
"สวัสดีครับแม่..."
"อ้าวไผ่ มาถึงั้แ่เมื่อไหร่ลูก"
"สักพักนี่เอง...แม่ไปไหนมาครับเนี่ย"
"ไปบ้านคุณนงเยาว์มาน่ะลูก"
มารดาพูดด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นพร้อมเดินเข้ามาหายกมือลูบไหล่ลูกชายเบา ๆ ด้วยความรักใคร่ขณะที่ชายหนุ่มก็โอบกอดหลวม ๆ ตอบกลับหอมแก้มมารดาไปหนึ่งฟอดก่อนจะปล่อยให้เป็อิสระ
"หนูนุ้ยมาหาไผ่สองสามครั้ง...เขาเพิ่งกลับจากต่างประเทศ..ซื้อข้าวของมาฝากเยอะแยะ"
น้ำเสียงที่เอ่ยถึงนั้นคล้ายกำลังปลื้มเ้าของชื่อนั้นเหลือเกิน
"เหรอครับ คงมีสักอย่างที่แม่ถูกใจ" เขาหันมายิ้มสัพหยอก
"ก็มีแหละลูก...ของไผ่ก็มีนะลูก..เดี๋ยมแม่จะไป..."
ไม่พูดเปล่าทำท่าจะผละไปด้านในไปหยิบของฝากออกมาให้ลูกชายได้ดูประกอบการพูดด้วย
"เดี๋ยวครับแม่!"
ชายหนุ่มคว้าข้อมือของมารดาได้เอาไว้ทันก่อนที่นางจะเดินเข้าไปหยิบของฝาก
"เอาไว้ก่อนครับแม่..ผมฝากแม่ไว้ก่อนแล้วกัน"
"เอ้า..จะมาฝากแม่ไว้ได้ไงลูก.."สีหน้ามารดาดูจะงง ๆ
"หนูนุ้ยเขาตั้งใจซื้อมาฝากไผ่นะ"
มารดาทรุดร่างลงนั่งข้างๆบุตรชายคนเดียวพลางจ้องหน้า
"เขาซื้อนาฬิกาเรือนทองมาฝาก...ทีแรกแม่ก็ปฏิเสธเหมือนกัน..แต่เขาก็ยืนยัน แม่ก็เลย..."
"ก็เอาไว้ในกล่องอย่างเดิมแล้วกันครับ...ผมยังมีใช้"
"แม่เห็นคนกันมานานแล้วนะลูก...ไม่เห็นไผ่พูดเื่แต่งงานให้แม่ดีใจสักที"
ผณธรถอนหายใจพร้อมปรับสีหน้าก่อนจะหันไปตอบคุณผานิต
"ผมยังอยากอยู่อย่างนี้ครับแม่"
"ไผ่" คุณผานิตเรียกเสียงเนิบยาว " อย่าเอาแต่ตากตรำงานมากนะลูก อายุไผ่ก็น่าจะมีครอบครัวแล้ว"
"ผมดูแก่ไปหรือครับแม่"
ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ เพื่อไม่ให้เื่ที่คุยกันนั้นดูเครียดจนเกินไป
"ไม่แก่หรอจ๊ะ"คราวนี้มารดายิ้มแบบเอาใจบ้าง" ลูกแม่ยังหล่ออยู่เลย..ไม่เหมือนแม่ดูซิแก่แล้ว...แม่เลยอยากเห็นลูกเป็ฝั่งเป็ฝามั่งน่ะจ๊ะ"
"ก็ผมจะเอาสะใภ้จากเมืองฝรั่งมาฝากมั่งแม่ก็ไม่เอานี่ครับ"
"อุ๊ย! ไม่ไหวหรอกลูกแม่พูดกับเขาไม่รู้เื่แน่"คุณผานิตทำหน้าอึดอัด
"งั้นต้องรอไปก่อนซีครับ...อย่างนี้ดีแล้ว ผมจะได้อยู่กับแม่นาน ๆ "
เขาพูดอย่างเอาใจทำให้คุณผานิตตองใจอ่อนทุกทีเมื่อลูกชายหยอดคำแบบนี้
"อยู่กับแม่อะไร"นาางทำเสียงสูง"เห็นไปจมอยู่แต่ที่ไร่โน่น...มาทีไรก็ไม่เห็นค้างกับแม่"
"มันกำลังอยู่ระหว่างการสร้างตัวนี่ครับแม่..ผมต้องทำความเข้าใจกับงาน"
"ที่จริงไผ่ไม่ต้องลงมือ..หรือลงตัวไปทำทั้งหมดก็ได้นี่ลูก"
ชายหนุ่มยิ้มน้อย ๆ โอบกอดมารดาหลวม ๆ อย่างประจบหอมแก้มมารดาแทนการตอบ
