ตอนที่ 11
ปี 2 เทอม 1 ลาก่อนวิศวกรรมเคมี
ณ หอพักดาราแลนด์
ระยะเวลาเวียนผ่านอย่างน่าคิดถึง เพียงแค่อึดใจเดียวปีหนึ่งที่แสนวุ่นวายก็ได้ผ่านไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ ใบหน้าที่แสนคิดถึงกำลังหลับตาพริ้มอย่างน่าเอ็นดูหน้าอกขาวที่กระเพือบขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ กับไรผมน้อย ๆ บดบังใบหน้านิด ๆ
จากเื่ราวและสถานการณ์ที่เป็อยู่ ผมเริ่มมั่นใจแล้วว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้คือความจริงไม่ใช่ความฝัน ผมได้ย้ายมาอยู่กับพี่ไฮโลอย่างถาวร ทั้ง ๆ ที่มีชื่อไว้ที่หอในอยู่ตอนนี้เราสองคน ได้นอนเตียงเดียวกัน กินข้าวด้วยกัน ไปเรียนด้วยกันแถมยังใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ด้วยกันอีก
“ ตื่นได้แล้วครับพี่ไฮโลเช้าแล้วนะครับ ”
“ อืมมมม ” เสียงเอื่อย ๆดังขึ้นภายในลำคอ กับร่างกายที่เคลื่อนไหวอย่างอัตโนมัติมือทั้งสองดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดตาคลุมโปงประหนึ่งบอกกับผมว่าขอนอนต่ออีกหน่อย
“ถ้าพี่ไม่ตื่นผมจะจุ๊ฟพี่ละนะครับ ” ผ้าห่มที่คลุมอยู่ค่อย ๆ คลุกคลิกเปิดออกกับดวงตากลมโตที่ลืมเพียงข้างหนึ่ง
“วันนี้วันหยุดนะ ขอนอนอีกนิดไม่ได้หรอ ”
“ไม่ได้ครับ วันนี้พี่สัญญากับผมว่าจะไปช้อปปิ้งที่ห้างกัน ” ไม่รอช้า ผมค่อย ๆคว้าตัวคนขี้เซาให้ลุกขึ้น มานั่งบนตักของผม คางเกยลงบนไหล่ได้รูปพร้อมกับดอมดมกลิ่นหอมอันคุ้นเคยจากซอกคอทางด้านหลัง
“อืมมมมม หยุดนะไอ้ไพ่ กูจะนอน อย่ากวน ”ถึงพี่เขาจะพูดแบบนั้นแต่ก็ไม่ได้ขัดขืนอะไรผมจึงไม่หยุดที่จะััตัวเขาที่ยังสะลึมสะลืออยู่“ จิ กูบอกให้หยุดไง ” เสียงเดาะลิ้นดังขึ้นกับใบหน้าที่หันมามองผมด้วยความเร็วทำให้สันจมูกของเราทั้งสองชนกัน ดวงตาทั้งสองข้างส่อประสานกันโดยไม่ได้นัดหมาย
“นี่พี่วางแผนลวนลามผมหรอครับ ” ไม่รอคำตอบจากฝ่ายตรงข้ามริมฝีปากหนาเริ่มจู่โจมประทับรอยจูบให้กับคนตรงหน้าฉับพลัน
“เชี่ย ไอ้สัสไพ่ มึงชักเอาใหญ่ละนะ ” ไฮโลสะดุ้งตัวโยนด้วยความใ พลันยกมือข้างหนึ่งเข้ามาเช็ดปากพร้อมกับต่อว่าคนร่างสูงที่นั่งอยู่บนเตียงอย่างมีความสุข
“Morning Kiss ครับ ” ตาหยี่ ๆ รอยยิ้มเปื้อนความเ้าเล่ห์บ่งบอกถึงอันตรายในรูปแบบของรุ่นน้องที่ไว้ใจอะไรไม่ได้ในตอนนี้จนเริ่มคิดแล้วว่ามันดีแล้วใช่หรือไม่ที่อนุญาตให้ไพ่ย้ายมาอยู่ด้วย
