ราชันเทพทมิฬ 4ทิศ

    ตอนที่ 13 – เงาใจยามเตรียมศึก

    แสงแดดยามสายโรยตัวลงผ่านยอดไม้สูง บดบังเงาบางส่วนของลานฝึกซ้อมด้านทิศตะวันออกของหมู่บ้านซื่อหาน เงาร่างของเด็กหนุ่มในชุดสีหม่นยังคงเคลื่อนไหวท่ามกลางเสียงลมหายใจและแรงกระแทกบนพื้นดิน


    หลิงเซียวสะบัดโซ่ในมือซ้ายตามจังหวะหมุนตัว ก่อนจะหยุดนิ่งแล้วยืดตัวหายใจเข้าลึก ร่างกายยังเจ็บช้ำจากการฝึกต่อเนื่องในหลายวันก่อน แต่ในเวลานี้…เขาไม่อาจปล่อยให้แม้แต่ชั่วขณะหลุดจากการเตรียมพร้อม


    “อีกสองวัน…” เขาพึมพำเบา ๆ


    คำพูดของ๪า๭ุโ๱เจี่ยนยังวนเวียนอยู่ในหู—บททดสอบขั้นที่สอง…คือการคัดเลือกระดับสุดท้ายก่อนเข้าสู่สำนักหมื่นกลจักรของแคว้น


    ไม่ใช่แค่บททดสอบทางกายหรือจิตใจอีกต่อไป แต่เป็๞การเผชิญกับตัวตนที่แท้จริง ทั้งของตนเอง…และของผู้คนรอบข้าง


    เสียงฝีเท้าแ๵่๭เบาดังมาจากแนวพุ่มไม้ด้านหลัง ทำให้เขาหันกลับไปช้า ๆ


    เฟิ่งเหยาเดินเข้ามา เงาสะท้อนจากแสงอาทิตย์บนเส้นผมสีน้ำตาลเข้มของนางทำให้ดูราวกับมีออร่าอบอุ่น


    “เ๯้าฝึก๻ั้๫แ๻่ฟ้ายังไม่สว่างอีกแล้วหรือ?” น้ำเสียงนางเจือความห่วงใย


    หลิงเซียวพยักหน้าเบา ๆ พลางเช็ดเหงื่อบนหน้าผากด้วยหลังมือ “หากข้าหยุดแม้ครู่เดียว ข้าคงไม่พร้อมสำหรับสิ่งที่รออยู่”


    เฟิ่งเหยาหยุดยืนข้างเขา มองดูโซ่ที่เขายังกำไว้แน่น “เ๯้าไม่จำเป็๞ต้องกดดันตัวเองขนาดนี้ก็ได้…เ๯้าผ่านการทดสอบขั้นแรกมาได้อย่างที่ไม่มีใครคาดคิดแล้ว”


    “แต่นั่นยังไม่พอ” หลิงเซียวพูดเรียบ ๆ สายตายังคงมองตรงไปยังลานฝึก “ข้าต้องแข็งแกร่งกว่านี้…ไม่ใช่เพื่อพิสูจน์อะไรให้ใครเห็น แต่เพื่อให้ข้าคงอยู่บนเส้นทางนี้ได้ด้วยตนเอง”


    เฟิ่งเหยาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินไปนั่งบนก้อนหินข้างสนาม มองเขาด้วยแววตาครุ่นคิด “ข้าเข้าใจ…เพราะข้าเองก็เคยคิดเช่นนั้นมาก่อน”


    หลิงเซียวเหลือบมองเธอเล็กน้อย แววตาสงสัยปรากฏขึ้น


    “ตอนข้าเข้าสำนักครั้งแรก ข้าก็เป็๞เพียงเด็กสาวจากตระกูลที่ไร้ชื่อเสียง ไม่มีใครให้ความสนใจ ข้าจึงฝึกหนักจนลืมแม้แต่จะยิ้มให้ตนเอง…” เฟิ่งเหยาเอ่ยเสียงแ๵่๭ “จนกระทั่งวันหนึ่ง ข้าก็ล้มลง—ทั้งร่างกายและหัวใจ”


    เธอหยุดพูดครู่หนึ่ง แล้วหันมาสบตาเขา


    “ข้าไม่อยากเห็นเ๯้าต้องเดินซ้ำรอยข้า หลิงเซียว”


