ความเงียบงันอันน่าอึดอัดถูกทำลายลงในพริบตา เมื่อเสียงคำรามกึกก้องราวฟ้าผ่าดังมาจากสุดขอบฟ้าฝั่งศัตรู ม่านพลังงานมืดที่เคยขมุกขมัวพลันเดือดพล่านดุจน้ำเดือด ก่อนจะฉีกขาดออก เผยให้เห็น กองทัพอสูร นับแสนนับล้านตนทะลักออกมาดุจคลื่นั์สึนามิสีดำทมิฬ
รูปร่างของพวกมันน่าสะพรึงกลัวและหลากหลาย บ้างเหมือนสัตว์ร้ายในฝันร้ายที่ถูกบิดเบือน มีกรงเล็บและเขี้ยวแหลมคม บ้างเป็เพียงเงาดำไร้รูปร่างที่เคลื่อนไหววูบวาบ บ้างเป็อสุรกายโครงกระดูกสูงเทียมฟ้า ดวงตาของทุกตนลุกโชนด้วยแสงสีแดงฉานแห่งความคลั่งแค้นและกระหายเื เสียงกรีดร้องโหยหวนประสานกันจนกลบเสียงลม ปลุกสัญชาตญาณดิบแห่งความหวาดกลัวในใจของเหล่านักรบอายุน้อย
แต่ก่อนที่ความกลัวจะได้กัดกินจิตใจ เสียงบัญชาอันเด็ดขาดและเยือกเย็นของผู้บัญชาการสูงสุดก็ดังขึ้นราวเสียงระฆังศักดิ์สิทธิ์ ก้องไปทั่วสมรภูมิ:
"หน่วยเวทย์ - โจมตี!!!"
สิ้นเสียงคำสั่ง เหล่านักเวทย์หลายร้อยคนซึ่งนำโดย 'ทามะ' ก็ปลดปล่อยพลังเวทที่สะสมไว้ออกไปพร้อมกันราวกับนัดหมาย!
ลูกไฟขนาดั์, สายฟ้าฟาดหลายพันสาย, ห่าฝนน้ำแข็งแหลมคม, พายุใบมีดวายุ, ลำแสงศักดิ์สิทธิ์ – พลังงานธาตุสารพัดสีสันสาดส่องราวกับดอกไม้ไฟแห่งความตาย พุ่งเข้าใส่คลื่นอสูรที่ดาหน้าเข้ามา เกิดเสียงะเิดังสนั่นหวั่นไหวติดต่อกันไม่ขาดสาย แสงสว่างวาบจ้าสลับกับความมืดมิด ร่างของอสูรแถวหน้าหลายพันตนแหลกสลายกลายเป็ผุยผงในชั่วพริบตา!
'ทามะ' วาดมือสร้างวงเวทซ้อนทับกันหลายชั้น เปลวไฟสีน้ำเงินอันเป็เอกลักษณ์ลุกโชนขึ้นก่อนจะควบแน่นกลายเป็ "กงล้ออัคคี" ขนาดมหึมาที่หมุนควงด้วยความเร็วสูง มันพุ่งทะยานแหวกอากาศ ส่งเสียงเสียดสีจนแสบแก้วหู ก่อนจะกระแทกเข้ากลางกลุ่มอสูรบินที่กรูกันลงมา เผาผลาญพวกมันจนร่วงหล่นราวใบไม้ไหม้ไฟ
ทว่า กองทัพอสูรนั้นมีจำนวนมหาศาลเกินไป แม้จะถูกทำลายไปมาก แต่ระลอกใหม่ก็ถาโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง พวกมันบางส่วนยิงพลังงานมืดโต้ตอบกลับมาเป็ลำแสงสีดำหรือลูกบอลพลังงานอันน่าสะพรึงกลัว
"หน่วยแนวหน้า! ตั้งรับ!!!" เสียงะโก้องของผู้บัญชาการดังขึ้นอีกครั้ง
เหล่า 'แทงค์' นับร้อยคำรามตอบรับ โล่ในมือเปล่งแสงสว่างวาบ พวกเขากระทืบเท้าลงบนพื้นดินที่แตกระแหง เกิดเป็กำแพงพลังงานขนาดย่อมซ้อนทับกันเป็แนวป้องกันสุดแกร่ง 'ั์' ะโสุดเสียง สลายความประหม่าทิ้งไปสิ้น พลังธาตุดินและพลังช้างคชสารปะทุออกจากร่าง กล้ามเนื้อโป่งพอง เขาเหวี่ยง 'ลูกตุ้มั์' ในมือจนเกิดเสียงหวีดหวิว ก่อนจะกระแทกลงบนพื้นเต็มแรง!
