บทที่ 9 ห้องพยาบาล
หลับตาตื่นมาภาพแรกที่เห็น ก็เป็หลอดไฟสว่างสีขาวอยู่ตรงหน้า บรรยากาศภายในห้องนี้ก็ดูเป็สีขาวไปหมด พอกรอกตามองไปรอบ ๆ ก็เห็นผ้าม่านสีฟ้าดึงมารวบไว้กับเสาเหล็กข้าง ๆ ศรีษะ พอพยายามนึกอะไรขึ้นมาก็รู้สึกปวดตุบในสมอง จนต้องยกมือขึ้นมากุมไว้ทั้งสองข้าง ครู่หนึ่งก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เขาก็รีบหันขวับไปมองเตียงข้าง ๆ ทันที เห็นเพื่อน ๆ ของเขานั่งอยู่คนละเตียงมีผ้าพันแผลพันไว้ทั้งตัว แต่ละคนต่างหันมามองที่เขากันหมด เขาเริ่มจำเื่ราวได้ว่าก่อนตื่นขึ้นมาได้เกิดเหตุอะไรขึ้น เขาจึงรีบลุกขึ้นนั่ง แต่บัดนั้น!
โอ๊ยย!
ความรู้สึกเ็ปก็ลามขึ้นมาทั่วร่างกายจนต้องลงไปนอนตามเดิม
"อย่ารีบลุกสิกริ้นท์..." ท็อปบอกมาปนเสียงหัวเราะ แจ็คกับแบงค์หลุดขำออกมาทันที
"ใใช่มั้ยที่อยู่ ๆ รู้สึกเจ็บขึ้นมา ฉันก็เหมือนกัน"
กริ้นท์ยันตัวค่อย ๆ ลุกขึ้นเพื่อไม่ให้ตนเจ็บไปมากกว่านี้ แล้วถามไป "ที่นี่ที่ไหน"
"ก็ห้องพยาบาลสิ นายคิดว่าเป็ที่ไหน!"
กริ้นท์ก็เพิ่งรู้สึกเหมือนกันว่าจีนนั่งอยู่ปลายเตียงของท็อป ดูเธอพูดเหมือนโกรธอะไรเขายังไงยังงั้น และแล้วเสียงหวาน ๆ ของผู้หญิงก็พูดเสริมมาทางด้านหลังจนเขาต้องรีบหันไปมอง
"ห้องพยาบาลของโรงเรียนน่ะกริ้นท์...ว่าแต่นายยังเจ็บมากมั้ย"
"มะ..ไม่ เท่าไหร่" เขาตอบตะกุกตะกัก เขาก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่ามิ้นท์ก็อยู่ด้วย แถมยังนั่งอยู่ข้างเตียงเขาซะอีก แต่กลับไม่รู้สึกเลย กริ้นท์มองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเป็ห่วงของเธอ เขาจึงเหลือบไปเห็นว่ามีใครนอนอยู่อีกเตียงด้านหลัง เขานึกขึ้นมาได้ว่าั้แ่ตื่นมาก็ไม่เห็นน้องชายของเขาเลย จึงร้องถามออกไป
"ธี..แล้วธีล่ะ! "
มิ้นท์หันไปมองด้านหลังแล้วหันกลับมาตอบกริ้นท์ "เขายังหลับอยู่ แต่ก็ไม่เป็อะไรแล้วล่ะ"
กริ้นท์เห็นน้องชายนอนคลุมผ้าห่มครึ่งตัว ตามตัวมีผ้าพันแผลพันไว้ไม่ต่างจากเขาเลย
"เมื่อกี้เขาตื่นขึ้นมาแล้ว แต่ก็นอนต่อก่อนนายจะตื่นขึ้นมา"
"เขาเป็อะไรมากรึเปล่า" กริ้นท์ถามมิ้นท์กลับไป
"ไม่เป็แล้วแหละ เห็นเขาแข็งแรงปกติดีตอนที่ตื่นขึ้นมา"
กริ้นท์โล่งใจขึ้นมาได้ที่ทุกคนไม่ได้เป็อะไรมาก เลยหันกลับไปคุยกับเพื่อน ๆ ระหว่างที่คุยกันอยู่ก็เห็นจีนมองมาอย่างโกรธเคือง เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาไปทำอะไรให้เธอโกรธ และบัดนั้นเธอก็พูดกับเขาเสียงดัง จนเขารู้สึกกลัว
"เห็นมั้ย...เพราะนายคนเดียวที่ทำให้คนอื่นเจ็บกันระนาวแบบนี้! ถ้าท็อปไม่คบกับพวกนายเขาคงไม่ต้องมาเจ็บตัวด้วยหรอก"
"ม..มะ...มันไม่ใช่อย่างนั้น" ท็อปรีบชี้แจงไป หน้าดูแตกตื่นเป็ที่สุด "ไม่ได้เกี่ยวกับกริ้นท์หรอก..จีน เื่นี้เป็เพราะ..."