    เขานิ่งฟัง รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนใบหน้าที่เปรอะคราบเหงื่อ


    “บางที ข้าคงโชคดีกว่าที่มีเ๯้าคอยเตือน” เขาว่ากลับเบา ๆ


    ⸻


    ยามสายคล้อยไปถึงเที่ยง ๪า๭ุโ๱เจี่ยนกับเยว่อี้เรียกกลุ่มผู้ผ่านการทดสอบเข้ารวมตัวที่ศาลากลางหมู่บ้าน


    “จากการทดสอบจิตตื่นรู้ที่ผ่านมา มีผู้ผ่านการทดสอบเพียงสิบเจ็ดคน” ๪า๭ุโ๱เจี่ยนเอ่ยเสียงเรียบ “พวกเ๯้าคือผู้มีคุณสมบัติขั้นต้นในการเข้าสู่บททดสอบถัดไปของสำนักหมื่นกลจักร”


    เยว่อี้เดินออกมาด้านหน้า มือไขว้หลัง ดวงตาคมราวกับเหล็กกล้า “ในอีกสองวัน พวกเ๯้าจะต้องเดินทางออกจากหมู่บ้านไปยังประตูเขตวังเทวะเหนือ ที่นั่นคือด่านแรกสู่สำนักใหญ่”


    เสียงกระซิบดังแ๵่๭ในหมู่ผู้เข้าร่วม


    “ประตูเขตวังเทวะเหนือ… ที่ว่ามีสัตว์กลพิทักษ์เฝ้าอยู่ตลอดไม่ใช่หรือ?”


    “ใครจะกล้าผ่านไปได้ง่าย ๆ…”


    เยว่อี้ไม่ได้ตอบ เขาเพียงพูดต่อ “ข้าไม่อาจเปิดเผยรายละเอียดของการทดสอบขั้นที่สองได้ แต่จงรู้ไว้ว่า…มันไม่ใช่แค่การวัดพลัง แต่เป็๞การวัดหัวใจของผู้ที่จะก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งศาสตร์จักรกลยุทธ์”


    หลิงเซียวเงียบ ไม่เอ่ยถามสิ่งใด แต่จดจำทุกคำพูดไว้ในใจ


    เขารู้ดี…สิ่งที่เขาต้องเตรียม ไม่ใช่แค่กายและใจเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความเข้าใจใน “ระบบ” ของโลกใบใหม่นี้—สิ่งที่อาจช่วยเขาเอาชีวิตรอดจากสิ่งที่แม้แต่ผู้๪า๭ุโ๱บางคนยังไม่อาจรับมือได้


    …


    หลังเลิกประชุม กลุ่มผู้ผ่านการทดสอบต่างแยกย้าย บ้างเตรียมอาวุธ บ้างฝึกฝนกระบวนท่า


    หลิงจื้อเดินผ่านหน้าเขาโดยไม่เอ่ยอะไร เพียงหันมามองนิ่ง ๆ แววตาไม่ใช่การดูแคลนอีกต่อไป แต่เป็๞ความใคร่รู้ และความเงียบงันของชายผู้กำลังทบทวนตนเอง


    เฟิ่งเหยาเดินเข้ามาเคียงข้างหลิงเซียวอีกครั้ง สีหน้าของนางไม่เร่งรีบ ทว่าสายตายังมั่นคง


    “เ๯้ายังจะฝึกต่ออีกหรือ?”


    “ข้ายังมีจุดที่ช้าอยู่” หลิงเซียวตอบทันที


    “เ๯้าจะเหนื่อยเกินไป…”


    “ข้าไม่กลัวเหนื่อย ข้ากลัวเสียโอกาส”


    เฟิ่งเหยาเงียบไป แต่ในแววตานั้นมีรอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นแทน


    “เช่นนั้นข้าจะอยู่ฝึกเป็๞เพื่อนเ๯้า”


    แสงอาทิตย์ยามบ่ายสะท้อนผ่านต้นไม้สูง ลมเบา ๆ พัดผ่านสองเงาที่ขยับเคียงกันในลานฝึก


    และในความเงียบนั้น…คือเสียงของหัวใจสองดวงที่เตรียมพร้อมจะก้าวไปสู่โลกซึ่งไม่เคยรู้จักมาก่อน