“สวัสดีค่ะ คุณผานิต”
“ตายแล้ว ทำไมเรียกแบบนั้นล่ะหนูเนม เรียกป้าหรือแม่ก็ได้นะ” ผานิตรีบออกตัวเมื่อเนมเรียกเธออย่างห่างเหิน
“ขอบคุณค่ะ งั้นเนมขออนุญาตเรียกคุณป้านะคะ”
“จริงๆ เรียกคุณแม่ก็ได้นะ ป้าไม่ว่า ฮะๆๆ” ผานิตหยอกเนมแล้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี เนมได้แต่ยิ้มตามและพลอยทำให้บรรยากาศในห้องทำงานที่เคยอึมครึมครึกครื้นขึ้นมาทันที
“คุณป้ารับอะไรดีคะ ชา หรือ กาแฟ เดี๋ยวเนมไปเตรียมให้ค่ะ”
“ป้าขอชามะลิแล้วกันลูก”
“ได้ค่ะ” รับคำแล้วเนมก็ค่อยๆ เดินกะเผลกเล็กน้อย
“เอ๊ะ หนูเนมทำไมหนูเดินแบบนั้นล่ะลูก ขาเป็นอะไรหรือเปล่า” ผานิตร้องทักเมื่อเห็นท่าเดินที่ไม่ปกติ ทำให้ทิวรีบหันมามองเธอทัน เขาไม่ทันได้สังเกตเพราะเมื่อเช้าเนมมาถึงก่อนเขาและเตรียมกาแฟไว้ให้ที่โต๊ะเรียบร้อยแล้วเขาจึงไม่เห็นเธอเดิน
“ยังเจ็บขาอยู่เหรอ” ทิวถามออกไปพร้อมเดินตรงไปหาเนม
“ปะ เปล่าค่ะ คือมันแค่ระบมนิดหน่อยน่ะค่ะ แต่เนมทายาแล้วเดี๋ยวก็คงดีขึ้นค่ะ”
“นี่ ตาทิวเมื่อวานแกพาน้องไปโรงงาน แกให้น้องทำงานหนักเกินไปหรือเปล่า” ผานิตหันมาเล่นงานลูกชาย
“ก็...เอ่อ”
“นั่นไง ทำไมแกแกล้งน้องแบบนี้ หึ้?”
“ผมเปล่าแกล้งนะครับแม่”
“คุณป้าค่ะ คุณทิวไม่ได้แกล้งหรอกค่ะ เนมเป็นตะคริวน่ะค่ะวันนี้มันก็เลยระบมอยู่ค่ะ แต่ไม่ได้เป็นอะไรมากค่ะ”
“นี่ วันหลังถ้าตาทิวใช้งานหนูหนักเกินไป หรือว่าแกล้งอะไร หนูเนมฟ้องป้าได้เลยนะ”
“ขอบคุณค่ะ คุณป้า”
“เฮ่อ....” ทิวถอนหายใจให้แม่ของเขาที่ดูท่าทางจะชอบหนูเนมซะเหลือเกิน
“ไปนั่งเลย ไม่ต้องเดิน เรียกแม่บ้านไปจัดการก็พอ” เขาสั่งพร้อมคว้าแขนพาเธอเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงาน ทำให้ผานิตลอบมองอย่างพอใจ
ผ่านมา 1 สัปดาห์สำหรับการทำงานเป็นผู้ช่วยของทิว งานใหม่ที่ต้องศึกษาเรียนรู้อย่างหนักทำให้เนมไม่มีเวลากลับไปคิดเรื่องของเคนเลย ส่วนใหญ่ทำงานที่นี่ถูกทิวบังคับให้ทานข้าวเย็นเป็นเพื่อน กลับถึงคอนโดก็อาบน้ำ นอนหลับสนิทด้วยความเหนื่อยล้าทุกคืน แต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกเบื่อกับการต้องตื่นเช้าแล้วไปทำงานเลย
“แยม ช่วยพี่หน่อยนะ นัดเนมให้พี่หน่อย” เสียงปลายสายจากญาติผู้พี่ทำให้แยมถอนหายใจใส่มือถือเฮือกใหญ่
“นี่ พี่เคนพี่ทำกับเนมขนาดนั้นพี่ยังจะมีหน้าไปเจอเพื่อนแยมอีกเหรอ”
“โธ่ พี่ก็แค่เหงา แล้วก็ไม่ได้จริงจังอยู่แล้ว”
“นี่พี่เคน พี่ไม่ได้จริงจังแต่เนมมันจริงจังนะพี่ ถ้าพี่ไปเจอเนมกับผู้ชายอื่นพี่จะยอมมั้ยล่ะ”
“ไม่ได้สิ!!”