“มึงนี่มัน ” ใบหน้าขาวผ่อง ค่อย ๆ แดงระเรือประหนึ่งลูกตำลึงสุก ไหนจะความเขินอายที่มีสาเหตุมาจากใบหน้าหล่อๆ นั่นอีก “ มึงหยุดมองกูได้แล้ว ” ไฮโลปาหมอนใส่คนตรงหน้าตัวเอี่ยวหยิบผ้าขนหนูที่ตากไว้ราวระเบียง วิ่งแจ่นเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว
“ให้ผมถูหลังให้มั้ยครับ ”
“เสือก ”
ณห้าง เดอะริช
ห้างดังซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก เราทั้งสองแว้น มอไซด์มาด้วยกัน กว่าจะมาถึงห้างก็เปิดพอดี
“จะว่าไป ไอ้แก่พี่มันก็เฟี้ยวดหมือนกันนะเนี่ยสามารถพาเรามาถึงในเมืองด้วยนึกว่าจะเสียกลางทางซะอีก 555 ” ไพ่กล่าวแซวขณะที่ใช้มือทั้งสองข้างเอื่อมไปปลดล็อคหมวดกันน็อคให้ไฮโลอยู่
“พูดมากน่า หรือมึงจะมาโดยสารละ .... ไม่ต้อง มึงไปจอดรถเลยไปเดี๋ยวกูถอดเอง ”ไฮโลปัดมือที่หวังดีออกแล้วปลดล็อคหมวกกันน็อคของตัวเอง
“โธ่พี่ พึ่งพาผมหน่อยก็ได้ ”
“กูพึ่งพามึงจนจะเป็ง่อยอยู่แล้วเถอะ ”
“พี่ก็ มันไม่ขนาดนั้นสักหน่อย ”
“มันคือเื่จริง กูพึ่งพามึงจนทำตัวไม่ถูกละเนี่ย ”
“แปลว่าพี่ไม่ชอบที่ผมใส่ใจหรอครับ ”ท่าทางที่เหมือนหมาน้อยน่ารักที่กำลังขอความเห็นใจจากเ้าของมันทำให้หัวใจของไฮโลฟูฟ่องขึ้นมาทันที
“ปะเปล่า มันก็.......ดะเดี๋ยวนะ นั่นมันไอ้หวยกับไอ้โค้กนี่หว่า ”ไฮโลเปลี่ยนประเด็นออกจากบรรยากาศที่เปลี่ยนไปพลันชี้มือชี้ไม้ไปที่ลานจอดรถยนต์ที่อยู่ตรงข้าม “เข้าไปหาพวกมันกันเถอะ.....เอ๋......กูเห็นเชี่ยอะไรเนี่ย ” ไฮโลถึงกับยีตารัว ๆ เมื่อเห็นภาพหวยเลิกผมหน้าของโค้กขึ้นแล้วจุ๊ฟเหม่งไปหนึ่งที จากนั้นโค้กก็ไล่เตะหวยที่กำลังวิ่งหนีอย่างชอบใจ
“หรือว่าสองคนนั้นนนนนน ” ไพ่ทำท่าครุ่นคิดหนัก และมองคนทั้งสองด้วยความสงสัย
“ไปไอ้ไพ่ เราไปแอบดูสองคนนั้นกัน ” ไฮโลคว้าแขนของหนุ่มน้อย แล้วรีบเดินฉับ ๆ เข้าห้างแต่กลับโดนเขาคนนั้นรั้งไว้ด้วยแรงที่มากกว่า
“วันนี้คือวันเดทของเราไม่ใช่หรอครับ ปล่อยสองคนนั้นไปเถอะพวกเขาอาจจะแค่หยอกกันก็ได้ ”
“ตะ แต่ว่า ”
“นะครับ ”
“ก็ได้ งั้นไปกันเถอะ เข้าประตูศูนย์อาหารเลยมั้ย จะได้แวะกินข้าวเลยจากนั้นก็ไปดูหนัง ซื้อของ แล้วก็กลับกัน ”
“ครับ เอาตามนั้นเลย ” ทั้งคู่เดินจับมือกันประหนึ่งคู่รักข้าวใหม่ปลามันพูดคุยและหัวเราะด้วยกันอย่างมีความสุข
