Monday - วันจันทร์
หลังเที่ยงคืน...อย่ามองภาพในกระจก
ถ้าไม่อยากลงนรก...ขุมไหน-ไหน
ยามวิกาล...อย่าขานรับ...เสียงจากใคร
ิญญาร้าย...อาจเข้ามาพรากชีวิต!
ภายในห้องที่เต็มไปด้วยแสงสลัวจากเปลวเทียนนับร้อยนั้น มีหญิงสาวคนหนึ่งสวมชุดนักเรียนนั่งอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ ภาพที่สะท้อนจากกระจกเงาคือใบหน้าของตัวเธอเองที่เต็มไปด้วยความเศร้าหมองและรอยน้ำตา แต่ทว่าภายในเงาตาของเ้าหล่อนกลับเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นอย่างแสนสาหัส
หญิงสาวค่อยๆ หันมาหยิบคัตเตอร์อันคมกริบขึ้นมารูดใบมีดออกพอประมาณ ความคมกริบของมันยามสะท้อนกับแสงเทียนส่งประกายแวววับ แม้ไม่ได้ััแต่แค่มองก็พอจะเดาออกได้ว่าหากปลายของสิ่งมีคมััเข้ากับผิวบางๆของมนุษย์จะเป็เช่นไร...
ไม่ต้องจินตนาการให้เสียเวลา...
คัตเตอร์อันคมกริบถูกเฉือนเข้าที่ปลายนิ้วชี้ของหญิงสาวคนนั้นอย่างไม่ลังเล ไม่มีเสียงร้องของความเ็ป มีเพียงรอยยิ้มที่ยากจะคาดเดาความหมายของเธอปรากฏในกระจกตรงหน้า ปลายนิ้วที่ชุ่มไปด้วยเืค่อยๆ วางลงบนกระจกก่อนจะลากมันไปมาจนปรากฏเป็ถ้อยคำว่า...
‘แล้วฉันจะกลับมา’
เสียงหัวเราะอันน่าสะพรึงดังขึ้นภายในห้องแห่งนั้น ดวงตาที่ฉายแววโกรธเกรี้ยวยังคงส่องประกายภายใต้แสงเทียน หญิงสาวมองสารรูปของตัวเองแล้วยิ้ม เธอสวย เธอหุ่นดี เธอผิวขาว เธอดีไปเสียทุกสิ่ง แต่ไอ้สิ่งที่เธอมีดี...นั่นคือสิ่งที่พาความหายนะมาสู่ชีวิต
เกลียด...ฉันเกลียดตัวเอง...ฉันเกลียดคนในกระจก!
ว่าแล้วกำปั้นน้อยๆของหญิงสาวก็ทุบปังเข้าไปที่กระจกจนแตกดังเพล้ง กระจกเงาแตกออกเป็วงกว้างเผยให้เห็นเงาของคนที่นั่งอยู่บิดเบี้ยวไปตามแสงสะท้อน เธอหัวเราะร่วนก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบเศษกระจกอันคมกริบออกมาหนึ่งชิ้น มองมันด้วยสายตารักใคร่ราวกับมันเป็ของรักของหวง
เสียงฟ้าผ่าดังปัง!
กระจกชิ้นนั้นถูกปาดเข้าที่คอของหญิงสาว ไม่มีเสียงร้อง ไม่มีเสียงโอดคราญ มีเพียงเสียงหัวเราะหึหึในลำคอที่เืกำลังพุ่งกระฉูดออกมาตามจังหวะการเต้นของชีพจรที่ค่อยๆเบาลง...เบาลงทุกวินาที
...แล้วฉันจะกลับมา...แล้วฉันจะกลับมา...แล้วฉันจะกลับมา...
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด...”
กลุ่มนักเรียนสาววงใหญ่แตกฮือทันทีที่ฟังเื่เล่าตำนานของโรงเรียนจบ คนเล่าหัวเราะชอบใจที่ทำให้เพื่อนตกอกใได้
“โอย...หัวใจจะวาย” หนึ่งสาวในกลุ่มบ่นพลางเอามือทาบอกแล้วถอนหายใจยาวๆ ออกมา
“นั่นสิ...เออ...ว่าแต่มันเป็เื่จริงเหรอ ?”
“จริงไม่จริงไม่รู้ แต่เห็นรุ่นพี่เขาเล่าต่อๆกันมา เขาว่ากระจกบานนั้นถูกเก็บไว้ที่ห้องเก็บของบนหอนอนชั้นสี่ และิญญาของผู้หญิงคนนั้นยังสิงอยู่ที่กระจกนะ ไม่ยอมไปผุดไปเกิดสักที ไม่รู้ทำไม” คนเล่ารีบบอกรายละเอียดที่ได้รู้ต่อมาจากคนอื่นอีกที เพื่อนๆ ฮือฮากันเสียงดังอีกรอบ “นี่ๆ แค่นั้นยังไม่พอนะ เขาว่าถ้าใครอยากได้อะไรให้ไปขอกับกระจกหลังเที่ยงคืน ได้ผลด้วยแหละแก แต่ต่อมาคนที่ขอก็หายตัวไปเสียเฉยๆ”
“หายไปไหนเหรอ” สาวแว่นเอ่ยถามด้วยความสอดรู้
คนเล่ากลอกตาไปมาแล้วจ้องหน้าเพื่อนทีละคน ความเงียบทำให้ได้ยินเสียงลมหายใจของผู้ฟังที่กำลังตื่นเต้นอย่างชัดเจน
“ก็อยู่ข้างหลังแกไง!”
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด...”
แล้ววงก็แตกฮืออีกครั้ง....
ใครจะรู้ว่า...เื่เล่า...มีจริงหรือไม่?
แต่บางครั้ง ‘เื่เล่า’ อาจไม่น่ากลัวเท่า ‘เื่จริง!’