บทที่ 7
เช้าวันใหม่ อากาศสดใส เรือสำเภาลำใหญ่แล่นผายใบกินลม ลัดเลาะไปตามช่องแคบของหมู่เกาะน้อยใหญ่ ทรงกลดยืนหลับตานิ่งอยู่บนหัวเรือเขาใช้เวลาเกือบทั้งคืนเร่งเดินทางตามแผนที่ที่พวกโจรสลัดทิ้งไว้ให้
“เราจะไม่หลงกลพวกมันเหรอครับนายน้อย”โบอาถามในสิ่งที่คาใจมาั้แ่เมื่อคืน
“ถ้าเป็กลเราก็จะหลง ถ้าเป็นรก ผมก็จะไป พวกมัน้าอะไร ผมจะคืนให้มากกว่าสิบเท่า”
โบอาและซิตงมองนายน้อยด้วยสายตาที่เลื่อมใส พวกเขารู้สึกได้ยิ่งนายน้อยสงบเท่าใดยิ่งอันตรายเท่านั้น
ตลอดรายทางที่ผ่านมาพบกาฝูงใหญ่บินว่อนเต็มท้องฟ้าพวกมันส่งเสียงร้อง กา กา ประกาศอาณาเขต มีซากเรือกับเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายมากมายบ้างลำตัวขาด บ้างถูกแขวนห้อยจากที่สูง ลำไส้ อวัยวะภายในถูกนำมากองรวมกันให้เป็เหยื่อนกกา สภาพผู้หญิงเปลือยกายมีร่องรอยการถูกข่มขืนและถูกทรมานแมลงวันบินตอมเสียงหึ่งๆดังไปทั่วกลิ่นเน่าเหม็นจากซากศพทำให้โบอากับซิตงถึงกับตัวงออ๊วกออกมาหลายครั้ง
พวกโจรคง้าให้เขาเห็นสภาพเช่นนี้นี่คือการข่มขู่
“พวกมันไม่สมควรมีชีวิตอยู่”ซิตงกัดฟันเค้นเสียงออกมาด้วยความเคียดแค้น
ตะวันบ่ายคล้อย เรือจึงแล่นเข้าสู่เขตแดนของโจรสลัด สองฟากข้างปรากฏเกาะเล็กๆรูปทรงประหลาดมากมาย ดูเหมือนตะปูบ้างลิ่มั์บ้าง สุดแต่จะจินตนาการบนยอดเกาะน้อยทุกเกาะจะมีสมุนโจรยืนเฝ้าระวังไม่น้อยกว่าสองคน บางเกาะกลายเป็ป้อมปราการธรรมชาติมียามเฝ้าและปืนกลหนักวางอยู่พวกมันทุกคนมีอาวุธครบมือพร้อมที่จะทำาได้เลย
ยิ่งล่วงลึกเข้าไปยามรักษาการณ์ยิ่งหนาแน่น พวกมันส่งสายตามองมาแต่ไม่ได้ขัดขวางเรือทรงกลดปล่อยให้แล่นเข้ามาช้าๆ นี่คงเป็ทางเข้าทางเดียวที่พวกโจรเปิดไว้ให้
เรือแล่นผ่านลอดซุ้มประตูธรรมชาติเบื้องหน้าสายตาคือเกาะๆหนึ่ง นี่คือจุดศูนย์กลางของรังโจร เป็เกาะที่มีูเาสูงล้อมรอบทั้งสามด้านมีช่องให้เดินเรือเข้าออกได้เพียงด้านเดียว
หาก้าเข้าออกเส้นทางอื่นคงต้องปีนเขาสูงรอบด้านซึ่งเกินความสามารถที่มนุษย์จะทำได้ และคงไม่มีใครโง่พอที่จะทำเช่นนั้น
ทรงกลดน่าจะเป็มนุษย์คนนั้นเขาคือข้อยกเว้น
“พี่โบมีอะไรก็ตัดสินใจไปเลย พวกเราแยกกันทำงาน”เสียงทรงกลดดังจากด้านหลังปลุกให้โบอาตื่นจากความตะลึงในความอลังการของค่ายโจร
ซิตงที่ยืนอยู่ข้างๆได้แต่หันมายิ้มเจื่อนๆ
“นายน้อยจะ.......อ้าวหายไปใหนแล้ว” ประโยคขาดตอนทันทีเมื่อโบอาหันไปไม่พบนายน้อย
ซิตงยักไหล่เชิงไม่มีความเห็น
เรือพวกเขายังคงแล่นไปข้างหน้าเรื่อยๆช้าๆ โดยปราศจากการควบคุม ข้างล่างคงเป็กระแสน้ำธรรมชาติเรือทุกลำเมื่อเข้ามาในแนวจะถูกบังคับให้แล่นไปตามทิศทางที่ธรรมชาติกำหนด
สุดท้ายเส้นทางเรือได้จอดเทียบท่าไม้ไผ่แห่งหนึ่ง บนฝั่งเหล่าโจรสลัดนับพันยืนเต็มไปหมดพวกมันมองมาทางเรือผู้มาเยือน