"ะเิกรรมประนาด!!!"
ตูมมมมม!!!
พื้นดินเบื้องหน้ายุบตัวลงเป็หลุมลึก แรงสั่นะเืแผ่กระจายออกไปหลายร้อยเมตร ร่างของอสูรที่วิ่งเข้ามาในรัศมีถูกแรงดึงดูดมหาศาลฉุดกระชากลงไปในหลุม หรือไม่ก็เสียหลักล้มระเนระนาด เปิดช่องว่างให้หน่วยอื่นๆ โจมตีซ้ำ
"ทะลวงมัน!!! หน่วย DPS! เข้าปะทะ!!!"
สิ้นเสียงคำสั่ง เหล่านักรบผู้กระหายการต่อสู้ก็พุ่งทะยานออกไปราวกับลูกศร 'บัลม่อน' หัวเราะลั่น ร่างกายอาบไล้ด้วยแสงสีทองจากพลังเทพร่างทอง ดาบใหญ่ในมือลุกติดไฟ เขาคำรามก้องแล้วฟาดดาบออกไปด้านหน้าสุดแรงเกิด!
"ผ่าพิภพ!!!"
คลื่นพลังงานรูปจันทร์เสี้ยวสีเพลิงพุ่งผ่ากลางฝูงอสูรเป็ทางยาวหลายร้อยเมตร ทิ้งไว้เพียงร่องรอยความพินาศและกลิ่นไหม้
นักเรียนสายโจมตีคนอื่นๆ ก็ปลดปล่อยพลังและทักษะเฉพาะตัวเข้าถาโถมใส่ศัตรู บ้างกลายร่างเป็สัตว์ร้ายเข้าฉีกกระชาก บ้างใช้ดาบและหอกผสานพลังธาตุเข้าฟาดฟัน บ้างยิงศรพลังงานจากระยะไกล
ขณะเดียวกัน เหล่า 'นักฆ่า' นำโดย 'เซริน' ก็เคลื่อนไหวราวกับเงา พวกเขาแทรกซึมเข้าไปในความโกลาหล ลอบสังหารอสูรระดับหัวหน้าหรือตัวอันตรายจากมุมอับ มีดสั้นคู่ในมือของเซรินวาดลวดลายรวดเร็วราวกับระบำมรณะ ทิ้งไว้เพียงร่างไร้ิญญาของอสูรที่ล้มลงโดยไม่ทันรู้ตัว
แนวหลัง หน่วย 'สนับสนุน' ทำงานอย่างแข็งขัน 'ไซซี' เริ่มร่ายเวทรักษา คทาในมือส่องแสงสีเขียวอบอุ่น ฟื้นฟูพลังชีวิตและาแเล็กๆ น้อยๆ ให้กับเพื่อนร่วมทัพที่อยู่ใกล้เคียง 'มนตรา' ส่งภูติน้อย 'เซฟเฟอร์' และิญญาธาตุอื่นๆ เข้าก่อกวนและสร้างม่านพลังป้องกันเฉพาะจุด 'เมธัส' และหน่วยวางแผนยังคงวิเคราะห์สถานการณ์และส่งคำสั่งย่อยไปยังหน่วยต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
าได้เปิดฉากขึ้นแล้วอย่างเต็มรูปแบบ แสง สี เสียง และพลังงานมหาศาลปะทะกันอย่างบ้าคลั่ง กลางดินแดนรกร้างที่กลายเป็สมรภูมิเื บดขยี้ทุกสิ่งจนแหลกลาญ ชะตากรรมของโลกแขวนอยู่บนเส้นด้ายบางๆ ที่ถักทอขึ้นจากความกล้าหาญ ความหวัง และพลังของเหล่านักเรียนแห่ง Awake Academy...
