ท่านเทพส่งผมมาเป็นตัวประกอบ

    บทที่ 11

    “เอ๊ะ!! ไอ้เจ้านี่มันตอบรับเล่นละครไปกับเขาด้วยเหรอเนี่ย.. ว่าแต่เจ้าล่ะ เป็นพวกเดียวกันกับพวกลัทธิหรือเปล่า..” มิเชลพูดกับตัวเองถึงเจ้าหัวหน้าโจรที่มันเล่นไปตามบทละครที่เขาสร้าง เขาส่ายศีรษะเล็กน้อยก่อนที่จะหันไปถามกับหญิงสาวที่กำลังทำหน้าเอ๋อๆอยู่          “เปล่านะ.. ข้าถูกพวกมันจับมาเพียงเท่านั้นเองเจ้าค่ะ” หลังจากที่เจ้าหญิงเอลฟ์เห็นพลังของชายตรงหน้า เธอจึงมีอาการตื่นกลัวแบบแปลกๆ ถึงชายคนนี้จะเป็นคนฆ่าหัวหน้ากลุ่มที่จับตัวเธอมาก็ตาม แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าตอนนี้พวกเขาเป็นพวกเดียวกันซักหน่อย“อ่อ.. อย่างนั้นเองซินะ ว่าแต่เจ้าพอจะเห็นกุญแจอะไรสักอย่างที่อยู่กับตัวหัวหน้ามันไหมล่ะ ข้ามองดูที่ตัวของมันก็ยังไม่ยักจะมี..” มิเชลเข้าใจแล้วว่าเธอเป็นเหยื่อของโจรภูเขา เขาจึงถามถึงเจ้ากุญแจเจ้าปัญหาที่เขากำลังตามหาอยู่ แซนนิต้าไม่กล้าตอบอะไรมาก แต่เธอก็เลือกที่จะชี้ไปทางหนึ่งที่โต๊ะของเจ้านักวิจัยที่เพิ่งจะตายลงไป“อันนั้นหรือเปล่าเจ้าคะ..” มิเชลมองตามทางที่เธอชี้ และเขาก็อยากจะตบหน้าผากตัวเองจริงๆ เพราะมันอยู่ห่างจากเขาเพียงแค่ 2 เมตรข้างๆตัวนี่เอง“น่าจะอันนี้แหละมั้ง.. เอาเถอะ เดี๋ยวลองดูก็รู้เอง..” มิเชลหยิบกุญแจขึ้นมาแล้วพลิกดูไปดูมา ขนาดของมันพอๆกับเชิงเทียน แต่มันมีขนาดเล็กเท่าฝ่ามือเท่านั้น มิเชลได้แต่คิดในใจว่า ‘จะว่าไป มันก็สวยดีเหมือนกันนะ’           “เจ้าพวกลัทธิ พวกเจ้าหลบข้าไม่พ้นหรอก... เอ๊ะ นายท่าน ทำไมท่านถึงมาอยู่ตรงนี้ได้ล่ะเจ้าคะ..”หญิงสาวหูหมาป่าขนสีเงิน แน่นอนว่าเธอคนนี้คือทู ตอนนี้สภาพชุดเกราะผ้าของเธอนั้นมันเต็มไปด้วยเลือดของคนที่เธอฆ่าตามรายทางมาเรื่อยๆ ดาบยาวเล่มใหญ่ตั้งท่าจะเข้าโจมตี แต่เมื่อเธอเห็นว่าบุคคลตรงหน้าคือนายท่านของเธอก็ยิ่งตกใจ และสับสน เพราะเธอเคลื่อนที่ด้วยความเร็วไม่ใช่น้อยๆเลย แต่นายท่านแซง และมาอยู่ข้างหน้าเธอได้อย่างไร“ก็เดินลงมานี่แหละน่า.. ช่างเถอะ ยังไงก็ช่วยเอลฟ์สาวคนนั้นด้วยก็แล้วกัน เธอถูกพวกลัทธิจับตัวมา.. ข้าไปล่ะ..” มิเชลกล่าว ถึงครั้งนี้จะได้ต่อสู้น้อยกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา แต่มันก็สนุกเหมือนอย่างเคย และหากว่าเขาจำไม่ผิด พวกโจรป่านี้ยังมีอีกหลายกลุ่ม หากเขาออกไปทันก็น่าจะพอได้เล่นสนุกอยู่บ้าง“เจ้าค่ะนายท่าน..” ทูกล่าวพร้อมกับก้มหัวให้นายท่านของเธอ มิเชลที่เห็นอย่างนั้นก็เดินสวนทางไปข้างนอกห้อง