“ก็ใช่ไง พี่ยังไม่ยอมเลย แล้วทำไมเนมมันต้องยอมอ่ะ”
“...........” เมื่อโดนย้อนก็ทำให้เคนเงียบไป
“แค่นี้นะ แล้วก็ไม่ต้องโทรมาแยมเรื่องเนมอีก ยังไงแยมก็ไม่ช่วยพี่แน่ๆ” พูดจบแยมก็ตัดสายญาติผู้พี่ทิ้งทันที เธอต้องเลือกความถูกต้อง เพราะเนมเสียใจเพราะเคนมาหลายครั้งแล้วเธอไม่อยากให้เพื่อนต้องทนทุกข์อีก
“ไปจัดการตามที่สั่งให้เรียบร้อย”
เมื่อแยมไม่ยอมช่วยเหลือเคนจึงให้ลูกน้องของเขาไปตามสืบว่าเนมทำอะไร เพราะเขาไปหาที่คอนโดก็โดนห้ามไม่ให้เข้าไป เขาจึงมั่นใจว่าเนมยังพักอยู่ที่เดิม เพียงแต่ไม่รู้ว่าทำไมเนมถึงยังไม่กลับเหนือ และทำอะไรอยู่
ไม่นานนักลูกน้องก็โทรมารายงาน
“ว่าไงนะ!!! ทำงานกับไอ้ทิวงั้นเหรอ ทำไม?”
ปลายสายจึงรายงานว่าทิวรับซื้อกิจการของเนมแล้วและตอนนี้เนมก็มาทำงานเป็นผู้ช่วยกับทิวได้สักพักแล้ว เคนวางสายด้วยความโกรธ คนที่มาหยามหน้าเขาคือทิวอีกแล้วเขาจึงไม่รอช้าเขาก็ไปดักรอเนมอยู่ที่บริษัทฯของทิวทันที
“เอ๊ะ มีคนมารอพบฉันเหรอคะ” เนมถามประชาสัมพันธ์ที่ชื่อมิ้นออกไปเมื่อเธอโทรมาแจ้งว่ามีแขกเป็นผู้ชายมาขอพบแต่ไม่ยอมแจ้งชื่อ
“โอเคค่ะ เดี๋ยวเนมลงไป”
หลังจากวางสายเนมจึงหันมาหาทิวที่นั่งมองเธออยู่ก่อนแล้ว
“เอ่อ...เนมขอตัวลงไปด้านล่างสักครู่นะคะ”
“ไปสิ” ทิวว่าแล้วก็ลุกขึ้น
“เอ่อ..แล้วพี่ทิวจะไปไหนคะ”
“ไปข้างล่าง”
“อืม...จะไปเอาอะไรหรือเปล่าคะ ให้เนมไปเอาให้มั้ยคะ”
“เปล่า ไม่ได้เอาอะไรจะไปเป็นเพื่อน”
“ห๊ะ? ...ไปเป็นเพื่อน?”
“ใช่...ทำไม มีอะไรหรือเปล่า”
“ไปทำไมคะ ไม่ต้องหรอกค่ะ เดี๋ยวเนมไปเองค่ะ”
“แล้วรู้เหรอ ว่าใครมาหา”
“ก็...ยังไม่ทราบค่ะ”
“งั้นก็ไป” เขาสั่งแล้วเดินนำหน้าเนมออกไป
เมื่อลงมาถึงชั้นล่าง ก็เจอกับบุคคลที่มาหาเดินปรี่เข้ามาทันที รปภ.ที่อยู่ตรงนั้นเห็นท่าทางของเคนที่แทบจะพุ่งเข้าหาเจ้านายของพวกเขาก็รีบเข้ามากันไว้ทันที
“เนม ทำไมถึงมาทำงานกับมัน” เคนถามเนมที่ยืนอยู่ข้างๆ ทิว
“แล้วทำไมเนมต้องบอกพี่”
“แต่ เนมเป็นแฟนพี่นะ”
“พี่แน่ใจเหรอคะว่าใช่ เท่าที่จำได้ พี่นอกใจเนม” เนมเสียงแข็ง
“เนม พี่ขอโทษ พี่มาขอโอกาสเนมอีกครั้ง” เคนเสียงอ่อนลงทันที
ทิวยืนมองเหตุการณ์อยู่เงียบๆ เขาอยากดูอาการของเนมด้วยเหมือนกันว่าจะใจอ่อนเหมือนเดิมอีกหรือเปล่า แต่ดูท่าทางแล้วรอบนี้เนมคงจะไม่เหมือนตอนสมัยเรียนเพราะเธอดูใจแข็งขึ้นมาก
“นี่ ผมว่าคุณกลับออกไปดีกว่านะ ที่นี่บริษัทฯผม ผมไม่อยากแจ้งความบุกรุก”
“ไอ้ทิว มึงไม่มีทางแย่งเนมไปจากกูได้หรอก”
“ถามผู้หญิงก่อนดีกว่ามั้ย? ว่าเขาอยากกลับไปหาคุณหรือเปล่า”
“เนม...”
