“คุณสุคะ คุณสุ มีคนมาโวยวายอยู่หน้าวังจะขอเข้าพบท่านหญิงฟ้าคะ”
“ใคร”
“ไม่ทราบคะ เขาบอกเขาเป็สามีท่านหญิงคะ”
หม่อมสุรีบเดินออกไปหน้าวัง เห็นชายสามสี่คนใส่ชุดหมากฮอสแขนยาวเปื้อนดินโคลนสภาพชาวนาบ้านนอกจึงยิ้มสะใจ พรางคิดในใจว่านี่นะรื่อสามีท่านหญิงลูกเลี้ยงตน
“ให้เขาเข้ามา”
เมื่อภรรยาเ้าของวังอนุญาตมีหรือที่ยามและเด็กในบ้านจะกล้าขัดใจ ได้แต่ทำตามน้ำไปไม่งั้นตนจะเดือดร้อนอาจตกงานยิ่ง่นี้โควิดกำลังระบาด หางานยากยิ่งกว่าอะไร
“ผมขอพบท่านหญิงฟ้าครับ”
เมื่อสิงห์เข้ามาถึงด้านหน้าตัววังก็บอกจุดประสงค์ตนไปด้วยน้ำเสียงอ่อนน้อมเพราะดูจากเสื้อผ้าที่ผู้หญิงคนนี้ใส่ ก็บงบอกได้ว่าเป็คนใหญ่คนโตของที่นี่ไม่ใช่ไก่กาที่เขาจะตะคอกใส่เหมือพวกยามที่ยั่วโมโหเขาด้วยการไม่ให้เข้ามา
“ไม่ทราบว่าคุณเป็ใคร”
“ผมชื่อสิงห์ เป็พ่อของเด็กในท้องท่านหญิง”
“ท่านหญิงเนี้ยนะ จะไปรู้จักคนแบบเธอ”
“ใช่ถ้าไม่เชื่อก็เรียกท่านหญิงมาสิ”
สิงห์พูดด้วยน้ำเสียงที่ยังนอบน้อม อย่างอดกลั้นเขามันเป็ยังไงทำไมท่านหญิงถึงจะรู้จักไม่ได้ สุดท้ายโมโหขนาดไหนก็ทำอะไรไม่ได้ต้องนอบน้อมเข้าไว้เดี๋ยวเขาไม่ยกเมียให้แล้วจะซวย
“ท่านหญิงไม่อยู่”
หม่อมสุพูดจบก็มีรถเบนซ์คันหรูขับเข้ามา เมื่อมาถึงเด็กในบ้านที่แอบดูเหตุการณ์อยู่ก็รีบวิ่งเข้าไปเปิดประตูให้ แล้วรีบเล่าเื่ราวให้กับคนมาใหม่รู้เื่ พอผู้มาใหม่อย่างท่านชายเ้าของวังเทพชัยกุลได้ฟังก็เกิดความโมโหที่ใครก็ไม่รู้มาแอบอ้างเป็สามีของลูกสาวตน ยิ่งเขามองการแต่งตัว ลูกเขาก็ไม่เอาแล้วไอ้เด็กนี่มันเป็ใครช่างกล้านัก
“ออกไปจากวังฉัน ไม่งั้นฉันจะเรียกตำรวจ”
เมื่อ หมายและจ่อยได้ฟังว่าเขาจะเอาตำรวจมาจับเ้านายตนจึงรีบเดินเข้าไปเตื่อนสติและชวนกลับ แต่สิงห์หนุ่มที่กระหายอยากเจอเมียและลูกกลับไม่ยอมฟังคำท่านชายและลูกน้อย พูดแต่ว่าตนอยากเจอท่านหญิง อยากคุยด้วยและตนจะรับผิดชอบลูกในท้อง
เมื่อท่านชายวุฒได้ยินดังนั้นจึงด่ากล่าวไปว่าสิงห์หนุ่มจะมีปัญญาอะไร เงินสินสอดสักแสนจะมีปัญญาหามั้ยแล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึงเื่ยศฐา ที่ไม่อาจเทียบเคียงได้เลยกับลูกเขา ที่เป็ถึงท่านหญิงผู้คนนับหน้าถือตา
“ท่านจะเอาเท่าไหร่ ว่ามาจะไปหามาให้ ”
“คนอย่างแกรึจะมีปัญญา ดูสารรูปสารภาพตัวเองสะก่อน ไป๊ ออกไปจากวังฉัน”
