ตอนที่17 รวมครอบครัว
ซ่งเย่หลับตาครู่หนึ่งทบทวนขั้นตอนหยุดเวลาของหลิวเย่
จากนั้นเธอรวบรวมพลังฉีจากรอบกายและส่งเสียงสั่งหยุดทันที“หยุด!”
“วื้บ”
พลันเกิดเหตุการณ์ประหลาดเวลาช้าลงและหยุดนิ่ง!
เมื่อซ่งเย่เห็นทุกสิ่งรอบกายหยุดนิ่งแล้วเธอลุกขึ้นยืนและเดินตรงไปยังหรูย้ง
จากนั้นใช้สันมือฟันกระแทกเข้าที่ต้นคอของหรูย้งด้วยแรงเล็กน้อย
เนื่องจากหากใช้แรงมากเกินไปหรูย้งอาจเสียชีวิตได้
เธอ้าให้หรูย้งนอนสบายไม่ต้องลุกขึ้นมาสร้างปัญหาใดๆให้กับซูฉีอีกต่อไป
เมื่อจัดการเสร็จเรียบร้อยเธอกลับไปนั่งข้างซูฉีก่อนที่จะปลดปล่อยพลังจิตตัดพลังฉีรอบกาย
“วื้บ”เสียงเบาๆดังขึ้นในใจของซ่งเย่
และเหตุการณ์กลับคืนห้วงเวลาเดิม
ในเวลานี้พลันมีเสียงร้องด้วยความใจากพ่อของซูฉี
“โอ๊ะ! เกิดอะไรขึ้น?”
ภาพที่ซูเว่ยมองเห็นคือหรูย้งนอนหมดสติกับพื้นโดยไม่ทราบสาเหตุ
ทุกคนต่างพากันตื่นใ
“เรียกรถพยาบาลเร็วเข้า”เกาเฉินที่ได้สติก่อนใครพลันร้องะโขึ้นมา
“ใช่ๆเรียกรถพยาบาล” ซูเว่ยได้สติแล้วรีบกดโทรศัพท์ของตนเองเพื่อเรียกรถพยาบาลมารับภรรยา
“เกิดอะไรขึ้น?” ซูฉีที่ระงับความเ็ปได้แล้วเธอกวาดสายตามองและถามขึ้นมาอย่างแปลกใจ
“สงสัยจะป่วยจ้ะ”ซ่งเย่ตอบอย่างเรียบเฉย
ในเวลานี้ฟางอันหนิงลูกสาวของหรูย้งกลับจากโรงเรียนพอดี
และเห็นแม่ของตนเองนอนหมดสติพลันกรีดร้องดังด้วยความใ“แม่คะ แม่เป็อะไรไป?”
ซูเว่ยที่สับสนกับเหตุการณ์ตรงหน้าเขาเดินไปเดินมาเหมือนทำอะไรไม่ถูก
ซ่งเย่พยุงซูฉีให้ยืนขึ้นและบอกให้เธอไปพักผ่อน
“ขึ้นไปพักบนห้องอย่าลืมประคบน้ำแข็งด้วยจ้ะ”
ซ่งเย่แนะนำซูฉีให้ประคบน้ำแข็งเนื่องจากใบหน้าเธอบวมจากการถูกตบหน้าโดยพ่อซูฉี
“เข้าใจแล้วจ้ะ”ซูฉีหันหน้ามามองพ่อและแม่เลี้ยงตนเองด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
จากนั้นตัดสินใจเดินขึ้นบันไดกลับห้องนอนตนเอง
“พวกเรากลับเถอะ”ซ่งเย่ชวนเกาเฉินและเป่ยกวงกลับโรงเรียน
นั่นเป็เพราะว่าพวกเขาไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสถานการณ์วุ่นวายของครอบครัวซูฉีได้
ระหว่างทางกลับโรงเรียนเกาเฉินพูดขึ้นมาอย่างสงสัยว่า
“แปลกนะครับทำไมอยู่ดีๆ แม่เลี้ยงของซูฉีถึงได้หมดสติไปแบบนั้น?”
ซ่งเย่ตอบกลับเสียงเรียบว่า“คนป่วย” และเธอไม่ได้อธิบายอะไรกับเพื่อนๆอีก
“ช่างเขาเถอะซูฉีไม่เป็อะไรก็ดีแล้วครับ” เป่ยกวงพูดขึ้นมาอย่างสบายใจ
เมื่อทุกคนมาถึงโรงเรียนซึ่งตรงกับเวลาเลิกเรียนพอดี
ซ่งเย่มองเห็นรถที่ลุงโจวขับมารับเธอจึงบอกลาเพื่อนๆ “ไปก่อนนะคะ”
จากนั้นจึงเดินไปขึ้นรถกับลุงโจวทันที
เกาเฉินมองตามหลังรถยนต์ของซ่งเย่ด้วยสายตาลึกลับ
เมื่อซ่งเย่กลับมาถึงวิลล่าและพบว่าพ่อตนเองยังไม่กลับมา
จึงเดินขึ้นชั้นบนและอ่านหนังสือทางการแพทย์เพิ่มเติม
จนกระทั่งพ่อของเธอกลับมาถึงวิลล่าเวลา20.30 น.
“ก๊อก ก๊อก”แม่บ้านหลี่เคาะประตูห้องของซ่งเย่
“มีอะไรหรือคะ?”ซ่งเย่กำลังอ่านหนังสือเพลินจนไม่ได้สังเกตว่าพ่อกลับมาแล้ว
เมื่อเห็นแม่บ้านหลี่มาเคาะประตูห้องเธอจึงถามด้วยความงุนงง
“นายท่านกลับมาแล้วค่ะเห็นว่ามีเื่จะเรียนปรึกษาคุณหนูค่ะ” แม่บ้านหลี่รายงานอย่างนอบน้อม
“เข้าใจแล้วค่ะ”ซ่งเย่พยักหน้ารับคำและเดินตามหลังแม่บ้านหลี่ลงไปหาพ่อตนเอง
“เย่เอ๋อร์ไปเรียนเป็อย่างไรบ้างครับ?”ซ่งซ่านจิงถามด้วยความห่วงใยและไม่กังวล
เนื่องจากเขาได้ประจักษ์ในความสามารถของลูกสาวตนเองแล้ว
และมีความภาคภูมิใจที่เธอเป็ลูกของเขา
แต่ห่วงใยกลัวว่าเธอจะจริงจังกับการเรียนมากเกินไปจนไม่ผ่อนคลาย
“ก็ดีค่ะสัปดาห์หน้าจะไปสอบแข่งขัน 4 วิชาที่เมืองเหอเป่ย ใช้เวลา 2 วันค่ะ”ซ่งเย่ตอบตามจริง
“แข่งอะไรกันครับ?” ซ่งซ่านจิงงุนงงเล็กน้อย
“แข่งขันวิทยาศาสตร์ระดับประเทศและโอลิมปิกค่ะ”ซ่งเย่อธิบายเพิ่มเติมเล็กน้อย
“ลูกสาวพ่อเก่งมากครับเย่เอ๋อร์เยี่ยมจริง!”ซ่งซ่านจิงเอ่ยชมซ่งเย่อย่างไม่ประหยัดถ้อยคำ
“ขอบคุณค่ะ”
“พ่อจะให้ลุงโจวไปรับส่งก็แล้วกันครับ”ซ่งซ่านจิงพยักหน้าและวางแผนเื่คนขับรถ
“ตกลงค่ะ”ซ่งเย่รับคำกับการจัดการของพ่อตนเอง
เย็นนี้สองพ่อลูกทานอาหารด้วยกันสองคน
เนื่องจากหลิวเย่ไปติดต่อภารกิจหุ้นส่วนของบริษัทกับทางกองทัพและการสั่งซื้อเครื่องจักรกลบางประเภท
ซ่งซ่านจิงมีความรู้สึกภาคภูมิใจกับทักษะความสามารถของลูกสาวตนเอง
เพราะเธอสามารถประดิษฐ์และสร้างเครื่องแปรรูปน้ำทะเลให้กลายเป็สารตั้งต้นสำหรับผลิตปุ๋ยได้
มันน่าทึ่ง!
เกินจินตนาการสำหรับคนทั่วไป!