เวลาแห่งความสุขได้ดำเนินไปอย่างรวดเร็วจากอาหารที่สุดแสนธรรมดา รสชาติจืด ๆ ที่เหมือนจะอร่อยแต่ก็ไม่ขนาดนั้นเมื่อได้กินกับใครสักคนที่สำคัญ อาหารนั่นก็ไม่จำเป็ต้องมีรสชาติอีกต่อไป
“เอาอะไรอีกมั้ยเดี๋ยวกูไปซื้อให้ ”คนใจดีเอ่ยถามขณะที่ตนกำลังจะไปซื้อน้ำหวานมาล้างคอสักหน่อย
“เอานมชมพูครับ แบบไม่หวาน ”
“กวนตีน มึงไม่สั่งเมริกาโน่ละ ไม่อยากกินหวาน ” ฝ่ามือน้อย ๆตบเข้าที่หน้าฝากคนกวน ๆ ดังแปะ! “ดี ๆ จะกินอะไร ”
“กินพี่ได้มั้ย กินพี่ได้รึเปล่า ”สายตาแสนเหนื่อยหน่ายได้ปรากฎอยู่บนใบหน้าขาวได้รูป พลันถอนหายใจอย่างเหลืออด
“สัส ไม่ต้องแดกมึงอ่ะ แมร่ง ” ไฮโลไม่รอช้ารีบแบกใบหน้าสีแดงระเรือออกจากพื้นที่อันตราย แย่แล้วนี่มันอะไรกันไม่ว่าหมอนั่นจะทำอะไรก็ดูน่ารักไปซะหมด จากแต่ก่อนไม่ค่อยจะสนใจอะไรแต่ตอนนี้หัวใจกลับเหมือนมดนับพันกำลังไต่ตอม ชวนให้จักจี้หัวใจอยู่เนือง ๆ
รอยยิ้มแสนเ้าเลห์จ้องมองรุ่นพี่ด้วยความสุข มือข้างหนึ่งจับหลอดคนน้ำในแก้วแก้เขินยิ่งได้รู้ว่าตอนนี้พี่เขาเริ่มน่ารักกับตนมากขึ้น คนขี้แกล้งมีหรือจะปล่อยโอกาสถ้าเป็แบบนี้ต่อไป มีหวังคงต้องผิดคำสัญญาขอเป็แฟนก่อนเรียบจบแหงแซะไม่รอช้ารุ่นพี่ก็เดินกลับมาพร้อมน้ำปั่นผลไม้สองแก้วที่เหมือนกันเป๊ะ ๆ
“ไหนว่าไม่ซื้อมาให้ไงครับ แอบน่ารักนะเนี่ย ” แก้วน้ำปั่นถูกวางไว้ตรงหน้าของไพ่อย่างเบามือร่างบางขยับเก้าอี้ให้ได้ระยะก่อนที่จะนั่งอยู่ข้าง ๆ คนกวน
“มึงมั่วละ แม่ค้าแค่ฟังผิดเลยทำมา 2 แก้ว เห็นใจก็เลยจ่ายเพิ่มให้มันจบ ๆ จริง ๆกูไม่ได้โกหกนะ ”
“555 ครับ ๆ เชื่อก็ได้ ว่าแต่น้ำอะไรครับเนี่ย อืมมมม อร่อยดีนะครับ น้ำเสาวรสหรอ” ริมฝีปากบางลิ้มลองรสชาติแปลก ๆ
“ปีโป้เอ็มร้อยปั่นไง ” คำตอบสั้น ๆ กับใบหน้านิ่ง ๆ ตามแบบฉบับคนซึน ดวงตากลมโตเผลอมองสังเกตคนตรงหน้าอย่างไม่ได้ตั้งใจ คนที่ตัวสูง หน้าตาดีสีผมที่ถูกย้อมเข้ากับสีผิว นั่งขาไขว่ห้าง อะไรน่ะ ดู ๆ ไป มันก็ดูดีสุด ๆไปเลยไม่ใช่รึไง น่าหงุดหงิดชะมัด หงุดหงิดที่หมอนี่ใส่ต่างหูหงุดหงิดที่วันนี้มันไม่ใส่แว่น หงุดหงิดที่สวมสร้อยคอรูปไม้กางเขนหงุดหงิดที่เสื้อก็มีกระดุมครบนะ แต่เสือกไม่ใส่กระดุม 3 เม็ดบนและที่น่าหงุดหงิดที่สุดคือ ผู้หญิงที่อยู่รอบ ๆ มองมันไม่วางตาเลยแถมยังแอบถ่ายรูปมันอีก ไอ้บ้าเอ่ย หล่อตายแหละ ไอ้สัสนี่...
“พี่ไฮโล พี่ไฮโล เป็อะไรหรือเปล่าครับ มองผมแปลก ๆ ”ความคิดฟุ้งซ่านแตกออกราวกับฟองสบู่ ทำท่าทีเลิ่กลั่ก อย่างน่าสงสัย
“ปะเปล่า ไม่มีอะไร กินเสร็จยังจะได้ไปดูหนังต่อ ว่าแต่มึงมีเื่ที่อยากดูมั้ย ”ไฮโลพูดพร้อมกับหลบสายตาฉับพลัน แล้วเบี่ยงประเด็นไปสนมนาเื่อื่นจะบอกได้ยังไงว่าสมองคิดถึงแต่เื่ของมันไม่หยุดเลยแบบนี้
“เื่อะไรก็ได้ครับ ที่มีพี่นั่งอยู่ด้วย ” เ้าน้องก็ขยันหยอกขยันจีบเสียจริง
“งั้นดูการ์ตูนมั้ย เื่อะไรนะที่พึ่งเข้า ”
“ฤดูหนาวแห่งทาทานี ครับ สนุกมาก ” ชายหนุ่มพูดขึ้นด้วยหน้าตาที่แสนตื่นเต้นแต่ยังไม่ทันจะตกลงอะไรได้ เสียงะโอันคุ้นหูก็ดังขึ้นมาจากทางด้านหลังในขณะที่ทั้งสองกำลังยืนดูรายการหนังหน้าโรง
“ไอ้ไพ่ พี่ไฮโล ทางนี้ ๆ ” คนร่างสูงหุ่นนักบาสกล่าวทักทายอย่างร่าเริงพลันวิ่งฉับ ๆ เข้ามาหา
“อ้าวไอ้หวย มาได้ไงเนี่ย ” ไพ่เอ่ยทักทายเหมือนทุกทีที่เจอ
“อ้อ พอดีกูพาพี่โค้กมาซื้อของอ่ะ พอดีพี่เขาต้องย้ายของไปฝึกงานที่ระยองพรุ่งนี้เลยพามาซื้อของที่จำเป็สักหน่อย ว่าแต่ทั้งสองคนเถอะมาเดทหรอ ”
“พูดมาก ว่าแต่ไอ้โค้กล่ะอยู่ไหน ทำไมมึงถึงอยู่ตรงนี้คนเดียว ”ไฮโลกวาดสายตามองรอบ ๆ หาเพื่อนรักของเขา
“ออ อยู่ในโรงหนังครับ พอดีทะเลาะกันนิดหน่อยก็เลยแยกกันดู ”มันก็มีความเป็ไปได้เพราะตอนนี้มือของหวยก็ยังถือถังป๊อปคอร์นอยู่เลย
“อย่าบอกนะว่ามึงชวนมันดูหนังผี ” หวยเอาแต่เงียบไม่พูอะไรพร้อมกับรอยยิ้มเจื่อน ๆมือข้างที่ไม่ได้ถือถังป๊อปคอร์นเกาหัวแกรก ๆ “ กูว่าละ ไอ้หวยมันกลัวผีจะตายห่ามันคงยอมไปดูกับมึงหรอก ดูจากสถานการณ์ หนังผีมึงจบก่อนล่ะสิ ”
“แหม พี่ไฮโลเดาเก่งจังเลยนะครับ จะว่าไปพี่โค้กน่าจะดูอนิเมะ เื่ ฤดูหนาวแห่งทาทานีนานโคตร 3 ชั่วโมงครึ่งจุก ๆ ผมนั่งรอจนรากงอกละเนี่ย ” เ้าหวยบ่นอุบอิบ สักพักคนทั้งสามก็หาที่นั่งคุยกันรอโค้กและสนทนาเื่ทั่วไปใกล้ ๆ โรงหนัง
“เออ ไพ่ เทอมหน้ากูจะย้ายสาขานะ ”
“อ้าวทำไมวะ แล้วมึงจะย้ายไปไหน ”
“กูจะย้ายไปโยธา ถ้าเกรดวิชา สแตติกได้ Bขึ้นไปแล้วก็เกรดเฉลี่ย 2.5สามารถย้ายได้ แต่อาจเรียนช้ากว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันไปหนึ่งปี ” เ้าของเื่แจ้งเหตุถึงสถานการณ์ของตนในตอนนี้จากสีหน้าและท่าทางที่ได้กล่าวมาเหมือนกับว่าครุ่นคิดมาดีแล้ว
“แล้วทำไมมึงถึงย้ายละ กูนึกว่ามึงจะอยูยาว ๆ ซะอีก แล้วนี่ไอ้โค้กรู้เื่รึยังละ” ไฮโลเอ่ยถามออกมาพร้อมกับหยิบป๊อบคอร์นที่อยู่ในถังเข้าปาก
“ยังเลยพี่ ว่าจะบอกเร็ว ๆ นี้แหละ อ๋อเกือบลืมที่พี่ถามว่าทำไมผมถึงย้ายใช่มั้ยนั่นก็เพราะไอ้วิชาเวรนั่น ผมเอฟทั้งเทอมหนึ่งเทอมสองเลยถ้าผมยังฝืนอยู่ต่อละก็มีหวังโดนเชิญออกแน่ ๆ 8 ปีคงไม่พอ ”หวยพูดออกมาด้วยความเหลืออดก่อนที่จะหันไปมองรุ่นพี่ มนุษย์ 7 ปี ที่นั่งอยู่ตรงข้าม
“ถ้ามึงจะพูดขนาดนี้ มึงถอดรองเท้ามาตบหน้ากูเถอะ มึงว่ากูเรียนวิชานี้กี่ไม้แล้วให้ตายเถอะ ” ไฮโลสาทยายออกมาด้วยใบหน้าอันเรียบเฉย
“ขอโทษครับพี่ไฮโล ผมปากไวไปหน่อย แต่ผมไม่ได้มีแค่เหตุผลนั้นนะ ผมได้มีโอกาสไปเรียนวิชาพื้นฐานวิศวกรรมโยธากับเพื่อนที่เล่นบาสด้วยกันแล้วผมคิดว่าโยธานี่แหละทางผมเลย ดูจากวิชาสแตติกและเขียนแบบผมได้ A ทั้งสองตัวแล้ว ผมน่าจะรุ่งในสายงานนี้นะ 5555 ”
“เออ ถ้างั้นกูก็ขอให้มึงโชคดีละกัน ” เวลาเริ่มค่อย ๆ ผ่านไปรอแล้วรอเล่าโค้กก็ไม่ออกมาจากโรงหนังสักที
“มันตายในโรงหนังรึเปล่าเนี่ย นานมาก ” ไฮโลดูนาฬิกาพลันสลับกับประตูโรงหนังที่ผู้คนค่อย ๆ เดินออกมาอย่างเนืองแน่นพร้อมกับคำวิพากษ์วิจารณ์หนังที่พึ่งดูจบมา
“พี่โค้ก ทางนี้ครับพี่ ” โค้กหันไปมองต้นเสียงที่กำลังเรียก และโบกไม้โบกมือทักทายจากที่ใบหน้าเรียบเฉย ตอนนี้เปลี่ยนเป็ใบหน้าที่ดูกังวลหน่อย ๆพร้อมกับน้ำเสียงตะกุกตะกัก
“อะไอ้ไพ่ ไอ้ไฮโล มาได้ไงวะ ” สายตาคาดโทษมองไปทางคนร่างสูงพร้อมกับคำถามที่ส่งมาทางกระแสจิตว่า สองคนนี้มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงมึงเป็คนโทรตามมาหรอ