สิงห์หนุ่มะโบอกลูกน้องกลับอย่างอัดอั้น เขาจะทนไม่ไหวอยู่แล้วกับคำดูถูกของคนที่นี่ ที่มองเขาแค่เปลือกนอก นี่ถ้าไม่ใช่พ่อตานะ จะซัดให้สักหมัด โมโหโว้ย
เมื่อท่านหญิงน้อยที่ไปฝากครรภ์มาถึงก็ต้องแปลกใจ ที่ทุกคนพากันมองแปลกๆโดยเฉพาะยายแม่เลี้ยงที่ยิ้มเยอะแย้ยมาให้แต่ไกล
“หญิงมาคุยกับพ่อที่ห้องทำงานหน่อย”
“ค่ะ”
เมื่อทั้งสองเดินเข้ามาในห้องทำงานของท่านชายวุฒ ก็ต่างพากันไปนั่งลงที่โซฟาแล้วต่างพากันเงียบ ท่านหญิงที่ไม่รู้เื่ว่าเกิดอะไรขึ้นจึงงงกับท่าทางของท่านพ่อเธอ แต่เธอก็ยังโกรธอยู่เื่วันนั้น วันที่ท่านพ่อตบหน้าเธอเื่นี้เธอไม่เคยลืม
“มีผู้ชายมาหาหญิง มาแอบอ้างว่าเป็พ่อของเด็กในท้อง”
เมื่อท่านทำใจอยู่นานเพราะกลัวว่าลูกจะยอมรับว่าไอ้สถุนนั้นเป็พ่อของลูก จึงลังเลที่จะถาม แต่ก็ต้องถามเพราะเื่มันมาถึงขนาดนี้แล้ว
“คงมีคนแอบอ้างคะ เพราะเขาคนนั้นคงไม่รู้ว่าหญิงท้อง”
เมื่อคำตอบที่ท่านหญิงตอบมาทำให้ท่านชายใจชื่นจึงรีบพูดไปว่าท่านพ่อคนนี้ได้คุยกับคุณชายวิชิตเขามาบอกกับหม่อมสุว่าเขาชอบหญิงมาก และเขาพร้อมจะรับเป็พ่อให้กับลูกหญิง
เมื่อท่านหญิงได้ฟังก็ใ นี่ท่านพ่อเธอทำอะไรลงไป ท่านพ่อไม่รู้รือว่าคุณชายวิชิตพึ่งมีข่าวโด่งดังเื่ตบตีภรรยาจนภรรยาขอหย่า
“ท่านพ่อแน่ใจรือคะ ที่จะให้หญิงแต่งกับเขา”
“พ่อก็ว่าเขาดี เขาเข้ามาที่บ้านไม่เจอพ่อ เขาก็เข้าไปหาที่บริษัทเพื่อสรรภาพว่ารักและจะให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอหญิงอย่างสมเกียรติ และเขายังไม่รังเกลียดที่หญิงท้องลูกของคนอื่น”
“ท่านพ่อไม่รู้รือคะ ว่าเขาพึ่งมีข่าวตบตีภรรยาเก่า”
“รู้ พ่อคุยกับเขาแล้ว เขาสัญญาจะไม่ทำแบบนั้นกับหญิงเป็อันขาด เพราะเขารักหญิงมาก”
“แล้วท่านพ่อก็เชื่อรือคะ ไม่คะหญิงไม่แต่ง”
“แต่หญิงต้องแต่ง เพื่อชื่อเสียงเทพชัยกุล!!”
“ท่านพ่อทรงรักชื่อเสียง มากว่าความรู้สึกหญิงรือคะ”
ท่านหญิงพูดแค่นั้นก็พลักประตูเดินร้องไห้ออกมา แล้ววิ่งไปที่ห้องของตนอย่างเสียใจ ที่ท่านพ่อไม่รักเธอเลยไม่แคร์ความรู้สึกเธอสักนิด ทรงยอมให้ลูกไปแต่งงานให้เขาตบตีเพื่อชื่อเสียงของวงค์ตระกลู เขาเกลียดนัก เกลียดที่เขาเกิดมาสูงส่ง เกียจที่ต้องทำตัวให้สูงกว่าใครเพื่อเชิดหน้าชูตาให้วงค์ตระกลู ฮื่อ ฮือหม่อมแม่ขา มารับหญิงไปอยู่ด้วย ท่านพ่อไม่รักหญิงแล้วหม่อมแม่อยู่ไหนคะมารับหญิงไปที หญิงไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว…