จันทิมันตุ์และวรรณวลัย เต้นเข้ากับจังหวะเสียงเพลง ที่ดังกระหึมกระตุ้นหัวใจอย่างเมามันในอารมณ์ วรรณวลัยค่อยๆ ขยับพาจันทิมันต์ เต้นเข้าไปใกล้ๆ โต๊ะของกลุ่มพวกผู้ชาย พอพวกผู้ชายพวกนั้นเห็นอย่างนั้นจึงลุกขึ้นมาเต้นใกล้ๆ บ้าง และแถมยังมองด้วยสายตาลามเลียหื่นกระหายอย่างเปิดเผย
“มากันสองคนหรือครับ?” ผู้ชายที่เต้นเข้ามาใกล้จันทิมันตุ์ ถามจันทิมันตุ์พร้อมกับส่งสายตาเ้าชู้มาด้วย อย่างแสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดแจ้งไม่ปิดบัง
“วรรณว่าเขาชอบคุณมนน่ะ”
วรรณวลัยกระซิบบอกจันทิมันตุ์ ให้รับทราบ ซึ่งจันทิมันตุ์มองมายังผู้ชายคนนั้นนิดหนึ่ง อย่างไม่คิดจะสนใจ และหันหลังให้ จึงถูกผู้ชายคนนั้นจับกระชาก ดึงแขนเรียวให้หันกลับมาทางเขาอย่างไม่สบอารมณ์
“อย่าเล่นตัวหน่อยเลยน่า ฉันชอบเธอและ้าเธอ หากไปกับฉัน เธอจะเอาเท่าไร?” ผู้ชายคนนั้นถามพร้อมกับจ้องมองร่างบางั้แ่หัวจรดปลายเท้า อย่างกระหายหิวอย่างเห็นได้ชัด
“ปล่อยฉันนะ มาจับฉันไว้ทำไม” จันทิมันตุ์ ซึ่งไม่เข้าใจในภาษาอังกฤษ จ้องมองหน้าคนที่ฉุดรั้งเธออย่างไม่พอใจเป็อย่างยิ่ง พร้อมกับพยายามดึงแขนเรียว ออกจากการจับกุมนั้นไปด้วย
“คุณจะทำอะไรเมียของผมไม่ทราบ?”
กฤตยชญ์เห็นเหตุการณ์ั้แ่ตอนแรกรีบลุกขึ้น เดินเข้ามาจับแขนของผู้ชายคนนั้นเอาไว้แน่น อย่างขุ่นเคืองไม่สบอารมณ์เป็อย่างยิ่ง
“พี่ยชญ์!! ช่วยมนด้วยค่ะ”
จันทิมันตุ์เงยหน้าขึ้นมองหน้าผู้ชายที่เข้ามาช่วย พอเห็นว่าเป็ใคร ก็เบิกตากว้างขึ้นมาอย่างดีใจ ละล่ำละลักพูด พร้อมกับยื่นมือเรียวเล็ก ขึ้นไปโอบรอบคอแกร่งไว้อย่างหาที่พึ่ง ซึ่งกฤตยชญ์ก็โอบกอดร่างบางไว้แน่น ไม่แพ้กันอย่างหวงแหนเป็ที่สุด
“เมียคุณเหรอ? โอ้!.. เอ่อ!.. ผมขอโทษทีครับ เมียคุณสวยและก็น่ารักดีนะครับ ลาก่อนครับ”
ผู้ชายคนนั้นเมื่อได้ยินคำว่า ‘เมีย’ ก็เบิกตากว้างขึ้นอย่างใ รีบปล่อยแขนเรียวนั้นอย่างเร็วไว ก่อนจะปรับสีหน้าและท่าท่างให้เป็ปกติ กล่าวขอโทษขอโพยกฤตยชญ์ ออกมาแบบเร็วๆ รัวๆ ก่อนจะผละเดินไปนั่งลงที่โต๊ะของพวกเขาตามเดิมทันที
“เมาแล้วยังจะมาเต้นไกลพี่อย่างนี้อีกนะ” กฤตยชญ์เขม้นมองหน้าสวยหวานซึ้ง ที่แดงระเรื่อเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ อย่างคาดโทษ
“อืม! พี่ยชญ์”
จันทิมันตุ์เงยหน้ามองสบตาคนตัวโต ด้วยตาปรือๆ ทั้งยังเผยปากบางจิ้มลิ้มออกจากกัน เพราะเ้าหล่อนรู้สึกมึนๆ ศีรษะหน่อยๆ ถึงจะเต้นเรียกเหงื่อแล้วก็เถอะ ก็ยังรู้สึกมึนเมาอยู่ดี
