หลังจากที่หลับตาหนีพวกเด็กๆกลุ่มนี้ที่จะบอกว่าเด็กก็ถูกต้อง แต่จะบอกว่าเ้าของร่างที่นางมาอยู่นี้ไม่เด็กก็ไม่ใช่ พอแน่ใจแล้วว่าไม่ได้ยินเสียงเรียกอีกต่อไป จึงค่อยๆหรี่ตาเปิดขึ้นมาดูเหนือตะกร้าสานใบนี้ไปว่าพวกเด็กๆกลุ่มนี้ไปกันหรือยัง และก็โล่งใจในที่สุดที่เด็กๆกลุ่มนั้นได้ไปกันหมดแล้ว
แต่ก็ไม่ได้ไปไหนไกลมากนักเพราะนางยังได้ยินเสียงพวกเขาอยู่บริเวณใกล้ๆนี่แหละ
“ท่านย่าเล็ก เหอะ…เหอะ…เหอะ…ช่างดูเป็ผู้าุโที่น่าเกรงขามเสียเหลือเกิน แต่ตัวกะเปี๊ยกเดียว”ท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยว
“เด็กคนนี้ดูแล้วน่าจะเป็ลูกที่หลงมาเกิดตอนท่านพ่อ ท่านแม่อายุมากแล้วจริงๆนั่นแหละ ช่างแข็งแรงอะไรขนาดนี้ยังหลงมีลูกน้อยได้เฮ้อ….. แต่จะว่าไปก็ใช่จะแข็งแรงเสียทีเดียวหลังจากพวกท่านมีลูกชายฝาแฝดแล้วก็ไม่มีลูกมาเกิดอีกเลยจนกระทั่งมามีข้านี่แหละ
มีพี่น้องรวมตัวเองทั้งหมด 3 คน พี่ใหญ่และพี่รองเป็ฝาแฝดหน้าตาเหมือนกันมากเสียด้วย ห่างจากพี่ชายฝาแฝดร่วม 40 ปีเลยทีเดียวนะเนี่ย
แล้วหลังจากพี่ชายฝาแฝดแต่งงานพร้อมกันแล้ว ก็ต่างคนต่างมีลูกออกมาครอบครัวละ 2 คน ทำให้ตอนนั้นมีศักดิ์ตามลำดับญาติเป็เพียงท่านอาเล็กเท่านั้น ท่านอาเล็กของหลานๆชายทั้ง 4 คน ที่อายุห่างจากเราตั้ง 22-23 ปี
พอหลานชายทั้ง 4 คนแต่งงานก็มีลูกๆออกมาครอบครัวละอีก 2 คนก็คือกลุ่มเด็กๆเมื่อตะกี้นี้เลย จากที่เป็เพียงแค่อาเล็กก็ได้เขยิบบรรดาศักดิ์ขึ้นมาสูงกสุดอย่างรวดเร็ว
ท่านย่าเล็กหวังเหนี่ยวเหนี่ยวของเหลนผู้ชายและเหลนผู้หญิงถึง 8 คน เหลนชาย 4 คน และเหลนผู้หญิง 4 คน ขนาดเหลนๆทั้ง 8 คนว่าเด็กแล้วข้าก็ยังเด็กเล็กจิ๋วกว่าพวกเขาอีกตั้งเยอะ เหลนๆมีอายุ 9 หนาว 8 หนาว 7 หนาว และ 6 หนาว นี่ขนาด 6 หนาวว่าอายุน้อยที่สุดแล้ว แต่ข้าที่เป็ท่านย่าเล็กของพวกเขากลับมีอายุเพียง 4 หนาวเท่านั้นเอง สรุปแล้วก็คือเกิดที่หลังเขาเพื่อนนั่นแหละ เฮ้ออออ…..”ท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยว
“ช่างเกิดมาเรียกลำดับญาติที่น่าเวียนหัวเสียจริงๆเลย เหนี่ยวเหนี่ยวเอ๊ย
ยังไงก็ต้องใช้ชีวิตใหม่นี้ต่อไปล่ะนะค่อยๆเรียนรู้ใหม่ไปละกัน ตัวแค่นี้ความทรงจำย่อมแทบจะไม่มีอะไรให้ข้าได้เรียนรู้เลยจริงๆ ”ท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยว
“พอมาถึงชื่อแซ่นี่ก็นะ ช่างเข้าใจตั้งชื่อลูกหลานเสียจริงๆเลยตระกูลหวังเนี่ย
ท่านพ่อข้าเป็ยุง(เหวินจึ) ท่านแม่ข้าเป็มดแดง(หงอี่)