[ต่อจากฉากเปิดศึก]
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด เืของมนุษย์และอสูรไหลนองปะปนกันบนผืนดินต้องสาป แม้ทัพนักเรียนจะต้านทานอย่างสุดกำลัง แต่จำนวนของอสูรที่ไร้ขีดจำกัดก็เริ่มสร้างความเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด ทว่าสิ่งที่ทำให้เหล่าแม่ทัพอสูรที่มองลงมาจากแนวหลังของพวกมันขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด คืออัตราการฟื้นตัวของเหล่านักรบมนุษย์ แม้จะได้รับาแ แต่แสงสีเขียวอ่อนๆ ที่สว่างวาบขึ้นเป็ระยะจากแนวหลังของพวกมนุษย์ ก็ช่วยเยียวยาและทำให้พวกมันกลับมาต่อสู้ได้เร็วเกินไป
"พวกหนอนแมลงนั่น... มีตัวรักษาเยียวยาที่ทรงพลังสินะ" เสียงแหบพร่าและเย็นเยียบดังขึ้นจากอสุรกายตนหนึ่งที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์แต่มีปีกค้างคาวขนาดใหญ่และิัสีดำทมิฬ มันคือ 'เนโครซาร์' (Necrozar) หนึ่งในขุนพลระดับสูงของจอมมาร ดวงตาสีเืของมันจับจ้องไปยังแสงสีเขียวที่โดดเด่นที่สุดในแนวหลังฝั่งมนุษย์ – แสงจากคทาของไซซี
"หน่วยเงาพิฆาต! เปลี่ยนเป้าหมาย! จัดการพวกตัวปล่อยแสงเขียวนั่นซะ! บดขยี้ความหวังของพวกมัน!!!" เนโครซาร์ออกคำสั่งด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียม
สิ้นเสียงคำสั่ง เงาดำจำนวนนับร้อยสายที่เคยเคลื่อนไหวปะปนอยู่กับกองทัพอสูรภาคพื้นดิน พลันพุ่งทะยานขึ้นฟ้าด้วยความเร็วสูงราวกับลูกศร พวกมันคือ 'อสูรเงาพิฆาต' (Shadow Assassins) นักฆ่าที่ว่องไวและอันตรายที่สุดของกองทัพจอมมาร พวกมันเมินเฉยต่อการต่อสู้เบื้องหน้า มุ่งตรงไปยังแนวหลังของกองทัพมนุษย์ราวกับเหยี่ยวพิฆาตที่โฉบลงล่าเหยื่อ!
"ระวังแนวหลัง!!!" เสียงะโเตือนจากหน่วยลาดตระเวนดังขึ้น แต่ก็สายเกินไป
อสูรเงาพิฆาตฝ่าแนวป้องกันเบาบางของหน่วยสนับสนุนเข้ามาได้อย่างง่ายดายราวกับอากาศธาตุ ความโกลาหลและความหวาดกลัวที่ไม่เคยเกิดขึ้นในแนวหลังมาก่อน บัดนี้ได้ปะทุขึ้นอย่างรุนแรง!
เสียงกรีดร้องอันน่าเวทนาของเหล่าฮีลเลอร์และนักเวทย์สายสนับสนุนดังขึ้นระงม พวกเขาไม่เคยเตรียมพร้อมรับการปะทะโดยตรงเช่นนี้ อสูรเงาพุ่งเข้าฉีกกระชากร่างของนักเรียนผู้เปราะบางด้วยกรงเล็บอันคมกริบ เืสีแดงสดสาดกระเซ็นไปทั่วม่านพลังสีเขียวที่เคยอบอุ่น
ไซซีกัดฟันแน่น นางพยายามรวบรวมสมาธิ ร่ายเวทป้องกันและรักษาเพื่อนๆ รอบกายอย่างสุดกำลัง คทาในมือส่องแสงจ้า แต่จำนวนของศัตรูที่พุ่งเข้ามานั้นมากเกินไป! อสูรเงาตนหนึ่งทะลวงม่านพลังเข้ามาได้ ฉีกแขนซ้ายของนางจนขาดสะบั้น!
"อ๊ากกกก!!!" ไซซีทรุดลงกับพื้น เืทะลักออกจากาแฉกรรจ์ คทาแห่งต้นไม้โลกหลุดจากมือ แสงสีเขียวแห่งการเยียวยาดับวูบลงทันที
ภาพอันน่าสยดสยองเกิดขึ้นทั่วแนวหลัง นักเรียนสายสนับสนุนถูกสังหารอย่างโเี้ บางคนถูกกรงเล็บเสียบทะลุร่าง บางคนถูกอสูรเงาหลายตนรุมทึ้งจนร่างแหลกเหลว บางคนถูกลากเข้าไปในกลุ่มอสูรภาคพื้นดิน กลืนหายไปท่ามกลางเสียงกรีดร้องและเสียงฉีกกระชากเนื้อหนังอันน่าสะพรึงกลัว...
