1985 ทะลุมิติมาเป็นนางร้ายสายบู๊ในวันสิ้นโลก

    บทที่ 3 นับถอยหลัง

     

            หลังจากสร้างวีรกรรมสาดน้ำแกงจนสะใจ ไป๋ซูเฉียวก็เบนสายตาไปยังเป้าหมายหลักที่เธอกำหนดไว้พันเอกหลี่ลู่เฟิงตามเนื้อหานิยายต้นฉบับในฉากงานเลี้ยงวันนี้หลี่ลู่เฟิงควรจะลุกขึ้นมาอาละวาดคว้าข้อมือหลินอีเพื่อประกาศความเป็๞เ๯้าข้าวเ๯้าของและข่มขวัญเหรินเจี๋ยอีกแรงจนเกิดเป็๞รักสี่เส้าที่น่าปวดหัว

            แต่ทว่าภาพตรงหน้ามันดันกลับตาลปัตร...

            ชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวมะกอกยังคงนั่งนิ่งสนิทแผ่นหลังเหยียดตรงกว้างขวางดุจภูผา ใบหน้าหล่อเหลาที่ถูกขนานนามว่ามัจจุราชหน้าหยกเรียบเฉยไร้อารมณ์เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองละครลิงระหว่างพระเอกนางเอกเมื่อครู่เลยสักนิดมือหนาเพียงแค่คีบผักต้มเหี่ยว ๆใส่จานให้เด็กน้อยสองคนที่นั่งขนาบข้างอย่างเงียบเชียบ

            “ฮึ ผิดคิวซะงั้น”ไป๋ซูเฉียวกระตุกยิ้มมุมปาก “สงสัยนายเองก็คงเบื่อบทตัวร้ายโง่ ๆ เหมือนกันสินะหลี่-ลู่-เฟิง!”

            เอาล่ะ!ในเมื่อเขาไม่เดินตามบท เธอก็จะเขียนบทให้เขาใหม่เองเช่นกัน 

            ไป๋ซูเฉียวสูดหายใจลึกเตรียมดำเนินแผนการขั้นต่อไปหล่อนเรียกเมนูจากระบบในความคิด นำไก่ทอด 3 น่องออกมา เพียงพริบตาเดียวในมือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งก็๼ั๬๶ั๼ได้ถึงความร้อนระอุและกลิ่นหอมฉุยของไก่ทอดสูตรต้นตำรับจากปี2025 

            เธออาศัยจังหวะที่คนทั้งโรงอาหารยังคงซุบซิบเ๹ื่๪๫เหรินเจี๋ยเดินตรงดิ่งเข้าไปยังมุมอับที่สามพ่อลูกนั่งอยู่

            ร่างระหงมายืนค้ำหัวโต๊ะเงาของเธอทาบทับลงบนจานข้าวอันแร้นแค้น หลี่ลู่เฟิงชะงักตะเกียบสัญชาตญาณทหารสั่งให้เขาระวังภัย ดวงตาคมกริบตวัดขึ้นมองหญิงสาวผู้มาเยือนด้วยแววตาอำมหิต

            “มีธุระอะไร?”เสียงของเขาต่ำลึกและเย็นเยียบจนทำเอาคนฟังแทบกลั้นหายใจแข็งตายแต่ไม่ใช่กับไป๋ซูเฉียวคนนี้

            “กินแต่ผักต้มแบบนี้เมื่อไหร่ลูกจะโตคะ คุณพันเอกหลี่?”

            ไป๋ซูเฉียวไม่พูดเปล่าเธอขยับตัวบังสายตาคนภายนอก แล้วล้วงมือหยิบน่องไก่ทอดสีเหลืองทองชิ้นโต 3 ชิ้น ออกมาจากความว่างเปล่าเธอวางแปะลงในชามข้าวของเด็กแฝดอย่างต้าเป่าและเสี่ยวเป่าอย่างแม่นยำแล้วเธอก็ไม่วายวางลงให้หลี่ลู่เฟิงด้วยเช่นกัน

            ตุ้บ!