“พวกมึงสองตัวมาได้ไงเนี่ย ”
“เหาะมามั้ง ก็ขับรถมาสิวะถามอะไรแปลก ๆ ”
“มึงนี่มันนนนนน ” าเพื่อนรักกำลังจะเริ่มต้นขึ้น แต่กลับโดนไพ่ห้ามทัพไว้เสียก่อน
“ใน้ย็นครับพี่ จะล่อมวยวัดกันหน้าโรงหนังไม่ได้นะ 5555 ”ไพ่ห้ามทัพทั้งสองอย่างมืออาชีพ เพราะสองคนนี้มักจะทะเลาะกันอยู่บ่อย ๆ
“กูล้อเล่น แหมมม มึงก็จริงจังไปได้ จะว่าไปมึงสองคนนนน ” ยังไม่ทันที่โค้กจะพูดอะไรต่อสองคนนั้นก็เดินผ่านไปแบบไม่บอกไม่กล่าว“ เดี๋ยวสิพึ่งเจอกัน แล้วพวกมึงจะไปไหน ” โค้กคว้าแขนไฮโลที่เดินผ่านอย่างรีบเร่ง
“ไปดูหนังดิ ไอ้เื่ที่มึงพึ่งดูมาอ่ะ ปล่อย ๆ ได้เวลาเข้าโรงหนังแล้วเนี่ยไอ้ไพ่ มึงก็ไปซื้อป๊อบคอร์นแล้วก็โค้กเผื่อกูด้วย เอาเยอะๆ นะ 3ชั่วโมงกว่าคงไม่ใช่เล่น ๆ ”
ไม่รอช้าทั้งสองก็แยกย้ายออกไปดูหนังกันปล่อยให้คู่กัดอยู่ด้วยกันสองคน
“กลับเลยมั้ยครับ ”รอยยิ้มข้างหนึ่งหยิบยกขึ้น แล้วมองโค้กที่กำลังร้อนรน
“มึงไม่ได้บอกอะไร 2 ตัวนั้นใช่มั้ย ”
“ไม่นะครับ แล้วสองคนนั้นก็ไม่ได้ถามอะไรด้วย ”
“จริงจัง ”
“ครับ จริงจัง ” คนตัวสูงตรงเข้ามากระซิบที่ข้างหูเบา ๆ ฝ่ามือที่ไวยิ่งกว่าปีศาจได้ประทับลงบนใบหน้าเรียวได้รูปพลันพลักออกด้วยความหวาดระแวง
“มึงทำอะไรเนี่ย ถ้าสองนั้นเจอเข้าจะทำยังไง ”
“ก็ไม่ทำไงครับ ทำตัวปกติก็พอ พี่นะแหละทำตัวมีพิรุธตลอด ”
“มึงว่ากูหรอ ”
“5555 อะไรกันครับเนี่ย ผมจะว่าคนน่ารักแบบพี่ได้ยังไง ”เสียงอ้อล้อพูดให้อีกฝ่ายเขินอายอย่างไม่น่าเชื่อ กับสถานะที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขข้อผิดพลาดใดๆ แต่กลับเป็บรรยากาศที่ชวนให้หัวใจนุ่นฟูเสียจริง ๆ
ตัดภาพมาที่โรงหนัง2 หนุ่มนั่งใกล้แนบชิดกันที่แถวกลางตรงกลางมีถังป๊อบคอร์นวางอยู่ที่วางแขนแนวเดียวกันใส่แก้วโค้อเอาไว้แต่ถึงอย่างไรทั้งแขนและขาของทั้งคู่ก็พันเกี่ยวแตะกันไว้ตลอดเวลา
“พระเอกโง่จังวะ เสียสละคนรักให้คนอื่นเนี่ยนะ โง่หิบหายเลย ”ไฮโลแสดงความคิดเห็นออกมาอย่างเหลืออด