"ใช่..ฉันเอง ฉันผิดเองที่ทำให้คนอื่นต้องเจ็บตัวแบบนี้" กริ้นท์ขัดขึ้นมาโดยที่ท็อปยังพูดไม่จบ "ขอโทษ...ขอโทษที่ทำให้ทุกคนเดือดร้อน" เขาก้มศรีษะน้อมรับความผิด
กริ้นท์...
ทุกคนเอ่ยชื่อเขาพร้อมกันเสียงเรียบเบาอย่างน่าสงสาร ธีก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาพอดี ดูบรรยากาศตอนนี้กลายเป็ความเศร้าไปทั้งห้อง มิ้นท์เห็นอารมณ์โกรธของจีนยังคงแค้นไม่หาย เธอเลยพาจีนออกจากห้องพยาบาลไปก่อน เพื่อให้เธอใจเย็นขึ้นกว่านี้ เพื่อน ๆ เห็นกริ้นท์นั่งซึมไป เลยชวนคุยเปลี่ยนเื่ไปก่อน แล้วค่อยอธิบายเื่นี้ทีหลัง
ณ ชอยหลังตลาด เจมส์รวบผมสีเืไปมัดไว้ด้านหลังยืนรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้านตัวเปลือยเปล่า สวมแต่กางเกงกีฬาสีน้ำเงินตัวเดียว พอรดน้ำเสร็จเขาก็เดินเข้าไปหยิบคีมตัดกิ่งในห้องเก็บของมาตัดแต่งกิ่งต้นไม้หน้าบ้านไปทีละต้น ระหว่างนั้นก็มีวัยรุ่นตัวผอมบางตัดผมเปิดข้าง ปล่อยยาวเฉพาะกลางศรีษะปลายแหลมมาถึงท้ายทอย และกันเป็รวดลายข้างศรีษะทั้งสองข้าง เขาขับมอเตอร์ไซค์ในท่ามาดกวนมาจอดขวางทางเข้าบ้านของเจมส์ตามเคย
"ไอ้เจมส์...อยู่มั้ย เฮ้ยย..ลูกพี่ อยู่มั้ย!" เขาะโเสียงดังทั้ง ๆ ที่เห็นแล้วว่าเจมส์ยืนตัดแต่งกิ่งอยู่หน้าบ้าน
"ไอ้สัส..! กูก็ยืนอยู่มึงไม่เห็นเหรอ"
เด็กหนุ่มผมเปิดข้างก็ยังทำเป็มองไม่เห็นเหมือนเดิม แถมยังะโเรียกเสียงดังขึ้นอีก ทำให้เจมส์อดใจไม่ไหวต้องเดินไปหยิบสายยาง แล้วเปิดวาวก็อกน้ำฉีดเข้าไปที่ตัสของเด็กหนุ่มคนนั้นเต็ม ๆ ทำเอาเพื่อนต้องวิ่งหลบกระแสน้ำที่พุ่งไปรอบ ๆ หน้าบ้าน จนต้องร้องขอ
"ยอมแล้ว..! ยอมแล้วเจมส์ พอ ๆ กูเปียกหมดแล้วเพื่อน"
เจมส์หยุดฉีดแล้วกลับไปปิดวาวน้ำ จากนั้นก็เดินหน้ายิ้มอย่างสะใจมาหาเด็กหนุ่มผมเปิดข้าง
"มึงจอดขวางทางเข้าบ้านกูทุกทีเลยนะ ว่าไง...มีอะไรถึงมาหาแต่เช้าเลยวันนี้"
หนุ่มผมเปิดข้างถอดเสื้อมาบิดน้ำออก แล้วสะบัดแรง ๆ พลางพูดมาอย่างไม่จริงจัง "มึงทำกูเปียกแต่เช้าเลยนะ"
"ห้า ห้า..ๆ" เจมส์ขำท่าทางของเพื่อนก่อนถามไปอีกที "ว่าไงดำ มีอะไร"
"คิดถึงจึงมาหา ตื่นเช้ามา...บ้านมึงมีไรกินบ้างวะ" เขาพูดหยอกล้อกันฉันเพื่อน
"ไอ้สัส...กูถามจริง ๆ กูไม่เคยเห็นมึงมาแต่เช้าแบบนี้เลย"
"เปล่า...ไม่มีอะไรมากหรอก" เขาเลิกแกล้งเพื่อนแล้วบอกตามตรง "เข้าไปคุยกันในบ้านดีกว่า"
เจมส์ตอบตกลงแล้วสั่งให้เพื่อนเข้าไปก่อน ส่วนเขาเอาคีมตัดกิ่งไปเก็บก่อนแล้วค่อยเดินตามไปทีหลัง