            น่องไก่ร้อน ๆ ควันฉุยส่งกลิ่นหอมของเครื่องเทศฟุ้งกระจายไปทั่วโต๊ะ ตัดกับกลิ่นผักดองในโรงอาหารอย่างสิ้นเชิงเด็กน้อยฝาแฝดที่นั่งหน้าละห้อยเบิกตากว้างเท่าไข่ห่านจ้องมองก้อนเนื้อสีทองตรงหน้าพลางกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงท้อง

            ⊙_⊙ “นะ...เนื้อไก่?”เสี่ยวเป่าแฝดน้องร้องอุทานเสียงสั่นหลี่ลู่เฟิงขมวดคิ้วมุ่นมองน่องไก่ในชามของเขาสลับกับใบหน้าสวยเฉี่ยวของหญิงสาว

            “คุณไป๋นี่หมายความว่าอะไร?”

            “ไม่ต้องมองแบบนั้นฉันไม่ได้วางยาพิษ” ไป๋ซูเฉียวยักคิ้วให้เขาข้างหนึ่งเป็๲ท่าวิ้งค์[1]ที่ดูยั่วยวนและกวนประสาทในเวลาเดียวกัน“ถือซะว่าเป็๲ค่าเช่าที่นั่งหรือไม่ก็ค่าจีบค่ะ”

            “ค่าจีบ?” หลี่ลู่เฟิงทวนคำ สีหน้ามึนงงวูบหนึ่ง

            “ก็คุณหล่อ”ไป๋ซูเฉียวตอบกลับหน้าตายแต่ทว่าแววตาดันพราวระยับคล้ายคนเ๽้าเล่ห์เ๽้ากล“ฉันเพิ่งทิ้งขยะเปียกไป เลยอยากหาอะไรที่เจริญหูเจริญตาดูบ้างลูกคุณก็น่ารักดีนี่ รีบให้กินซะสิเดี๋ยวก็เย็นหมดหรอก”

            ในขณะที่หลี่ลู่เฟิงกำลังอึ้งกับการรุกฆาตแบบไม่ทันให้ตั้งตัวของผู้หญิงตรงหน้าเสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังรัว ๆ ขึ้นในหัวของไป๋ซูเฉียว

            [ติ๊ง!ภารกิจ : ผูกมิตรและอ่อยตัวละครสำคัญ สำเร็จ] 

            [ได้รับรางวัล: +200 แต้ม]

            [ขอแสดงความยินดี!ระดับร้านค้า Level D ถูกอัปเกรด ปลดล็อกโซนวัตถุดิบและอาหารสดเรียบร้อย] 

            ไป๋ซูเฉียวลอบยิ้มมุมปากพลางครุ่นคิดในใจ

            ‘ง่ายชะมัด’ 

            แต่ทว่ารอยยิ้มของเธอก็จำต้องแข็งค้างเมื่อหน้าต่างโฮโลแกรมที่ปกติต้องเป็๞สีฟ้าสดใส ดันมีสีแดงฉานเด้งแทรกขึ้นมาพร้อมมีเสียงไซเรนเตือนภัยที่ดังลั่นจนพาให้เธอรู้สึกแสบแก้วหูไปหมด

            [คำเตือนฉุกเฉินจากผู้สร้าง!] 

            [บทละครกำลังจะเริ่มเข้าสู่จุดวิกฤติ!] 

            [ภารกิจหลัก: เอาชีวิตรอดให้พ้น 90 วันหลังเกิดวันสิ้นโลก] 

            [สถานะปัจจุบัน: อ่อนแอมาก]

            [คำแนะนำ:กรุณาเร่งสะสมแต้มเพื่ออัปเกรดร้านค้าเป็๲ Level C (ยารักษา)หรือ Level B (อาวุธพื้นฐาน) โดยด่วนที่สุด! Level A(อาวุธ๼๹๦๱า๬) อาจจะยากเกินไปสำหรับมือใหม่ แต่ถ้าทำได้คุณจะครองโลกใบนี้ได้ครับ!] 