“ก็ไม่นะครับ ถ้าไม่ใช่ความผิดพลาดรักครั้งเก่า พระเอกจะรักนางเอกมากขนาดนี้รึไง ”ไพ่เสนอความคิดบ้าง
“ไม่อะ สำหรับกูนะ รักแท้คือการแยกชิง รักไม่จริงคือรักที่ต้องเสียสละโว้ยยยยแล้วมึงดูเนื้อเื่ดิ ปล่อยคนรักให้ไปมีชีวิตที่ดีกว่า ทั้ง ๆ ที่ทั้งคู่รักกันสุดท้าย คนที่มันยัดเยียดให้คนรักของตัวเองไปเริ่มต้นใหม่กลับเป็คนไม่ดีทำให้คนรักของมันตุย มันไม่คิดบ้างหรอว่าถ้ามันสองตัวอยู่ด้วยกันอาจจะเป็รักที่สมบูรณ์แบบก็ได้ ” ไฮโลพูดคุยกับคนข้างอย่างออกรสออกชาติ
“โธ่พี่ ถ้าเนื้อเื่ไม่เป็แบบนั้น แล้วมันจะดำเนินเื่ยังไงละครับ 555ถึงพระเอกมันจะเชี่ยไปหน่อยก็เถอะ ”
“ใช่มะ ดูฉากนี้ดิ กูเดาว่าต่อไปพระเอกมันจะไปสวมร่างคนอื่นและมีชีวิตต่อ ”
“555 เอาน่าอย่างน้อย ๆ ก็สนุก ไม่งั้นคงไม่วิจารย์ยับขนาดนี้หรอกจริงมั้ยครับ ”
“เออ ก็จริง แต่ยิ่งดูยิ่งหัวร้อนนน ” เวลาค่อย ๆ ผันผ่านการดูหนังที่ยาวนานที่สุดในชีวิต เนื้อเื่ที่ดูแฟนตาซีหน่อย ๆ ไหนจะตรรกะแปลก ๆแต่ก็สนุกดี CG สวยมากซะจนสามารถให้อภัยข้อผิดพลาดของหนังทั้งเื่ได้แม้แต่หนังจบไปแล้ว ทั้งคู่ก็ยังสนทนาเื่ราวที่พึ่งได้ชมไปเมื่อครู่
ณแยกไฟแดง
เมฆตั้งเค้าประหนึ่งว่าจะเทหยาดฝนนับล้านหยดลงมากระทบผืนดินรถเครื่องไอ้เฒ่าจอดรอไฟแดงที่กำลังนับเวลาถอยหลังอย่างช้า ๆรถรอบข้างบีบแตรกันสนั่นกดดันคันข้างหน้าให้รีบออกรถทันทีที่ขึ้นไฟเขียว เม็ดฝนพร้อมลมก็เทลงมาจริงๆ หยาดน้ำนับแสนกระทบเนื้อขาวด้วยความเร็วของรถเครื่องไอ้เฒ่า 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
“พอเลยไอ้ไพ่หาที่พักก่อน ไม่งั้นตายห่ากันแน่ ๆ ”
“อะไรนะพี่ผมไม่ได้ยินเลย ” ทั้งเสียงลมเสียงฝนดังกระทบรถ ไหนจะเสียงฟ้าร้องอีกทำให้เสียงคนซ้อนไปไม่ถึง
“กูบอกว่า ให้หาที่หลบฝนโว้ยยย หาที่หลบฝน ”ความเป็จริงคือคนขับจับใจความที่คนซ้อนพูดไม่ได้ด้วยซ้ำแต่แค่ดูจากสถานะการแล้วจำเป็ต้องหาที่หลบฝนแล้วแหละ
