“ใช่ อีนวลมันพึ่งมารายงานข้าเมื่อครู่ มิรู้สำออยอันใดหนักหนา แลพวกเจ้าสิควรป่วยมิใช่มัน พูดแล้วก็น่าเจ็บใจนัก อีบ่าวไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง” เมื่อพูดถึงตรงนี้พัดในมือยิ่งโบกสะบัดไหวๆ ตามอารมณ์ที่ปะทุออกมา สายตาไม่ได้จับจ้องไปยังเหล่านางรำอีกต่อไป ก่อนจะเหลือบมาเห็นบาดแผลของพระพายที่มีผ้าพันเอาไว้อย่างดี
“ช่างเถอะว่าแต่ลูก อาการบาดเจ็บที่เท้าเป็นอย่างไรบ้าง ดีขึ้นฤาไม่”
“ดีขึ้นมากแล้ว สงสัยคงเพราะยาสมุนไพรของคุณแม่” ได้ฟังดังนั้นคนที่กำลังโกรธจึงค่อยๆ ลดระดับความร้อนลง
แก้วจันตานั่งยิ้มมองสองแม่ลูกเจรจากันโดยไม่พูดอันใดสอดแทรก ใช้เวลาครู่หนึ่งเมื่อคุณเอื้องฟ้าคุยกับลูกชายหัวแก้วหัวแหวนจนพอใจ จึงหันไปทำหน้าที่คุมเหล่านางรำต่อ ระหว่างนั้นหนึ่งมือบางแอบเลื้อยอย่างช้าๆ เอื้อมมาสะกิดชายหนุ่มพร้อมกับส่งสายตาขยุบขยิบเป็นนัยบางอย่าง
“คุณแม่ ข้าขอพาแก้วจันตาไปยังเรือนริมน้ำก่อนนะ วันๆ นั่งดูแต่เหล่านางรำพวกนี้คงเบื่อแย่” คุณเอื้องฟ้าเหลือบมองครั้งหนึ่งก่อนจะพยักหน้า แล้วหันมายิ้มให้กับแก้วจันตาเล็กน้อย
“ระยะเวลาที่เจ้าอาศัยอยู่กับป้า ป้าอยากให้เจ้าทั้งสอง จงดูนิสัยใจคอกันให้มาก ในภายภาคหน้าหากร่วมหอลงเรือนกันแล้วจักได้รู้ใจกัน มิต้องปรับตัวอันใดให้มาก” คุณเอื้องฟ้ายังคงกำชับหนักแน่นในเรื่องเดิมเช่นเคย ก่อนที่แก้วจันตาจะพยักหน้ารับ
“เจ้าค่ะคุณป้า” แก้วจันตาก้มหน้ารับปากหญิงชราด้วยกิริยานอบน้อม แล้วขอตัวออกจากบริเวณนั้น เมื่อพ้นสายคุณเอื้องฟ้าแล้ว หญิงสาวมองซ้ายแลขวามองดูรอบๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีผู้ใดอยู่บริเวณนี้ ก่อนจะวางแผนการบางอย่างกับพระพาย ด้วยท่าทางลับๆ ล่อๆ
“ไม่ ข้าไม่มีทางเข้าไปยังเรือนทาสพวกนั้นเด็ดขาด” หนุ่มปฏิเสธเสียงแข็ง เขาส่ายศีรษะพร้อมกับย่างเท้าเดินตรงไปยังเรือนริมน้ำ หล่อนจะให้คนอย่างพระพายลดตัวไปเยี่ยมนางทาสไร้ศักดินานั่น ตั้งแต่เล็กจนโตยังไม่เคยมีผู้ใดสั่งสอนให้ทำเช่นนั้น เราทุกคนต่างรู้ดีว่านายกับบ่าวนั้นต่างมีบทบาทหน้าที่เช่นไร
“ช่วงนี้เป็นเวลาที่ดีนะเจ้าคะ คุณป้ากำลังคุมซ้อมรำ หากลีลาเยี่ยงนี้จะหาเวลาไม่ได้อีกนะเจ้าคะ” แก้วจันตาเร่งฝีเท้าเดินตามหลังชายหนุ่ม เธอทราบดีว่าการกระทำเช่นนี้ไม่มีผู้ใดทำกัน ยิ่งกับคนที่หยิ่งในเกียรติของตัวเองเช่นพระพายแล้ว การจะเปลี่ยนใจเขานั้นเป็นเรื่องยาก
“คิดดูสิเจ้าคะ ที่กลิ่นจันทร์ต้องป่วย นั่นเพราะพวกเรานะเจ้าคะ นางช่วยพาข้าว่ายน้ำ นางช่วยคุณพี่ห้ามเลือด นางช่วยหาอาหารมาประทังความหิวของพวกเรา ทั้งหมดนี้ข้าผิดด้วยรึ ที่ข้าจักเป็นห่วงนาง หากท่านไม่ห่วงอย่างเช่นข้า ท่านก็ควรไปเยี่ยมนางบ้าง อย่างน้อยก็ถือว่าได้ตอบแทนน้ำใจนาง จริงอยู่ที่ว่าไม่มีเจ้านายผู้ใดกระทำเช่นนี้ หากแต่ไม่มีบ่าวผู้ใดเสียสละได้เท่ากับกลิ่นจันทร์เช่นกันนะเจ้าคะ” มีเพียงฝีเท้าของเขาและเธอดังลอดความเงียบเข้ามา แก้วจันตารอฟังคำตอบจากชายหนุ่มครู่หนึ่ง ค่อนข้างแน่ใจแล้วว่าความเงียบของเขานั้นคือการปฏิเสธแบบไม่ต้องเสียแรงพูดนั่นเอง
“ถ้าคุณพี่ไม่ไป ข้าจักไปเองผู้เดียว แลท่านอย่าหวังว่าจักรู้อาการนางจากปากข้า ไม่เท่านั้นข้าจักขอคุณพ่ออยู่ต่อสักยี่สิบวันจะเป็นไรไป” สายตาแน่วแน่ พร้อมกับสองมือยกขึ้นมาเท้าเอว เธอเข้าใจว่าการมาของเธอนั้น ทำให้พระพายขาดอิสระไปมาก หากอยู่เกินสิบวันเขาได้อกแตกตายเป็นแน่