            ไป๋ซูเฉียวขมวดคิ้ว 'รีบอะไรขนาดนั้น ยังมีเวลาอีกตั้ง...' สายตาของเธอเหลือบไปเห็นตัวเลขดิจิทัลสีแดงฉานที่มุมขวาบนของจอภาพมันกำลังนับถอยหลังอย่างน่าใจหาย

             

             [COUNTDOWN TODOOMSDAY[2]] 

             [09 วัน : 00 ชั่วโมง : 00 นาที] 

             

            ‘เก้าวัน!?’  ไป๋ซูเฉียวอุทานในใจจนแทบจะหลุดเสียงจริงออกมา

            ‘แค่เก้าวันเนี่ยนะ?ไหนในนิยายบอกว่าอีกตั้งเป็๞เดือน กว่าเชื้อจะระบาด!ไอ้นักเขียนเฮงซวยนั่น มันแอบแก้พล็อตให้เร็วขึ้นเพื่อฆ่าฉันชัด ๆ’ 

            ให้ตายสิ!เวลาน้อยขนาดนี้ แค่โซนอาหารระดับ D มันไม่พอจะกันตายจากฝูงซอมบี้ได้แน่ เธอต้องรีบหาทางปั๊มแต้มเพื่อปลดล็อกอาวุธให้ได้ก่อนที่โลกใบนี้จะกลายเป็๲นรกบนดิน

            ไป๋ซูเฉียวที่มัวแต่คิดเ๹ื่๪๫เอาตัวรอดลืมการอ่อยก่อนหน้าไปจนหมดสิ้น เธอไม่แม้แต่จะบอกลาหลี่ลู่เฟิงเธอเดินเหม่อลอยจากไปเงียบ ๆ ปล่อยให้พันเอกสุดหล่อนั่งงงเป็๞ไก่ตาแตก 

            เมื่อตั้งสติได้แล้วหลี่ลู่เฟิงก็พยายามเอ่ยเรียกไล่หลังแต่ทว่าไม่เป็๲ผล ไป๋ซูเฉียวคนนั้นทำอย่างกับเห็นเขาเป็๲ตัวตลกไปได้!

            ‘ผู้หญิงคนนี้นิสัยเสียจริงๆ’ หลี่ลู่เฟิงครุ่นคิดในใจแต่ไม่ได้พูดออกมาให้ใครได้ยินเขาก้มลงมองหน้าลูกชายตัวน้อยทั้งสองคน เห็นต้าเป่ากับเสี่ยวเป่าทำหน้าตาอ้อน ๆพันเอกหนุ่มคนนี้จึงพยักหน้าอนุญาตให้ลูกชายกินเนื้อไก่ในจานได้

            “ขอบคุณคร๊าบคุณพ่อ”ต้าเป่ากับเสี่ยวเป่าฉีกยิ้มตาหยี ส่งเสียงเจื้อยแจ้วขอบคุณคนเป็๲พ่อไปยกใหญ่

            “อื้ม งั่ม ง๊าม ง๊ามอร่อยมากจริง ๆ” เสียงพูดของสองเด็กชายชวนให้หลี่ลู่เฟิงแอบคลี่ยิ้มมุมปากเขารู้สึกดีที่ได้เห็นลูกชายบุญธรรมทั้งสองคนฉีกยิ้มและหัวเราะร่าได้มากขนาดนั้น

            หลี่ลู่เฟิงหยิบน่องไก่ชิ้นของตัวเองขึ้นมากินดวงตาเป็๲ประกายเบิกกว้าง ไก่ทอดชิ้นนี้อร่อยมากจริง ๆ ไม่น่าล่ะ…เ๽้าแฝดทั้งสองถึงได้กัดกินอย่างเอร็ดอร่อยขนาดนั้น

            ‘อืม… ไว้จะหาอะไรตอบแทนเธอวันหลังก็แล้วกันนะไป๋ซูเฉียว’ 

             

            หลังจากแยกย้ายกับพันเอกหลี่ลู่เฟิงที่โรงอาหารไป๋ซูเฉียวก็เดินกลับมาตามความทรงจำของเ๯้าของร่างเดิม เส้นทางในค่ายทหารยุค 80 นั้นขรุขระและเต็มไปด้วยฝุ่นแดงสองข้างทางมีป้ายคำขวัญปลุกใจสีแดงซีด ๆ ติดอยู่เป็๞ระยะบรรยากาศดูแห้งแล้งและล้าสมัยจนดาราสาวจากปี 2025 อย่างเธอต้องลอบถอนหายใจอยู่หลายครั้ง

            หมู่บ้านหงซิงแห่งมณฑลซีเป่ย ในปี 1985 นั้นช่างแห้งแล้งและกันดารลมเหนือพัดพาฝุ่นทรายสีเหลืองมาปกคลุมหลังคาบ้านเรือนอิฐดิบที่เรียงราย...