เด็กหนุ่มผมเปิดข้างนั่งรออยู่บนโซฟาหน้าโทรทัศน์ ยื่นมือขวาไปหยิบรีโมตแล้วเลื่อนช่องไปเรื่อย ๆ เจมส์เดินเข้าไปในครัวครู่หนึ่งแล้วเดินออกมาพร้อมน้ำเปล่าสองแก้ว ตอนนี้เขาได้เอาเสื้อมาสวมแล้ว หลังจากที่หายเข้าไปในครัว และเป็สีเดียวกับกางเกงที่สวมอยู่ เขาวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะกระจกเตี้ย ๆ หน้าโซฟาแล้วผลักยื่นไปวางไว้ตรงหน้าเพื่อน ส่วนเขาหยิบขึ้นมาดื่มอย่างกระหายแล้วพูดออกมา
"ว่าไง"
เด็กหนุ่มผมเปิดข้างวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะหลังจากดื่มเสร็จ แล้วหันมาเล่าอย่างจริงจัง "กูได้ยินมาว่าพวกแก๊งปะเหลียนแฟมิลี่จะมาเล่นพวกรุ่นน้องของมึง สาเหตุก็มาจากที่เ้าพวกนั้นเอาชนะหน่วยที่หนึ่งของมันได้ พวกมันเลยจะเอาคืน"
เจมส์คลุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดออกมาว่า "ถ้าเป็อย่างนั้นก็แย่แน่ แก๊งปะเหลียนแฟมิลี่มีกำลังเยอะกว่ามาก เ้าพวกนั้นเอาชนะไม่ได้หรอก"
"ใช่...กูว่างานนี้มีเละแน่" เขากลืนน้ำลายเสริมมาอย่างหวาดเสียว "ว่าแต่มึงจะเอายังไง...เ้าพวกนั้นมันก็น้อง ๆ ของมึงหนิ มึงจะปล่อยให้พวกมันยำพวกเขาเหรอ"
เจมส์คลุ่นคิดอย่างหนัก มือกุมปลายคางไว้เพื่อไตร่ตรองหาหนทาง ไม่นานเขาก็นึกขึ้นมาได้เลยพูดออกไป "มีเ้านั่นอยู่หนิ หมอนั่นคงไม่ปล่อยให้ใครมาทำร้ายนักเรียนของมันหรอก"
"เ้านั่นเหรอ..." หนุ่มผมเปิดข้างพยายามนึก "จริงสิ..! ถ้ามีเ้านั่นอยู่ต้องช่วยอยู่แล้ว"
"ใช่...หมอนั่นไม่ปล่อยให้ใครมาทำร้ายนักเรียนของมันอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือ..." เจมส์หยุดเสียงลง เพื่อนก็จ้องหน้าเพื่อรอฟังปัญหาเขาที่ว่า "พวกนั้นมีกันเยอะเกินไป ต่อให้มีเ้านั่นอยู่ก็ตาม ก็ยากที่จะเอาชนะได้เหมือนกัน"
ทั้งคู่เงียบกันไปพักใหญ่ ต่างแก้ปัญหากันไม่ตกนึกอะไรไม่ออกเลย ถึงแม้เจมส์จะหยุดเรียนไปแล้วสองปี แต่เขาก็ยังมีเยื่อใยต่อนักเรียนทุกคนที่เรียนโรงเรียนเดียวกัน หากมีใครมายุ่งเกี่ยวหรือทำร้ายคนที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียนเก่าที่เคยเรียน เขาก็ไม่ยอมคนพวกนั้นเหมือนกัน
"มึงรู้มั้ยว่าพวกมันมีกันกี่คน" เจมส์ถามขึ้นมาหลังจากที่เงียบกันไปนาน
หนุ่มผมเปิดข้างหันไปด้านข้าง ตาเหลือบขึ้นบนพยายามนึกตามที่เพื่อนถาม ทำให้เจมส์มองเห็นลวดลายบนศรีษะทั้งสองข้างของเพื่อนอย่างชัดเจน "ถ้าจำไม่ผิดพวกนั้นมีกันแปดหน่วย แต่ละหน่วยก็ไม่ต่ำกว่าห้าสิบคน ส่วนหน่วยที่หนึ่งแตกออกเป็สองส่วนแล้ว ฉันว่าพวกมันน่าจะมีกันประมาณห้าสิบถึงเจ็ดสิบคนเป็ขึ้นต่ำ"
