ท่ามกลางมวลอากาศที่สั่นสะเทือนระลอกแล้วระลอกเล่า ปรากฏร่างของมังกรดำตัวขนาดใหญ่บินทะยานร่อนอยู่เหนือผืนฟ้า เงาร่างอันมหึมาของมันดูเลือนรางภายใต้แสงราตรีอันมืดมิดจนไม่อาจมองเห็นรายละเอียดได้ชัดเจน
มันจงใจแฝงตัวมาในความมืดเพื่อไม่ให้พวกมนุษย์เบื้องล่างมองเห็น สายตาอันดุดันภายใต้เงาทึบทอดมองตรงลงไปยังตัวคฤหาสน์ที่กำลังไหวระริก ก่อนที่มันจะแค่นยิ้มออกมา น้ำเสียงทุ้มต่ำลึกลับเอ่ยพึมพำกับตัวเองด้วยความมั่นใจ
"ต้องเป็นที่นี่แน่ ๆ ... พลังที่ท่านผู้นั้นพูดถึง ไม่มีทางผิดพลาด พลังงานนั้นต้องสถิตอยู่ที่นี่แน่ ๆ ..."
มังกรดำเว้นจังหวะพลางสะบัดปีก แววตาฉายแววหงุดหงิดเมื่อหวนนึกถึงเรื่องก่อนหน้า
"แต่ข้ายังสงสัย... สมุนฝีมือดีนับสิบตัวที่ข้าส่งมาสอดแนมก่อนหน้านี้ พวกมันหายไปโดยไม่ทิ้งสัญญาณใด ๆ ข้าคิดว่าพวกมันคงตายแล้ว แต่ถึงอย่างนั้น แม้แต่ซากหรือร่องรอยก็ควรจะหลงเหลืออยู่ แต่นี่กลับหาไม่เจอเลยสักนิด... มันเป็นไปได้ยังไงกัน!"
สิ้นคำพึมพำด้วยความโกรธแค้น มังกรดำพยายามสลัดความหงุดหงิดทิ้งไป มันตัดสินใจที่จะยังคงแฝงตัวและอำพรางกายเอาไว้อย่างมิดชิดเพื่อคอยสังเกตการณ์ต่อ มันต้องการสอดแนมให้แน่ชัดว่าพลังงานลึกลับที่กำลังตื่นขึ้นอยู่นี้คืออะไรกันแน่ และใช่พลังสายเดียวกับที่นายของมันสั่งให้ตามหาหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นจริง มันค่อยหาจังหวะที่เหมาะสมเพื่อจัดการภารกิจให้สำเร็จลุล่วง!
มังกรดำตัวใหญ่ยังคงลอยตัวนิ่งแฝงเร้นอยู่ในความมืด เฝ้าจับตาดูอย่างใจเย็น รอคอยจังหวะว่าพลังงานนั้นจะแสดงตัวออกมาในรูปแบบไหน!
ทว่าในวินาทีวิกฤตนั้นเอง จู่ ๆ บรรยากาศรอบข้างกลับบิดเบี้ยวไปวูบหนึ่ง พร้อมกับการปรากฏตัวของ 'หมอประหลาด' หรือเวอเดี้ยน ที่โผล่พรวดขึ้นมายืนลอยตัวอยู่กลางอากาศ ดักหน้ามังกรดำเอาไว้ได้อย่างพอดิบพอดี
เวอเดี้ยนไม่สะทกสะท้าน เขายืนกอดอก เอียงคอเล็กน้อยพลางส่งยิ้มกวนประสาทใส่ร่างมังกรยักษ์ตรงหน้า น้ำเสียงยียวนเอ่ยทักขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด
เวอเดี้ยน "เฮ้ ๆ ... เจ้าตัวที่บินอยู่ด้านบนน่ะ กำลังคิดทำอะไรกันแน่?"
ท่าทางกวน ๆ และการโผล่มาขัดจังหวะของหมอประหลาด ทำเอาเจ้ามังกรถึงกับสะดุ้งสุดตัว มันเบิกตากว้างด้วยความฉงนปนหวาดระแวงว่าเหตุใดมนุษย์ผู้นี้ถึงมองเห็นตัวมันที่พรางกายอยู่ได้ แถมยังโผล่มาประจันหน้าได้พอดิบพอดีราวจับวาง! ไอพลังงานที่กำลังจะพุ่งจู่โจมจึงชะงักกึกไปในชั่วพริบตา!
