งานศพของจ้าวหย่งถูกจัดขึ้นอย่างรวบรัดและเรียบง่าย ตำรวจระบุสาเหตุของการเสียชีวิตว่าเกิดจากอุบัติเหตุ เพราะถึงอย่างไรจ้าวเหลียงก็จำเป็นที่จะต้องรักษาชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลเอาไว้ เขาจึงให้ตำรวจปิดคดีไปแบบนั้น
จ้าวหวั่นฮุ่ยกับหลินเว่ยฉิงถูกจ้าวเหลียงรับกลับมาอยู่ที่บ้านสกุลจ้าว เพื่อป้องกันไม่ให้จ้าวหวั่นฮุ่ยออกไปสร้างปัญหาข้างนอกได้อีก และเขายังอยากสอนงานต่างๆ ให้กับหลินเว่ยฉิง เพราะตอนนี้เขาไม่มีทางเลือกอื่นเหลืออยู่อีกแล้ว นอกจากต้องยกสมบัติทั้งหมดให้หลินเว่ยฉิงดูแลต่อ
ส่วนหลินเว่ยฉิงนั้นก็ไม่ได้พูดคุยกับแม่ของตัวเองอีกเลย เธอกลายเป็นคนเงียบขรึมลงกว่าแต่ก่อนมาก ไม่มีวี่แววของคุณหนูผู้เอาแต่ใจในอดีตให้เห็นอีก ผู้คนรอบข้างต่างก็มองเห็นความผิดปกตินี้ ถึงแม้ทุกคนจะเบาใจว่าเธอดูเหมือนจะเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดี แต่ลึกๆ ในใจทุกคนกลับเป็นห่วงกลัวว่าหญิงสาวกำลังวางแผนร้ายอะไรอยู่ในใจ
“งานที่ตาสอนเป็นยังไงบ้าง” จ้าวเหลียงถามหลานสาว
“หนูยังทำได้ไม่ดีเลยค่ะ แต่คุณตาไม่ต้องห่วงนะคะ หนูจะพยายามเรียนรู้งานให้ได้เร็วๆ หนูจะไม่ทำให้คุณตาผิดหวังแน่นอนค่ะ”
“เว่ยฉิง” จ้าวเหลียงมองหน้าหลานสาวอย่างนึกสงสาร “หลานอย่าเอาแต่นึกน้อยใจกับเรื่องในอดีต ความผิดทั้งหมดไม่ใช่หลานที่เป็นคนก่อขึ้น”
“แล้วมันเป็นความผิดของใครหรือคะ” หลินเว่ยฉิงก้มหน้าลงเพื่อซ่อนน้ำตาเอาไว้
“ถึงยังไงเรื่องมันก็ผ่านมานานแล้ว จ้าวหย่งก็ได้รับผลกรรมไปแล้ว ส่วนแม่ของหลาน...”
“คุณตาไม่โกรธคุณแม่หรือคะ”
“ตาเคยโกรธแม่หนูมากที่ทำเรื่องร้ายแรงอย่างนั้นลงไป แต่พอมานึกถึงสาเหตุทั้งหมด หากจะโทษว่าเป็นความผิดของใครสักคน คนๆ นั้นก็คงจะเป็นตัวของตาเอง ถ้าตาไม่รักแต่ลูกชายจนละเลยลูกสาว หวั่นฮุ่ยก็คงจะไม่กลายเป็นคนร้ายกาจอย่างนี้”
“แต่คุณตาก็ไม่เคยทอดทิ้งคุณแม่ คุณตายังให้อิสระกับคุณแม่เสมอ” หลินเว่ยฉิงน้ำตาไหลออกมา “คุณแม่ทำร้ายลุงใหญ่จนเสียชีวิตไม่พอ คุณแม่ยังยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อให้ตัวเองได้สิ่งที่ต้องการ แต่ผลสุดท้ายคุณแม่ก็มีหนูออกมาเพื่อประจานความผิดของตัวเองแทน หนูเป็นสัญลักษณ์ของความผิดของคุณแม่ หนูเป็นทายาทของคนเลวอย่างจ้าวหย่ง แล้วต่อไปหนูจะไปสู้หน้ากับคนอื่นได้ยังไงคะคุณตา ในเมื่อเลือดเนื้อทั้งหมดในตัวหนูเกิดมาจากคนไม่ดีอย่างนั้น”
“ไม่นะฉิงฉิง ลูกอย่าโทษตัวเองอีกเลย ความผิดทั้งหมดเป็นเพราะแม่เอง แม่ผิดเอง” จ้าวหวั่นฮุ่ยที่แอบออกมาจากเรือนพักของตัวเอง นางมาทันได้ยินสิ่งที่ลูกสาวกำลังพูดอยู่กับบิดาพอดี
“แกออกมาได้ยังไง กลับเรือนพักของแกไปได้แล้ว” จ้าวเหลียงตวาดลูกสาว ถึงแม้เขาจะสงสารจ้าวหวั่นฮุ่ยมากขนาดไหน แต่เขาก็ยังอยากให้ลูกสาวอยู่ทบทวนความผิดของตัวเองให้ได้เสียก่อน
