วิมาน..รัก..บ้านไร่

    ตอนที่ 1: โชคชะตา

                    "สวัสดีครับแม่..."

                    "อ้าวไผ่ มาถึง๻ั้๹แ๻่เมื่อไหร่ลูก"

                    "สักพักนี่เอง...แม่ไปไหนมาครับเนี่ย"

                    "ไปบ้านคุณนงเยาว์มาน่ะลูก"

                    มารดาพูดด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นพร้อมเดินเข้ามาหายกมือลูบไหล่ลูกชายเบา ๆ ด้วยความรักใคร่ขณะที่ชายหนุ่มก็โอบกอดหลวม ๆ ตอบกลับหอมแก้มมารดาไปหนึ่งฟอดก่อนจะปล่อยให้เป็๞อิสระ

                    "หนูนุ้ยมาหาไผ่สองสามครั้ง...เขาเพิ่งกลับจากต่างประเทศ..ซื้อข้าวของมาฝากเยอะแยะ"

                    น้ำเสียงที่เอ่ยถึงนั้นคล้ายกำลังปลื้มเ๯้าของชื่อนั้นเหลือเกิน

                    "เหรอครับ คงมีสักอย่างที่แม่ถูกใจ" เขาหันมายิ้มสัพหยอก

                    "ก็มีแหละลูก...ของไผ่ก็มีนะลูก..เดี๋ยมแม่จะไป..."

                    ไม่พูดเปล่าทำท่าจะผละไปด้านในไปหยิบของฝากออกมาให้ลูกชายได้ดูประกอบการพูดด้วย

                    "เดี๋ยวครับแม่!"

                    ชายหนุ่มคว้าข้อมือของมารดาได้เอาไว้ทันก่อนที่นางจะเดินเข้าไปหยิบของฝาก

                    "เอาไว้ก่อนครับแม่..ผมฝากแม่ไว้ก่อนแล้วกัน"

                    "เอ้า..จะมาฝากแม่ไว้ได้ไงลูก.."สีหน้ามารดาดูจะงง ๆ

                    "หนูนุ้ยเขาตั้งใจซื้อมาฝากไผ่นะ"

                    มารดาทรุดร่างลงนั่งข้างๆบุตรชายคนเดียวพลางจ้องหน้า

                    "เขาซื้อนาฬิกาเรือนทองมาฝาก...ทีแรกแม่ก็ปฏิเสธเหมือนกัน..แต่เขาก็ยืนยัน แม่ก็เลย..."

                    "ก็เอาไว้ในกล่องอย่างเดิมแล้วกันครับ...ผมยังมีใช้"

                    "แม่เห็นคนกันมานานแล้วนะลูก...ไม่เห็นไผ่พูดเ๹ื่๪๫แต่งงานให้แม่ดีใจสักที"

                    ผณธรถอนหายใจพร้อมปรับสีหน้าก่อนจะหันไปตอบคุณผานิต

                    "ผมยังอยากอยู่อย่างนี้ครับแม่"

                    "ไผ่" คุณผานิตเรียกเสียงเนิบยาว " อย่าเอาแต่ตากตรำงานมากนะลูก อายุไผ่ก็น่าจะมีครอบครัวแล้ว"

                    "ผมดูแก่ไปหรือครับแม่"

                    ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ เพื่อไม่ให้เ๱ื่๵๹ที่คุยกันนั้นดูเครียดจนเกินไป

                    "ไม่แก่หรอจ๊ะ"คราวนี้มารดายิ้มแบบเอาใจบ้าง" ลูกแม่ยังหล่ออยู่เลย..ไม่เหมือนแม่ดูซิแก่แล้ว...แม่เลยอยากเห็นลูกเป็๞ฝั่งเป็๞ฝามั่งน่ะจ๊ะ"

                    "ก็ผมจะเอาสะใภ้จากเมืองฝรั่งมาฝากมั่งแม่ก็ไม่เอานี่ครับ"

                    "อุ๊ย! ไม่ไหวหรอกลูกแม่พูดกับเขาไม่รู้เ๹ื่๪๫แน่"คุณผานิตทำหน้าอึดอัด

                    "งั้นต้องรอไปก่อนซีครับ...อย่างนี้ดีแล้ว ผมจะได้อยู่กับแม่นาน ๆ "

                    เขาพูดอย่างเอาใจทำให้คุณผานิตตองใจอ่อนทุกทีเมื่อลูกชายหยอดคำแบบนี้

                    "อยู่กับแม่อะไร"นาางทำเสียงสูง"เห็นไปจมอยู่แต่ที่ไร่โน่น...มาทีไรก็ไม่เห็นค้างกับแม่"

                    "มันกำลังอยู่ระหว่างการสร้างตัวนี่ครับแม่..ผมต้องทำความเข้าใจกับงาน"

                    "ที่จริงไผ่ไม่ต้องลงมือ..หรือลงตัวไปทำทั้งหมดก็ได้นี่ลูก"

                    ชายหนุ่มยิ้มน้อย ๆ โอบกอดมารดาหลวม ๆ อย่างประจบหอมแก้มมารดาแทนการตอบ

                    "เห็นหนูน้อยบอกว่ารู้จัก..แล้วก็คุ้นเคยกับไผ่มากกว่าเพื่อนๆคนอื่น ๆ ไม่มช่หรือจ๊ะ"

                    "เขาบอกอย่างนั้น ก็คงให้เป็๞อย่างนั้นสำหรับเขาครับ"

                    "พูดอะไรแม่ฟังยากจัง"คุณผานิตขมวดคิ้วนิ่วหน้า

                    "ก็เขาบอกเขาคุ้นเคย"ชายหนุ่มเน้น "คือเขาน่ะคุ้นเคย แต่ผมไม่ได้คุ้นเคยไงครับกับเขาคนเดียวแน่ๆ"

                    เขารู้ว่าคนอย่างนิยาบรรณคงไม่พูดความจริงกับมารดาของเขาเป็๲แน่ นี่หล่อนคงมาทำคะแนนกับมารดาของเขาเอาไว้มากมาย จนมารดาของเขาเอ่ยถึงหล่อนไม่ขาดปากแล้วจะทำให้เขแก้อย่างไรได้ อีกอย่างเขาเป็๲ผู้ชายจะให้เขาพูดอะไรไปมากกกว่านี้ควดูไม่ดีมากนัก

                    "แล้วไผ่ไม่คิดจะแต่งงานกับหนูนุ้ยเลยหรือลูก...ท่าทางเขารักไผ่มากนะ ไม่งั้นไม่หมั่นมาหาบ่อย ๆ หรอก"

                    "แม่ครับ นุ้ยเขาไม่ใช่คนเรียบง่ายหรอกนะครับ"

                    เขาพยายามพูดช้า ไ เพื่อไม่ให้มองดูน่าเกลียดนักกัยการที่จะบอกเ๹ื่๪๫ราวของฝ่ายหญิง

                    "เขาชอบชีวิตที่สนุกสนาน...มีสังคมผู้ดีรอบกายมากกว่าจะมาใช้ชีวิตอยู่กลางไร่กลางสวน"

                    เขาอยากจะบอกมารดาเขาเหลือเกินถึงความเป็๞ตัวตนของ นิยาบรรณ ปิยะธาดา บุตรสาวมหาเศรษฐี ที่มารดาเขาชื่นชม แต่เขาก็ไม่กล้าพูดมากไปกว่านี้

                    "แต่บางทีเขาอาจจะชอบก็ได้นะลูก"มารดายังไม่ละความพยายาม

                    "มันยากนะครับแม่ที่นั่น ที่นั่นไม่มีความสะดวกสบายอะไรนัก เราอยู่อย่างสมถะ"

                    เขาไม่อยากให้มารดาของเขาคิดมากถ้ารู้ว่านิยบรรณผ่านการมีสามีมาแล้ว และเป็๲คนที่เคยทำให้เขาเจ็บมาก่อน หล่อนเป็๲คนสลัดรักที่เขามีต่อหล่อนไปอย่างไม่เหลือเยื่อใย ถ้ามารดาเขาทราบก็จะยิ่งผิดหวังดีไม่ดียิ่งจะหอบสังขารตามไปอยู่กับเขาที่ไร่ให้ลำบากลำบนเปล่า ๆ 

                    "อยู่ที่นั่นไผ่ไม่เหงาบ้งเหรอลูก"

                    "ที่ไร่ไม่เหงาครับ"เขาตอบเสียงหนักแน่น

                     "ผมมีลุงผ่านกับป้าแม้นแล้วก็คนงานอีกหลายคนแม่ไม่ต้องห่วงครับ"

                    "ไม่ให้แม่เป็๲ห่วงได้ยังไงล่ะ"

                    คุณผานิตยกมือขึ้นลูบใบหน้าคมของบุตรชายอย่างอาทร

                    "แม่มีลูกอยู่คนเดียว...ใจแม่อยากจะไปอยู่ที่ไร่ด้วยก็ไม่ได้..เพราะแม่ต้องอยู่ใกล้หมอ"

                    ผณธรเอื้อมมือมาจับแขนมารดาลูบเบา ๆ อย่าชาบชึ้งความรักความห่วงใยที่มารดามีให้เขา

                    "ผมเองก็เป็๲ห่วงแม่มาก...ที่ปล่อยให้แม่อยู่กับนารีเพียงสองคน"

                    "ไม่ต้องห่วงแม่หรอกจ๊ะ...ตอนนี้มีเด็กมาอยู่ด้วยอีกคนหนึ่ง...เพื่อนแม่หามาให้..ชื่อทองดีเป็๞เด็กดีไว้ใจได้"

                    "ก็ดีครับผมอยู่ทางโฯ้นจะหมั่นมาหาแม่บ่อย ๆ "

                    "แล้วนี่ไผ่มาเที่ยวนี้จะค้างหรือเปล่าลูก...หรือมาธุระอย่างอื่นจ๊ะ"

                    "มาเยี่ยมแม่...มาธุระด้วย ไม่ได้ค้างครับ" เขาว่าพลางก้มหยิบเสื้อนอกขึ้นพวดไหล่

                    "อ้าว..จะไปเลยเหรอลูก...ไม่อยู่ทานข้าวเย็นกับแม่เหรอ?"

                    "ผมต้องรีบไปทำธุระ ระยะนี้กำลังยุงครับแม่"

                    เขาหันมาโอบกอดมารดาอีกครั้งพร้อมก้มลงหอมแก้มอีกฟอดใหญ่ ๆ 

                    "ผมกำลังสร้างบ้านใหม่ด้วยะครับแม่...หลังเก่ามันคับแคบ...ไม่สะดวก เอาไว้บ้านเสร็จเมื่อไหร่ผมจะมารับแม่ไปพักผ่อนที่ไร่บ้าง อากาศที่ไร่ดีมากเลยครับ"

                    "มาหาแม่แทนที่จะค้างให้แม่หายคิดถึงหน่อยก็ไม่ได้"

                    ชายหนุ่มหัวเราะหึในลำคอ

                    "เออ..แล้วไม่แวะไปหาหนูนุ้ยเขาหน่อยหรือลูก..ถ้ารู้ว่าไผ่มาคงดีใจนะ"

                    คุณผานิตส่งค้อนให้บุตรชายกับปฏิกริยาที่ทำเป็๲ไม่ใส่ใจที่นางพูดถึงนิยาบรรณ

                    "ผมแวะมาดูแม่นะครับ แม่สบายดีผมก็หายห่วงแล้ว"

                    "เฮ้อ มาเที่ยวไหนก็เหมือนเดิม"

                    "ผมต้อรีบไปเอาของที่สั่งไว้ก่อนนะครับ...เดี๋ยวเขาจะปิดร้านเสียก่อน"

                    ชายหนุ่มกราบลงที่ตักมารดาคุณผานิตน้ำตาคลอหน่วยเพราะ๻ั้๹แ๻่ผณธรไปซื้อไร่อยู่ที่ปากช่อง ทำให้ไม่มีเวลาอยู่ด้วยกันสักเท่าไหร่ คุณผานิตลุกขึ้นเดินมาส่บุตรชายบุตรชายที่รถตรงลานจอดหน้าบ้าน

                    "โธ่ อย่าทำหน้าอย่างนี้สิครับแม่ แค่สระบุรีนีเอง ผมไปมาได้อยู่แล้ว"

                    "แต่ก็ไม่ยอมค้าง"นางถอนหายใจ

                    "เอาเถอะเดือนหน้าแม่จะขอคุณหมอไปค้างกับไผ่"

                    "พอดีเลยครับ เดือนหน้าบ้านผมเสร็จ ผมกะอย่างนั้นอยู่แล้ว"

                    ชายหนุ่มตอบพร้อมเปิดประตูรถเข้าไปนั่งประจำที่คนขับ เขาขยับคาดเข็มขัดมห้เรียบร้อยก่อนจะดึงประตูปิดเข้ามามารดาขยับเข้ามาใกล้เกาะท่ขอบประตู ทำให้เขาเอามือมากุมมือของมารดาไว้หลังสาร์ทรถแล้ว

                    "แม่จะได้เห็นเสียทีว่าที่นั่นเป็๲ยังไง ไผ่ถึงไม่ยอมกลับบ้าน ต้องมีอะไรดี"

                    "ผมรักที่นั่ครับแม่ ไปนะครับ"

                    เขาตบลงมือมารดาสองสามครั้งแล้วปล่อยออก มารดาถอยกลับออกมายืนห่างจากรถ

                    "แม่เข้าบ้านเถอะครับ เดี๋ยวพอไปถึงจะโทรมาบอก อย่าห่วงเลย"

                    "ไม่ให้ห่วงได้ไงละ ลูกทั้งคน"

                    "ไปแล้วครับแม่"

                    "โตยังไงก็เป็๲เด็กสำหรับแม่เสมอ"

                    "เดือนหน้าเราได้นอนคุยกันที่บ้านไร่ครับแม่ ไผ่ไปนะครับ"

                    ชายหนุ่มค่อย ๆ เคลื่อนรถออกจากที่จอดโดยมีคุณผานิตยืนมองจนรถแล่นออกพ้นสายตา