"เจ้ามนุษย์...! เจ้าเป็นใครกัน?! ทำไมถึงมาขวางหน้าข้าได้!"
มังกรดำตวาดลั่นในใจด้วยความสับสนและตื่นตระหนก มันพยายามจับกระแสพลังทว่ากลับพบแต่ความว่างเปล่า 'ทำไมข้าถึงจับสัมผัสของมนุษย์ผู้นี้ไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว? แล้วทำไมจู่ ๆ ถึงมาโผล่ตรงหน้าข้าได้... แถมเจ้ามนุษย์นี่! มันมองเห็นร่างของข้าได้ยังไง ทั้งที่ข้าพรางตัวไว้มิดชิดถึงเพียงนี้!'
กริ๊ก...
ทว่ายังไม่ทันที่มังกรดำจะได้คลายความแคลงใจ สรรพเสียงรอบกายก็พลันดับวูบลง ลมราตรีที่เคยพัดโบกกลับนิ่งสนิท ใบไม้ร่วงหล่นค้างอยู่กลางอากาศ แสงสว่างวาบจากลวดลายบนร่างของเซเลสในห้องนอน รวมถึงท่าทางตื่นตระหนกของซาร่า มีอา และหมอเลียมเบื้องล่าง ทุกสิ่งทุกอย่างแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งทื่อราวกับภาพวาด... เวอเดี้ยนได้สะกดห้วงเวลาเอาไว้ทั้งหมดแล้ว
มังกรดำเบิกตากว้างด้วยความช็อก "นี่มันอะไรกัน...! เจ้าทำอะไร? ทำไมเวลาถึงได้หยุดนิ่งไปเช่นนี้!"
เวอเดี้ยนลอยตัวนิ่งพลางเคาะนิ้วลงบนท่อนแขนท่าทางสบายอารมณ์ เขาสบตากับมังกรยักษ์อย่างไม่เกรงกลัว ก่อนที่ใบหน้าทะเล้นจะแปรเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉย สายตาที่ทอดมองมากลับกลายเป็นโหมดจริงจังและนิ่งลึก น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นราบเรียบแต่แผงแรงกดดันมหาศาล
เวอเดี้ยน "เจ้ากลับไปในที่ของเจ้าซะจะดีกว่า... อย่ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวบนโลกมนุษย์แห่งนี้เลย"
มังกรดำชะงักไปกับบรรยากาศที่เปลี่ยนไปของมนุษย์ตรงหน้า เวอเดี้ยนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของมันก่อนจะเอ่ยเตือน "แม้การมาที่นี่จะเป็นเพียงการทำตามคำสั่ง... แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องของเจ้าที่จะต้องเอาชีวิตมาทิ้งไม่ใช่หรือไง?"
มังกรดำเมื่อได้ฟังคำเตือนก็ลุกโชนไปด้วยเพลิงโทสะ มันตวาดกลับด้วยความโมโห "ไม่ใช่เรื่องของเจ้าแล้วเจ้าจะมายุ่งทำไม! เจ้าเองก็เป็นแค่มนุษย์ชั้นต่ำ คิดว่าเศษสอยอย่างเจ้าจะต่อกรกับมังกรได้อย่างนั้นรึ?!"
สิ้นเสียงตวาด มังกรดำก็ระเบิดไอพลังงานทมิฬหวังจะพ่นคลื่นพลังงานทำลายล้างระเบิดร่างเวอเดี้ยนให้แหลกเป็นผง ทว่ากลับไม่มีเศษเสี้ยวพลังงานใดเล็ดลอดออกมาเลย ทุกอย่างยังคงว่างเปล่าและเงียบงัน
ไม่เพียงแค่นั้น พลังงานในร่างของมันถูกแช่แข็งจนขยับไม่ได้ เมื่อมันลองขยับปีกขนาดยักษ์ดู ก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เพราะตัวของมันถูกห้วงเวลาที่หยุดนิ่งค้ำเอาไว้จนไม่สามารถขยับเขยื้อน
"เจ้า...! ทำไมข้าถึงทำอะไรไม่ได้... ทำไมข้าถึงทำอะไรเจ้าไม่ได้เลยเช่นนี้!"
เวอเดี้ยนเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ใบหน้ากลับมาประดับรอยยิ้มยียวนตามเดิม "ข้าก็ไม่ได้ทำอะไรเจ้าเสียหน่อย... และข้าก็ไม่สามารถทำอะไรเจ้าได้เช่นกัน"
เขายักไหล่น้อย ๆ พลางเอ่ยต่อ "เพราะข้าไม่สามารถยื่นมือลงไปช่วยผู้อื่นได้ขนาดนั้นหรอกนะ... แต่ถ้าเจ้ายังดื้อด้านอยู่ที่นี่ต่อไป เจ้าจะต้องเจอกับความโหดร้ายที่มากกว่านี้หลายเท่านัก ซึ่งสิ่งนั้นไม่ได้มาจากข้า... แต่มาจากบุคคลผู้หนึ่งที่กำลังเดินทางมา ณ ที่แห่งนี้ต่างหาก อีกไม่นานเขาคงจะมาถึง ถ้าเจ้ายังขืนอยู่ต่อ เจ้าอาจจะไม่มีชีวิตรอดกลับไปรายงานนายของเจ้าเลยก็ได้นะ"
มังกรดำเมื่อได้ฟังคำเตือน แทนที่จะหวาดกลัว มันกลับแค่นยิ้มเยาะ "หึ! คิดว่าข้าจะกลัวคำขู่ของเจ้าอย่างนั้นรึ? จะมีมนุษย์หน้าไหนบนโลกใบนี้ที่จะทำร้ายมังกรที่ทรงพลังอย่างข้าได้!"
มันหัวเราะกึกก้องลั่นในใจ ทว่าเวอเดี้ยนกลับเพียงแค่ยกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาฉายประกายลึกล้ำ "อย่างนั้นหรอกรึ... ข้าเตือนเจ้าแล้วนะ"
หมอประหลาดขยับตัวลอยถอยห่างออกมา ขยับข้อมือพลางเอ่ยประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงปนยียวน "ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็รับมือกับบุคคลผู้นั้นเองละกัน... โชคดีนะเจ้ามังกรน้อย"
เป๊าะ...!
สิ้นคำดีดนิ้ว ห้วงเวลาที่ถูกแช่แข็งก็ปลดล็อกและกลับมาเคลื่อนไหวตามปกติทันที! สรรพเสียงของลมราตรีโหมกระพือ ใบไม้ร่วงหล่นลงสู่พื้น แสงสว่างจากร่างเซเลสในห้องนอนเบื้องล่างพลันสว่างวาบต่อทันที
หลังจากคลายเวทสะกดเวลา เวอเดี้ยนก็ไม่สนใจจะอยู่เผชิญหน้ากับมังกรยักษ์ เขาหันหลังกลับอย่างเรียบเฉย ก่อนจะเยื้องย่างเดินตรงดิ่งไปยังคฤหาสน์ ปล่อยให้มังกรดำตัวโตยืนงุนงงอยู่บนฟากฟ้าเพียงลำพัง
มังกรดำแค่นเสียงห้วนพ่นลมหายใจอย่างนึกสมเพช "เหอะ... ก็แค่มนุษย์ มนุษย์คนเดียวจะมาทำอะไรข้าได้!"
ทว่าหลังจากสิ้นเสียงนั้น ความรู้สึกของมังกรดำก็กระตุกวูบอย่างรุนแรง ร่างกายอันมหึมาสั่นสะท้านขึ้นมาโดยไม่อาจควบคุม นัยน์ตาสีเพลิงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
มันรีบหันขวับกลับไปหมายจะดูต้นตอ ในระยะไกลออกไปไม่มากนัก ร่างของบุรุษผู้หนึ่งกำลังยืนอยู่ตรงนั้น... เขาเป็นบุรุษรูปร่างสูงสง่าในชุดสีน้ำเงินเข้มที่ดูสูงส่งเกินกว่าจะเป็นมนุษย์ เพียงพริบตาเดียวร่างนั้นก็มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าในระยะประชิด!