“หนูอยากเจอลูกค่ะคุณพ่อ ไหนคุณพ่อสัญญาแล้วว่าจะไม่ทำให้ฉิงฉิงร้องไห้ยังไงล่ะคะ แล้วสิ่งที่หนูเห็นมันคืออะไร ทำไมลูกสาวของหนูถึงได้ร้องไห้ไม่หยุดอย่างนี้” จ้าวหวั่นฮุ่ยยิ่งเข้ามาหวังจะเข้าไปกอดหลินเว่ยฉิงด้วยความคิดถึง แต่หลินเว่ยฉิงกลับไปหลบอยู่หลังจ้าวเหลียงแทน “ทำไมล่ะลูก ทำไมลูกถึงไม่ยอมให้แม่กอด แม่คิดถึงลูกมากนะรู้ไหม”
“คุณแม่กลับเรือนพักไปตามที่คุณตาบอกเถอะค่ะ”
“หนูยังกลัวแม่อยู่หรือ แม่แค่อยากปกป้องลูกเท่านั้นเอง”
“ปกป้องหนูจากใครหรือคะ” หลินเว่ยฉิงถามเสียงเยาะ “คุณแม่อยากปกป้องหนูหรือคุณแม่โกรธที่จ้าวหย่งเอาเรื่องน่าอายของคุณแม่ออกมาพูดกันแน่คุณแม่ถึงได้ลงมือทำร้ายเขา”
“แต่มันทำร้ายลูก มันไม่ควรมาข่มเหงลูก” จ้าวหวั่นฮุ่ยตะโกนขึ้น
“จะโทษเขาฝ่ายเดียวก็ไม่ได้นะคะคุณแม่ เพราะถึงยังไงตัวเขาก็ยังไม่รู้เลยว่าเขาเป็นคนที่ทำให้หนูเกิดมา ถ้าไม่ใช่เพราะคุณแม่ปิดบังเรื่องราวต่างๆ เอาไว้ ป่านนี้เรื่องเลวร้ายในครอบครัวของเราก็คงไม่เกิดขึ้น คุณตาก็คงไม่ต้องเสียลุงใหญ่ไป ส่วนคุณพ่อก็คงไม่ต้องมาจากไปแบบนี้” หลินเว่ยฉิงตะโกนกลับ
“คุณพ่อหรือ ฮ่าๆๆ” จ้าวหวั่นฮุ่ยหัวเราะออกมาอย่างคนเสียสติ “แกกำลังเรียกใครว่าพ่อ”
“คุณพ่อของหนูคือคุณพ่อหลินฮ่าว”
“เขาเคยรับแกเป็นลูกสาวด้วยหรือ ลูกสาวของเขามีแต่นังหลินซูลี่คนเดียวเท่านั้น ผู้ชายคนนั้นเขารู้มาตลอดนั่นล่ะว่าแกไม่มีความเกี่ยวข้องกับเขาเลย เพราะอะไรรู้ไหม ก็เพราะว่าเขาไม่เคยนอนกับฉัน แม้แต่ฉันพยายามเอาตัวเองไปประเคนให้เขาถึงที่เขายังไม่หันมามองฉันเลย”
“รู้อย่างนั้นแล้วคุณแม่ไปบังคับให้คุณพ่อแต่งงานด้วยทำไม”
“เพราะฉันรักเขาน่ะสิ และฉันก็ไม่อยากแพ้ให้กับนังหลันหลันด้วย ตั้งแต่เล็กจนโต นอกจากลุงใหญ่ของแกแล้ว คุณตายังชอบเอาฉันไปเปรียบเทียบกับนังลูกคนงานชั้นต่ำนั่นอีก นังนั่นทำอะไรก็ดีไปหมด มีแต่ฉันคนเดียวที่ไม่ได้เรื่องในสายตาของทุกคน”
“ที่แกทำเรื่องเลวร้ายทุกอย่างลงไปก็เพราะแกอิจฉาเจ้าใหญ่กับหวังหลันหลันอย่างนั้นหรือ แกเป็นบ้าไปแล้วหรือหวั่นฮุ่ย” จ้าวเหลียงถามขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อ เรื่องเลวร้ายทั้งหมดเกิดขึ้นจากเหตุผลแค่น้อยนิดเท่านี้เองหรือ
“ใช่ค่ะ หนูอิจฉาทั้งพี่ใหญ่ทั้งนังหลันหลัน เพราะพวกเขาทำให้หนูดูต่ำต้อยในสายตาของคุณพ่อ”
จ้าวเหลียงน้ำตาไหลออกมาด้วยความเสียใจ “เรื่องทั้งหมดเป็นความผิดของฉันเองสินะ แกจะต้องให้ฉันทำยังไงแกถึงจะปล่อยวางเรื่องนี้ได้ หวั่นฮุ่ย...แกจะให้พ่อทำยังไงพ่อถึงจะชดเชยความผิดที่พ่อทำไว้กับแกได้”
“มาถามตอนนี้มันจะมีประโยชน์อะไรล่ะคะคุณพ่อ ในเมื่อหนูไม่เหลืออะไรในชีวิตอีกแล้ว แม้แต่ลูกสาวเพียงคนเดียวก็ยังทำตัวห่างเหินกับหนู หนูไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกแล้วค่ะ” จ้าวหวั่นฮุ่ยลงมือทำร้ายตัวเองต่อหน้าทั้งสองคน ก่อนจากไปใบหน้าเธอยังเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “หนูขอโทษนะคะคุณพ่อ แม่ขอโทษลูกด้วยนะฉิงฉิง”
“หวั่นฮุ่ย/คุณแม่!”