"ห้าถึงเจ็ดสิบคนเลยงั้นเหรอ..." เจมส์ย้ำคำ "งั้นเ้าพวกนั้นก็แพ้ขาดลอยเลยสิเนี่ย"
"ใช่...พวกมันมีกำลังเยอะกว่าทั้งหลายเท่าแน่ะ ถ้าเกิดพวกนั้นสู้ก็เท่ากับพากันไปตายแน่นอน" เขาเสริมมา
เจมส์หยิบแก้วแล้วลุกขึ้นยืน จากนั้นก็หันไปบอกกับเพื่อนก่อนเดินเข้าห้องครัวไปว่า "ยังไงก็ตาม...พวกมันยังไม่กล้าเปิดศึกตอนนี้หรอก อย่างน้อยก็พอมีเวลาให้คิดแผนอยู่"
แม้ว่าเจมส์ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพวกกริ้นท์เลยก็ตาม แต่กริ้นท์ก็เรียนอยู่ที่โรงเรียนเก่าของเขา ก็ถือว่าเป็รุ่นน้องของเขาเหมือนกัน ความจริงเจมส์ก็ไม่เคยเจอกริ้นท์กับเพื่อน ๆ ของเขามาก่อน เขาก็ไม่จำเป็ต้องยื่นมือไปช่วยเลยก็ได้ แต่เหตุผลที่เขากำลังคิดหาหนทางเพื่อช่วยอยู่นั้น ก็ไม่มีใครรู้ได้ว่าเหตุผลจริง ๆ เขา้าอะไรกันแน่
อาคาร 203 สองชั้น ซึ่งเป็อาคารภาษาต่างประเทศ อาคารนี้มีทั้งหมด 9 ห้อง แบ่งเป็ชั้นบน 5 ห้อง มี 1 ห้องภาษาไทย 2 ห้องภาษาจีน 3 ห้องภาษามาลายู 4 และ 5 เป็ห้องภาษาอังกฤษ ซึ่งจะแยกสำหรับครูไทยและต่างชาติ ส่วนชั้นล่างมี 4 ห้อง แบ่งเป็ห้องประชาสัมพันธ์ 1 ห้อง ห้องศิลปะ 1 ห้อง ห้องสังคมศึกษา 1 ห้อง สุดท้ายเป็ห้องพยาบาล ซึ่งเป็ห้องที่ใหญ่ที่สุดในอาคารนี้
บรรยากาศภายในห้องพยาบาลตอนนี้ดูไม่สู้ดีนัก หลังจากที่มิ้นท์พาจีนออกไป เนื่องจากคำพูดของจีนที่ทำให้กริ้นท์ต้องรู้สึกผิด เขาเลยนิ่งซึมไป ทำให้เพื่อน ๆ ที่อยู่ในห้องต้องซึมตามไปด้วย หลังจากที่ทุกคนเงียบกันไปนานหลายนาที ท็อปก็เป็คนทำลายบรรยากาศที่หดหู่เช่นนี้ขึ้นมาเป็คนแรก
"ขอโทษนะกริ้นท์..! "
ทุกคนหันไปยังเตียงที่ท็อปนั่งก้มหน้าอยู่อย่างรู้สึกผิดกันหมด ต่างตั้งใจฟังคำที่เพื่อนเอ่ยขึ้นมาทุกคำอย่างเปิดใจ
"เป็เพราะผมที่ทำให้ทุกคนต้องเดือดร้อน ผมจะไปคุยกับจีนเอง แล้วบอกเื่ทุกอย่างให้เธอฟัง เธอจะได้ไม่เข้าใจรุ่นพี่ผิด"
"ไม่เป็ไร...ท็อป นายไม่ต้องทำแบบนั้นหรอก นายไม่ได้ผิดอะไรสักหน่อย" กริ้นท์บอกอย่างจริงใจ
"ใช่..ท็อป! นายไม่ได้ผิดหรอก" แจ็คยืนยันมาอีกคน "แต่เป็พวกเราทุกคน รวมถึงนายและกริ้นท์ ที่ผิดด้วยกันทั้งหมด นายไม่ต้องเก็บเอาไปคิดหรอกนะ"
ธีเห็นบรรยากาศเริ่มดีขึ้นมาเรื่อย ๆ เขาเลยแกล้งถามขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนรู้สึกดีขึ้น "ว่าแต่นี่มันเกิดอะไรขึ้น ตื่นมาก็เห็นทุกคนน้ำเน่ากันไปหมด พวกนายโดนทืบจนเพี้ยนกันไปหมดแล้วเหรอเนี่ย..."