กฤตยชญ์เห็นการกระทำของคนตัวเล็ก ที่ทำอย่างเผลอไผลอย่างนั้น ก็อดใจไม่ไว้จริงๆ ใช้มือใหญ่เลื่อนมาจับที่ท้ายทอยคนตัวเล็กไว้ ยื่นหน้าไปประกบปิดปากบางจิ้มลิ้ม โดยไม่คิดจะสนใจใคร และอะไรทั้งนั้นในตอนนี้ ที่สนใจอยู่ในตอนนนี้คือ จูบปากบางจิ้มลิ้มเพื่อหาความหวานล่ำ ซึ่งเขาเคยได้รับมาแล้ว และตอนนี้ก็จะต้องได้รับอีกอย่างไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น
ซึ่งจันทิมันตุ์ก็สนองคนตัวโต อย่างไม่คิดจะอายใครเลยเช่นกัน เป็นานกว่าที่คนตัวโตจะค่อยๆ ถอนจูบออกไปจากปากบางจิ้มลิ้ม
วรรณวลัยซึ่งเห็นการกระทำอันจาบจ้วง และไม่เกรงใจใคร โดยจูบต่อหน้าต่อตาเธอย่างนี้ ทำให้เธออิจฉาริษยาเป็อย่างยิ่ง จนเผลอกำมือเรียวเข้าหากันแน่น แล้วหันหลังเดินกลับไปยังโต๊ะ ที่มีดนุนั่งอยู่ อย่างไม่สบอารมณ์เป็ยิ่งนัก
“พี่ว่าเรากลับไปนั่งโต๊ะกันดีกว่านะ”
พอกฤตยช์ถอนจูบออกจากปากบางจิ้มลิ้มแล้ว ก็กล่าวกระซิบบอกแกมสั่งที่ข้างใบหูเล็กอย่างเบาๆ ด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม และทั้งยังโอบบังคับพาคนตัวเล็ก ให้เดินกลับมานั่งลงที่โต๊ะ
“พี่ยชญ์ขา” จันทิมันต์ซึ่งเมาได้ที่ ปรือตามองใบหน้าครามครันด้วยสายตาหวานเชื่อม ก่อนจะซุกหน้าสวยหวานซึ้ง ลงไปที่อกแกร่งอย่างหาหลักที่พึ่ง
“พี่ยชญ์ มนเมาแล้วค่ะ” จันทิมันตุ์ร้องบอกคนตัวโต ที่เธอโอบกอดรอบคออยู่อย่างออดอ้อนออเซาะ
“ก็เมาแล้วนะสิ ยัยบ๊อง!!!!” กฤตยชญ์ก้มลงไปบอกกล่าวคนตัวเล็ก ให้ได้รู้ชัดๆ ว่าตัวเธอได้เมาแล้วจริงๆ อย่างที่พูดมา
“เรากลับกันดีกว่าไหม?” กฤตยชญ์กระซิบถามถึงความ้าของคนตัวเล็ก ว่าจะอยากกลับเรือตอนนี้แล้วหรือไม่อย่างไร
“อืม! กลับเรือกันเถอะค่ะ” จันทิมันตุ์พยายามขืนลืมตาขึ้นมา ตอบรับคำถามของคนตัวโต
“โอเค!.. ไอ้หมอฉันกับมนอยากกลับแล้วว่ะ หากพวกนายจะอยู่ที่นี่ต่อก็ตามสบายเลยนะ ฉันขอกลับกันก่อน” กฤตยชญ์เงยหน้าหันไปบอกกล่าวกับเพื่อนหมอของตน อย่างตัดสินใจแน่วแน่
“โอเค! งั้นเรากลับกันดีกว่า ฉันก็ชักง่วงแล้วเหมือนกัน” ดนุพยักหน้าและคล้อยตามไปกับคำพูดของเพื่อน แล้วหันมามองวรรณวลัย
“กลับก็กลับค่ะ” วรรณวลัยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ในใจรู้สึกร้อนรุ่มและขัดใจ ที่เห็นกฤตยชญ์ เป็ห่วงเป็ใยจันทิมันตุ์ จนออกนอกหน้า
๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