ิเสี่ยวเจี๋ยโกรธจนหน้าดำคล้ำเธอตะคอกเสียงดัง “ิจู!แกชอบสวีข่ายไม่ใช่เหรอ แกมีสิทธิ์อะไรมาแต่งงานกับพี่เจียง?”
ิจูตอบกลับอย่างไม่แยแส“ใครบอกว่าฉันชอบสวีข่าย?”
สวีข่ายเพิ่งได้สติจากความใกับสินสอดห้าร้อยหยวนหันขวับไปมองิจู
“เธอบอกเองว่าชอบฉัน แถมยังเอาอาหารกับน้ำมาให้ตลอดใครบ้างในหมู่บ้านที่ไม่รู้? ทำไมตอนนี้พอเห็นสินสอดห้าร้อยหยวน เธอจะไม่ยอมรับแล้วงั้นหรือ?”
ได้ยินเช่นนั้นสีหน้าของเจียงตั่วพลันมืดครึ้มลงทันที
เขาหันไปมองิจูด้วยสายตาสงสัยใคร่รู้
ิจูรู้สึกถึงสายตาของเจียงตั่วเธอเหลือบมองสวีข่ายด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยามจากนั้นก็กอดอกจ้องมองเขากลับอย่างไม่สะทกสะท้านพลางหัวเราะเยาะออกมา“น่าขำชะมัด! ฉันแค่เห็นว่าในบรรดาบัณฑิตที่บ้านพักมีแต่นายคนเดียวที่ยากจนที่สุด อดมื้อกินมื้อ ฉันเห็นก็เลยสงสาร!ใครจะไปรู้ว่าการให้ทานกับนายกลับทำให้นายเข้าใจผิดคิดว่าฉันมีใจให้ไม่ดูสารรูปตัวเองบ้างเลย! เหอะ เทียบกับผู้กองเจียงแล้วนายมีอะไรดีบ้าง ต่อให้ไม่มีผู้กองเจียงฉันก็ไม่ชอบคางคกอย่างนายหรอก!”
ิจูพูดจบเสียงหัวเราะก็ดังขึ้นทันที
เธอกวาดสายตามองคนที่อยู่รอบๆก่อนที่ดวงหน้าอ่อนเยาว์จะฉีกยิ้มเ็า “ฉันจะคุยเื่แต่งงานกับผู้กองเจียงพวกคุณยังไม่ไปอีกเหรอ?”
คนที่มามุงดูต่างพากันจากไปเหลือเพียงสวีข่ายที่ยังยืนอยู่ที่เดิม สีหน้าดำทะมึน!
เขาโกรธแทบะเิ!
ิจูคนนี้ตอนอยู่กับเขาเมื่อก่อนมักจะพูดจาไพเราะอ่อนหวาน แถมยังตามใจทุกอย่างแต่วันนี้กลับเหมือนเปลี่ยนไปเป็คนละคน เ็าถากถางทั้งยังดูถูกเขาว่าเป็คางคกอีก!
ไม่รู้ว่าถ้าิเสี่ยวเจี๋ยได้ยินแล้วจะรังเกียจเขาไหม!
และก็เป็เช่นนั้นจริงิเสี่ยวเจี๋ยหันมาจ้องมองเขาอย่างตำหนิ จากนั้นก็กระทืบเท้าแล้ววิ่งจากไป
เมื่อสวีข่ายเห็นดังนั้นเขาก็รีบวิ่งตามไป เกลี้ยกล่อมเธออยู่ด้านหลัง “เสี่ยวเจี๋ยเสี่ยวเจี๋ย อย่าโกรธเลยนะ เื่นี้ต้องมีอะไรผิดพลาดแน่...”