ทุกคนหันมองหน้ากัน ต่างลืมกันไปแล้วว่ามีธีอยู่ในห้องนี้ด้วย จากนั้นแบงค์ก็หันไปพูดกับธีอย่างหยอกล้อ "อะไรกัน...ไม่ได้น้ำเน่าสักหน่อย เท่ห์อย่างฉันไม่ทำอะไรแบบนี้หรอก"
สิ้นเสียงของแบงค์ ทุกคนหัวเราะกร๊ากขึ้นมาจนะเืไปทั้งห้อง ทำเอาครูฝ่ายพยาบาลต้องะโด่ามา
"นี่มันห้องพยาบาลไม่ใช่ตลาด เที่ยวหัวเราะกันเสียงดังไม่เกรงใจคนอื่นบ้าง"
"ขอโทษค้าบบ" ทุกคนพูดพร้อมกัน
ด้วยเหตุนี้บรรยากาศจากที่หดหู่อยู่ก็ได้กลายเป็เื่สนุกไปแล้ว พวกเขาหันมาพูดคุยกันอย่างสนุกสนานตามประสาเพื่อนสนิท จนลืมไปแล้วว่าตัวเองยังเจ็บอยู่
ระหว่างที่ภายในห้องพยาบาลกลับมาครึกครื้นกันได้อีกครั้ง ด้านนอกนั้นมีสองสาวยืนฟังการสนทนาอยู่หน้าประตู ทั้งสองได้ยินทุกอย่างั้แ่ต้นจนจบ จีนจึงได้รู้ความจริงเกือบทั้งหมด ว่าใครเป็ต้นเหตุที่ทำให้เพื่อนของเธอได้รับาเ็ ด้วยเหตุนี้ทำให้เธอยืนนิ่งอึ้งมองตาเพื่อนสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างคิดไปไม่ถึง มิ้นท์ยิ้มอย่างจริงใจแล้วพูดกับเธออย่างไม่ถือโทษโกรธอะไร
"ได้ยินแล้วใช่มั้ย...คราวนี้เธอยังจะโกรธเขาอยู่อีกมั้ย"
จีนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วพูดออกมาอย่างดึงดันไม่เลิก "ยังไงก็เป็เพราะเ้าลิงบ้านั่นที่ทำให้ท็อปต้องเจ็บตัว ถ้าท็อปไม่มาคบกับคนพวกนี้ก็คงไม่ต้องมาต่อสู้ชกต่อยแบบนี้หรอก"
พูดจบเธอก็สะบัดหน้าเดินออกไป ปล่อยให้มิ้นท์ยืนนิ่งปากอ้าค้างไม่ทันได้ตอบอะไรกลับไป ได้แต่ยืนดูจีนเดินห่างออกไปเรื่อย ๆ
หลังจากที่ทุกคนพูดคุยกันอย่างครึกครื้นอยู่นั่น กริ้นท์ก็รู้สึกสงสัยอะไรบางอย่าง เขาเลยต้องหันไปถามแบงค์ทันที
"ว่าแต่...นายพาพวกเรามาห้องพยาบาลได้ยังไงกัน"
"เออะ..นั่นสิ" แจ็คสงสัยเหมือนกัน
แบงค์เบิกตากว้างสงสัยว่าเพื่อนพูดอะไรกัน เขาไม่เห็นรู้เลยว่าตัวเองพาพวกเพื่อน ๆ มาห้องพยาบาล เขาจำได้แค่ว่าตอนนั้นจุกที่ท้องน้อยสุด ๆ จนหมดสติไป พอตื่นมาก็อยู่ในห้องนี้แล้ว
"พูดอะไรของนาย" คิ้วที่ขมวดชนกันของแบงค์แสดงถึงความงงงันไม่เข้าใจสิ่งที่เพื่อนพูด "นายไม่ใช่เหรอที่เป็คนพาพวกเรามาที่ห้องพยาบาล"
"จะบ้าเหรอ...ไม่ใช่ฉันสักหน่อย! "
"อ้าว ฉันก็นึกว่านายที่พาพวกเรามา"
"ใช่..ฉันก็คิดว่านายเหมือนกัน" แจ็คคิดเหมือนกันกับแบงค์
