หว่านเอ๋อก็เริ่มเล่าประวัติความเป็มาของตัวเองให้หลิวจ้านฟัง (หากว่าใครอยากรู้ประวัติของนางกลับไปอ่านตอนที่ 10 นะขอรับ จะไม่ทวนซ้ำ) พอเล่าไปถึงตอนคนรักเก่าของนาง นางก็ได้มองไปที่หลิวจ้าน กลัวว่าเขาจะไม่ชอบคนที่เคยมีคนรักแล้ว แต่ว่านางยังบริสุทธิ์
“เ้าคงไม่รังเกียจข้าใช่หรือไม่ที่ข้าเคยมีคนรักมาก่อน”
“เ้าเห็นข้าเป็คนแบบนั้นรึ”
ได้ยินหลิวจ้านพูดแบบนี้นางก็สบายใจ สาเหตุที่นางยังไม่ได้แต่งงาน ไม่ใช่ว่าไม่มีชายใดเข้ามาหานาง แต่เป็เพราะผู้ชายส่วนมากไม่ชอบอดีตของนาง เมื่อนางเล่าไปเรื่อยๆจนเล่ามาถึงตอนที่นางฝึกวรยุทธหลิวจ้านก็ได้ถามนาง
“แล้วเ้าอยู่ขั้นไหน”
“ขั้นที่ 9 เ้าค่ะ”
หลิวจ้านได้ยินแบบนั้น ก็ปล่อยมือจากนางและลุกขึ้นจากตักของนาง ทำให้หว่านเอ๋อรู้สึกเศร้าใจเป็อย่างยิ่ง บุรุษในยุคนี้ใครจะชอบสตรีที่แข็งแรงกว่า นางก็ทำใจไว้แล้ว แต่นางคิดผิดไปนางไม่รู้ซะแล้วว่าหลิวจ้านมันร้ายแค่ไหน หลิวจ้านยิ่งชอบนางมากขึ้นไปอีก หลิวจ้านเห็นสีหน้าของนางเศร้า เขาเลยดึงนางเข้ามากอดและปลอมนาง
“เ้าไม่ต้องเศร้า ต่อแต่นี้ไปเ้าจะเป็ภรรยาของข้า ข้าไม่เคยคิดรังเกียจเ้า ขอแค่เ้าอย่าทรยศหักหลังข้าก็พอ”
หว่านเอ๋อดีใจมากและได้กอดตอบหลิวจ้านจนแน่น จนหลิวจ้านเกือบขาดใจตาย เพราะว่าเขาไม่ใช่คนที่ฝึกวรยุทธ
“ข้าจะไม่มีวันทรยศหักหลังท่านแน่นอน”
“แค่คำพูดข้าคงไม่อาจเชื้อเ้าได้เ้าต้องพิสูตร ด้วยการเอาปากของเ้ามาปะกบกับปากของข้า”
หว่านเอ๋อไม่มีความลังเลแม้แต่นิดเดียวนางได้จูบหลิวจ้านทันที ตอนแรกหลิวจ้านคิดว่านางจะไม่กล้าแต่นางกับมีหัวใจที่เด็จเดี่ยวจริงๆ หลิวจ้านกำลังจะจูบตอบนางแต่นางกับถอยออกไปก่อน
“เ้ากำลังกลั่นแกล้งข้า”
“ท่านอย่าน้อยใจไป ตอนนี้ข้าได้เป็คนของท่านแล้ว ท่านยัง้าอะไรอีก”
หลิวจ้านพอได้ยินที่นางพูดก็ใจเย็นลง เวลายังมีอีกเยอะ หลิวจ้านลงไปนอนที่ตักของหว่านเอ๋อเหมือนเดิม และฟังนางเล่าเื่ของนางต่อ ระหว่างรออาหาร
“คุณช่ายเ้าค่ะ อาหารเสร็จแล้ว”
หลิวจ้านลุกขึ้นและจับมือของหว่านเอ๋อเพื่อพานางไปกินอาหาร โต๊ะอาหารเป็โต๊ะแบบนั่งกับพื้น หลิวจ้านได้ให้สาวใช้ย้ายเบาะรองนั่งมาให้ติดกัน
“เชิญแม่นาง”
หว่านเอ๋อก็นั่งลงข้างๆหลิวจ้าน เมื่อหว่านเอ๋อนางได้กลิ้นของอาหาร ท้องของนางก็ร้องออกมาทันที ทำให้หลิวจ้านหัวเราะชอบใจ นางได้ทุบไปที่แขนของเขาทีนึง หลังจากที่นางได้ตักอาหารคำแรกปาก นางรู้สึกได้เลยว่าั้แ่ที่นางเกิดมายังไม่เคยได้กินรสชาติของอาหารที่อร่อยแบบนี้มาก่อน เมื่อหลิวจ้านเห็นสีหน้าของนางก็ได้แต่หัวเราะชอบใจ
“เป็ยังไงบ้าง รสชาติดีหรือเปล่า”
นางหวนนึกถึงคำพูดของหลิวจ้านที่ว่า ร้านอื่นจะมีแบบร้านของเขาหรือเปล่า คงต้องลองชิมอย่างอื่น จากนั้นนางก็กินทุกอย่างที่อยู่บนโต๊ะเกือบจะหมด แต่เวลากินนางก็ยังสำรวมอยู่บ้างไม่ได้ตระกละเหมือนพ่อบ้านจาง เมื่อนางอิ่มแล้วหญิงรับใช่ได้มาเก็บถ้วยชามออกไปบนโต๊ะหรือแค่สุรา