ไม่นานิจูและเจียงตั่วก็ออกมาจากห้องใต้ดินเก็บเสบียง
ภายใต้แสงแดดิจูเงยหน้ามองเจียงตั่วที่สูงกว่าเธอมาก ร่างของเธอถูกเงาของเขาทาบทับจนมิด
เมื่อนึกถึงเื่เร่าร้อนเมื่อครู่ใบหน้าของเธอก็แดงระเรื่อด้วยความเขินอาย
ตอนนี้เหลืออยู่แค่สองคนคงต้องหาเื่คุยบ้างแล้วล่ะ?
ดังนั้นเธอจึงเอ่ยถามขึ้นมาก่อน“คุณสูงหนึ่งร้อยเก้าสิบเิเหรือเปล่าคะ?”
“หนึ่งร้อยแปดสิบแปดเิเ”
“โอ้... สูงจัง”
เจียงตั่วไม่ได้พูดอะไรต่อ
ความเงียบจึงกลับมาอีกครั้ง
ิจูเคยคิดว่าผู้ชายที่พูดน้อยเป็คนมีเสน่ห์แต่ตอนนี้... เธอกลับรู้สึกว่ามันช่างน่าอึดอัดจริงๆ
“งั้น... คุณจะเข้าไปนั่งในบ้านหน่อยไหม?”
“ไม่ต้อง เธอเตรียมตัวเถอะ เราจะจัดงานแต่งงานกันในอีกสามวันจะจัดแบบไหนตามแต่เธอสะดวกเลย”
เธอตอบตกลงอย่างรวดเร็ว“ได้ค่ะ”
เจียงตั่วไม่พูดอะไรอีกไม่แม้แต่จะพูดเื่ที่เกิดขึ้นในห้องใต้ดินเก็บเสบียงเขาหันหลังแล้วเดินจากไปทันที
เมื่อเขาจากไปิจูก็ถอนหายใจโล่งอก เธอไม่รู้ว่าเป็เพียงความรู้สึกคิดไปเองของเธอหรือเปล่าแต่เธอรู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัวของเจียงตั่วนั้นไม่เหมือนกับทหารอาสาธรรมดาๆ
ิจูหันหลังกลับไปผลักประตูบ้านดินที่ทำจากดินเหนียวเมื่อเข้าไปก็เจอห้องครัวจานชามในบ้านทั้งที่ล้างแล้วและยังไม่ได้ล้างวางทิ้งระเกะระกะบนเตาแก๊สอย่างไม่เป็ระเบียบ
ส่วนห้องนอนสองห้องด้านในนั้นยิ่งรกเข้าไปใหญ่!
ผนังที่ปิดด้วยหนังสือพิมพ์เก่าหน้าต่างที่ฝุ่นเขรอะไปหมด เสื้อผ้าสกปรกวางกองอยู่ทุกที่
แม้แต่เครื่องนอนบนเตียงดินก็แทบมองไม่ออกว่าสีเดิมคืออะไรแล้วยังมีกลิ่นอับโชยออกมาอีก
ิจูยกมือขึ้นมาทาบหน้าผากนี่มันเรียกว่าทั้งจนและสกปรกจริงๆ!
นึกถึงเจียงตั่วที่ไม่ใช่คนท้องถิ่นและไม่มีบ้านในหมู่บ้านนี้
ิจูจึงถลกแขนเสื้อขึ้นตั้งใจจะทำความสะอาดครั้งใหญ่ ถือว่าเป็การเตรียมเรือนหอให้ตัวเองแล้วกัน!
เธอรื้อของที่ควรทิ้งตากของที่ควรตาก และกำลังจะออกไปซักผ้าที่ริมแม่น้ำ แต่ทันใดนั้น...
พลันมีเสียง“ติ๊ง” ดังขึ้นในหัวของเธอเป็เสียงเตือนจากเครื่องจักรที่ไม่ใช่ของที่มีอยู่ในยุคนี้!
ิจูมองขึ้นมองลงมองซ้ายมองขวา แต่กลับไม่พบอะไรเลย...
เธอกำลังคิดว่าตัวเองหูฝาดไปทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบจากนอกรั้วสูงหนึ่งเมตรกว่า มุ่งหน้าเข้ามาใกล้…