"เห็นหนูน้อยบอกว่ารู้จัก..แล้วก็คุ้นเคยกับไผ่มากกว่าเพื่อนๆคนอื่น ๆ ไม่มช่หรือจ๊ะ"
"เขาบอกอย่างนั้น ก็คงให้เป็อย่างนั้นสำหรับเขาครับ"
"พูดอะไรแม่ฟังยากจัง"คุณผานิตขมวดคิ้วนิ่วหน้า
"ก็เขาบอกเขาคุ้นเคย"ชายหนุ่มเน้น "คือเขาน่ะคุ้นเคย แต่ผมไม่ได้คุ้นเคยไงครับกับเขาคนเดียวแน่ๆ"
เขารู้ว่าคนอย่างนิยาบรรณคงไม่พูดความจริงกับมารดาของเขาเป็แน่ นี่หล่อนคงมาทำคะแนนกับมารดาของเขาเอาไว้มากมาย จนมารดาของเขาเอ่ยถึงหล่อนไม่ขาดปากแล้วจะทำให้เขแก้อย่างไรได้ อีกอย่างเขาเป็ผู้ชายจะให้เขาพูดอะไรไปมากกกว่านี้ควดูไม่ดีมากนัก
"แล้วไผ่ไม่คิดจะแต่งงานกับหนูนุ้ยเลยหรือลูก...ท่าทางเขารักไผ่มากนะ ไม่งั้นไม่หมั่นมาหาบ่อย ๆ หรอก"
"แม่ครับ นุ้ยเขาไม่ใช่คนเรียบง่ายหรอกนะครับ"
เขาพยายามพูดช้า ไ เพื่อไม่ให้มองดูน่าเกลียดนักกัยการที่จะบอกเื่ราวของฝ่ายหญิง
"เขาชอบชีวิตที่สนุกสนาน...มีสังคมผู้ดีรอบกายมากกว่าจะมาใช้ชีวิตอยู่กลางไร่กลางสวน"
เขาอยากจะบอกมารดาเขาเหลือเกินถึงความเป็ตัวตนของ นิยาบรรณ ปิยะธาดา บุตรสาวมหาเศรษฐี ที่มารดาเขาชื่นชม แต่เขาก็ไม่กล้าพูดมากไปกว่านี้
"แต่บางทีเขาอาจจะชอบก็ได้นะลูก"มารดายังไม่ละความพยายาม
"มันยากนะครับแม่ที่นั่น ที่นั่นไม่มีความสะดวกสบายอะไรนัก เราอยู่อย่างสมถะ"
เขาไม่อยากให้มารดาของเขาคิดมากถ้ารู้ว่านิยบรรณผ่านการมีสามีมาแล้ว และเป็คนที่เคยทำให้เขาเจ็บมาก่อน หล่อนเป็คนสลัดรักที่เขามีต่อหล่อนไปอย่างไม่เหลือเยื่อใย ถ้ามารดาเขาทราบก็จะยิ่งผิดหวังดีไม่ดียิ่งจะหอบสังขารตามไปอยู่กับเขาที่ไร่ให้ลำบากลำบนเปล่า ๆ
"อยู่ที่นั่นไผ่ไม่เหงาบ้งเหรอลูก"
"ที่ไร่ไม่เหงาครับ"เขาตอบเสียงหนักแน่น
"ผมมีลุงผ่านกับป้าแม้นแล้วก็คนงานอีกหลายคนแม่ไม่ต้องห่วงครับ"
"ไม่ให้แม่เป็ห่วงได้ยังไงล่ะ"
คุณผานิตยกมือขึ้นลูบใบหน้าคมของบุตรชายอย่างอาทร
"แม่มีลูกอยู่คนเดียว...ใจแม่อยากจะไปอยู่ที่ไร่ด้วยก็ไม่ได้..เพราะแม่ต้องอยู่ใกล้หมอ"
ผณธรเอื้อมมือมาจับแขนมารดาลูบเบา ๆ อย่าชาบชึ้งความรักความห่วงใยที่มารดามีให้เขา
"ผมเองก็เป็ห่วงแม่มาก...ที่ปล่อยให้แม่อยู่กับนารีเพียงสองคน"
"ไม่ต้องห่วงแม่หรอกจ๊ะ...ตอนนี้มีเด็กมาอยู่ด้วยอีกคนหนึ่ง...เพื่อนแม่หามาให้..ชื่อทองดีเป็เด็กดีไว้ใจได้"
"ก็ดีครับผมอยู่ทางโฯ้นจะหมั่นมาหาแม่บ่อย ๆ "
"แล้วนี่ไผ่มาเที่ยวนี้จะค้างหรือเปล่าลูก...หรือมาธุระอย่างอื่นจ๊ะ"
"มาเยี่ยมแม่...มาธุระด้วย ไม่ได้ค้างครับ" เขาว่าพลางก้มหยิบเสื้อนอกขึ้นพวดไหล่
"อ้าว..จะไปเลยเหรอลูก...ไม่อยู่ทานข้าวเย็นกับแม่เหรอ?"
