หลังจากสร้างวีรกรรมสาดน้ำแกงจนสะใจ ไป๋ซูเฉียวก็เบนสายตาไปยังเป้าหมายหลักที่เธอกำหนดไว้พันเอกหลี่ลู่เฟิงตามเนื้อหานิยายต้นฉบับในฉากงานเลี้ยงวันนี้หลี่ลู่เฟิงควรจะลุกขึ้นมาอาละวาดคว้าข้อมือหลินอีเพื่อประกาศความเป็เ้าข้าวเ้าของและข่มขวัญเหรินเจี๋ยอีกแรงจนเกิดเป็รักสี่เส้าที่น่าปวดหัว
แต่ทว่าภาพตรงหน้ามันดันกลับตาลปัตร...
ชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวมะกอกยังคงนั่งนิ่งสนิทแผ่นหลังเหยียดตรงกว้างขวางดุจภูผา ใบหน้าหล่อเหลาที่ถูกขนานนามว่ามัจจุราชหน้าหยกเรียบเฉยไร้อารมณ์เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองละครลิงระหว่างพระเอกนางเอกเมื่อครู่เลยสักนิดมือหนาเพียงแค่คีบผักต้มเหี่ยว ๆใส่จานให้เด็กน้อยสองคนที่นั่งขนาบข้างอย่างเงียบเชียบ
“ฮึ ผิดคิวซะงั้น”ไป๋ซูเฉียวกระตุกยิ้มมุมปาก “สงสัยนายเองก็คงเบื่อบทตัวร้ายโง่ ๆ เหมือนกันสินะหลี่-ลู่-เฟิง!”
เอาล่ะ!ในเมื่อเขาไม่เดินตามบท เธอก็จะเขียนบทให้เขาใหม่เองเช่นกัน
ไป๋ซูเฉียวสูดหายใจลึกเตรียมดำเนินแผนการขั้นต่อไปหล่อนเรียกเมนูจากระบบในความคิด นำไก่ทอด 3 น่องออกมา เพียงพริบตาเดียวในมือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งก็ััได้ถึงความร้อนระอุและกลิ่นหอมฉุยของไก่ทอดสูตรต้นตำรับจากปี2025
เธออาศัยจังหวะที่คนทั้งโรงอาหารยังคงซุบซิบเื่เหรินเจี๋ยเดินตรงดิ่งเข้าไปยังมุมอับที่สามพ่อลูกนั่งอยู่
ร่างระหงมายืนค้ำหัวโต๊ะเงาของเธอทาบทับลงบนจานข้าวอันแร้นแค้น หลี่ลู่เฟิงชะงักตะเกียบสัญชาตญาณทหารสั่งให้เขาระวังภัย ดวงตาคมกริบตวัดขึ้นมองหญิงสาวผู้มาเยือนด้วยแววตาอำมหิต
“มีธุระอะไร?”เสียงของเขาต่ำลึกและเย็นเยียบจนทำเอาคนฟังแทบกลั้นหายใจแข็งตายแต่ไม่ใช่กับไป๋ซูเฉียวคนนี้
“กินแต่ผักต้มแบบนี้เมื่อไหร่ลูกจะโตคะ คุณพันเอกหลี่?”
ไป๋ซูเฉียวไม่พูดเปล่าเธอขยับตัวบังสายตาคนภายนอก แล้วล้วงมือหยิบน่องไก่ทอดสีเหลืองทองชิ้นโต 3 ชิ้น ออกมาจากความว่างเปล่าเธอวางแปะลงในชามข้าวของเด็กแฝดอย่างต้าเป่าและเสี่ยวเป่าอย่างแม่นยำแล้วเธอก็ไม่วายวางลงให้หลี่ลู่เฟิงด้วยเช่นกัน
ตุ้บ!