เขาอยากจะทดลองเวทย์กลไกนี้เต็มทนแล้ว ถึงเขาจะสามารถใช้งานมันได้ แต่เขาก็ยังมีสิ่งที่ขาดอยู่ นั่นก็คือไอเดียในการดัดแปลงพลัง อย่างอันนี้เป็นพลังเวทย์ที่สามารถเคลื่อนย้ายบุคคลไปยังอีกสถานที่หนึ่ง“เจ้าน่ะ ตามข้ามาข้าจะพาเจ้าไปข้างนอก หากเดินไม่ระวัง อาจจะถูกมองว่าเป็นพวกเดียวกับเจ้าพวกลัทธิ แล้วก็อาจจะตายโดยไม่รู้ตัวได้..” หลังจากที่ทูมั่นใจแล้วว่าท่านมิเชลจากไปแล้ว เธอก็หันหน้ามากล่าวกับเอลฟ์สาว แซนนิต้าที่ได้ยินก็พยักหน้า และเดินตามออกจากฐานลับแห่งนี้“เออ..คือ พวกท่านเป็นใครกันอย่างนั้นหรือเจ้าคะ..” แม้ว่าตัวของเธอเองจะมีศักดิ์เป็นถึงองค์หญิงขออาณาจักรเอลฟ์ แต่ความแข็งแกร่งที่กลุ่มคนตรงหน้าได้แสดงออกมาให้เห็นนั้น มันก็ทำให้เธอยำเกรง และเคารพในตัวของพวกเขา เธอต้องทำใจดีสู้เสือถามในสิ่งที่ตนเองสงสัย“พวกเราคือไลท์การ์เด้น และข้าทู หมาป่ากระหายเลือดใครๆก็เรียกข้าว่าอย่างนั้น.. เจ้าไม่รู้จักพวกลัทธิซาลอนหรืออย่างไร พวกข้ากำลังพยายามกวาดล้างพวกมันทั้งหมดให้หมด..” ทูกล่าวแนะนำตัวเองเล็กน้อยกับองค์หญิงเอลฟ์ แต่ประโยคหลังเป็นใครก็สามารถสังเกตได้ดีว่าเธอคนนี้มีความเครียดแค้นกับพวกลัทธิเอามากๆ“ไลท์การ์เด้น.. ลัทธิซาลอน ?..” แซนนิต้าทำหน้าสงสัย เธออยู่มานับ 50 ปีบนผืนแผ่นดินนี้ แต่ก็ยังไม่เคยรู้จักกับบุคคลที่มาจากทั้งสองกลุ่มเลยแม้แต่น้อย ทูก็ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม พวกเขามุ่งหน้าออกจากฐานลับนี้ให้เร็วที่สุด ระหว่างทางก็พบเจอศพมนุษย์มากมาย แต่ละศพใบหน้าของพวกเขามีสีหน้าที่ดูหวาดกลัว และตกใจ ไม่นานพวกเขาก็ขึ้นมาข้างบนในเวลาต่อมา“รายงานเจ้าค่ะท่านพี่หญิง.. พวกลัทธิได้ถูกกำจัดลงทั้งหมด ไม่มีผู้ที่สามารถหลบหนีออกไปได้..” เสียงของโฟร์เอ่ยรายงานกับเดอร์วัน ทูที่ได้ยินก็หน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวขึ้นแทรก“น้องหญิงโฟร์ เจ้าไม่คิดจะให้เครดิตข้าหน่อยหรืออย่างไร.. ข้าฆ่าพวกมันได้เยอะที่สุดนะจะบอกให้..” ทูกล่าวหยั่งเชิงกับโฟร์ พวกเธอสอดประสานสายตาต่อกัน“54” โฟร์กล่าว“..57” ทูที่ได้ยินโฟร์กล่าวก็ยกยิ้มขึ้นมาก่อนจะกล่าวตัวเลขการฆ่าพวกลัทธิของตัวเองออกไป“อะไรกัน.. โถ่ ข้าอุตส่าห์ไม่ให้เด็กนัมเบอร์เข้ามายุ่งแล้วเชียวนะ..” จริงๆแล้วพวกเธอไม่ได้โกรธอะไรกัน มันเป็นเพียงแค่กลยุทธ์ในการข่มขวัญอีกฝ่ายจากเกมการล่าเท่านั้น โฟร์เมื่อรู้ว่าตัวเองแพ้ก็ได้แต่ยอมรับเพียงเท่านั้น และดูเหมือนว่าเธอจะต้องออกค่าอาหารชุดใหญ่ให้กับพี่หญิงคนนี้เป็นการพนันเล็กๆน้อยๆพวกเธอ“ฮ่าๆๆ.. ข้าจะสั่งเนื้อให้เต็มที่เลย.. เอาสักสิบจานไปเลย..” ทูกล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ส่วนโฟร์ก็ได้แต่เดินเข้ามาจิ้มๆไปแขนของพี่หญิงใหญ่พร้อมกับทำตาใสๆราวกับเด็กน้อย เธอไม่ค่อยมีเงินใช้จ่ายแล้ว จึงจำเป็นต้องรบกวนพี่ใหญ่ช่วยออกให้ก่อน“..