ลิขิตรักกระบี่มาร: บัลลังก์ราชันย์ไร้ใจ

    ตอนที่ 1 รอยร้าวในดวงใจและหุบเหวแห่งความตาย

    สายลมกรรโชกแรงพัดพากลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่ว "ยอดผาเสียดฟ้า" สถานที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นจุดชมจันทร์ที่งดงามที่สุดของเมืองตระกูลเฟย แต่ในยามนี้ มันกลับกลายเป็นลานประหารที่เงียบงันและเหน็บหนาว หิมะสีขาวโพลนที่โปรยปรายลงมาจากฟากฟ้ามิอาจกลบฝังรอยเลือดสีแดงฉานที่สาดกระเซ็นอยู่บนพื้นหินได้
    ร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งนอนหายใจรวยรินอยู่ริมหน้าผา อาภรณ์สีขาวพิสุทธิ์ที่เขาเคยสวมใส่อย่างภาคภูมิ บัดนี้ฉีกขาดวิ่นและย้อมไปด้วยโลหิตจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ ใบหน้าคมคายที่เคยฉายแววอัจฉริยะเหนือผู้คน บัดนี้ซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงตาหงส์ที่เคยทอประกายเจิดจ้ากลับหม่นแสงลง เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความสับสน และความเคียดแค้นที่อัดแน่นจนแทบระเบิดออกมา
    เขาคือ "เฟยเทียน" นายน้อยแห่งตระกูลเฟย ผู้ได้รับขนานนามว่าเป็นอัจฉริยะในรอบร้อยปี ผู้ครอบครอง "รากปราณเซียน" ที่หาได้ยากยิ่ง
    "ทำไม..." เสียงแหบพร่าหลุดลอดออกจากริมฝีปากที่แตกยับ เฟยเทียนพยายามยันกายลุกขึ้น แม้กระดูกซี่โครงจะหักสะบั้นไปหลายท่อน "ทำไมต้องเป็นเจ้า... เฟยหลง! ทำไมต้องเป็นเจ้า... เย่ว์เอ๋อ!"
    เบื้องหน้าของเขา คือชายหนุ่มร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีม่วงเข้ม ลวดลายพยัคฆ์ทองคำพาดผ่านหน้าอก สื่อถึงอำนาจและบารมี ชายผู้นั้นมองลงมาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสมเพชและเหยียดหยาม นั่นคือ "เฟยหลง" พี่ชายต่างมารดาที่เขาเคยรักและเคารพสุดหัวใจ
    และข้างกายของเฟยหลง คือหญิงสาวผู้มีใบหน้างดงามดั่งเทพธิดา ผิวพรรณขาวผ่องดุจหิมะแรกฤดู นางสวมอาภรณ์สีชมพูอ่อนพลิ้วไหว "ซูเย่ว์" คู่หมั้นที่เฟยเทียนสัญญาว่าจะมอบทั้งชีวิตเพื่อปกป้องนาง
    "เฟยเทียน น้องรัก" เฟยหลงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับกำลังสนทนาเรื่องดินฟ้าอากาศ ทว่าในมือนั้นถือมีดสั้นเล่มหนึ่งที่เพิ่งกรีดคว้านเอาบางสิ่งออกจากจุดตันเถียนของเฟยเทียน มีดเล่มนั้นส่องประกายแสงสีทองจางๆ มันคือพลังแห่งรากปราณเซียนที่ถูกช่วงชิงไป
    "อย่าได้โทษข้าเลย โลกนี้ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นคือกฎ" เฟยหลงแสยะยิ้ม มุมปากยกขึ้นอย่างโหดเหี้ยม "เจ้าน่ะ มันสว่างเกินไป แสงของเจ้ามันแสบตาจนข้าทนมองไม่ได้ การมีอยู่ของเจ้าทำให้ข้าเป็นได้แค่เงา... แต่บัดนี้ รากปราณเซียนของเจ้าเป็นของข้าแล้ว ข้าจะเป็นอัจฉริยะที่แท้จริงเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลเฟย!"
    เฟยเทียนกัดฟันแน่นจนเลือดไหลซึมออกมา ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับหัวใจที่ถูกบดขยี้ เขาหันไปมองซูเย่ว์ด้วยสายตาตัดพ้อ "เย่ว์เอ๋อ... แล้วเจ้าล่ะ? เวลาสิบปีที่เรารักกัน... มันไม่มีความหมายเลยหรือ?"
    ซูเย่ว์เบือนหน้าหนีเล็กน้อย นัยน์ตาคู่สวยมีความสั่นไหวเพียงชั่ววูบ ก่อนจะกลับมาเย็นชาดั่งน้ำแข็ง นางก้าวมายืนเคียงข้างเฟยหลง วางมือลงบนแขนของชายคนใหม่ "เฟยเทียน... ท่านดีเกินไป แต่ความดีปกป้องข้าไม่ได้ ในยุทธภพนี้ พลังอำนาจคือสิ่งสำคัญที่สุด พี่เฟยหลงสามารถพาข้าไปสู่จุดสูงสุดของยุทธภพได้... ส่วนท่าน ตอนนี้ท่านก็เป็นเพียงคนพิการ ไร้วรยุทธ์ ไร้อนาคต ข้าขอโทษ แต่ข้าเลือกอนาคตที่ดีกว่า"
    คำพูดของนางเหมือนเข็มพิษนับหมื่นเล่มที่พุ่งทะลวงหัวใจ เฟยเทียนหัวเราะออกมา หัวเราะอย่างบ้าคลั่งทั้งน้ำตา เสียงหัวเราะกึกก้องไปทั่วหุบเขา ผสมปนเปกับเสียงลมหวีดหวิว ฟังดูโหยหวนและน่าเวทนายิ่งนัก
    "ฮ่าๆๆๆ! อนาคตที่ดีกว่างั้นรึ? ความรักสิบปี แพ้ให้กับความทะเยอทะยานชั่ววูบ! ดี! ดีมาก!"
    เฟยเทียนเงยหน้ามองฟ้า สายตาเปลี่ยนจากความเศร้าโศกเป็นความอาฆาตแค้นที่ลุกโชนดุจไฟนรก "สวรรค์! ท่านเห็นหรือไม่? นี่หรือคือผลตอบแทนของคนทำดี? หากสวรรค์ไร้ตา ข้าก็ไม่ขอศรัทธาอีกต่อไป!"
    เฟยหลงขมวดคิ้วด้วยความรำคาญ "เจ้าพูดมากเกินไปแล้ว ถึงเวลาที่ต้องลาจากกันเสียที ขยะย่อมต้องอยู่ในที่ของขยะ"
    พี่ชายต่างมารดายกเท้าขึ้น แล้วถีบเข้าที่หน้าอกของเฟยเทียนอย่างเต็มแรง
    "อั่ก!"
    ร่างของเฟยเทียนลอยละลิ่วตกลงสู่หุบเหวเบื้องล่าง หุบเหวที่มีชื่อว่า "หุบเหวดับสูญ" สถานที่ซึ่งว่ากันว่าลึกจนทะลุถึงแกนโลก และเต็มไปด้วยสัตว์อสูรดุร้าย ไม่มีมนุษย์คนใดตกลงไปแล้วจะมีชีวิตรอดกลับมา
    ภาพสุดท้ายที่เฟยเทียนเห็น คือรอยยิ้มเย้ยหยันของเฟยหลง และใบหน้าที่เย็นชาของซูเย่ว์ที่ค่อยๆ ห่างออกไป... ห่างออกไปจนลับสายตา
    ...
    ความมืดมิดโอบล้อมรอบกาย ลมหนาวบาดผิวเนื้อจนชาหนึบ ร่างของเขาร่วงหล่นลงไปด้วยความเร็วสูง ความตายกำลังรอเขาอยู่เบื้องล่าง แต่ทว่า... ในวินาทีที่จิตสุดท้ายกำลังจะดับวูบลง ความแค้นในใจกลับยิ่งทวีความรุนแรง
    ข้าไม่ยอม... ข้าจะยังตายไม่ได้! ข้าต้องลากพวกมันลงนรกไปด้วยกัน!
    ตูม!!
    ร่างของเฟยเทียนกระแทกเข้ากับบางสิ่ง ไม่ใช่พื้นหินแข็ง แต่เป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่มีความหนืดประหลาด มันไม่ใช่บ่อน้ำธรรมดา แต่มันคือ "บ่อโลหิตมังกรทมิฬ" ที่หลบซ่อนอยู่ใต้ก้นเหวมานับพันปี
    ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ราวกับมีมดนับหมื่นตัวกำลังกัดกินเนื้อหนัง น้ำในบ่อนั้นร้อนระอุเหมือนลาวา แต่มันกลับซึมซาบเข้าสู่บาดแผล เข้าสู่เส้นลมปราณที่ฉีกขาดของเขา เฟยเทียนดิ้นทุรนทุราย กรีดร้องอยู่ใต้น้ำ แต่เสียงของเขากลับถูกกลืนหายไป
    ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังกึกก้องขึ้นในจิตวิญญาณของเขา เสียงที่เก่าแก่ ทรงพลัง และเปี่ยมไปด้วยอำนาจบารมี
    "เจ้าหนุ่ม... เจ้ามีความแค้นที่รสชาติดีเยี่ยมจริงๆ"
    เฟยเทียนพยายามลืมตาขึ้นในความมืดมิด เขาเห็นดวงไฟสีแดงฉานสองดวงลอยอยู่ตรงหน้า มันคือดวงตา... ดวงตาของมังกรยักษ์สีดำทมิฬที่ร่างกายถูกล่ามด้วยโซ่ตรวนอักขระสวรรค์นับพันเส้น!