น่องไก่ร้อน ๆ ควันฉุยส่งกลิ่นหอมของเครื่องเทศฟุ้งกระจายไปทั่วโต๊ะ ตัดกับกลิ่นผักดองในโรงอาหารอย่างสิ้นเชิงเด็กน้อยฝาแฝดที่นั่งหน้าละห้อยเบิกตากว้างเท่าไข่ห่านจ้องมองก้อนเนื้อสีทองตรงหน้าพลางกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงท้อง
⊙_⊙ “นะ...เนื้อไก่?”เสี่ยวเป่าแฝดน้องร้องอุทานเสียงสั่นหลี่ลู่เฟิงขมวดคิ้วมุ่นมองน่องไก่ในชามของเขาสลับกับใบหน้าสวยเฉี่ยวของหญิงสาว
“คุณไป๋นี่หมายความว่าอะไร?”
“ไม่ต้องมองแบบนั้นฉันไม่ได้วางยาพิษ” ไป๋ซูเฉียวยักคิ้วให้เขาข้างหนึ่งเป็ท่าวิ้งค์[1]ที่ดูยั่วยวนและกวนประสาทในเวลาเดียวกัน“ถือซะว่าเป็ค่าเช่าที่นั่งหรือไม่ก็ค่าจีบค่ะ”
“ค่าจีบ?” หลี่ลู่เฟิงทวนคำ สีหน้ามึนงงวูบหนึ่ง
“ก็คุณหล่อ”ไป๋ซูเฉียวตอบกลับหน้าตายแต่ทว่าแววตาดันพราวระยับคล้ายคนเ้าเล่ห์เ้ากล“ฉันเพิ่งทิ้งขยะเปียกไป เลยอยากหาอะไรที่เจริญหูเจริญตาดูบ้างลูกคุณก็น่ารักดีนี่ รีบให้กินซะสิเดี๋ยวก็เย็นหมดหรอก”
ในขณะที่หลี่ลู่เฟิงกำลังอึ้งกับการรุกฆาตแบบไม่ทันให้ตั้งตัวของผู้หญิงตรงหน้าเสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังรัว ๆ ขึ้นในหัวของไป๋ซูเฉียว
[ติ๊ง!ภารกิจ : ผูกมิตรและอ่อยตัวละครสำคัญ สำเร็จ]
[ได้รับรางวัล: +200 แต้ม]
[ขอแสดงความยินดี!ระดับร้านค้า Level D ถูกอัปเกรด ปลดล็อกโซนวัตถุดิบและอาหารสดเรียบร้อย]
ไป๋ซูเฉียวลอบยิ้มมุมปากพลางครุ่นคิดในใจ
‘ง่ายชะมัด’
แต่ทว่ารอยยิ้มของเธอก็จำต้องแข็งค้างเมื่อหน้าต่างโฮโลแกรมที่ปกติต้องเป็สีฟ้าสดใส ดันมีสีแดงฉานเด้งแทรกขึ้นมาพร้อมมีเสียงไซเรนเตือนภัยที่ดังลั่นจนพาให้เธอรู้สึกแสบแก้วหูไปหมด
[คำเตือนฉุกเฉินจากผู้สร้าง!]
[บทละครกำลังจะเริ่มเข้าสู่จุดวิกฤติ!]
[ภารกิจหลัก: เอาชีวิตรอดให้พ้น 90 วันหลังเกิดวันสิ้นโลก]
[สถานะปัจจุบัน: อ่อนแอมาก]
[คำแนะนำ:กรุณาเร่งสะสมแต้มเพื่ออัปเกรดร้านค้าเป็ Level C (ยารักษา)หรือ Level B (อาวุธพื้นฐาน) โดยด่วนที่สุด! Level A(อาวุธา) อาจจะยากเกินไปสำหรับมือใหม่ แต่ถ้าทำได้คุณจะครองโลกใบนี้ได้ครับ!]