เมื่อซ่งเย่กับพ่อที่ทานข้าวอิ่มแล้ว
ซ่งเย่ย้ำเตือนพ่ออีกครั้ง“เสาร์นี้พ่ออย่าลืมไปรับแม่ด้วยกันนะคะ”
“ไม่ลืม ไม่ลืมพ่อรอวันนี้มานานมากแล้วครับ” ซ่านจิงรับคำและหัวเราะเบาๆอย่างมีความสุข
เขานึกถึงภาพครอบครัวที่มีโอกาสกลับมาอยู่ร่วมกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา
และแอบถอนหายใจที่นึกถึงลูกชายที่เสียชีวิตไปแล้ว
หากพวกเขาอยู่พร้อมกันทั้งสี่คนนั่นคงเป็ความสุขที่แท้จริงของชีวิตเขา
หลังทานอาหารเย็นเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ซ่งซ่านจิงและซ่งเย่แยกย้ายกันไปทำภารกิจส่วนตัว
เวลานี้ซ่งเย่อ่านหนังสือแพทย์แผนตะวันตกครบหมดทุกเล่มที่มี
แต่ปรากฏว่ายังไม่พบวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาคุณตาของเธอ!
ดังนั้นเธอจึงเริ่มศึกษาแพทย์แผนจีนเท่าที่มีในออนไลน์ที่เธอสามารถสืบค้นและแฮ็คข้อมูลได้
ซ่งเย่คิดในใจ“เห็นทีจะต้องไปหาซื้อหนังสือ ร้านตามใจจะมีไหมนะ?”
……….
รุ่งเช้าซ่งเย่ตื่นแต่เช้า04.00 น. เหมือนทุกวันและไปวิ่งออกกำลังกาย
“อรุณสวัสดิ์ครับสาวน้อย”หลิวเย่เมื่อมองเห็นซ่งเย่ระยะไกลเขารีบวิ่งเข้ามาหาเธอและกล่าวทักทายเสียงสดชื่น
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ”ซ่งเย่กล่าวทักทายตอบกลับ
“ใช้เวลาสัปดาห์หนึ่งถึงจะได้คำตอบจากทางกองทัพแต่บริษัทพวกเราสามารถจดทะเบียนได้เลยครับ”
หลิวเย่อธิบายรายละเอียดที่เขาติดต่อกับทางกองทัพกับเธอ
“เข้าใจแล้วค่ะ”ซ่งเย่พยักหน้าเข้าใจ
จากนั้นทั้งสองคนเริ่มอบอุ่นร่างกายด้วยการวิ่งรอบสวนสาธารณะ10 รอบและ
ฝึกฝนทักษะการต่อสู้เหมือนเดิม
วันนี้หลิวเย่ต้องใช้พละกำลังมากถึงหกในสิบส่วน
เขาอดที่จะรู้สึกทึ่งกับพัฒนาการของสาวน้อยไมได้
เพราะเธอแข็งแกร่งและมีความสามารถหลากหลาย
“ไปทานข้าวได้แล้วครับ”หลิวเย่เอ่ยเตือนซ่งเย่เมื่อเห็นเธอยังคงสนุกกับการต่อสู้กัน
“ค่ะ”ซ่งเย่เข้าใจและหยุดการฝึกฝนระหว่างพวกเขา
“ไปสอบที่เมืองเหอเป่ยจะไปรับส่งนะครับ”หลิวเย่รีบบอกเธอทันทีเพราะกลัวโดนว่าที่พ่อตาขัดขวางอีก
“พ่อจะให้ลุงโจวรับส่งค่ะ”ซ่งเย่บอกกับหลิวเย่ตามตรง
“ครับ”หลิวเย่หน้าหงอยทันทีเมื่อถูกกีดกันจากว่าที่พ่อตา
เมื่อทั้งสองคนวิ่งมาถึงหน้าวิลล่าของซ่งเย่
หลิวเย่ตีเนียนทานอาหารเช้ากับเธอเหมือนเช่นทุกวัน
“ทานเยอะๆนะเย่เอ๋อร์”ซ่งซ่านจิงคีบซาลาเปาให้ลูกสาวพลางจ้องมองหลิวเย่เขม็ง
หลิวเย่ได้แต่โอดครวญและหมั่นไส้กับท่าทีของซ่งซ่านจิงพลางคิดในใจ“เฮ้อ หวงมากนัก ระวังเถอะ”
หลังทานอาหารเช้าทุกคนแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตนเอง
หลิวเย่กลับไปอาบน้ำแต่งตัวไปประจำที่ร้านตามใจ
เพื่อสืบค้นหานักฆ่าจากองค์กรKill Angelsที่เข้ามาเมืองกรีนมากผิดสังเกต
ซ่งซ่านจิงติดต่อเื่การจดทะเบียนบริษัทซึ่งทุกคนลงความเห็นร่วมกันว่าชื่อ“บริษัทเทคโนโลยีแห่งอนาคต FutureTechnology
Company : FTC”
ซ่งเย่ไปโรงเรียนโดยมีลุงโจวขับรถมาส่ง
ขณะกำลังจะถึงร้านตามใจซ่งเย่รีบบอกลุงโจวทันทีว่า “ลุงโจวคะ จอดรถหน้าร้านตามใจ”
ลุงโจวใรีบเหยียบเบรกทันทีเพราะปกติเมื่อซ่งเย่ขึ้นนั่งบนรถเธอจะไม่พูดอะไรเลย
ส่วนใหญ่ถ้าไม่ใส่หูฟังก็เปิดหนังสืออ่านเงียบๆ
แต่วันนี้เมื่อได้ยินเสียงของซ่งเย่ทำให้ลุงโจวตื่นใ
เมื่อรถหยุดแล้วซ่งเย่ไม่ได้สนใจกับอากัปกิริยาของลุงโจว
เธอเดินตรงไปยังร้านตามใจทันที
เมื่อเดินเข้าไปและมองเห็นหลี่ซูเต๋อคนเดิมกำลังเคาะแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์อย่างรวดเร็วราวปืนกล!
หากเป็คนทั่วไปคงจะมองไม่ทันแต่สำหรับซ่งเย่เธอจ้องมองด้วยความสนใจกับความเร็วเหนืุ์นั่น
“มีอะไรครับ?”เวลานี้หลี่ซูเต๋อเงยหน้าขึ้นมองเห็นซ่งเย่ เขาจึงถามด้วยความแปลกใจ
“มีหนังสือแพทย์แผนจีนไหมคะ?”ซ่งเย่ถามตรงไปตรงมาทันที
“รอสักครู่ครับ”หลี่ซูเต๋อหาวิธีรับมือกับเธอไว้แล้ว
นั่นคือหากซ่งเย่้าอะไรแปลกๆที่ไม่มีในร้านตามใจ
เขาจะต้องรีบไปถามเ้านายโดยตรง
เมื่อคิดได้เช่นนี้หลี่ซูเต๋อวิ่งเข้าไปหลังร้านทันที
“เ้านายครับเธอ้าหนังสือแพทย์แผนจีน”
หลี่ซูเต๋อรีบรายงานหลิวเย่ที่กำลังนั่งจ้องหน้าจอกล้องวงจรปิดและอมยิ้มอย่างมีความสุข
แต่หลี่ซูเต๋อรู้สึกขนลุกกับพฤติกรรมของเ้านายตนเอง
“ก็บอกไปสิว่ามีเย็นนี้ค่อยมาเอา” หลิวเย่ตอบอย่างไม่กังวลใจเลย
แต่คำตอบของเขากลับทำให้หลี่ซูเต๋อภาวนาในใจถึงความยากลำบากของเพื่อนสนิทเพ่ยเหวินซี!
ที่เพ่ยเหวินซีต้องบินจากเมืองปักกิ่งมาส่งหนังสือที่นี่อีกแล้ว
เมื่อได้คำตอบจากหลิวเย่
หลี่ซูเต๋อรีบเดินออกไปบอกซ่งเย่ที่ยืนรออยู่ในร้านว่า“ของมีแต่รวบรวมให้ก่อน ตอนเย็นค่อยมาเอาครับ”
“ขอบคุณค่ะ” ซ่งเย่พยักหน้าขอบคุณก่อนที่จะหันหลังเดินออกจากร้านตามใจ
“วู้โชคดีนะเพื่อน” หลี่ซูเต๋อผ่อนลมหายใจออกอย่างเห็นใจเพื่อน เพ่ยเหวินซี
จากนั้นหลี่ซูเต๋อโทรแจ้งรายการสิ่งของที่เพ่ยเหวินซีต้องนำมาส่งภายในเย็นวันนี้ก่อนเลิกเรียน
เสียงโวยวายดังลั่นจากปลายสาย“อะไรนะ อีกแล้วหรือ?”