“อร่อยหรือไม่”
“อร่อยเ้าค่ะ”
“เมื่อเ้าชิมอาหารแล้วก็ต้องชิมสุราเ้าชอบดื่มหรือไม่”
“ข้าชอบดื่มเ้าค่ะ”
หลิวจ้านได้ยินว่านางชอบดืมก็เทใส่ถ้วยให้นางจนเกือบจะเต็ม เขากะจะมอบสุรานางและรวบหัวรวบหางไปเลย หว่านเอ๋อพอได้กลิ่นสุรา รู้สึกว่าทำไมกลินสุราถึงได้แรงแบบนี้ หลิวจ้านได้ส่งถ้วยสุราให้นาง นางก็ค่อยๆดื่ม เมื่อนางดื่มจนหมดถ้วย ก็รู้สึกว่าสุราขวดนี้ช่างมีรสชาติที่ดียิ่งนัก แถมยังร้อนแรงอีกด้วย แค่นางดื่มไปถ้วยเดียวก็ยังรู้สึกเมา หากว่าดื่มอีกถ้วยนางคงจะหลับไปแน่ หลิวจ้านแปลกใจว่านางไม่หลับได้ยังไงสงสัยแผนการจะล้มเหลว
“รสชาติดีหรือไม่”
“เ้าค่ะ รสชาติของสุราเป็รสชาติที่หว่านเอ๋อไม่เคยชิมมาก่อนไม่ทราบว่าคุณชายไปซื้อมาจากที่ไหนเ้าค่ะ”
“หากว่าข้าบอกเ้าว่าข้าเป็คนผลิตขึ้นมาเอง เ้าจะเชื่อหรือไม่”
“เชื่อเ้าค่ะ”
“ทำไมเ้าเชื่อคนง่าย”
“หากว่าเป็คุณชายหว่านเอ๋อยอมเชื่อหมดหัวใจ”
คงเป็เพราะรสชาติของสุราเลยทำให้นางมีความกล้าขึ้นมา หว่านเอ๋อได้ขยับเข้าไปใกล้ๆหลิวจ้านและเริ่มจูบเขาทันที หลิวจ้านก็ไม่ปล่อยให้เสียโอกาสจูบนางตอบทันที มือของเขาก็เริ่มอยู่ไม่สุข ขยับไปจับตรงนั้นที ตรงนี้ที หลิวจ้านกำลังจะถอดเสื้อผ้าของนาง นางได้หยุดมือเขาไว้
“วันนี้ไม่ได้เ้าค่ะ หว่านเอ๋อยังไม่พร้อม”
หลิวจ้านได้ยินแบบนี้ตะบะของเขาเกือบแตก ไม่เข้าใจแม่นางคนนี้จริงๆ แต่เขาก็ต้องทน เขาได้แต่กอดนางเอาไว้ในอ้อมกอดของเขา
“คุณชายเ้าค่ะ พ่อบ้านจางมาขอพบคุณชายเ้าค่ะ”
หว่านเอ๋อได้ยินว่าจะมีคนมาพบกับหลิวจ้านนางก็สะบัดร่างของนางออกจากอกของหลิวจ้านพร้อมทั้งจัดเสื้อผ้าหน้าผมของนางที่ยุ่งเยิงให้เรียบร้อย
“ให้พ่อบ้านจางเข้ามาได้”
เมื่อพ่อบ้านจางเปิดประตูเข้ามา ภาพที่เขาเห็นคือหนึ่งบุรุษหนึ่งสตรีนั่งอยู่ข้างๆกันและกัน
“เรียนคุณชาย ตอนนี้สถานที่ผู้น้อยจัดไว้เรียบร้อยแล้วขอรับ”
“มีคนมาสมัครเยอะหรือไม่”
“เยอะมากขอรับ ไม่ทราบว่าคุณชาย้ารับคนแบบไหน”
“เดียวเ้าจะรู้เอง หาคนที่รู้หนังสือไปด้วยซัก 10 คน เดียวข้าจะตามออกไป เ้าไปได้แล้ว”
“ขอรับ”
พ่อบ้านจางได้จากไปก่อน เพื่อไปหาคนที่รู้หนังสือ หว่านเอ๋อได้ถามขึ้น
“ทำไมที่ลานด้านหน้าจวนของท่าน ถึงมีชาวบ้านมายืนรอเ้าค่ะ”
หลิวจ้านได้ลุกขึ้นยืนและยื่นมือไปที่หว่านเอ๋อที่กำลังนั่งอยู่
“หากว่าเ้าอยากรู้ก็ตามข้าไปดู”
หว่านเอ๋อได้ส่งมือให้กับหลิวจ้านและเดินจับมือกับหลิวจ้านออกไปที่ลานด้านหน้า ระหว่างทางที่เดิน หลิวจ้านก็ได้พูดคุยเเละหยอกล้อนางไปตามทาง แถมยังจับมือของนางเอาไว้ตลอด จนทั้งสองคนเดินมาเกือบจะถึงลานด้านหน้า หว่านเอ๋อก็สบัดมือของเขาออกและเดินช้าลงกว่าเขา หลิวจ้านคิดว่านี้คงจะเป็ธรรมเนียมในยุคนี้ที่ผู้หญิงห้ามเดินเสมอผู้ชาย เมื่อทั้งสองเดินมาถึงลานด้านหน้า
“ชิบหายละ ทำไมคนถึงน้อยแบบนี้”
หลิวจ้านได้อุทานขึ้นทันที เพราะตอนนี้คนในลานไม่ได้เยอะเหมือนที่เขาคาดหวัง