ไป๋ซูเฉียวขมวดคิ้ว 'รีบอะไรขนาดนั้น ยังมีเวลาอีกตั้ง...' สายตาของเธอเหลือบไปเห็นตัวเลขดิจิทัลสีแดงฉานที่มุมขวาบนของจอภาพมันกำลังนับถอยหลังอย่างน่าใจหาย
[COUNTDOWN TODOOMSDAY[2]]
[09 วัน : 00 ชั่วโมง : 00 นาที]
‘เก้าวัน!?’ ไป๋ซูเฉียวอุทานในใจจนแทบจะหลุดเสียงจริงออกมา
‘แค่เก้าวันเนี่ยนะ?ไหนในนิยายบอกว่าอีกตั้งเป็เดือน กว่าเชื้อจะระบาด!ไอ้นักเขียนเฮงซวยนั่น มันแอบแก้พล็อตให้เร็วขึ้นเพื่อฆ่าฉันชัด ๆ’
ให้ตายสิ!เวลาน้อยขนาดนี้ แค่โซนอาหารระดับ D มันไม่พอจะกันตายจากฝูงซอมบี้ได้แน่ เธอต้องรีบหาทางปั๊มแต้มเพื่อปลดล็อกอาวุธให้ได้ก่อนที่โลกใบนี้จะกลายเป็นรกบนดิน
ไป๋ซูเฉียวที่มัวแต่คิดเื่เอาตัวรอดลืมการอ่อยก่อนหน้าไปจนหมดสิ้น เธอไม่แม้แต่จะบอกลาหลี่ลู่เฟิงเธอเดินเหม่อลอยจากไปเงียบ ๆ ปล่อยให้พันเอกสุดหล่อนั่งงงเป็ไก่ตาแตก
เมื่อตั้งสติได้แล้วหลี่ลู่เฟิงก็พยายามเอ่ยเรียกไล่หลังแต่ทว่าไม่เป็ผล ไป๋ซูเฉียวคนนั้นทำอย่างกับเห็นเขาเป็ตัวตลกไปได้!
‘ผู้หญิงคนนี้นิสัยเสียจริงๆ’ หลี่ลู่เฟิงครุ่นคิดในใจแต่ไม่ได้พูดออกมาให้ใครได้ยินเขาก้มลงมองหน้าลูกชายตัวน้อยทั้งสองคน เห็นต้าเป่ากับเสี่ยวเป่าทำหน้าตาอ้อน ๆพันเอกหนุ่มคนนี้จึงพยักหน้าอนุญาตให้ลูกชายกินเนื้อไก่ในจานได้
“ขอบคุณคร๊าบคุณพ่อ”ต้าเป่ากับเสี่ยวเป่าฉีกยิ้มตาหยี ส่งเสียงเจื้อยแจ้วขอบคุณคนเป็พ่อไปยกใหญ่
“อื้ม งั่ม ง๊าม ง๊ามอร่อยมากจริง ๆ” เสียงพูดของสองเด็กชายชวนให้หลี่ลู่เฟิงแอบคลี่ยิ้มมุมปากเขารู้สึกดีที่ได้เห็นลูกชายบุญธรรมทั้งสองคนฉีกยิ้มและหัวเราะร่าได้มากขนาดนั้น
หลี่ลู่เฟิงหยิบน่องไก่ชิ้นของตัวเองขึ้นมากินดวงตาเป็ประกายเบิกกว้าง ไก่ทอดชิ้นนี้อร่อยมากจริง ๆ ไม่น่าล่ะ…เ้าแฝดทั้งสองถึงได้กัดกินอย่างเอร็ดอร่อยขนาดนั้น
‘อืม… ไว้จะหาอะไรตอบแทนเธอวันหลังก็แล้วกันนะไป๋ซูเฉียว’
หลังจากแยกย้ายกับพันเอกหลี่ลู่เฟิงที่โรงอาหารไป๋ซูเฉียวก็เดินกลับมาตามความทรงจำของเ้าของร่างเดิม เส้นทางในค่ายทหารยุค 80 นั้นขรุขระและเต็มไปด้วยฝุ่นแดงสองข้างทางมีป้ายคำขวัญปลุกใจสีแดงซีด ๆ ติดอยู่เป็ระยะบรรยากาศดูแห้งแล้งและล้าสมัยจนดาราสาวจากปี 2025 อย่างเธอต้องลอบถอนหายใจอยู่หลายครั้ง
หมู่บ้านหงซิงแห่งมณฑลซีเป่ย ในปี 1985 นั้นช่างแห้งแล้งและกันดารลมเหนือพัดพาฝุ่นทรายสีเหลืองมาปกคลุมหลังคาบ้านเรือนอิฐดิบที่เรียงราย...