"ผมต้องรีบไปทำธุระ ระยะนี้กำลังยุงครับแม่"
เขาหันมาโอบกอดมารดาอีกครั้งพร้อมก้มลงหอมแก้มอีกฟอดใหญ่ ๆ
"ผมกำลังสร้างบ้านใหม่ด้วยะครับแม่...หลังเก่ามันคับแคบ...ไม่สะดวก เอาไว้บ้านเสร็จเมื่อไหร่ผมจะมารับแม่ไปพักผ่อนที่ไร่บ้าง อากาศที่ไร่ดีมากเลยครับ"
"มาหาแม่แทนที่จะค้างให้แม่หายคิดถึงหน่อยก็ไม่ได้"
ชายหนุ่มหัวเราะหึในลำคอ
"เออ..แล้วไม่แวะไปหาหนูนุ้ยเขาหน่อยหรือลูก..ถ้ารู้ว่าไผ่มาคงดีใจนะ"
คุณผานิตส่งค้อนให้บุตรชายกับปฏิกริยาที่ทำเป็ไม่ใส่ใจที่นางพูดถึงนิยาบรรณ
"ผมแวะมาดูแม่นะครับ แม่สบายดีผมก็หายห่วงแล้ว"
"เฮ้อ มาเที่ยวไหนก็เหมือนเดิม"
"ผมต้อรีบไปเอาของที่สั่งไว้ก่อนนะครับ...เดี๋ยวเขาจะปิดร้านเสียก่อน"
ชายหนุ่มกราบลงที่ตักมารดาคุณผานิตน้ำตาคลอหน่วยเพราะั้แ่ผณธรไปซื้อไร่อยู่ที่ปากช่อง ทำให้ไม่มีเวลาอยู่ด้วยกันสักเท่าไหร่ คุณผานิตลุกขึ้นเดินมาส่บุตรชายบุตรชายที่รถตรงลานจอดหน้าบ้าน
"โธ่ อย่าทำหน้าอย่างนี้สิครับแม่ แค่สระบุรีนีเอง ผมไปมาได้อยู่แล้ว"
"แต่ก็ไม่ยอมค้าง"นางถอนหายใจ
"เอาเถอะเดือนหน้าแม่จะขอคุณหมอไปค้างกับไผ่"
"พอดีเลยครับ เดือนหน้าบ้านผมเสร็จ ผมกะอย่างนั้นอยู่แล้ว"
ชายหนุ่มตอบพร้อมเปิดประตูรถเข้าไปนั่งประจำที่คนขับ เขาขยับคาดเข็มขัดมห้เรียบร้อยก่อนจะดึงประตูปิดเข้ามามารดาขยับเข้ามาใกล้เกาะท่ขอบประตู ทำให้เขาเอามือมากุมมือของมารดาไว้หลังสาร์ทรถแล้ว
"แม่จะได้เห็นเสียทีว่าที่นั่นเป็ยังไง ไผ่ถึงไม่ยอมกลับบ้าน ต้องมีอะไรดี"
"ผมรักที่นั่ครับแม่ ไปนะครับ"
เขาตบลงมือมารดาสองสามครั้งแล้วปล่อยออก มารดาถอยกลับออกมายืนห่างจากรถ
"แม่เข้าบ้านเถอะครับ เดี๋ยวพอไปถึงจะโทรมาบอก อย่าห่วงเลย"
"ไม่ให้ห่วงได้ไงละ ลูกทั้งคน"
"ไปแล้วครับแม่"
"โตยังไงก็เป็เด็กสำหรับแม่เสมอ"
"เดือนหน้าเราได้นอนคุยกันที่บ้านไร่ครับแม่ ไผ่ไปนะครับ"
ชายหนุ่มค่อย ๆ เคลื่อนรถออกจากที่จอดโดยมีคุณผานิตยืนมองจนรถแล่นออกพ้นสายตา