บทที่ 14 เป็ความคิดที่ดี
ทั้งสามคนพูดคุยกับหญิงชราอีกสักพัก เมื่อถึง่บ่ายพวกเขาก็ออกมาจากบ้านของหลี่เจิ้ง ระหว่างทางมือขวาแม่เหอจูงมือเหยียนอี้ไว้และมือซ้ายจูงเหยียนจื่อ
เหยียนจื่อพูดเจื้อยแจ้วตลอดทาง แต่เหยียนอี้ขมวดคิ้วและก้มศีรษะลงเพื่อคิดอะไรบางอย่างจนไม่ได้ยินเสียงเรียกของทั้งสอง
“อี้เอ๋อร์ อี้เอ๋อร์?” แม่เหอหยุดและก้มศีรษะลงมองลูกสาวพร้อมกับเขย่ามือของเหยียนอี้
“ท่านพี่! ท่านกำลังคิดอะไรอยู่” เหยียนจื่อเดินเข้ามาตรงหน้าเหยียนอี้และแตะหลังมือนางเบา ๆ
เหยียนอี้ซึ่งได้สติกลับมา ดวงตาสีดำของนางเป็ประกาย นางจับมือของเหยียนจื่อและแม่เหออย่างตื่นเต้น แล้วเอ่ยถามว่า “ท่านแม่กับเหยียนจื่อคิดอย่างไรกับวุ้นในวันนี้”
จากนั้นเหยียนจื่อก็เริ่มกระตือรือร้นราวกับว่าวุ้นยังคงอยู่ในปากของนาง นางพยักหน้าและพูดว่า “อร่อยมาก ข้าไม่เคยกินอะไรอร่อยขนาดนี้มาก่อน”
ดวงตาของเหยียนจื่อเป็ประกายเมื่อนางพูด ไม่ได้มีเพียงนางที่ไม่เคยกินมัน แต่ผู้คนที่นี่ไม่เคยกินวุ้น แม้แต่ชื่อก็ไม่เคยได้ยิน
“ข้ามีความคิดดี ๆ!” เหยียนอี้ลูบมือของแม่เหอ สายตาจ้องตรงไปที่นาง เหยียนอี้กระวนกระวายใจอยากจะพูดถึงความคิดที่จะทำเงินในใจของนาง
แม่เหอยังคงดึงลูกสาวสองคนให้ก้าวเดินไปข้างหน้า
“ข้า้าขายวุ้นและตั้งแผงขายของในเมือง คนที่นี่ยังไม่เคยกินมัน อีกทั้งตอนนี้ยังคงเป็ฤดูร้อน มันจะต้องเป็ที่นิยมอย่างแน่นอน! เมื่อเป็เช่นนั้น เราก็สามารถหาเงินมาซื้ออาหารได้”
อย่างที่เหยียนอี้พูดแผนการในใจออกมา ผู้หญิงสามคนต้องหาทางทำเงินของตัวเอง มิฉะนั้นชีวิตของพวกนางจะไม่ดีขึ้นเลย
เมื่อได้ยินความคิดนี้ ปฏิกิริยาแรกของแม่ผู้เป็อนุรักษ์นิยมคือไม่เห็นด้วย แต่เมื่อคิดดูดี ๆ แล้วนี่อาจจะเป็ทางออก
เมื่อเห็นว่าแม่เหอลังเล เหยียนอี้ก็รีบคว้ามือของเขาและพูดวิเคราะห์ให้ฟังทีละข้อ
“ท่านแม่ ท่านเห็นไหมว่าตอนนี้เราไม่มีรายได้สักนิด เราสามคนไม่อาจอยู่แบบนี้ได้ วุ้นนี้เป็สิ่งที่ดีที่เราสามารถทำเงินจากมันได้อย่างแน่นอน ถ้าท่านเป็ห่วงข้า เช่นนั้นเราสามคนก็ไปด้วยกัน คงไม่มีใครกลั่นแกล้งเราสามคนหรอกเ้าค่ะ!”
เหยียนอี้พูดแบบนี้พลางส่ายแขนของแม่เหอและคิดว่ามันดูเป็การเซ้าซี้ที่นางยังคงอ้อนวอนแม่เหอเช่นนี้ ทว่าตราบใดที่แม่เหอพยักหน้า ในวันรุ่งขึ้นนางจะไปที่เมืองทันทีเพื่อขายวุ้น
เงินทั้งหมดที่ได้รับที่นี่คือเงิน เงิน!
เมื่อมองดูเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นและสั้นเต่อของลูกสาวสองคน ทั้งยังไม่มีปิ่นปักผมบนศีรษะของพวกนาง เมื่อนึกไปถึงวันที่ไม่มีสิ่งใดอยู่ในบ้าน ในที่สุดนางเธอก็กัดฟันและพยักหน้าให้เหยียนอี้ “แม่สนับสนุนเ้า”
ทันทีที่สิ้นเสียงแม่เหอ เหยียนอี้ก็ะโขึ้นดีใจ ถักเปียของนางปลิวขึ้นไปในอากาศและสะท้อนกับแสง นางยิ้มกว้างจนเผยให้เห็นฟันขาว จากนั้นนางก็จับมือแม่เหอและพูดว่า “ข้าจะไปที่บ้านของลุงหลี่เจิ้งแล้วถามว่าข้าจะเก็บผลโทงเทงได้จากที่ใด!”
หลังจากนั้นนางก็รีบวิ่งกลับไป ลมพัดเสื้อผ้าของนางจนสะบัดไปมา แม่เหอมองไปที่ด้านหลังของลูกสาวคนโต พลันรู้สึกถึงความอบอุ่นก่อเกิดในหัวใจของนาง
เป็ผลให้เมื่อเหยียนอี้มาถึงบ้านของหลี่เจิ้ง นางไม่เพียงแต่ถามว่านางจะได้ผลโทงเทงจากที่ใด แต่หลี่เจิ้งเองก็ยังให้ตะกร้าผลโทงเทงใบใหญ่ที่เหลืออยู่แก่นางด้วย เขาบอกว่าเขาไม่ค่อยได้ใช้สิ่งนี้ และมันก็น่าเสียดายที่จะเก็บมันไว้
เหยียนอี้รู้สึกซาบซึ้งใจ นางคิดว่าถ้านางทำเงินได้นางจะทำอาหารอร่อย ๆ ให้พวกเขามากขึ้นในอนาคต
หลังจากได้ผลโทงเทงแล้ว เหยียนอี้ก็รีบกลับไปที่บ้านของนาง นางทำความสะอาดผลโทงเทงในห้องครัวเป็เวลานานแล้วทำวุ้นยี่สิบชิ้น แม้ว่าจำนวนจะยังน้อย แต่นางก็จะนำไปขายในวันพรุ่งนี้ หากขายดีก็สามารถทำเพิ่มได้ในภายหลัง หากขายไม่ดีก็ไม่ใช่การขาดทุนอะไร
คืนนั้นเหยียนอี้ผ่านไปครึ่งค่อนคืน นางถึงหลับลง นางตื่นเต้นราวกับได้กินน้ำผึ้งหวาน นางมาที่นี่เกือบสองเดือนและในที่สุดก็พบวิธีหาเงิน
่เช้ามืด เหยียนอี้ไม่สามารถนอนต่อได้ ไม่ว่าแม่เหอจะพยายามเกลี้ยกล่อมให้นางนอนอย่างไร นางก็ไม่เต็มใจ
ที่ข้างเตียง เหยียนอี้ใส่รองเท้าฟาง ผมของนางถูกถักเป็เขาแกะ นางเดินไปเดินมาและพูดกับแม่เหอว่า “ท่านแม่ ข้านอนไม่หลับ วันนี้ข้าต้องไปแต่เช้าและหาแผงลอยที่ดี สถานที่ขายดี ๆ เป็สิ่งสำคัญมากสำหรับธุรกิจ! ท่านและเหยียนจื่อรอข้าอยู่ที่บ้านเถิด! ขายเสร็จ ข้าจะรีบกลับมา!”
ด้วยเหตุนี้นางจึงกระโจนเข้าไปในครัวหยิบวุ้นทั้งยี่สิบชิ้นที่ทำเมื่อคืนนี้ออกมา แล้วใส่ไว้ในตะกร้าด้านหลังอย่างระมัดระวัง จากนั้นสะพายมันไว้บนหลังของนาง
แม้ว่าเหยียนอี้จะอายุสิบสองสิบสามปี แต่เด็กส่วนใหญ่ในหมู่บ้านขาดสารอาหารและตัวเล็ก ดังนั้นตะกร้าจึงสูงกว่านาง
ที่ประตู เหยียนอี้ดึงเข็มขัดของตะกร้าบนไหล่ของนาง แล้วโบกมือให้แม่เหอและเหยียนจื่อพลางยิ้ม “ท่านแม่ เหยียนจื่อ รอข้านำเงินกลับมาได้เลย”
“ระวังตัวด้วยนะลูก!” แม่เหอไม่สบายใจ กำชับเหยียนอี้และโบกมือให้นาง ใบหน้าที่ใจดีของเหยียนอี้เต็มไปด้วยความสุข
ระหว่างทางไปเมืองอู่ซาน เหยียนอี้เดินเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ดวงอาทิตย์บนูเาทางทิศตะวันออกค่อย ๆ ปรากฏขึ้นส่องแสงสีทอง มันสาดส่องลงบนพื้นผ่านช่องว่างระหว่างใบไม้และพาดผ่านข้างหลังเหยียนอี้
เมื่อนางมาที่เมืองอู่ซานครั้งแรก เหยียนอี้รู้สึกเพียงว่าทุกอย่างที่นี่เรียบร้อยดี บนถนนสายหลักมีผู้คนผ่านไปมาในตอนเช้าตรู่ แต่ส่วนใหญ่เป็คนขายผักซึ่งตั้งแผงขายของบนถนนและะโเสียงดัง
มีมันเทศขายตรงนี้ ส่วนมันฝรั่งขายอยู่ตรงนั่น มีคนขายผักที่ตรงนี้ และมีคนขายเห็ดที่ตรงนั้น ร้านค้าที่อยู่บนถนนค่อย ๆ พากันเปิดร้าน พวกเขารวมตัวกันในตอนเช้าเพื่อทำความสะอาดโต๊ะและกรอบประตูเพื่อต้อนรับวันใหม่