ตอนที่ 6 “พาที”
พาทีกวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความสนอกสนใจ ส่วนพ่อก็หันไปคุยกับลูกศิษย์ลูกหาก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะเจรจากันอย่างถูกอกถูกใจ
แน่นอนว่าพาทียังไม่ลืมพกมารยาทอันพึงมีด้วยเป็ลูกของครูคนดังประจำถิ่น เป็ผู้ที่ถูกนับหน้าถือตาของผู้คนและชาวบ้านทั่วไปจึงสวัสดีกล่าวทักทาย ก่อนจะยืนยิ้มรออย่างสงบเสงี่ยมฟังผู้ใหญ่เขาสนทนากัน
แต่เนื่องจากคิวที่ยาวเหยียดทำให้ชายหนุ่มที่ยืนรอจนเบื่อ จึงหันซ้ายหันขวามองดูอะไรไปเรื่อยกระทั่งสายตาเหลือบไปเห็นเด็กสาววัยใกล้เคียงกัน เดินตุปัดตุเป๋เข้าไปในบ้าน
หญิงสาวคนนั้นงดงามอย่างกับในจินตนาการของเขาซึ่งเรียกได้ว่าตรงตามสเปกทุกอย่างสำหรับตัวเขาเลย ปากนิดจมูกหน่อย ผิวขาวเนียนดูแล้วได้รับการบำรุงมาเป็อย่างดี
แค่มองผ่านๆ ตาก็รู้แล้วว่าเป็คุณหนู ใส ๆ ไร้เดียงสา
พาทีผู้ซึ่งกำลังจมอยู่ในภวังค์จวบจนกระทั่งหล่อนเข้าไปในบ้าน ครู่ใหญ่กว่าตนจะได้สติกลับคืนมาสมองของเขาจินตนาการไปไกล คิดไปได้ต่าง ๆ นานา และก็รู้ได้ทันทีว่าคงต้องเป็ลูกสาวของคนในบ้านหลังนี้เป็แน่!
และถ้าเดาไม่ผิดคงเป็ลูกสาวของส.ส.เสมอ
ภายในใจของพาทีรุ่มร้อนเป็อย่างยิ่งเขาคิดปรารถนาอยากจะได้เห็นหน้าเธอไปทุกวันเลย เขาถึงขั้นจินตนาการคิดไปไกลโดยให้พ่อออกหน้าผูกข้อไม้ข้อมือ จับหมั้นเสียเดียวนี้!
จนกระทั่งถูกพ่อสะกิดให้ตื่นจากภวังค์ทว่าภายในใจก็ยังอดคิดถึงหน้าหล่อนไม่ได้!อันที่จริงวันนี้เขาก็ไม่รู้ว่าพ่อพาตนมาทำอะไรที่นี่ เพียงแค่บอกว่า“จะพาเขามาเปิดหูเปิดตา”
ด้วยเป็คนที่ใจกล้าเป็ทุนเดิมพาทีจึงถามพ่อขึ้นว่า“เอ่อ…พ่อ ถ้าทีจะให้ไปขอหมั้นสาวหน่อยจะได้มั้ย?” เขาเกาหัวพูดด้วยน้ำเสียงกึ่งเล่นกึ่งจริง
พอเห็นลูกชายพูดแบบนั้นก็ทำเอาคิ้วของพ่อแสมกระตุกเล็กน้อยก่อนจะพูดหยอกกลับ “ไปติดใจอีหนูบ้านไหนล่ะเอ็ง?”
“บ้านนี้นี่แหละพ่อ!”เขาพูดตอบไปทันที
ทำเอาครูแสมเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งครุ่นคิดบางอย่างก่อนพูดขึ้นว่า “บ้าน่า หรือว่าเอ็งชอบ ยัยหนูสมรนั่นเหรอ?” เพราะก่อนหน้านี้ไม่นานเขาก็เห็นเด็กสาวเดินเข้าไปในบ้านพอดีประจวบกับลูกชายยืนนิ่งเป็สาก และรวมเข้ากับสัญชาตญาณของครูฝ่ายปกครอง
“เธอมีชื่อสมรเหรอ!?”ชายหนุ่มพูดพึมพำกับตัวเอง ดวงตาของชายหนุ่มเปล่งประกายระยิบระยับ
ภายในใจครุ่นคิดขึ้นว่า “อย่างน้อย ๆ วันนี้ก็ได้รู้ชื่อของเธอแล้ววันหน้ายังมีโอกาสทำความรู้จักกันอีกมาก!” เขาลอบให้กำลังใจตัวเอง
ครูแสมลูบคางครุ่นคิด“ถ้าอยากจะหมั้น…พ่อว่าเอ็งก็ไปหาวิธีจีบให้ติดก่อนดีกว่ามั้ย!?”
คล้ายว่าครูแสมกำลังคิดอะไรบางอย่างออกเขามองไปถึงอนาคต “นี่ถ้าได้เกี่ยวดองกันกับบ้านนี้ทั้งธุรกิจทั้งชื่อเสียงของครอบครัว มันจะจุนเจือเกื้อหนุนเขาได้เป็อย่างมาก!”