มังกรดำเบิกตากว้าง "เจ้าร่างมนุษย์...! แกเป็นใครกัน? กลิ่นอายแบบนี้มันไม่ใช่ของมนุษย์ทั่วไป! แกเป็นตัวอะไรกันแน่!"
บุรุษผมสีน้ำเงินไม่แม้แต่จะชายตามอง เขาสะบัดฝ่ามือลงเพียงครั้งเดียวด้วยท่าทีเรียบเฉย
ตึง—!!!!
พลานุภาพมหาศาลกดทับลงมาราวกับขุนเขาทั้งลูกถล่มทับ ร่างมหึมาถูกกระชากลงจากท้องฟ้ากระแทกเข้ากับผืนดินอย่างรุนแรงจนจมลงไป ไร้ซึ่งทางขัดขืนใด ๆ ทั้งสิ้น!
บุรุษลึกลับแค่นเสียงเหยียดหยาม "โอหังยิ่งนัก..."
เขาปรายตามองร่างมังกรที่นอนจมดินด้วยสายตาเย็นชา "ข้าไม่มีเวลามาจัดการเจ้าให้เสียเวลาอยู่ที่นี่นานนักหรอก... จงไสหัวไปซะ"
บุรุษผมสีน้ำเงินสะบัดมือคลายแรงกดดันออกทันที ราวกับกำลังปัดรำคาญแมลง มังกรดำได้รับอิสระชั่วขณะก็รีบกระเสือกกระสนพยุงร่างพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เร่งความเร็วหนีโดยไม่กล้าหันกลับมามอง
ขณะบินหนีมันก็พึมพำด้วยความตื่นตระหนก "ข้าต้องรีบไปรายงานเรื่องนี้ให้ท่านผู้นั้นทราบ! หากรู้ว่ามีตัวตนระดับนี้อยู่ที่นี่... แผนการทั้งหมดอาจพังพินาศ!"
มังกรดำบินหายลับไปในความมืด บุรุษผมสีน้ำเงินทอดสายตามองตามไปครู่หนึ่ง ก่อนจะก้าวเดินด้วยท่วงท่าสง่างามมุ่งตรงไปยังทางเข้าคฤหาสน์
ทว่าก่อนจะถึงประตู ร่างของเวอเดี้ยนก็ปรากฏตัวขึ้นดักหน้าเอาไว้ "มาช้ากว่าที่คิดนะ... ท่านผู้น่าเกรงขาม"
บุรุษผมสีน้ำเงินหยุดฝีเท้า สายตาคมกริบดุจพยัคฆ์จ้องลึกเข้าไปราวกับจะสืบค้นตัวตน "เจ้าเป็นใครกัน...?"
เวอเดี้ยนยังคงยืนพิงกรอบประตู สายตาที่จ้องตอบนั้นไร้ซึ่งความเกรงกลัว ทันใดนั้น แววตาของบุรุษผมสีน้ำเงินก็อ่อนลง ราวกับสัมผัสได้ถึงพันธะบางอย่าง น้ำเสียงเขานุ่มนวลลงอย่างประหลาด "ท่าน... ทำไมท่านถึงมาอยู่ที่นี่?"
เวอเดี้ยนยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปาก "จุ๊... จุ๊..." เพื่อปรามไม่ให้เอ่ยถาม เขาโน้มตัวลงกระซิบ "อย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้เลย... เจ้ามาที่นี่เพื่อ 'บางอย่าง' ที่อยู่ข้างในนั่นมิใช่หรือ? ไปเถอะ"
เวอเดี้ยนหันหลังกลับส่งสัญญาณให้บุรุษผมสีน้ำเงินเดินตาม ทั้งสองเยื้องย่างผ่านธรณีประตูคฤหาสน์เข้าไปในความมืดที่ปกคลุมอยู่ภายในอย่างเงียบเชียบ
ก่อนที่ประตูคฤหาสน์จะปิดสนิทลงตามหลัง... ทิ้งให้ค่ำคืนภายนอกเหลือเพียงความว่างเปล่า