ปรากฏชายหน้าตาเหี้ยมเกรียมสี่คนในมือมีปืนไรเฟิล เดินปรี่มาควบคุมโบอากับซิตง
“อีกคนหายไปใหน”พวกมันเห็นมาตลอดว่าบนเรือมีชายสามคน
สองหนุ่มก็ตอบไม่ได้เพราะพวกเขาไม่รู้จริงๆว่านายน้อยหายไปไหน
“ค้น”สิ้นคำ สามโจรเหี้ยมก็แยกย้ายกันเข้าไปในเรือ บนเกาะพวกมันไม่ต้องกลัวอะไรยังมีพวกยืนคุมเชิงอยู่บนฝั่งเป็พันคน ถ้าขืนตุกติก มีแต่ตายเท่านั้น
เมื่อไม่เจอพวกมันก็ไม่ได้กังวลใดๆมีตัวประกันอยู่ด้วยตั้งหลายคน ไม่เคยมีใครสร้างปัญหาภายในรังของพวกมันได้เลย
โบอากับซิตงถูกคุมตัวมายังลานกว้างที่นี่มีกระโจมไม้ไผ่ล้อมรอบ อับดุลการิบกับอับดุลบาฮิมนั่งจิบเหล้ารออยู่มีลูกน้องมือดียืนห้อมล้อมอยู่แปดคน บรรดาเด็กๆถูกพวกผู้หญิงพาเข้าบ้านไปไม่ให้เห็นเื่ราวโหดร้ายที่จะเกิดขึ้น
“ฮ่าฮ่า ฮ่า มากันแล้วหรือ”อับดุลบาฮิมกล่าวทักทาย “ไอหนูนั้นหล่ะ?”
“ไม่เจอครับรองฯ”
เพล้ง! จอกเหล้าในมือรองฯบาฮิมถูกซัดลงพื้นหินแตกละเอียดท่าทางเขาไม่พอใจสุดๆ
“ไม่รีบพวกมันอยู่กับเรา ยังไงเราก็ได้เปรียบ”อังดุลการิบกล่าวเสียงราบเรียบ“เอาพวกมันไปขึงรวมกับสองคนนั้น”
เสียงดังตุบ ตับ โบอากับซิตงถูกรุมทำร้ายจนทรุดลงกับพื้นพวกมันพากันลากร่างหมดสติทั้งสองไป
ด้านหนึ่งริมขอบหน้าผาสูงอลิสา อรุณเบิก ถูกมัดขึงติดกับขอนไม้กางเขนใหญ่มียามโจรอาวุธครบมือยืนเฝ้าถึงสี่คน พวกมันให้ความสำคัญกับตัวประกันมาก
จากการบอกเล่าของรองบาฮิมและเหล่าสมุนถึงความร้ายกาจของเ้าหนูหัวหน้าตัวประกันทำให้อับดุลการิบเกิดความสงสัย เื่บ้าๆเหลือเชื่อในโลกนี้จะมีอยู่จริงเหรอคงได้แต่รอให้พบด้วยตนเองถึงจะรู้
ขอนกางเขนถูกเพิ่มขึ้นอีกสองตัวโบอากับซิตงถูกนำมาผูกรวมกับเชลยสองคนแรก เรียงเป็แถวทุกคนยกเว้นอลิสามีาแฟกช้ำตามใบหน้าและลำตัว
ลานใหญ่บนหน้าผาอับดุลการิบและพวกสิบกว่าคนนั่งกินอาหารบนโต๊ะใหญ่อย่างเงียบๆ สายตาเขามองเลยไปในแนวป่าทึบเบื้องล่าง
เขาพบความผิดปกติบางอย่างป่าที่เคยส่งเสียงธรรมชาติของนกกลางคืนและแมลงกลับเงียบสนิทเสียงหมาป่าครางอี๋ๆแว่วมาตามสายลม พวกมันร้องครางเหมือนกลัวอะไรบางอย่าง
“ส่งคนลงไปสำรวจป่าข้างล่างถ้าเจอมัน จับเป็มา”หัวหน้าสลัดผู้ยิ่งใหญ่สั่งกับลูกน้องคนสนิท
“ครับหัวหน้า”
เพียงครู่ใหญ่ในป่าทึบห่างไกลเบื้องหน้า มีแสงไฟเป็จุดๆเคลื่อนไหวไปมา พวกมันกำลังค้นหาคนที่หลุดรอดหายไป
อับดุลการิบมองแสงไฟจุดเล็กๆเ่าั้เขายิ้มด้วยความพึงพอใจ ในอาณาเขตของเขา ไม่เคยมีใครรอดชีวิตไปได้
“ยังไม่พบอะไรอีกเหรอไปตั้งหลายชั่วโมงแล้ว” เขาหันมาถามลูกน้องคนหนึ่งที่กำลังวิ่งมาหา
“ยังเลยครับหัวหน้าพวกเราค้นทุกตารางนิ้วแล้ว เหมือนไอเด็กนั่นจะละลายหายไป”
สายตาหัวหน้าโจรร้ายมองไฟจุดเล็กๆเบื้องล่างตาเขาหรี่หางตากระตุก
“บอกให้ทั้งหมดกลับมา”ในน้ำเสียงมีแวววิตกเล็กๆ