แต่สุดท้ายเพ่ยเหวินซีไม่กล้าขัดคำสั่งของหลิวเย่
เขาตอบตกลงอย่างจำยอมรับชะตากรรมของตนเอง
……….
เวลานี้ซ่งเย่เดินมาถึงหน้าห้องสาม
โดยที่เพื่อนในห้องหลายคนทักทายซ่งเย่อย่างเป็มิตร
เพื่อนนักเรียนหลายคนรู้สึกภูมิใจที่เป็เพื่อนร่วมห้องกับซ่งเย่
เพราะทำให้นักเรียนคนอื่นและห้องอื่นๆอิจฉาที่มีนักเรียนเก่งระดับอัจฉริยะอยู่ในห้องสาม
แต่มีบางคนที่แสดงความเกลียดชังซ่งเย่อย่างตรงไปตรงมา
นั่นคือหรูเพ่ยเพ่ย เพื่อนสนิทของซ่งจูหว่าน!
ซ่งเย่เหลือบมองเห็นซูฉีที่โบกมือให้กับเธออย่างอารมณ์ดี
“เป็อย่างไรบ้างจ้ะ?”ซ่งเย่ถามซูฉีเมื่อเดินถึงที่นั่งของเธอแล้ว
“ขอบคุณมากจ้ะซ่งเย่ถ้าไม่ได้พวกเธอไปช่วย ฉันคงแย่แน่ๆเลย” ซูฉีพูดอย่างรู้สึกผิดกับความประมาทของตนเอง
“มันผ่านไปแล้วจ้ะ”ซ่งเย่เข้าใจความรู้สึกของเพื่อนเป็อย่างดี
แต่เธอไม่รู้ว่าจะปลอบใจเช่นไร
และเธอก็ไม่ได้สนใจที่จะถามถึงเหตุการณ์ที่บ้านของซูฉีเพราะคาดเดาได้ไม่ยากเกินไป
เช้านี้มีเรียนวิชาคณิตศาสตร์สอนโดยอาจารย์อู๋จ้วงจิน และวิชาชีววิทยา สอนโดยอาจารย์จงหยูว่าน
ซึ่งอาจารย์ทั้งสองคนไม่ได้สนใจว่าซ่งเย่จะทำอะไรในห้องเรียน
ทั้งที่มองเห็นว่าซ่งเย่หยิบหนังสือที่ไม่เกี่ยวข้องกับวิชาเรียนนั่งอ่านอย่างจริงจัง
แต่พฤติกรรมของเธอไม่ได้รบกวนเพื่อนนักเรียนคนอื่น
ดังนั้นอาจารย์จึงมองข้ามเธอไป
หรูเพ่ยเพ่ยที่เห็นท่าทางของอาจารย์ทั้งสองแสดงต่อซ่งเย่
ทำให้เธอกำมือแน่นและมีใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความอิจฉาริษยาอย่างแรง
“กริ๊ง กริ๊ง”เสียงกริ่งบอกหมดเวลาเรียน
เกาเฉินและเพื่อนอีกสามคนมารอซ่งเย่และซูฉีที่หน้าห้องเรียนแล้ว
ซูฉีอารมณ์ดีและบอกกับทุกคนว่า“วันนี้ฉันจะเลี้ยงเครื่องดื่มทุกคนเองค่ะ”
เนื่องจากทางโรงเรียนมีอาหารกลางวันฟรีสำหรับนักเรียนอยู่แล้ว
ดังนั้นซูฉีจึงแสดงความขอบคุณเพื่อนๆได้แค่เลี้ยงน้ำอัดลมเท่านั้น
“เยี่ยมไปเลยครับ”เป่ยกวงเป็ตัวแทนเพื่อนชายคนอื่นๆที่พยักหน้าเห็นด้วยกันทั้งหมด
“ขอบคุณทุกคนอีกครั้งค่ะ”ซูฉีหันมายิ้มหวานให้กับเพื่อนชายทั้งสี่คน
ปรากฏว่าทุกคนพร้อมใจกันแซวและล้อเลียนเป่ยกวงเป็พิเศษ“อันที่จริงซูฉีขอบคุณคนเดียวก็พอนะครับ”