“ไม่ค่ะ เนมไม่มีวันกลับไปอีกแน่ เนมเหนื่อย เบื่อเต็มทนกับการโดนหักหลังแล้ว”
“ได้ยินแล้วใช่มั้ย ออกไปได้ละก่อนที่จะแจ้งความ” ทิวพูดเสียงเข้ม พร้อมกับ รปภ.ที่เข้ามาเตรียมล็อกตัวเคนเอาไว้
“อย่ามาแตะกู” เคนสะบัดแขนออก มองหน้าทิวกับเนมสลับกันก่อนจะหมุนตัวกลับออกไป
หลังจากที่เคนกลับออกไปแล้วทั้งทิวและเนมก็กลับขึ้นมาทำงาน ตลอดเวลาจนถึงเย็นทิวแทบไม่พูดอะไรกับเนมเลยสักคำ แล้ววันนี้ก็ไม่ได้มีประชุมหรือว่าต้องออกไปหาลูกค้าที่ไหน เมื่อเลิกงานแล้วเนมจึงเตรียมตัวเก็บกระเป๋าเตรียมกลับ
“จะไปไหน?” จู่ๆ เสียงที่เงียบมาค่อนวันก็ทักขึ้น
“คือ...พี่ทิวมีอะไรให้เนมทำหรือเปล่าคะ พอดีเนมเห็นว่าวันนี้ไม่มีงานอะไรค้างแล้วเลยว่าจะกลับแล้วค่ะ”
“รอสิบนาที” เขาว่าแล้วปิดเอกสารที่อ่านอยู่เมื่อครู่ พร้อมหยิบมือถือและใส่สูท
“ไปสิ”
“คือ....”
“จะกลับมั้ยคอนโดน่ะ”
“อะ เอ่อ...กลับค่ะ” เนมลุกเดินตามเขาอย่างงุนงง จะไปส่งบอกดีๆ หน่อยก็ไม่ได้ เนมได้แต่แอบบ่นในใจ
เดินตามทิวมาขึ้นรถ พนักงานที่เลิกงานเห็นก็พากันซุบซิบๆ ซึ่งทำให้เนมค่อนข้างอึดอัดกับบรรยากาศแบบนี้เอามากๆ
และไม่นานรถของทิวก็มาจอดที่ลานจอดรถคอนโดของเนม
“ความจริงพี่ทิวจอดหน้าคอนโดก็ได้นะคะ”
“เดี๋ยว อย่าเพิ่งลง”
“เอ๊ะ มีอะไรคะ” เนมชะงักมือที่กำลังจะเปิดประตูรถไว้ แล้วมองตามสายตาของทิวที่จองไปยังรถหรูคันหนึ่งที่จอดนิ่งอยู่ที่ลานจอดรถ
“รถพี่เคน” เนมพึมพำเมื่อเห็นว่าเป็นคนของเคนที่จอดอยู่
บรื้น!!!
“ว๊ายยย!!!”
ทิวออกรถอย่างรวดเร็วจนเนมไม่ทันตั้งตัว และเมื่อหันกลับไปมองก็เห็นเคนตามออกมาไกลๆ
“พี่ทิวจะไปไหนคะ”
ทิวไม่ตอบแต่ขับรถค่อนข้างเร็วมุ่งหน้าไปที่คอนโดของเขาแทน ซึ่งคอนโดนี้หากเป็นรถนอกจะเข้ามาจอดในลานจอดรถ VIP ไม่ได้ รถของเคนจึงทำได้แค่วนเข้ามาแล้วกลับออกไป
“ลงสิ จะนั่งในนี้ทั้งคืนหรือไง”
“แล้วเนมจะกลับคอนโดได้ตอนไหนคะ”
“ถ้าจะกลับไปหาไอ้หมอนั่น ก็ไปตอนนี้ได้เลย”
“......” เนมเงียบไป รู้สึกไม่ชอบใจอาการประชดประชันของทิวเลย เมื่อก่อนตอนเรียนทำไมไม่เห็นเขาเป็นแบบนี้นะ