ลูกน้องคนเดิมโค้งรับคำสั่งเขาวิ่งจากไปปฏิบัติทันที เพียงไม่นาน เขาก็หน้าตาตื่นวิ่งกลับมารายงานเสียงสั่น
“หัวหน้าพวกออกไปไม่ตอบสนองสัญญานเรียก”
“อะไรนะ”อับดุลการิบเผลอตวาดออกไปเขาเหลียวกลับไปมองจุดไฟเล็กๆในป่าทึบเบื้องล่าง
แสงไฟค่อยๆดับมืดไปทีละจุดผืนป่าใหญ่เบื้องล่างที่มีเสียงอึกทึกครึกโครมกับมาเงียบสนิทอีกครั้ง
เกิดอะไรขึ้นกับสมุนโจรเ่าั้กันแน่เกิดคำถามขึ้นในใจบรรดานายโจรทั้งหลายบนลานหินแห่งนี้
“พี่ชายข้าขอลงไปดูเอง”อับดุลบาฮิมซึ่งเงียบมาตลอดเอ่ยปากอาสา
“อืมเอามือดีไปมากๆ ระวังตัวด้วย”อับดุลการิบเหมือนจะสังหรณ์อะไรบางอย่าง“ถ้าเจออะไรร้ายแรงให้หนีกลับมาให้ได้ ถ้าพรุ่งนี้เที่ยงเอ็งยังไม่กลับมาข้าจะฆ่าตัวประกันทั้งหมด”
อับดุลการิบเริ่มจะเชื่อแล้วว่าสิ่งที่น้องชายเจอเมื่อสองวันก่อนมันน่ากลัวแค่ไหน
“ครับพี่ข้า”
ใครจะคิดว่านี่จะเป็คำพูดสุดท้ายของหัวหน้าโจรสลัดทั้งสอง
“พวกเราก็ลงไปที่หมู่บ้านกันเถอะ”หัวหน้าการิบกล่าวกับพรรคพวกที่เหลือเมื่อน้องชายและมือดีหลายคนจากไป
“เพิ่มเวรยามอีกสองเท่าทุกจุด”อับดุลการิบสั่งการทันทีที่ลงมาถึงหมู่บ้าน
“เรียกผู้ชายที่เหลือทุกคนมารวมกันที่ลานสมอดำ”
ความวุ่นวายเกิดขึ้นทันทีที่หมู่บ้านโจรสลัดแห่งนี้ไม่เคยมีเื่ต้องเรียกรวมพลในยามดึกเช่นนี้ พวกเขาประหลาดใจ ต่างวิ่งไปที่ลานนัดรวมพลหลายคนยังสั่งลูกเมียปิดประตูให้แน่น ห้ามออกมาข้างนอกเด็ดขาด จนกว่าจะสว่าง
ลานสมอดำ ลานกว้างกลางหมู่บ้านเหล่าโจรร่วมห้าร้อยกว่าชีวิตยืนแออัดส่งเสียงจอแจ ทุกคนยืนรอหัวหน้าใหญ่มาบอกกล่าวเื่สำคัญเสียงวิพากวิจารณ์ไปต่างๆนานาดังระงมไปทั่ว เกิดข่าวดังอีกข่าวก็คือข่าวรองฯบาฮิมกลับมาพร้อมกับนำโชคร้ายมาด้วย
บึ่งส์ บึ่งส์ บึ่งส์ เสียงเคาะโลหะลักษณะคล้ายฆ้องใบใหญ่ดังกังวานเหล่าโจรร้ายพากันเงียบกริบ นี่เป็สัญญานบอกว่า หัวหน้ากำลังจะกล่าวเปิดประชุม
“ที่เรียกทุกคนมารวมตัวกันเวลานี้เพราะมีเื่เร่งด่วนที่ทุกคนต้องทำ”เสียงอับดุลการิบก้องกังวานเหล่าสมุนต่างเงียบสนใจฟัง
“ได้เกิดสถานการณ์ประหลาดพี่น้องเราหายไปในป่าหลังจากออกค้นหาศัตรูผู้บุกรุกขณะนี้ได้มีพวกเราบางกลุ่มออกไปติดตามดูแล้ว ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
เสียงเอะอะงึมงำดังไปทั่วเหล่าสมุนหลายคนอยู่ในสภาพวิตกกังวล ไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นที่นี่ถ้ามันเลวร้ายจริงๆ ศัตรูต้องมีความแข็งแกร่งมาก
“ไม่ต้องกังวลไปที่นี่คือบ้านของเรา พวกเรามีมากมายหลายพันคน ไม่มีอะไรมาทำร้ายพวกเราได้หรอก”
การนัดรวมพลดำเนินได้แค่ชั่วครู่สมุนโจรคนหนึ่งวิ่งโซซัดโซเซเข้ามา
“หัวหน้าตาย......ตายกันหมดแล้ว” แล้วชายคนนั้นก็ล้มลงสิ้นใจอยู่แทบเท้าอับดุลการิบ