ซูฉีที่ไม่รู้กับความคิดของเพื่อนๆจึงรีบโบกมือและพูดอย่างจริงจัง
“ไม่ได้ ไม่ได้ทุกคนช่วยฉัน ดังนั้นฉันต้องเลี้ยงทั้งหมดค่ะ”
“ตามนั้น”ซ่งเย่ตัดบททุกคนก่อนเดินถือถาดไปรับอาหารจากแม่ครัวของโรงเรียน
หลังทานอาหารกลางวันเสร็จเรียบร้อย
ทุกคนเดินเล่นด้วยกันพักหนึ่งก่อนเข้าห้องเรียนเพื่อเรียนอีกหนึ่งวิชา
และเมื่อถึงวิชาอิสระซ่งเย่ ซูฉี เกาเฉิน เทาเอ้อ เป่ยกวง และหวางอ้ายได้รวมกลุ่มกันเพื่อเล่นบาสเก็ตบอล
จนถึงเวลาเลิกเรียนแล้วแยกย้ายกันกลับบ้าน
ตอนเย็นซ่งเย่ให้ลุงโจวแวะจอดรถยนต์ที่หน้าร้านตามใจ
จากนั้นเธอเดินเข้าไปในร้านและมองเห็นหลี่ซูเต๋อพร้อมกับกล่องกระดาษขนาดใหญ่
“เท่าไหร่คะ?” ซ่งเย่ถามถึงราคาหนังสือทั้งหมด
“2,000 หยวนครับ”หลี่ซูเต๋อกัดฟันตอบพลางนึกบ่นเ้านายในใจที่สปอยล์สาวน้อยจนไม่มีขอบเขต
ซ่งเย่ขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างแปลกใจก่อนที่จะหยิบเงินมาจ่ายตามจำนวน
“เดี๋ยวเอาไปส่งที่รถให้ครับ”หลี่ซูเต๋อรีบแสดงน้ำใจทันที
“ไม่เป็ไรค่ะ”ซ่งเย่ปฏิเสธก่อนหอบกล่องขนาดใหญ่โดยเหมือนกับว่าข้างในไม่มีอะไรบรรจุอยู่เลย
“.....”หลี่ซูเต๋อมองเห็นซ่งเย่ยกกล่องได้อย่างสบายใจ เขาพลันอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง
“สาวน้อยเก็บอาการบ้างก็ได้นะ” ด้านหลิวเย่ที่จ้องมองหน้าจอผ่านกล้องวงจรปิดของร้านตามใจ
เขาอมยิ้มและส่ายหัวเบาๆ
ซ่งเย่ทานอาหารเย็นกับพ่อแล้วเธอไม่ได้คุยอะไรกับพ่ออีก
แต่ตรงดิ่งเข้าไปในห้องนอนและตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือแพทย์แผนจีนที่ได้มาใหม่อย่างเพลิดเพลิน
ซ่งซ่านจิงในตอนนี้เริ่มทำความเข้าใจกับพฤติกรรมของลูกสาวตนเองมากขึ้น
หากเธอไม่มีอะไรจะพูดคุยกับเขาเธอจะเดินจากไปทันที
บางครั้งดูเหมือนเธอจะเข้าใจในปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัวแต่บางครั้งก็ดูเหมือนไม่เข้าใจ
ซ่งซ่านจิงได้แต่ปลอบใจตนเองว่าลูกสาวตนเองคงเคยชินกับการอยู่คนเดียวที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามานาน
“หวังว่าเมื่อม่านเอ๋อมาอยู่ด้วยกันเป็ครอบครัวเย่เอ๋อร์จะเข้าหาผู้คนมากกว่านี้”
..........