มีลูกชายฝาแฝดออกมาน่าเกรงขามเป็สิงโต(ซือจื่อ)และเป็เสือโคร่ง(เหลาหู่)
แต่พอมีข้าทำไมกลายเป็นกน้อย(เหนี่ยวเหนี่ยว)ไปเสียได้ล่ะเนี่ย
ส่วนหลานแต่ละคนก็นะ หลานชายคนโตชื่อหมี(สงสง) หลานชายคนรองชื่อม้า(หม่าหม่า) หลานชายคนที่สามชื่อหมาป่า(หลางหลาง) หลานชายคนที่สี่ชื่อแมว(เมาเมา)
พอมามีเหลนผู้ชายคนโตชื่อว่าแกะ(หยางหยาง) เหลนผู้หญิงคนโตชื่อว่าเป็ด(ยายา)
เหลนชายคนรองชื่อว่าหมู(จูจู) เหลนผู้หญิงคนรองชื่อว่าผึ้ง(หมี่เฟิง)
เหลนชายคนที่สามชื่อว่าไก่(จีจี) เหลนผู้หญิงคนที่สามชื่อว่าปลา(ยวี๋ยวี๋)
เหลนชายคนทีสี่ชื่อว่าหนู(เหล่าสู่) เหลนผู้หญิงคนที่สี่ชื่อว่ากระจ่าย(ทูจึ)
ไม่ต้องไปเที่ยวสวนสัตว์เลยนะแค่มาที่ตระกูลหวังของพวกเราก็เจอสัตว์สารพัดเลย”ท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยว
เหนี่ยวเหนี่ยพยายามที่จะนึกถึงลำดับญาติพี่น้องไม่ให้พลาด และชื่อเรียกของแต่ละคนอีกด้วยเพราะพี่น้องร่วมท้องท่านพ่อท่านแม่นั่นไม่ยากเลยเพราะมีเพียงแค่พี่ชายฝาแฝดเพียงแค่คู่เดียวเท่านั้น
แต่ที่ทำให้ท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยวแบบนางกลุ้มใจก็คงต้องเป็เหล่าบรรดาหลานๆเหลนๆนี่แหละที่เยอะแยะเสียจนจำแทบไม่หวาดไม่ไหวน่ะสิ
“ชาติก่อนในโลกโน้นมีเพียงเด็กๆเรียกข้าแค่ว่า “ป้า” เพียงคำเดียวแต่ว่าโลกนี้มันไม่ใช่น่ะสิเฮ้อ…..”ท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยว ั้แ่ลืมตาฟื้นคืนสติขึ้นมาในโลกที่น่าเหลือเชื่อใบนี้ก็ทอดถอนหายใจออกไม่รู้ตั้งกี่ครั้งกี่หนกันแล้ว
“เมื่อยจังเลย..”ท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยว เริ่มที่ขยับตัวเล็กน้อยในตะกร้าสานใบย่อมๆที่ไม่ได้เล็กหรือใหญ่มากจนเกินไปไม่อย่างนั้นแล้วเหลนชายคนโต และเหลนชายคนรองคงจะแบกท่านย่าเล็กอย่างนางขึ้นหลังไม่ไหว และด้วยตะกร้าสานที่มีขนาดเทอะทะมากเกินไปก็จะไม่ดีต่อความคล่องตัวของพวกเหลนชายอีกด้วย
ใช่แล้วเพราะหน้าที่หลักของพวกเหลนๆทั้งผู้ชายและผู้หญิงนั้นมีหน้าที่เลี้ยงดูแลท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยวของพวกเขาอย่างไรเล่าที่เป็หน้าที่สำคัญมากๆในแต่ละวันที่พวกเขาต้องมีความรับผิดชอบอย่างสูงเวลาพวกคนโตในบ้านออกไปทำงานหรือเข้าป่ากัน
“อ๊ะ…อ๊ะ……ไอ้หยาซี้แน่ๆ”ท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยว ร้องใออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว
“ผลั่ก……ผลุบ……”
“ตึก….ตึก……..”