“เว่ยฉิง”
“เธอคงกำลังหัวเราะเยาะฉันอยู่สินะ สะใจเธอแล้วใช่ไหมที่เห็นฉันอยู่ในสภาพนี้” หลินเว่ยฉิงหันไปพูดกับหลินซูลี่ “แต่ก็ช่างเถอะ ยังไงวันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายของพิธีศพของคุณแม่ฉันแล้ว หลังจากนี้เราสองคนก็จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันอีก”
“ฉันรู้ว่าเธอกำลังเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่มันดีจริงๆ ใช่ไหมที่เธอจะมาทำร้ายตัวเองแบบนี้”
“ฉันทำร้ายตัวเองยังไง” หลินเว่ยฉิงหัวเราะออกมาเสียงเบา “คนอย่างฉันมันไม่สมควรที่จะมีความสุขอยู่แล้ว”
หลินซูลี่ถอนหายใจ “ฉันได้ยินคุณตา เอ่อ...คุณตาของเธอบอกว่าในใจของเธอยอมรับแค่คุณพ่อของฉันเท่านั้นใช่ไหม”
“ยอมรับแล้วจะยังไง แต่คุณพ่อก็ไม่เคยรักฉัน”
“เธอรู้ได้ยังไงว่าคุณพ่อไม่เคยรักเธอ เธอไม่คิดบ้างหรือว่าที่ผ่านมาทำไมฉันถึงยอมให้เธอทุกอย่าง เธอจำได้ไหมตอนที่เธอยังเรียนอยู่ชั้นประถม คุณพ่อเลือกที่จะไปร่วมงานโรงเรียนของเธอ แทนที่ท่านจะพาฉันไปเยี่ยมหลุมศพคุณแม่”
“ทำไม” หลินเว่ยฉิงพูดเสียงเบา “เพราะคุณพ่อสงสารฉันหรือ”
“เปล่าเลย ไม่ใช่เพราะคุณพ่อสงสารเธอ แต่คุณพ่อเห็นเธอเป็นลูกสาวของท่านมาตลอดต่างหาก”
“เธอ...เธอกำลังพูดอะไร”
“ก่อนที่คุณแม่ของฉันจะเสีย ท่านบอกคุณพ่อไว้ว่าไม่ว่าในอนาคตคุณหวั่นฮุ่ยจะคลอดลูกออกมาเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ก็ให้คุณพ่อรับเด็กคนนั้นมาเป็นลูกบุญธรรมให้ได้ เพราะคุณแม่ของฉันกับแม่ของเธอเคยให้สัญญากันไว้ตั้งแต่ที่พวกท่านยังเป็นเด็ก”
“แต่คุณพ่อของเธอถูกบังคับให้แต่งงาน และแม่ของฉันก็ยังทำไม่ดีกับเธออีก คุณพ่อจะรับฉันเป็นลูกได้จริงๆ หรือ”
“เรื่องของแม่เธอมันก็ไม่เกี่ยวกับที่พ่อของฉันเต็มใจรับเธอเป็นลูกสาวบุญธรรมนี่” หลินซูลี่ส่งสมุดบันทึกเล่มเล็กของพ่อให้หลินเว่ยฉิง “สมุดบันทึกเล่มนี้เขียนเรื่องราวต่างๆ ไว้มากมาย เธอลองอ่านดูก็แล้วกัน”
“ทำไมมันมีแค่ครึ่งเล่มล่ะ อีกครึ่งหนึ่งหายไปไหน”
“ฉันเผาไปที่หน้าหลุมศพแม่เธอแล้ว”
หลินซูลี่เดินกลับออกไป ปล่อยให้หลินเว่ยฉิงนั่งอ่านบันทึกอยู่คนเดียว ไม่นานหลินเว่ยฉิงก็ร้องไห้ออกมาพร้อมรอยยิ้ม “ขอบคุณนะคะคุณพ่อ ขอบคุณนะคะคุณแม่หลันหลัน หนูสัญญาว่าต่อไปนี้หนูจะเป็นคนดี หนูจะปรับปรุงตัวใหม่ และหนูจะดีกับพี่ซูลี่ คุณพ่อคุณแม่เป็นกำลังใจให้หนูด้วยนะคะ”