เช้าวันเสาร์
หลังจากซ่งเย่และหลิวเย่ออกกำลังกายด้วยกันเสร็จแล้ว
ทั้งคู่รีบทานอาหารเช้าเนื่องจากวันนี้พวกเขาจะเดินทางไปรับแม่ของซ่งเย่พร้อมด้วยตายายกลับมาอยู่ด้วยกัน
ซ่งซ่านจิงได้จัดหารถตู้เพื่อที่ทุกคนจะได้นั่งไปด้วยกันอย่างสะดวกสบาย
และเป็การเฝ้าระวังหลิวเย่ไปด้วยในตัว!
หลิวเย่ได้แต่ทำตัวเรียบร้อยยอมรับอย่างจำใจพลางคิดหาทางแยกตัวสาวน้อยไปกับตนเองให้ได้
สามชั่วโมงต่อมารถตู้มาถึงหน้าร้านอาหาร“ม่านเอ๋อ”
ซ่งเย่และหลิวเย่ลงจากรถแต่ซ่งซ่านจิงยังคงลังเลใจ
เนื่องจากเขายังหวาดระแวงว่าภรรยาตนเองจะไล่ให้กลับไป
“พ่อลงมาเถอะค่ะ”ซ่งเย่พูดชวนพ่อตนเองให้ลงจากรถ
ซ่งซ่านจิงพลันรวบรวมความกล้าก่อนจะก้าวลงจากรถตู้
เมื่อทุกคนเดินเข้าไปในร้านพลันเห็นข้าวของถูกเก็บใส่กล่องและถุงจำนวนมาก
“เย่เอ๋อร์มาแล้วหรือหลานรัก”เสียงหญิงชราทักทายซ่งเย่อย่างตื่นเต้น
“ค่ะคุณยาย”ซ่งเย่เดินเข้าไปหาหญิงชรา
ทันใดนั้นม่อฮวากอดซ่งเย่ด้วยความคิดถึง
แต่ซ่งเย่ตัวแข็งทื่อทันทีด้วยความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคยกับการที่มีใครถูกเนื้อต้องตัวเธอ
“โอ้! ขอโทษทีหลานรัก ยายลืมตัวไปหน่อย”ม่อฮวาที่ััได้ว่าซ่งเย่ตัวแข็งค้าง
เธอรีบคลายอ้อมกอดและถอยออกมาเล็กน้อยอย่างเขินอาย
“ไม่เป็ไรค่ะ”ซ่งเย่กลัวยายตนเองจะคิดมากจึงรีบพูดให้สบายใจทันที
เวลานี้เส้าม่านเอ๋อเดินลงบันไดมาจากชั้นบน
เมื่อมองเห็นซ่งเย่หลิวเย่ และซ่งซ่านจิง
เธอเลือกที่จะเดินเข้าไปหาลูกสาวสุดที่รักของตนเองและกอดเธอหลวมๆก่อนที่จะลูบหัวเธอด้วยความคิดถึง
“เย่เอ๋อร์เหนื่อยไหมลูก? ทานอะไรกันมาแล้วหรือยังจ้ะ? แม่เตรียมทำอาหารไว้รออยู่นะ”
“อาหารเช้าทานมาแล้วค่ะ”ซ่งเย่ตอบตามจริงพลางหันหน้าไปมองพ่อที่ไม่กล้าเดินเข้ามาหาภรรยาของตนเอง
เส้าม่านเอ๋อที่มองเห็นท่าทางของลูกสาวตนเองเป็อย่างนั้น
เธอเข้าใจแต่ไม่้าเป็ฝ่ายพูดอะไรก่อนเพราะยังมีความรู้สึกโกรธหลงเหลืออยู่บ้าง
ซ่งซ่านจิงสูดลมหายใจอย่างแรงก่อนที่จะพูดขึ้นมา“ม่านเอ๋อ คุณสบายดีไหมครับ?”
หลิวเย่ที่เป็เหมือนคนนอกครอบครัวได้แต่ส่ายหัวเบาๆให้กับว่าที่พ่อตา
“สบายดีเมื่อเห็นเย่เอ๋อร์”ม่านเอ๋อตอบไม่ตรงคำถามของอดีตสามีแต่ตรงกับใจของเธอเอง