“โอ๊ย……ตายแน่ๆ”ท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยว ที่นั่งๆนอนๆอยู่ในตะกร้าสานมานานมากพอสมควรพอเริ่มเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวจึงขยับตัวแต่ว่าด้วยแรงที่ขยับมากจนเกินไปทำให้ตะกร้าสานที่ตั้งไว้ใต้ต้นไม้เพื่อให้ร่มเงา เกินเอนล้มลงมา
และตัวของข้าเองก็กลิ้งผลุบ ออกมาหลายตลบจากตะกร้าสานใบนี้ จนสุดปลายทางแล้วร่างเล็กๆของข้าจึงได้หยุดลงพร้อมกับตัวของข้าเองที่ยังคงมึนๆงงๆนั่งอยู่กับที่ตรงนั้นนานพักใหญ่เลยทีเดียว
“.....???”ท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยว ที่นั่งเหมือนกับตุ๊กตาล้มลุกอยู่กับที่โอนไปเอียงมาอย่างน่าสงสารจริงๆ
“เอ๋….ลูกอะไรกลิ้งน่ะ”เหลนสาวคนหนึ่งของท่านย่าเล็กที่ไม่แน่ใจนัว่ากำลังเห็นอะไรอยู่จนม้วนสุดท้ายที่เหนี่ยวเหนี่ยวหมุนตลกจึงแน่ใจไม่ใช่ก้อนหิน หรือผลไม้ใดๆแต่เป็….
“ท่านย่าเล็ก….!!!”เหลนสาวตัวน้อยๆ สุดที่อายุเพียง 6 หนาวสองคนที่คอยอยู่ดูแลตะกร้าสานใบที่ท่านย่าเล็กของพวกนางนอนอยู่ก็หันมาเห็นจังหวะที่ท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยวของพวกนางกลิ้งมาตลบม้วนสุดท้ายแล้ว
“ท่านย่าเล็ก ท่านเป็อย่างไรบ้างเ้าคะ”เหลนสาวสามยวี๋ยวี๋
“ท่านย่าเล็ก เจ็บตรงไหน มีแผลตรงไหนหรือไม่เ้าคะ”เหลนสาวสี่ทู่จึ
“ข้าเหรอ?? มึนๆนิดหน่อยแต่ไม่เป็อะไรหรอกเหลนทั้งสองคนไม่ต้องห่วงนะ ข้าไม่เป็ไรแล้วล่ะ”ท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยว บอกเหลนสาวรุ่นเล็กให้แน่ใจอยู่หลายรอบเพื่อให้พวกนางได้คลายความกังวลลง
“พวกข้าต้องขอโทษท่านย่าเล็กด้วยที่ไม่ได้ดูแลท่านให้ดี พวกข้าแย่จริงๆเ้าค่ะ”เหลนสาวสามยวี๋ยวี๋
“ไม่เป็ไร ไม่เป็ไรจริงๆ อย่าโทษตัวเองเลยนะ”ท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยว
“ขอข้าดูท่านย่าเล็กอีกสักรอบ เพื่อความแน่ใจนะเ้าคะท่านย่าเล็ก”เหลนสาวสี่ทู่จึ
“ก็ได้”ท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยว
เหลนสาวรุ่นเล็กทั้งสองคน พากันตรวจดูแขน ขา คอ หน้า เรียกได้ว่าทุกส่วนที่พ้นเสื้อผ้าออกมาก่อนเป็อันดับแรกๆเลย เพื่อความแน่ใจว่าท่านย่าเล็กจะไม่มีาแใดๆแม้แต่นิดเดียวเพราะพวกเขาจะต้องโดนท่านปู่ทวดท่านย่าทวด ท่านปู่ท่านย่า ว่าแน่ๆเลยที่ดูแลท่านย่าเล็กไม่ดีพอ
