วังหลวง เมืองโคกูรยอ
วังหลวงนั้นเป็ที่ประทับขององค์จักรพรรดิและเหล่าเชื้อพระวงศ์ ซึ่งจักรพรรดิองค์ปัจจุบันคือ พระเ้าวังซุกจง ซึ่งเป็พระอนุชาของจักรพรรดิองค์ก่อน มีพระมารดาคือ พระพันปีวังโซยา และมีชายาข้างกายคือ พระมเหสีอินฮอน แต่เนื่องด้วยพระเ้าวังซุกจง มีนิสัยชอบความรื่นเริงท่ามกลางเหล่าบุปผางาม ข้างกายของพระองค์จึงมิเคยขาดสตรี ทำให้พระองค์มีบรรดาเหล่าสนมมากมาย จนแทบจำชื่อและหน้าไม่ได้เลยทีเดียว
พระเ้าวังซุกจง นั้นมีบุตรและธิดาด้วยกันทั้งหมดเก้าคน กับพระมเหสีอินฮอน พระสนมซอลฮี พระสนมซูกอุย พระสนมชินจอง พระสนมซอโน พระสนมวอลโฮ และพระสนมยองบิน
บุตรคนที่หนึ่ง องค์ชายวังมูยอง (องค์รัชทายาท) มารดาคือ พระมเหสีอินฮอน
องค์ชายวังมูยอง เป็โอรสองค์โตในพระเ้าวังซุกจง จึงได้รับแต่งตั้งให้เป็องค์รัชทายาท เป็ผู้ที่ถูกเคี่ยวกรำที่สุด แต่ก็ถูกตามใจและเอาใจให้ได้ทำในสิ่งที่้ามากที่สุดเช่นกัน เนื่องด้วยมีมารดาเป็พระมเหสีซึ่งเป็ใหญ่ที่สุดในฝ่ายใน และหลังจากพระมเหสีคลอดองค์รัชทายาทก็ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีก องค์ชายวังมูยองจึงถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงม ทำให้มีนิสัยเอาแต่ใจตน อารมณ์ร้ายกาจ ไม่สนใจงานบ้านเมือง สนใจแต่จะหลอกล่อเหล่าสตรีให้มาห้อมล้อมตนเท่านั้น สิ่งไหนที่้าก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาโดยไม่เกี่ยงว่าจะดีหรือเลว ซึ่งนิสัยด้านนี้นั้นคนในวังเท่านั้นที่จะได้พบเจอ เมื่อต้องออกสู่ภายนอก พระองค์กลับแสดงให้ทุกผู้เห็นว่าพระองค์นั้นอ่อนโยนทั้งยังรู้จักเอาใจผู้อื่น มีท่าทีสุขุม สุภาพ และเอาการเอางานเป็อย่างมาก
บุตรคนที่สอง องค์หญิงอูลิน (องค์หญิงใหญ่) มารดาคือ พระสนมซอลฮี
องค์หญิงอูลิน นั้นมีรูปโฉมงดงามราวนาง์ แถมยังมีความสามารถเก่งกาจ จนได้รับตำแหน่งยอดบุปผางามเมื่อปีก่อน ภายนอกนางมีบุคคลิกเ็า เก็บตัว ไม่นิยมสุงสิงกับผู้ใด รักความสงบ เฉกเช่นมารดาของนาง ส่วนภายในนั้นนางเป็สตรีจิตใจดีอ่อนโยน แต่เข้มแข็ง รักความยุติธรรม
นางไม่้าซึ่งอำนาจใดๆ นาง้าใช้ชีวิตเยี่ยงสตรีธรรมดาสามัญทั่วไป ได้แต่งงานกับบุรุษที่รักนางผู้เดียวจากใจจริงหาใช่อำนาจไม่ และได้เลี้ยงดูบุตรเฉกเช่นคนทั่วไป ไม่้าให้บุตรของตนต้องมาอยู่ในวังวนแก่งแย่งชิงอำนาจกันเช่นนี้ ้าใช้ชีวิตอย่างครอบครัวที่มีความสุขตลอดไป
บุตรคนที่สาม องค์ชายวังจินซอง (องค์ชายรอง) มารดาคือ พระสนมซูกอุย
องค์ชายวังจินซอง เป็โอรสองค์รองในพระเ้าวังซุกจง จึงถูกเคี่ยวกรำไม่ต่างจากองค์รัชทายาท เพราะอนาคตพระองค์นั้นได้ถูกวางไว้แล้วว่าจะต้องคอยช่วยเหลือและสนับสนุนองค์รัชทายาทให้ได้ขึ้นครองบัลลังก์สืบต่อ
มารดาของพระองค์นั้นสิ้นพระชนม์ั้แ่พระองค์อายุได้ไม่ถึงสิบห้าปี พระองค์เสียพระทัยเป็อย่างมาก จึงได้ทูลขอเสด็จพ่อไปอยู่ที่เมืองชิลลา เพื่อฝึกฝนตนกับท่านอาจารย์คิมซุนวู
หลังจากเสียมารดาไป จากองค์ชายที่เอาการเอางาน ฉลาดและเก่งกาจ ก็กลายเป็องค์ชายเสเพล ไม่สนใจการงาน สนใจแต่สุราและนารี จะมีดีก็เพียงแค่การต่อสู้เท่านั้น คนภายนอกจึงมักมองพระองค์ว่าเป็องค์ชายเ้าสำราญที่ไม่เอาไหน องค์ชายวังจินซองจึงไม่ได้รับความไว้วางใจจากราชสำนักให้ดูแลงานอีกนับแต่นั้นมา หน้าที่ขององค์ชายวังจินซอง จึงตกไปอยู่ในมือของ องค์ชายวังยองกีแทน
บุตรคนที่สี่ องค์ชายวังยองกี (องค์ชายสาม) มารดาคือ พระสนมชินจอง
องค์ชายวังยองกี ไม่ค่อยได้รับความรักจากผู้เป็บิดามากนัก จึงต้องเติบโตมาโดยมารดาอย่างโดดเดี่ยว เนื่องจากมารดาของพระองค์ถูกรับเข้าวังมาเป็เครื่องบรรณาการจากต่างเมือง และบิดายังหลงมั่วเมาไปกับเหล่าสตรีมากหน้าหลายตา จึงทำให้พระองค์กลายเป็บุรุษผู้เืเย็น ป่าเถื่อน ไร้มนุษยธรรม
พระองค์เป็คนที่ทะเยอทะยาน ้ามีอำนาจเหนือผู้ใด ้าได้รับความรักและการยอมรับจากบิดา เนื่องจากถูกมารดาซึ่งเป็พระสนมเอกปลูกฝังมาแต่เด็กว่าบัลลังก์นั้นเป็ของพระองค์ หาใช่ขององค์รัชทายาทไม่ เท่าที่จำความได้ พระองค์นั้นถูกเคี่ยวกรำจากมารดาอย่างหนักยิ่งกว่าองค์รัชทายาทเสียด้วยซ้ำ ทำให้พระองค์นั้นเก่งกาจทั้งบุ๋นและบู๋
พระองค์คอยช่วยเหลืองานของเสด็จพ่อมาโดยตลอด ไม่ว่าเสด็จพ่อจะ้าสิ่งใดพระองค์ก็ทำให้ทุกสิ่ง แม้งานจะล้นมือจากการที่ต้องรับ่ต่องานทุกสิ่งจากองค์ชายวังจินซองที่ออกจากวังไป พระองค์ก็ไม่เคยบ่น เพราะพระองค์หวังเพียงว่าเสด็จพ่อจะมองเห็นความสามารถของตนที่เหนือกว่าองค์รัชทายาทและยกบัลลังก์ให้ตนแทนองค์รัชทายาทที่ไม่เอาการเอางานผู้นั้น
บุตรคนที่ห้า องค์ชายวังอึน (องค์ชายสี่) มารดาคือ พระสนมซอลฮี
องค์ชายวังอึน เป็อนุชาขององค์หญิงอูลิน มีบุคลิกสุขุม สง่างาม และอ่อนโยน เป็คนเก่ง เฉลียวฉลาด มีสติปัญญามากกว่าพละกำลัง เรียกได้ว่าเป็องค์ชายแห่งฝ่ายบุ๋นโดยแท้
พระองค์ไม่้าอำนาจใดๆ ไม่้าชิงบัลลังก์กับผู้ใด ้าเพียงแค่การอ่านตำราไปเรื่อยๆเท่านั้น พระองค์ศึกษาตำราทุกแขนงไม่ว่าจะเป็ ตำราแพทย์ ตำราการศึก ตำราการค้า เรียกว่าเป็ผู้รอบรู้ในทุกสิ่ง ขนาดนักปราชญ์ผู้เก่งกาจยังต้องยอมแพ้
บุตรคนที่หก องค์หญิงบูยอง (องค์หญิงรอง) มารดาคือ พระสนมซอโน
องค์หญิงบูยอง ค่อนข้าง เก็บตัว ไม่นิยมสุงสิงกับผู้ใด รักความสงบ เช่นเดียวกับองค์หญิงอูลิน วันหนึ่งรู้สึกเบื่อหน่ายวังหลวงจึงได้ทูลขอเสด็จพ่อออกไปอยู่นอกวังกับมารดา ไปใช้ชีวิตเยี่ยงสามัญชนทั่วไป
บุตรคนที่เจ็ด องค์หญิงอินยอน (องค์หญิงสาม) มารดาคือ พระสนมชินจอง
องค์หญิงอินยอนเป็พระขนิษฐาขององค์ชายวังยองกี นางถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงม และตามใจทั้งจากมารดาและพี่ชาย ไม่ว่านางจะ้าสิ่งใดทุกคนล้วนหามาให้ นานวันเข้าก็กลายเป็เด็กเอาแต่ใจ ดื้อรั้น และชอบรังแกคนที่อ่อนแอกว่า ขันทีนางกำนัลคนไหนที่ทำให้นางไม่พอใจก็จะถูกลงโทษจนสาหัส จึงแทบไม่มีใครอยากรับใช้ หรือยุ่งเกี่ยวกับนางเลย
บุตรคนที่แปด องค์หญิงยองวอล (องค์หญิงสี่) มารดาคือ พระสนมยองบิน
องค์หญิงยองวอล กำเนิดจากมารดาที่เป็สนมยศต่ำ ที่ได้รับความโปรดปรานอยู่่หนึ่งเท่านั้น เวลานั้นองค์จักรพรรดิมีบุตรธิดาได้เจ็ดคนแล้ว ซึ่งแต่ละคนต่างมีมารดาเป็หญิงสูงศักดิ์คอยดูแลปกป้อง กลับกันองค์หญิงผู้น่าสงสารผู้นี้ต้องตกอยู่ในวังวนแห่งความชั่วร้าย ต้องเผชิญกับเล่ห์กลสารพัดจนเกือบตายั้แ่อยู่ในท้อง
หลังจากมารดาของนางคลอดนางได้ไม่นาน ก็เสียชีวิตลงอย่างเงียบเชียบ โดยไม่มีผู้ใดทราบว่าเป็ฝีมือใคร และไม่มีผู้ใดสนใจจะสืบหาความจริงเสียด้วยซ้ำ นางจึงต้องไปอยู่ในความดูแลของพระมเหสีอินฮอน อย่างขอไปที นางถูกเลี้ยงดูอย่างทิ้งๆขว้างๆ นานวันเข้าก็กลายเป็เด็กขี้โรค อ่อนแอ หัวอ่อนเชื่อคนง่าย นางจึงมักโดนรัชทายาทหลอกใช้อยู่เสมอๆ
บุตรคนที่เก้า องค์ชายวังวอน (องค์ชายห้า) มารดาคือ พระสนมวอลโฮ
องค์ชายวังวอน เป็น้องเล็กคนสุดท้อง มีบุคคลิกขี้เล่น ตลก สนุกสนาน ขี้แกล้ง และรักความสนุก แม้เป็บุตรที่เกิดจากมารดาที่พยายามบังคับและใช้พระองค์เป็เครื่องมือชิงอำนาจแต่พระองค์ก็หาให้ความร่วมมือไม่ ทำเพียงฟังเข้าหูซ้ายทะลุออกหูขวา หาได้เก็บมาใส่ใจ