เจ้าลืมไปแล้วหรืออย่างไร เจ้าได้รับรางวัลจากการค้นพบห้องสมบัติ ทรัพย์สินจำนวน 5 เปอร์เซ็นต์จะกลายเป็นของเจ้าตามกฎ ถึงแม้ว่าเราจะมาด้วยกันก็ตาม..” เดอร์วันที่เห็นโฟร์มาอ้อนก็กระซิบบอกไปเบาๆ แต่มันก็ไม่พ้นหูของทูอยู่ดี“น้องหญิง.. เจ้าพบคลังสมบัติอย่างนั้นรึ.. เนื้อ 10 จานคงจะไม่พอแล้ว..” ทูจับปลายคาง และจินตนาการว่าน้องหญิงคนนี้จะได้รับทรัพย์สมบัติเป็นจำนวนเท่าไรกัน ถ้าว่าไปตามกฎการจ่ายเงิน เธอเองก็ได้เหมือนกัน ระดับหัวหน้าอย่างเธอจะได้อยู่ที่ราวๆ 2-3 เปอร์เซ็นต์ตามจำนวนคนที่ทำภารกิจด้วย ส่วนพวกนัมเบอร์ปลายแถวจะได้รับอยู่ราวๆ 0.5-1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง แต่ด้วยจำนวนเท่านั้นก็สามารถให้พวกเธออยู่ได้สบายๆไม่ต้องทำอะไรไปอีกหลายเดือน ในขณะที่ใบหน้าของทูกำลังขบคิด เดอร์วันเพียงแค่ยิ้มอ่อนๆให้กับพฤติกรรมของทั้งสอง โฟร์เรียกได้ว่าแทบกระโดดดีใจที่จะได้รับผลตอบแทนจากการล่าในครั้งนี้ และหากเธอคาดการณ์ไม่ผิด เธอจะได้รับเงินจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะห้องสมบัตินั้นเต็มไปด้วยเหรียญทองจำนวนมาก ทั้งสามกำลังอยู่ในความคิดของตัวเอง แต่ก็ยังมีอีกหนึ่งเอลฟ์ที่ยืนจ้องไปทางโฟร์อย่างเห็นได้ชัด          “..ท่านคือ..ท่านพี่มิเรน่า.. ท่านคือท่านพี่หญิงมิเรน่าจริงๆด้วย..” จู่ๆเสียงของคนที่ไม่ได้อยู่ร่วมวงตั้งแต่แรกเอ่ยขึ้นอย่างตกใจ เธอมองไปที่หญิงสวมหน้ากากคนหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายกับท่านพี่หญิงของเธอในอดีต เธอค่อยๆสังเกตจนแน่ใจ รอยปานที่บริเวณข้อมือ น้ำเสียง ใบหูที่เป็นลักษณะของเอลฟ์สายเลือดแท้ๆ และท่าทางกิริยา มันตรงกันทั้งหมด เธอจึงเอ่ยเรียกอย่างไม่รอช้า“..หือ.. แซนนิต้ารึ.. แต่ตอนนี้ข้าไม่ใช่พี่หญิงของเจ้าอีกต่อไป ตั้งแต่อาณาจักรเลือกที่จะทอดทิ้งข้า พวกเราก็ไม่รู้จักกันอีกต่อไป ตอนนี้ข้าคือโฟร์ และไลท์การ์เด้นคือครอบครัวของข้า.. เจ้าจงเอ่ยนามของเราให้ถูกต้องด้วย” โฟร์กล่าวกับอดีตน้องสาวของตัวเองอย่างเลือดเย็น แม้เธอจะรู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับอะไรกับผู้เป็นน้อง แต่ถ้าต้องการตัดความสัมพันธ์ เธอจะต้องเด็ดขาด...