การโจมตีที่แนวหลังส่งผลกระทบเป็วงกว้างทันที กองทัพมนุษย์ที่เคยต่อสู้อย่างเป็ระบบระเบียบเริ่มเสียขบวนอย่างหนัก หน่วยแนวหน้าที่เคยรุกไล่ศัตรูอย่างฮึกเหิม ชะงักงันเมื่อเห็นเพื่อนพ้องในแนวหลังถูกสังหารอย่างไร้ความปรานี เสียงร่ำไห้และความสิ้นหวังเริ่มดังแทรกเสียงการต่อสู้
"ไซซี!!! ไม่นะ!!!" ั์คำรามลั่นด้วยความใและโกรธแค้น เขาหันหลังกลับจะไปช่วย แต่ก็ถูกฝูงอสูรที่รอจังหวะอยู่แล้วเข้าขวางไว้
"ตั้งสติไว้! รักษาระบบไว้!!!" เมธัสะโสั่งการเสียงดัง แต่ใบหน้าของเขาซีดเผือดและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด
บัลม่อนหยุดชะงัก ดวงตาเบิกกว้างมองภาพความพินาศในแนวหลังอย่างไม่อยากเชื่อสายตา ความขี้โม้และความมั่นใจหายไปสิ้น เหลือเพียงความสับสนและหวาดหวั่น
ความหวังที่เคยส่องประกายริบหรี่ บัดนี้กำลังถูกความมืดมิดกลืนกิน กองทัพนักเรียนแห่ง Awake Academy กำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ที่เลวร้ายที่สุด พวกเขาจะรอดพ้นจากฝันร้ายนี้ไปได้อย่างไร เมื่อหัวใจแห่งการฟื้นฟูถูกทำลายลงอย่างย่อยยับ...
[ต่อจากฉากวิกฤตแนวหลัง]
ความโกลาหลที่แนวหลังส่งแรงกระเพื่อมมาถึงแนวหน้าอย่างรวดเร็วราวกับคลื่นสึนามิแห่งความสิ้นหวัง เมื่อไร้ซึ่งการสนับสนุนและการรักษาอย่างต่อเนื่อง าแที่เคยถูกเยียวยาก็เริ่มเปิดออกอีกครั้ง ความเหนื่อยล้าที่สะสมจากการต่อสู้ไม่หยุดหย่อนเริ่มกัดกินร่างกายและจิตใจของเหล่านักรบมนุษย์อย่างหนักหน่วง
ลมหายใจหอบกระชั้น เสียงร่ายเวทเริ่มขาดห้วง การเคลื่อนไหวเชื่องช้าลงอย่างเห็นได้ชัด เหงื่อไหลปนเือาบใบหน้าที่ซีดเผือด ดวงตาหลายคู่เริ่มฉายแววเหนื่อยล้าและหวาดหวั่น ตรงกันข้ามกับเหล่าอสูรโดยสิ้นเชิง พวกมันยังคงดาหน้าเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ไร้ซึ่งความเหน็ดเหนื่อย มีเพียงสัญชาตญาณดิบแห่งการทำลายล้าง เติมเต็มช่องว่างของพวกพ้องที่ล้มตายลงไปได้อย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย
"อึดใจเดียว! อย่าให้พวกมันผ่านไปได้!" เสียงของหนึ่งในแม่ทัพาุโะโปลุกใจ แต่พลังในน้ำเสียงนั้นอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
'ั์' คำรามอย่างบ้าคลั่ง เขาเหวี่ยงลูกตุ้มั์กวาดล้างอสูรเบื้องหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ทุกครั้งที่เหวี่ยงออกไป เรี่ยวแรงก็ดูเหมือนจะลดน้อยถอยลง แขนที่เคยกำด้ามอาวุธอย่างมั่นคงเริ่มสั่นเทาจากความอ่อนล้า 'บัลม่อน' ที่เคยฮึกเหิม บัดนี้การฟาดฟันดาบใหญ่เริ่มไร้ระเบียบ เขาพลาดท่าถูกกรงเล็บอสูรตนหนึ่งตะปบเข้าที่สีข้างจนเกิดแผลลึก แม้พลังเทพร่างทองจะช่วยป้องกันไม่ให้าเ็สาหัส แต่ความเ็ปและความเหนื่อยล้าก็ทำให้เขาเกือบทรุดลง