“ฟู่…..”เหลนสาวรุ่นเล็กทั้งสองเป่าปากอย่างโล่งใจเป็ที่สุดและพากันนั่งท่าเดียวกับท่านย่าเล็กขนาบข้างไปด้วยเลย
“เห็นไหมล่ะข้าบอกแล้วว่าไม่เป็อะไร”ท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยว
พวกเหลนต่างก็เริ่มมีรอยยิ้มออกมากันได้แล้ว ที่ท่านย่าเล็กของพวกนางนั้นไม่ได้เป็อะไรจริงๆ
“อ้าว…แล้วเหลนชายทั้ง 4 คน กับเหลนสาวคนโต คนรองหายไปไหนกันหมดล่ะ ถึงปล่อยเหลนเล็กสองคนอยู่ที่นี่กับข้าน่ะ”ท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยว
“อ้อ….พวกท่านพี่ไปเก็บผักป่ากันตรง้าทางด้านโน้นน่ะเ้าค่ะท่านย่าเล็กไม่ไกลจากที่นี่นักหรอก”เหลนสาวสามยวี๋ยวี๋
“พวกท่านพี่กลัวว่าข้างบนจะไม่มีที่ร่มรื่นให้ท่านย่าเล็กได้นอนพักเลยให้พวกข้าเฝ้าดูแลท่านย่าเล็กที่ตรงนี้แทน แต่ว่าพวกท่านพี่ก็ส่งเสียงเรียกพวกเราอยู่บ่อยๆด้วยนะเ้าคะ”เหลนสาวสี่ทู่จึ
“อ้อ….”ท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยว
“อ๊ะนั่น พี่สาวใหญ่ พี่สาวรอง พากันกลับมาแล้วเ้าค่ะท่านย่าเล็ก”เหลนสาวสามยวี๋ยวี๋
นางหันไปตามที่เหลนสาวรุ่นเล็กบอก แต่ต้องยอมรับจริงๆว่าลูกหลานเหลนตระกูลหวังนี้ หน้าตาดีทุกคนจริงๆเลย พี่ชายฝาแฝดของร่างนี้เองก็เช่นกันเท่าที่จดจำจากความทรงจำเดิมของร่างนี้ก็หล่อเหลามากจริงๆ เป็เพราะท่านพ่อท่านแม่เป็คนหน้าตาดีทั้งคู่ด้วยละมั้งถึงทำให้มีผลผลิตที่ออกมาหน้าตาดีเว่อร์วังแบบนี้
“ท่านย่าเล็กตื่นแล้ว…”เหลนสาวคนโตยายา เหลนสาวรองมี่เฟิง
“มาเ้าค่ะท่านย่าเล็ก ไปล้างหน้าเสียหน่อยจะได้สดชื่นขึ้นนะเ้าค่ะ”เหลนสาวโตยายา
“ดีเลย”ท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยว
เหลนสาวทั้งสี่คนได้พาท่านย่าเล็กไปยังริมแม่น้ำที่ตื้นที่สุด เพราะปลอดภัยสำหรับพวกนางที่ยังตัวเล็กๆกันอยู่สามารถเดินมาล้างมือ ล้างหน้า และช่วยเหลือตัวเองได้โดยไม่ต้องรอเด็กๆที่โตกว่าพวกนาง เพียงแต่พวกนางได้รับการสั่งสอนย้ำแล้วย้ำอีกมาั้แ่เล็กๆว่าห้ามไปทางที่แม่น้ำสูงเกินกว่าหัวเข่าพวกนางอย่างเด็ดขาด ไม่อย่างงั้นแล้วจะถูกทำโทษร้ายแรงที่สุดเพราะมันคือข้อห้ามที่สำคัญมากๆสำหรับลูกหลานตระกูลหวังที่จะต้องเรียนรู้และปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัด
และไม่ใช่เพียงแค่เด็กๆตระกูลหวังเพียงเท่านั้น เด็กๆตระกูลอื่นก็รับการสั่งสอนเช่นนี้เช่นกัน พวกเด็กๆเหล่านี้เติบโตเกินกว่าอายุของพวกเขาจริงๆ และสามารถดูแลกันเองได้เป็อย่างดีโดยปราศจากผู้ใหญ่คอยดูแล เพราะพวกผู้ใหญ่เองต้องออกไปทำมาหากินหารายได้ หาอาหารกลับมาที่บ้านเพราะฉะนั้นพวกเด็กๆพวกนี้จึงต้องเรียนรู้การดูแลตัวเองให้ได้เพื่อที่จะไม่เป็ภาระของคนในบ้านนั่นเอง
“ท่านย่าเล็กนั่งรอตรงนี้ก่อนนะเ้าคะ ข้าจะไปตักน้ำมาล้างหน้าให้ท่านเอง”เหลนสาวคนรองมี่เฟิง
“ได้ๆ”ท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยว
ระหว่างทางที่เหลนสาวเล็กทั้งสองคนเดินจูงมือนางมา และเหลนคนโตอีกสองนำทางนางมาด้วยนั้น เหนี่ยวเหนี่ยวเองก็คอยมองป่าโดยรอบเส้นทางนี้อย่างสนใจมากเช่นกัน แสดงว่าป่าแถวนี้คือป่าธรรมดาที่คนทั่วๆไปหรือคนที่มีพลังธาตุน้อยๆสามารถเดินเข้ามากันได้ล่ะมั้ง
“แต่เดี๋ยวนะนี่มันอะไรกัน ทำไมถึง….”ท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยว ที่ตอนนี้พึ่งจะสังเกตเห็นได้ว่ารอบๆตัวของนางนั้นมีบางอย่างเปลี่ยนไปจากเดิมแล้ว
ไม่ใช่ว่าแค่กลิ้งออกจากตะกร้าสานใบนั้นหลายตลบจนทำให้ตาลาย หรือหัวสมองของนางโดนกระทบกระเทือนจนเห็นภาพหลอนหรอกหรือไงกัน??
ท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยวจึงพยายามขยี้ตา และลืมตา หลับตาอยู่หลายๆครั้งเพื่อมองสิ่งแปลกปลอมโดยรอบ และสิ่งที่เห็นมันก็ยังคงอยู่ไม่ได้หายไปไหนเลย
“มันคืออะไรกัน…..”ท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยว ที่ตอนนี้กำลังตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ที่ได้เห็นในตอนนี้
************
ท่านย่าเล็กหวังเหนี่ยวเหนี่ยวมารายงานตัวให้รี้ดทุกๆคนได้รู้จักกันนะคะ และแนะนำบรรดาญาติทั้งหมดที่อยู่ในตระกูลหวังอีกด้วย หวังว่ารี้ดทุกๆคนคงจะรักและเอ็นดูท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยวกันนะคะ
เหนี่ยวเหนี่ยว มองเห็นอะไรกันนะและมันจะมีประโยชน์กับการใช้ชีวิตอยู่ในโลกแห่งนี้ยังไงบ้าง??ในโลกที่คนทั่วไปมีพลังพิเศษ สัตว์อสูร อะไรแบบนี้
ติดตามความสนุกสนานกับการผจญภัยไปกับท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยวของเหลนๆกันค่ะ