แสมผู้เป็พ่อตบบ่าให้กำลังใจ แต่ก็แอบเตือนว่า “แต่ระวังจะโดนยิงเอาล่ะคุณนายบ้านนี้เขาดุเอาเื่เลยนะเว้ย!” รอยยิ้มขี้เล่นปรากฏที่มุมปากของหนุ่มใหญ่
……
รออยู่พักใหญ่ๆ ก็ได้ถึงคิวของทางครูแสมกับลูกชาย ที่ได้เข้าไปพบท่าน ส.ส. ในห้อง
ทางด้านเสมอเมื่อเห็นครูแสม ผู้เป็ที่นับหน้าถือตาของคนในตัวจังหวัดถ้าได้มาเป็หัวคะแนนให้ตน คงเป็คนสำคัญมิใช่น้อยเขาจึงลุกขึ้นยืนต้อนรับอย่างเป็กันเอง
“สวัสดีครับครูแสม…ไปไงมาไงครับเนี่ยถึงแวะมาหาผมได้?”เสมอเดินไปจับมือครูคนนี้อย่างสนิทสนม ถึงทางเข้าหน้าประตูดูท่าให้ความสำคัญไม่ใช่น้อย!
พอเจอหน้าท่านเสมอพาทีก็ทำตัวเป็เด็กดีรู้งานทันที เขาพูดกล่าวสวัสดีผู้หลักผู้ใหญ่ตามปกติวิสัย
เพราะคนตรงหน้านี้ที่เขาหมายมั่นปั้นมือที่จะทำให้อีกฝ่ายจำต้องยอมรับตนเป็เขยให้จงได้ จึงจำเป็ต้องพูดจาดีทำตัวดีต่อหน้า ‘ว่าที่พ่อตา’ ในอนาคตอันใกล้เด็กหนุ่มได้เริ่มพยายามคิดไปถึงไกลขึ้นนั้นแล้ว
ตัวครูแสมเห็นลูกชายแนะนำตัวเสร็จก็เริ่มพูดเข้าเื่เขาไม่อ้อมค้อมแม้แต่น้อย “ที่มาวันนี้ก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับท่านเสมอวันนี้ฉันก็จะมากู้เงินเพื่อเอาไปขยับขยายธุรกิจของฉันหน่อยน่ะ”
เสมอแทบไม่ต้องครุ่นคิดอะไรเลยรับคำในทันที “อ๋อ! ได้ข่าวมาว่าธุรกิจโรงเรียนของครูกำลังไปได้ดีนี่นาจะขยับขยายเพิ่มหรือครูแสม?”
“ก็ตามนั้นเลยครับผม้าปรับปรุงเพิ่มห้องเรียนเพิ่มชั้นเรียน ขยับขยายเสียหน่อย”ครูแสมอธิบายยาวเหยียดถึงแผนธุรกิจ
ส่วนท่านเสมอก็โบกมือให้ลูกน้องไปเอาสัญญามาถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็ที่นับหน้าถือตาของคนละแวกนี้ ซึ่งถือเป็ฐานเสียงหัวคะแนนชั้นเลิศเขาจึงปล่อยกู้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจแม้แต่น้อย คล้ายกับว่าน้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า
“ผมไม่ได้คิดดอกบงดอกเบี้ยอะไรเป็พิเศษกับครูหรอกนะ เอาเป็ว่าจ่ายให้ตรงตามเวลา หรือหากว่าติดปัญหา คิดจะผัดผ่อนก็เข้ามาคุยกันก่อนได้นะครับครูแสม”เสมอพูดเสริม เขาพยายามซื้อใจคนผู้นี้เอาไว้ก่อน
ใช้เวลาไม่นานหลังจากครูแสมอ่านสัญญาเสร็จเขาก็เซ็นเอกสารเรียบร้อย ต่างคนต่างก็ไว้ใจกันเพราะถือศักดิ์ศรีลูกผู้ชายเป็ที่ตั้ง
ทว่าก่อนจะลุกขึ้นครูแสมกลับย้อนนึกขึ้นได้“นี่…จะว่าไปท่านเสมอ เ้าลูกชายตัวดีของผมมันดันไปแอบชอบลูกสาวคุณเสียแล้วสิ!”
ครูแสมพูดด้วยน้ำเสียงหยอกล้อหากแต่ใจจริงกลับแฝงนัยยะเอาไว้ ทำเอาพาทีที่ยืนอยู่นิ่ง ๆเริ่มอยู่ไม่สุขเลยทีเดียว!
เสมอเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งเหลือบไปมองยังเด็กหนุ่มก่อนจะยิ้มมุมปากแล้วพูดว่า
“เป็ยังไงล่ะพ่อหนุ่มชอบลูกสาวฉันเหรอ? เออแต่บอกไว้ก่อนนะ ถ้าคิดจะจีบก็ไม่ห้ามหรอกนะกลัวแต่ว่าทางคุณนายสมพรแม่ของหล่อน จะตามไปเล่นงานเอ็งเสียก่อนสินะสิ แต่ถ้ามีความสามารถก็แล้วแต่เลย…”
“เอ่อ…ถ้าจะให้แนะนำก็เอาไว้ขึ้นมหาลัยก่อนค่อยมาจีบก็ยังไม่สาย!”
เสมอตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้คนที่หมายตาคิดจะผูกสัมพันธ์ ผ่านทางลูกสาวของเขาก็มีมาไม่ใช่น้อย บางคนก็พูดหยอกๆ แบบนี้ จนเขาเคยชินแล้ว จึงได้แต่ยกเมียตัวเองมาเป็เกราะกำบัง
แต่อันที่จริงจะใช้คำว่าเกราะกำบังก็ไม่ถูกเพราะคุณนายสมพร หล่อนหวงลูกสาวอย่างกับงูจงอางหวงไข่
ครูแสมที่หยั่งเชิงไปให้เรียบร้อยแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรต่อเพียงแต่ยิ้มรับฟังคำพูดอยู่ข้าง ๆ ก่อนจะขอตัวจากไปอย่างว่าง่าย เพราะเกรงใจบรรดาคนที่เข้าแถวอยู่ด้านหลังเนื่องจากว่าตนใช้เวลาค่อนข้างนานพอสมควร
หลังออกมาจากบ้านแล้วครูแสมก็สัพยอกลูกชาย“เป็ไงล่ะเอ็ง…คิดจะเด็ดดอกฟ้ามันก็ต้องทำตัวให้คู่ควรกับเขาเสียก่อนต้องเอาดีเอาเด่นสักทางให้ได้ก่อน หากคิดจะไปจีบเขา”
พอได้เงินมาถือไว้ทางครูแสมก็อารมณ์ดีเปิดปากเล่า ทางหนึ่งเพื่อกระตุ้นลูกชายให้เอาดีสักทาง วางแผนในอนาคตให้ไกลๆ เสียหน่อย โดยใช้ผู้หญิงเป็เป้าหมาย
และจากประสบการณ์ในการเป็ครูของเขามาหลายปีดีดักโดยมากชายหนุ่ม มักจะมีเป้าหมายทะเยอทะยานขึ้นมา จากบรรดาสาวสวยทั้งหลาย
“นี่ถ้าเอ็งยังคิดจะไปเจาะไข่แดงลูกสาวเขาให้เลิกคิดไปได้เลย เพราะถ้ายังเป็อยู่อย่างนี้ ยังทำตัวสำมะเลเทเมาอยู่พอคบสาวแล้วก็ทิ้ง อย่าได้ไปจีบลูกสาวเขาเชียว ประเดี๋ยวจะโดนยิงกบาลตายเสียก่อน”
แสมอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากเตือนตามประสาเขาพยายามห้ามปรามถึงพฤติกรรม ‘ทำตัวสำส่อน’ ของลูกชายไปในคราวเดียว
พาทีได้แต่ยิ้มเจื่อนเขารู้ดีว่าหากจะให้ตัวเองหักดิบ เลิกคบกับสาว ๆ ที่มีอยู่เต็มกระบุงคงเป็ไปไม่ได้พอได้ลิ้มลองรสหวาน มันก็อดไม่ได้ที่จะหวนนึกถึงอีก
หลังจากนั้นเป็ต้นมาสมรก็คือยอดดวงใจที่ได้แต่เฝ้ามองดูอยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆพาทีพยายามจะเข้าไปจีบหลายครั้งหลายครา แต่ก็ห้ามใจไว้
หากแต่ว่าตนแอบไปซ้อมมือพร้อมกับออกลีลาเด็ด ๆ กับสาวคนอื่นทว่าเขายังคอยแอบติดตามข่าวสารของเธออยู่ตลอด…
แม้จะเรียนคนละโรงเรียนกันก็ตามทีแต่จะทำยังไงได้ เพราะว่าเขามีสมรเป็เป้าหมายคล้ายดั่งวัวกระทิงที่มีเป้าให้พุ่งชน คนอื่น ๆระหว่างที่เขาคบอยู่ก็เป็ได้เพียงแค่อาหารกินเล่นในใจไม่ได้คิดอะไรจริงจังกับพวกหล่อนแม้แต่น้อย
เพียงแค่อาศัยว่ามีดีที่ลมปากจึงพูดเกลี้ยกล่อมพวกสาว ๆ ให้เคลิบเคลิ้ม และก็หลงเดินตามเขาเป็แถว ๆบรรดาพวกลูกคุณหนูหลายต่อหลายคนต่างก็กลายเป็ของเล่น เป็เป้าซ้อมมือใช้ฝึกวิทยายุทธ์ไปพลาง ๆ
ยิ่งตอนนี้ความสามารถของเขาเรียกได้ว่า “ขั้นเทพ” เพียงแค่กระซิบที่ข้างหูเบา ๆเหยื่อก็แทบจะติดเบ็ดแล้ว แถมก็พร้อมจะพลีกาย เต็มใจมาให้เขากินถึงที่…
จนได้ฉายาจากเพื่อนๆ ว่า “เทพที…สาลิกาลิ้นทอง” ตำราปราบบรรดาพวกลูกคุณหนู เขาเขียนออกมาได้เป็เล่มๆ