'ทามะ' และเหล่านักเวทย์พยายามร่ายเวทโจมตีสนับสนุน แต่พลังเวทที่ปล่อยออกมาเริ่มเบาบางลงและใช้เวลารวบรวมนานขึ้น วงเวทบางวงดับวูบไปก่อนจะสมบูรณ์ด้วยซ้ำ 'เซริน' และหน่วยนักฆ่ายังคงเคลื่อนไหว แต่ความเร็วและความแม่นยำลดลงอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาต้องระวังตัวมากขึ้นเมื่อแนวหน้าเริ่มอ่อนกำลังลง
ท่ามกลางความสิ้นหวังที่เริ่มก่อตัวหนาแน่น 'ผู้บัญชาการสูงสุด' ในชุดเกราะสีเงินยังคงยืนหยัดอยู่ ณ จุดศูนย์กลางของแนวรบ ท่านคือหลักชัยสุดท้าย คือเสาหลักที่ค้ำจุนขวัญกำลังใจที่ใกล้แตกสลายของทุกคน ดาบในมือของท่านตวัดออกเป็ประกายแสงสีเงินเจิดจ้า ทุกครั้งที่ตวัดออกไป ร่างของอสูรระดับสูงจะแหลกสลายไปนับสิบตน พลังที่ท่านปลดปล่อยออกมานั้นมหาศาลและน่าเกรงขาม แต่ถึงกระนั้น ร่องรอยความเหนื่อยล้าก็เริ่มปรากฏบนใบหน้าที่เคยเยือกเย็นนั้น
'เนโครซาร์' ขุนพลอสูรแสยะยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นภาพนั้น "แข็งแกร่ง... แต่ก็เป็เพียงมนุษย์ที่อ่อนแอและเหนื่อยล้าเป็... ถึงเวลาจบสิ้นแล้ว!"
มันแผดเสียงคำรามลั่น พลังงานมืดมหาศาลควบแน่นรวมตัวกันที่มือทั้งสองข้าง ก่อนจะปลดปล่อยลำแสงสีดำทมิฬขนาดมหึมาพุ่งเข้าใส่ผู้บัญชาการสูงสุดด้วยความเร็วที่ไม่อาจหลบเลี่ยงได้!
ผู้บัญชาการสูงสุดเบิกตากว้าง ท่านยกดาบขึ้นต้านทาน พลังแสงสีเงินปะทะกับพลังมืดสีดำ เกิดเป็คลื่นพลังงานะเิออกรุนแรงจนพื้นดินสั่นะเื ทหารทั้งสองฝ่ายที่อยู่ใกล้เคียงถูกแรงะเิซัดกระเด็นไปคนละทิศละทาง
แสงสว่างจากการปะทะกินเวลาเพียงชั่วอึดใจ เมื่อแสงนั้นจางลง ภาพที่ปรากฏทำให้หัวใจของเหล่านักเรียนทุกคนแทบหยุดเต้น...
ชุดเกราะสีเงินของผู้บัญชาการสูงสุดแตกสลาย ดาบในมือหักเป็สองท่อน ร่างของท่านทรุดลงกับพื้น เืสีแดงเข้มไหลอาบร่าง มีาแฉกรรจ์จากการกัดกร่อนของพลังมืดทั่วทั้งตัว แต่ถึงกระนั้น ดวงตาของท่านยังคงจ้องมองไปยังเนโครซาร์อย่างท้าทาย ก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายจะหมดลง พร้อมกับแสงในดวงตาที่ดับวูบไป...
เสาหลัก... ได้พังทลายลงแล้ว
เสียงร้องไห้และความโกลาหลดังระงมยิ่งกว่าเก่า ขวัญกำลังใจที่เคยริบหรี่ บัดนี้แตกสลายไปโดยสิ้นเชิง กองทัพมนุษย์เสียรูปขบวนอย่างสมบูรณ์ หลายคนเริ่มหันหลังวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต กลายเป็เหยื่ออันโอชะของเหล่าอสูรที่ไล่ล่าตามสัญชาตญาณ
"ท่านผู้บัญชาการ!!!" ั์ะโเสียงหลง น้ำตาไหลอาบแก้ม
"จบสิ้นแล้ว..." ทามะพึมพำ ใบหน้าซีดขาวราวกับกระดาษ
ความมืดมิดได้เข้าปกคลุมสมรภูมิอย่างแท้จริง ความพ่ายแพ้ปรากฏชัดแจ้งอยู่เบื้องหน้า เหลือเพียงคำถามว่า... จะมีใครบ้างที่สามารถหนีรอดจากนรกขุมนี้ไปได้...
หลังจบา นักเรียนที่รอดชีวิต กลับมาได้ เหลือไม่ถึง100คน ....