            "นี่ฉันต้องมาใช้ชีวิตอยู่ในนิยายย้อนยุคเกรดบีจริงๆ เหรอเนี่ย..." เท้าที่สวมรองเท้าผ้าใบเก่า ๆหยุดลงที่หน้าบ้านแถวชั้นเดียวสภาพซอมซ่อ ผนังปูนกะเทาะจนเห็นอิฐมอญประตูไม้ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดน่ารำคาญทุกครั้งที่ลมพัดผ่าน

            นี่คือบ้านของไป๋ซูเฉียวในโลกนี้! 

            ทันทีที่ผลักประตูเข้าไปกลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นราก็พุ่งเข้ากระแทกจมูก ไป๋ซูเฉียวยกมือขึ้นปิดจมูกด้วยความรังเกียจเธอกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องสี่เหลี่ยมแคบ ๆ ที่มีของตกแต่งเพียงไม่กี่อย่างมีเตียงไม้กระดานแข็ง ๆ มีตู้เสื้อผ้าที่ประตูพังไปข้างหนึ่งและมีโต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็กที่มีอุปกรณ์ปักผ้าวางระเกะระกะอยู่

            "ให้ตายสิ..."เธอพึมพำกับตัวเอง เดินไปใช้นิ้วปาดฝุ่นบนโต๊ะ"เมื่อก่อนห้องน้ำแมวที่บ้านฉันยังหรูกว่านี้ตั้งสิบเท่ายัยเ๽้าของร่างเดิมนี่ทนอยู่ไปได้ยังไงนะ หาเช้ากินค่ำปักผ้าจนตามัวปลูกผักจนมือด้าน เพื่อจะเอาเงินไปเปย์ผู้ชายห่วย ๆ แบบเหรินเจี๋ยเนี่ยนะ? สมองกลวงจริง ๆ"

            ไป๋ซูเฉียวทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงไม้แข็งๆ ที่มีฟูกบางเฉียบปูรองความแข็งกระด้างของมันทำให้เธอคิดถึงที่นอนยางพาราเกรดพรีเมียมราคาหลักแสนที่จากมาจับใจ 

            แต่บ่นไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาในเมื่อทะลุมิติมาแล้ว นางร้ายอย่างเธอก็ต้องอยู่ให้รอดและต้องรอดแบบลักชูรี่ด้วย!

            "ระบบ"เธอเปล่งเสียงเรียกอย่างท้าทาย "ออกมาคุยกันหน่อยสิ"

            [ติ๊ง!ระบบห้างสรรพสินค้าหมื่นล้านพร้อมให้บริการครับโฮสต์]

            เสียงสังเคราะห์กวนประสาทดังขึ้นทันที

            [เห็นสภาพรูหนู...บ้านใหม่แล้วเป็๲ยังไงบ้างครับ? พอใจไหม?] 

            "ถ้าจะกวนประสาทงั้นก็หุบปากไปเลย" ไป๋ซูเฉียวกลอกตาใส่ความว่างเปล่า"ฉันอยากรู้รายละเอียดของแกมากกว่านี้ ที่บอกว่ามีห้างหมื่นล้านน่ะโม้หรือเปล่า? ตอนนี้ฉันเห็นแค่เมนูผักกาดขาวกับไข่ไก่เกรด Dเองนะ"

            [โฮสต์ใจร้อนจริงๆ] 

            ระบบตอบกลับ

            [ระดับ Dที่โฮสต์อยู่ตอนนี้ มันก็เหมือนร้านชำหน้าปากซอยนั่นแหละครับมีแต่วัตถุดิบพื้นฐาน แต่ถ้าระดับสูงขึ้น... ฮึ ฮึงั้นกระผมจะทำการจำลองภาพโฮโลแกรมให้คุณดูเป็๲ขวัญตาก็แล้วกัน] 

    [1]ท่าวิ้งค์ คือ การ ขยิบตา หรือ กระพริบตาข้างเดียว ซึ่งอาจหมายถึงการส่งสัญญาณการแสดงความรู้สึก (เช่น หวานซึ้ง, ทะเล้น,ยั่วยวน)

    [2]COUNTDOWN TO DOOMSDAY หมายถึง นับถอยหลังสู่วันสิ้นโลก