    "เจ้า... เจ้าเป็นใคร?" เฟยเทียนถามผ่านจิต
    "ข้าคือ ราชันย์มารมังกรทมิฬ 'เฮยหลง' ผู้ถูกสวรรค์จอมปลอมจองจำไว้ที่นี่มาห้าพันปี" มังกรยักษ์แสยะยิ้มที่น่าสะพรึงกลัว "ข้าสัมผัสได้ถึงรากปราณเซียนที่ถูกช่วงชิงไป... และจิตใจที่แตกสลายของเจ้า ช่างน่าเวทนา แต่ก็น่าสนใจ... เจ้าอยากได้พลังหรือไม่? พลังที่จะเหยียบย่ำสวรรค์ พลังที่จะบดขยี้คนที่ทรยศเจ้าให้แหลกคามือ"
    "ข้า... อยากได้" เฟยเทียนตอบโดยไม่ลังเล แม้จะรู้ว่านี่อาจเป็นการทำสัญญากับปีศาจ "ขอเพียงได้แก้แค้น ต่อให้ต้องขายวิญญาณ หรือกลายเป็นมาร ข้าก็ยอม!"
    "ดี!" เสียงคำรามของมังกรดังสนั่นหวั่นไหว "งั้นจงรับเลือดของข้า และรับ 'กระบี่มารกลืนสวรรค์' ของข้าไป! นับจากวันนี้ เจ้าไม่ใช่เฟยเทียนอัจฉริยะผู้แสนดีอีกต่อไป แต่เจ้าคือทายาทแห่งราชันย์มาร!"
    เลือดสีดำทมิฬจากร่างมังกรพุ่งเข้าสู่ร่างของเฟยเทียน ความเจ็บปวดมหาศาลถาโถมเข้ามา ร่างกายที่พิการเริ่มถูกสร้างขึ้นใหม่ กระดูกที่หักต่อติดกัน เส้นเอ็นที่ขาดถูกถักทอด้วยพลังมาร ผิวหนังที่ฉีกขาดสมานตัวจนเนียนเรียบแต่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า
    และที่สำคัญที่สุด... ณ จุดตันเถียนที่ว่างเปล่า บัดนี้ได้มีกลุ่มก้อนพลังงานสีดำหมุนวน ก่อกำเนิดเป็น "รากปราณมารอมตะ" ที่ทรงพลังยิ่งกว่ารากปราณเซียนนับร้อยเท่า!
    ในขณะเดียวกัน ณ ดินแดนเบื้องบนที่ห่างไกลออกไป
    ท่ามกลางตำหนักเมฆาขาวที่ลอยอยู่เหนือยอดเขาอันศักดิ์สิทธิ์ หญิงสาวผู้หนึ่งสะดุ้งตื่นขึ้นจากการทำสมาธิ
    "หลินซี" ธิดาเทพแห่งสำนักเมฆา นางวางมือทาบหน้าอก รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนแปลกประหลาดที่ส่งผ่านมาถึงดวงจิต... มันเป็นความรู้สึกที่หนาวเหน็บแต่น่าหลงใหลอย่างประหลาด ราวกับโชคชะตาของนางกำลังถูกดึงดูดเข้าหาความมืดมิดบางอย่าง
    "ดาวมารปรากฏ..." นางพึมพำแผ่วเบา ดวงตากลมโตคู่สวยทอดมองไปยังทิศทางของหุบเหวดับสูญ "หรือว่า... คำทำนายนั้นจะเป็นจริง?"
    ลมหนาวพัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง พาเอากลิ่นหอมของดอกท้อและกลิ่นคาวเลือดจางๆ จากที่ไกลแสนไกลมาแตะจมูก
    เฟยเทียนลืมตาขึ้นใต้ก้นเหว ดวงตาของเขาเปลี่ยนจากสีดำสนิท เป็นสีแดงฉานดุจโลหิต ข้างกายของเขาคือกระบี่สีดำสนิทเล่มหนึ่งที่สั่นระริกราวกับยินดีที่ได้พบเจ้านายใหม่
    "เฟยหลง... ซูเย่ว์..."
    เขาเอ่ยชื่อศัตรูด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกยิ่งกว่าน้ำแข็งในนรก
    "รอข้าก่อนเถอะ... ข้ากำลังจะกลับไปทวงทุกอย่างคืน!"