พระองค์ไม่หวังอำนาจใดๆ แค่้าเที่ยวเล่นซุกซนอย่างสนุกสนานไปวันๆเท่านั้น ไม่้าทำสิ่งใดเป็ชิ้นเป็อัน ไม่้าทำผลงานใดๆ วัยเด็กในขณะที่พี่ๆ ถูกจับท่องตำรา ฟันดาบ ขี่ม้า พระองค์ก็หนีไปเที่ยวเล่น แกล้งเหล่านางในและบ่าวไพร่ จนท่านอาจารย์พากันส่ายหัว ยามเติบใหญ่พี่ๆต่างออกไปสร้างผลงานให้ราชสำนัก แต่พระองค์ก็มิสนใจ ยังคงเที่ยวเล่นสนุกสนานต่อไป
พระองค์ไม่สนหากใครจะอยากได้ตำแหน่งรัชทายาทหรือบัลลังก์ ก็เชิญแย่งชิงกันไป พระองค์จะไม่เข้าร่วมศึกนี้ด้วยเด็ดขาด พระองค์้าใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยและยืนยาวนาน แต่งงานกับสตรีที่รักพระองค์จากใจจริงหาใช่อำนาจ และมีครอบครัวที่มีความสุขตลอดไป
---
ตำหนักองค์ชายวังจินซอง
"ข้าไม่อยู่แค่ไม่นาน ตำหนักข้า กลายเป็โรงน้ำชาไปแล้วหรือนี่" องค์ชายรองเอ่ยด้วยน้ำเสียงขบขัน
"ดึกดื่นเช่นนี้แล้ว เหตุใดพวกเ้า ถึงยังอยู่ที่ตำหนักข้ารึ น้องสี่ น้องห้า" องค์ชายรองเอ่ยแกมหยอกล้อบรรดาน้องๆ
"พี่รองงงงงงงงง ข้าคิดถึงท่านที่สุด" องค์ชายห้าเอ่ย พร้อมกับวิ่งเข้าไปหาองค์ชายรอง
"คารวะพี่รอง" องค์ชายสี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ
"พวกข้า แค่แวะมาต้อนรับท่านเท่านั้น นานทีพี่รองจะกลับวังที" องค์ชายห้าเอ่ย พร้อมชูขวดสุราในมือขึ้น
ที่โต๊ะกลมกลางห้องขณะนี้ มีบุรุษหนุ่มสามคนหน้าตาหล่อเหลาไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันนั่งล้อมวงดื่มสุราและสนทนากันอย่างสนุกสนาน
"พวกเ้า เหตุใดจึงส่งเสียงดังไปทั่ววังหลวงเช่นนี้ ไม่หลับไม่นอน รบกวนผู้อื่นยิ่งนัก" องค์หญิงใหญ่เอ่ยด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ พร้อมกับเดินเข้ามานั่งร่วมวงกับบรรดาหนุ่มๆ
"คาระวะ พี่หญิงใหญ่" บุรุษหนุ่มทั้งสามเอ่ยขึ้นพร้อมกัน
"แล้วเหตุใด พี่หญิงใหญ่ถึงยังไม่นอนเล่า" องค์ชายห้าเอ่ยแกมหยอกกลับไป
"ข้าก็มา ต้อนรับน้องรองเช่นเดียวกับพวกเ้าอย่างไรหล่ะ" องค์หญิงใหญ่ตอบกลับไป พร้อมกับใช้นิ้วดีดเข้าที่หน้าผากขององค์ชายห้าเบาๆ หนึ่งที
"โอ๊ย!" องค์ชายห้าร้องออกมาเสียงดัง พร้อมกลับลงไปนอนกลิ้งกับพื้น แสร้งทำว่าเ็ปเป็อย่างมาก
"ฮ่าๆๆๆๆๆ สมควร" องค์ชายรองและองค์ชายสี่เอ่ยขึ้นพร้อมกัน ด้วยความขบขัน
ตลอดทั้งคืนนั้น ทั้งสี่นั่งสนทนากันถึงเื่ราวมากมายทั้ง่ที่ไม่ได้เจอกัน และ่วัยเยาว์ พรางดื่มสุรากันไป ด้วยความสุข บรรยากาศโดยรอบตำหนักจึงอบอวลไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะของคนทั้งสี่จนรุ่งเช้า