรงว่าจะทนหนาวไม่ได้ ดังนั้นควรจะเตรียมฟืนทีเดียวให้พอเพื่อที่แขกจะได้ไม่หนาวและเพื่อป้องกันนางจะได้ไม่ต้องมารับผิดชอบทีหลังเช่นกัน
ต่อมาคือการตกแต่งภายในเรือนอาจารย์หลินเป็คนเรียบง่าย ภายในห้องไม่มีของตกแต่งมีค่าใดๆ แต่มิรู้ว่าครอบครัวของเขาจะเป็เช่นไรสุยอันยึดแบบตามห้องรับแขกของเรือนและเขียนข้าวของที่้าใช้ออกมาสองใบ ขีดๆ ลบๆและใช้วิธีเฉลี่ยตามสภาพ ในที่สุดก็เหลือกระดาษเพียงหนึ่งใบ
เช่นเตียงนอนนางก็เลือกที่ทำจากไม้ฮวางหยางซึ่งเป็ไม้เนื้อแข็งแกะสลักง่ายเมื่อเคลือบเงาด้วยสีแดงแก่ยิ่งทำให้เด่นสะดุดตาซ้ำยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ
ส่วนของใช้ชิ้นอื่นอาจดูเหมือนธรรมดาแต่ความจริงแล้วแฝงด้วยรายละเอียดปลีกย่อยงดงาม เช่น โต๊ะเครื่องแป้งของสตรี กระจกที่ติดอยู่้านั้นแม้แต่ครอบครัวที่มีฐานะปานกลางก็ไม่มีปัญญาใช้เครื่องประทินโฉม แป้งผัดอื่นๆ ล้วนซื้อหามาจากร้านเก่าแก่
เมื่อตรวจสิ่งของออกมาเสร็จแล้วปรากฏว่ามีสิ่งที่ต้องเพิ่มอีกประมาณยี่สิบสามสิบอย่างเช่น โคมกระจก ฉากบังลมสมปรารถนาสี่ฤดู ถาดเคลือบสีแดงลายดอกไห่ถัง ชุดกาน้ำชาลายครามพื้นเหลืองตัดขอบน้ำเงินและอื่นๆ อีกมากมาย
อาจารย์หลินมีบุตรชายและบุตรสาวอย่างละหนึ่งคนบุตรชายอายุสิบปีและน่าจะเป็คนใฝ่เรียน ดังนั้นสุยอันจึงเตรียมสี่สิ่งล้ำค่าในห้องหนังสือ* ไว้ให้ แม้จะไม่ใช่ของมีราคาอันใดแต่ก็เป็ของที่คุณชายในเรือนต่างใช้กัน
นางคิดทวนอีกหนึ่งรอบหลังจากคิดว่าไม่มีอะไรตกหล่นแล้วจึงจดรายการทั้งหมดและนำไปให้จื่อยวี่
ใครจะรู้ว่าพอจื่อยวี่เห็นหน้านางก็ยิ้มแฝงเลศนัยดังเช่นคราก่อนอีก
ขนของสุยอันที่เดิมค่อยๆเรียบลงแล้ว บัดนี้กลับมาตั้งชันขึ้นอีกครา
นางไม่ได้ยื่นรายการของให้จื่อยวี่ทันทีกลับเอ่ยขึ้นมาด้วยสุ้มเสียงนุ่มนวล "ท่านพี่คนดี หากมีเื่อันใดที่พอชี้แนะได้ได้โปรดบอกข้าทีอย่าปิดบังข้าเอาไว้ หากถึงเวลานั้นข้ามิทันตั้งตัวคงไม่พ้นต้องมาให้ท่านพี่ช่วยเช็ดน้ำตา"
จื่อยวี่กุมมือนางและยื่นมาบีบแก้มของสุยอันทีหนึ่ง"เ้าเด็กน้อย รู้จักกล่าวโทษผู้อื่นแล้วหรือข้าไม่กลัวหรอกนะ กลัวเพียงหากถึงเวลานั้นเ้าจะดีใจจนอ้าปากหวอมิกล้าออกมาพบผู้คนเชียวล่ะ"
สุยอันใจกระตุกวูบหากกล่าวว่าหญิงสาวอายจนต้องหลบซ่อนนั่นก็หมายความว่ากำลังจะได้ออกเรือน นางอายุน้อยแค่นี้ซ้ำยังไม่ถึงเวลาออกเรือน หัวหน้าแม่บ้านที่อยากทำตัวเป็แม่สื่อพวกนั้นคงไม่กล้าออกหน้าไปพูดกับนายหญิงให้แต่งนางออกไปหรอกกระมังเช่นนั้นเื่ที่สามารถทำให้นางซ่อนอายได้ก็คงไม่พ้นนางไปเข้าตาคุณชายคนใดเข้า แต่นางเป็สาวใช้ของคุณชายเก้าหากเข้าตาบุรุษคนใดจริง ด้วยนิสัยของคุณชายเก้าหากไม่ตีนางจนตายก็นับว่าเป็พระคุณอันล้นพ้นแล้ว
ใจของนางหนักอึ้งแต่ไม่กล้าแสดงความรู้สึกออกมายังคงกระเซ้าจื่อยวี่ต่อ "ท่านพี่เผยให้ข้ารับรู้สักนิดได้หรือไม่ ข้ากลับไปจะได้มิต้องทึ้งหูเกาแก้มคิดมิตกแล้วกังวลไปผู้เดียวเวลาที่ข้าเอาไปครุ่นคิดเ่าั้สามารถนำมาวาดแบบปักลายให้ท่านพี่ได้หลายรูปเชียว"
*สาวใช้ห้องข้าง หมายถึงเมียทาส เป็สาวใช้ที่มีตำแหน่งสูงที่สุดในบรรดาสาวใช้มีห้องนอนอยู่ติดกับห้องนอนของเ้านายเพื่อสะดวกต่อการปรนนิบัติยามค่ำคืน แม้จะเป็เมียของเ้านายแต่ก็ยังต้องทำงานในเรือนทุกอย่างเหมือนเดิมโดยมากจะรับไว้ก่อนรับอนุหรือภรรยาเอก
*อันเหริน คำเรียกของสตรีที่ได้รับการแต่งตั้งในยุคศักดินาในราชวงศ์ิและชิงภริยาของขุนนางขั้นหกจะได้รับการแต่งตั้งเป็อันเหริน
*เจี่ยวเหลียนฮวัน ของเล่นพื้นบ้านของจีน มีห่วงเหล็กเก้าห่วงเชื่อมต่อกัน โดยผู้เล่นจะต้องแก้ห่วงออกมาให้ได้ทีละห่วง
*สี่สิ่งล้ำค่าในห้องหนังสือ หมึก พู่กัน กระดาษ แท่นฝนหมึก
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/b42d15240c9075c343f762590f4baa36
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่แม่สาวใช้ตัวดีในจวนท่านแม่ทัพที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #แม่สาวใช้ตัวดีในจวนท่านแม่ทัพ #readAwrite ด้วยน้า