"นี่ฉันต้องมาใช้ชีวิตอยู่ในนิยายย้อนยุคเกรดบีจริงๆ เหรอเนี่ย..." เท้าที่สวมรองเท้าผ้าใบเก่า ๆหยุดลงที่หน้าบ้านแถวชั้นเดียวสภาพซอมซ่อ ผนังปูนกะเทาะจนเห็นอิฐมอญประตูไม้ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดน่ารำคาญทุกครั้งที่ลมพัดผ่าน
นี่คือบ้านของไป๋ซูเฉียวในโลกนี้!
ทันทีที่ผลักประตูเข้าไปกลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นราก็พุ่งเข้ากระแทกจมูก ไป๋ซูเฉียวยกมือขึ้นปิดจมูกด้วยความรังเกียจเธอกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องสี่เหลี่ยมแคบ ๆ ที่มีของตกแต่งเพียงไม่กี่อย่างมีเตียงไม้กระดานแข็ง ๆ มีตู้เสื้อผ้าที่ประตูพังไปข้างหนึ่งและมีโต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็กที่มีอุปกรณ์ปักผ้าวางระเกะระกะอยู่
"ให้ตายสิ..."เธอพึมพำกับตัวเอง เดินไปใช้นิ้วปาดฝุ่นบนโต๊ะ"เมื่อก่อนห้องน้ำแมวที่บ้านฉันยังหรูกว่านี้ตั้งสิบเท่ายัยเ้าของร่างเดิมนี่ทนอยู่ไปได้ยังไงนะ หาเช้ากินค่ำปักผ้าจนตามัวปลูกผักจนมือด้าน เพื่อจะเอาเงินไปเปย์ผู้ชายห่วย ๆ แบบเหรินเจี๋ยเนี่ยนะ? สมองกลวงจริง ๆ"
ไป๋ซูเฉียวทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงไม้แข็งๆ ที่มีฟูกบางเฉียบปูรองความแข็งกระด้างของมันทำให้เธอคิดถึงที่นอนยางพาราเกรดพรีเมียมราคาหลักแสนที่จากมาจับใจ
แต่บ่นไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาในเมื่อทะลุมิติมาแล้ว นางร้ายอย่างเธอก็ต้องอยู่ให้รอดและต้องรอดแบบลักชูรี่ด้วย!
"ระบบ"เธอเปล่งเสียงเรียกอย่างท้าทาย "ออกมาคุยกันหน่อยสิ"
[ติ๊ง!ระบบห้างสรรพสินค้าหมื่นล้านพร้อมให้บริการครับโฮสต์]
เสียงสังเคราะห์กวนประสาทดังขึ้นทันที
[เห็นสภาพรูหนู...บ้านใหม่แล้วเป็ยังไงบ้างครับ? พอใจไหม?]
"ถ้าจะกวนประสาทงั้นก็หุบปากไปเลย" ไป๋ซูเฉียวกลอกตาใส่ความว่างเปล่า"ฉันอยากรู้รายละเอียดของแกมากกว่านี้ ที่บอกว่ามีห้างหมื่นล้านน่ะโม้หรือเปล่า? ตอนนี้ฉันเห็นแค่เมนูผักกาดขาวกับไข่ไก่เกรด Dเองนะ"
[โฮสต์ใจร้อนจริงๆ]
ระบบตอบกลับ
[ระดับ Dที่โฮสต์อยู่ตอนนี้ มันก็เหมือนร้านชำหน้าปากซอยนั่นแหละครับมีแต่วัตถุดิบพื้นฐาน แต่ถ้าระดับสูงขึ้น... ฮึ ฮึงั้นกระผมจะทำการจำลองภาพโฮโลแกรมให้คุณดูเป็ขวัญตาก็แล้วกัน]
[1]ท่าวิ้งค์ คือ การ ขยิบตา หรือ กระพริบตาข้างเดียว ซึ่งอาจหมายถึงการส่งสัญญาณการแสดงความรู้สึก (เช่น หวานซึ้ง, ทะเล้น,ยั่วยวน)
[2]COUNTDOWN TO DOOMSDAY หมายถึง นับถอยหลังสู่วันสิ้นโลก