ไฟสีแดงกระพริบๆ ยินดีต้อนรับเนือง ๆ อยู่ไม่ไกล พ่วงท้ายด้วยคำว่า รีสอร์ทแสนหวานรถคันน้อยเอี่ยวรถชิดซ้ายแวะเข้าทันทีพนักงงานตอนรับเปิดม่านรีสอร์ดต้อนรับอย่างรู้งาน
“คุ้น ๆ มั้ยพี่ เหมือนในหนังเลย 555 มีประตูเป็ม่านแข็ง ๆ แบบนี้ ”ไพ่กวาดสายตามองดูรอบ ๆ ก่อนที่จะเห็นกระดาษสีขาวพิมพ์ข้อความบางอย่างเอาไว้
“อะไรก็ช่างเถอะ แม่ง เปียกจะตายห่า ” ไฮโลถอดหมวกกันน๊อคแล้วสบัดผมที่เปียกโชกแรงเหวี่ยงทำให้น้ำใส ๆ กระจายไปทั่วบริเวณ “ โทษทีวะพอดีหัวเปียกแล้วรู้สึกไม่ค่อยดี ว่าแต่มึงอ่านอะไรวะ ทำไมไม่เข้าห้อง ”ไฮโลเอียงคอสงสัย พร้อมกับเดินไปดู
“เอาไงพี่ จ่ายรายชั่วโมง ชั่วโมงละ 150 บาท เหมา ๆเจลหล่อลื่นและถุงยางเลือกรสชาติไม่ได้ 250 บาท ”ไม่ว่าจะมองยังไงสถานที่แห่งนี้มันไม่ได้มีไว้เพื่อจุดประสงค์พักค้างแรมเฉย ๆ แน่ๆ ยิ่งอยู่ใกล้คนเ้าเล่ห์ที่นี่ก็ไม่ค่อยปลอดภัย
“มึงหยุดคิดเื่ชั่ว ๆ ได้แล้ว เข้าไป มาหลบฝนเหอะไม่ได้มาทำอย่างอื่น ”เมื่อก้าวเท้าฉับ ๆ เข้ามาในห้อง ไฟในห้องก็สว่างโร่ขึ้นอย่างอัตโนมัติ โทนสีเหลืองอุ่นยิ่งไปกว่านั้น นอกจากเตียงนอนแล้วผนังห้องและเพดานเป็กระจกหลายบานแปะติดอยู่ และที่พีคสุด ๆ คือ ไฟจะเปลี่ยนสีทุกครั้งที่เกิดเสียงดังแค่ปรบมือ แปะ แปะ แปะ สามครั้ง ไฟก็เปลี่ยนเป็สามสี ผลึบ ๆ ๆ อย่างเจ๊งงงงง
“พี่สักหน่อยมั้ยครับ เห็นทุกซอกทุกมุมเลยแบบนี้ ” มือปิศาสคว้าหมับไปที่หน้าอกของเ้าพี่ที่ตอนนี้เสื้อแนบเนื้อแบบสุดๆ
“ไอ้สัส ทะลึ่งนะมึงเนี่ย ”ไฮโลปกป้องร่างกายตัวเองอย่างถึงที่สุดแต่ก็ไม่ได้ต่อว่าเ้าน้องมากขนาดนั้น
“จะหลบหน้าผมแล้วแอบยิ้มเขินก็ระวังหน่อยหน่อยนะครับพี่ 555 กระจกมัน 360 องศาน่ะ ”สิ้นเสียงแซวไฮโลถึงกับหุบยิ้มแทบไม่ทันรีบวิ่งขึ้นเตียงเอาผ้าคลุมโปงเอาไว้แก้เขิน
“ไม่อย่าเข้ามานะ ไม่งั้นกูต่อยมึงแน่ ”
“ไม่เอาน่า มามะมาให้ผมกินซะดี ๆ ” เ้าตัวร้ายกระโจนเข้าใส่ร่างใต้ผ้าห่มด้วยความตื่นเต้นจนเวลาล่วงเลยผ่านไปไม่อาจรู้ได้ มารู้สึกตัวอีกทีก็ค่ำมืดดึกดื่นเสียค่าเช่าห้องไปเกือบ 4 ชั่วโมงแหนะ