"เห๋...มันยังไงกันเนี่ย" กริ้นท์ยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่
ถ้าทั้งสามไม่ใช่เป็คนที่พาเพื่อน ๆ ไปห้องพยาบาล งั้นก็เหลืออยู่คนหนึ่งที่ยังไม่ได้ชี้แจงออกมา ว่าแล้วทุกคนก็หันขวับไปมองธีเป็ตาเดียวกัน
"อะไร...ไม่ใช่ฉันนะ" ธีอึ้งที่เห็นทุกคนมองมาที่เขากันหมด เขาเลยโพล่งออกมา "ฉันหลับไปคนแรกเลยจำไม่ได้เหรอ"
มันก็จริงอย่างธีว่า เขาหลับไปก่อนที่กริ้นท์จะสู้กับประธานนักเรียนเสียอีก อีกอย่างคนสุดท้ายที่มีสติอยู่ก็มีแต่แจ็คกับกริ้นท์ แต่ว่าตอนนั้นทั้งสองก็หลับไปพร้อมกัน ไม่รู้เลยว่าใครเป็คนพาพวกเขามาที่ห้องพยาบาล
"ก็คนที่ทำให้พวกนายเป็แบบนี้ไง...! ที่พามา"
เสียงดังมาพร้อมกับประตูที่เปิดออก ตอนนี้มิ้นท์เดินกลับเข้ามาเพียงคนเดียว ไม่มีจีนตามเข้ามาด้วย
"ฉันเห็นกรรมการนักเรียนแบกพวกนายตามหลังกันมาที่ห้องพยาบาล ฉันก็นึกสงสัยอยู่เหมือนกันว่าพวกนายเป็อะไร ฉันเลยตามมาที่นี่ โดยเฉพาะนาย...กริ้นท์ ประธานโอมแบกนายมาเองเลยนะ"
ทุกคนหันมองหน้ากันตาปริบ ๆ นึกไม่ถึงว่าคนที่ทำร้ายพวกเขาจนถึงปางตายจะพามาส่งที่ห้องพยาบาลเอง แบงค์นึกถึงวินาทีนั้นก็ยังโกรธไม่หาย ไม่คิดว่าพวกเขาจะเสียท่าอย่างหมดสภาพได้ขนาดนั้น
"หนอยแน่เ้าหมอนั่น..! รอฉันหายดีก่อนเถอะ จะไปกระซวกหนังหัวให้มานอนแทบเท้าให้ดู"
"นายยังคิดจะไปสู้อีกเหรอ..." แจ็คถามยิ้ม ๆ "แค่นี้ก็รู้ฝีมือแล้วนะ"
ท็อปกับธีเห็นแบงค์ฮึกเหิมแบบนั้นเลยเตือนเขาไป "ขนาดฉันกับท็อปรุมกันยังทำอะไรประธานโอมไม่ได้เลย แล้วนายคนเดียวจะไปสู้ได้ยังไง"
"ใครบอกคนเดียว! แจ็คกับกริ้นท์ก็อยากแก้แค้นใช่มั้ย" แบงค์หันไปถามเพื่อน
กริ้นท์ส่ายหน้าอย่างเร็ว เพราะรู้แล้วว่าต่อให้มีเขาสักสิบคนก็ยังเอาประธานโอมไม่ลงอย่างแน่นอน
"ขนาดเราสามคนรุมกันยังทำอะไรไม่ได้เลยนะ"
"อีกอย่าง..นายต่างหากที่ร่วงไปคนแรกเลยนะ" แจ็คเสริมมาหน้ายิ้มเยาะ
แบงค์โมโหขึ้นมา เพราะเจ็บใจที่ไม่ได้อยู่สู้กับเพื่อนเลย กลับเป็คนแรกที่ล้มลงไป "เจ็บใจชะมัด...!! "
แต่ละคนเจ็บใจไม่แพ้กัน เพราะไม่สามารถยืนหยัดอยู่สู้เพื่อช่วยเหลือเพื่อนได้เลย กลับถูกสวนจนร่วงอย่างง่ายดาย ไม่มีใครยืนสู้ได้นานเลยสักคน
••••• Silver Bullet •••••