1
ช็อคหรือช็อต
เจ็ดปีต่อมาเย็นย่ำวันหยุดสุดสัปดาห์สุดท้ายของเดือน…
อาทิตย์อัสดงสวยดีแต่สำหรับคนที่เพิ่งออกทุกข์ได้ไม่นานก็ยังคงหดหู่ไม่น้อยกับภาพตะวันลับขอบน้ำ...ชีวิตคนเรามีขึ้นมีลงเหมือนดวงอาทิตย์ แต่ถ้าตายดับก็คงไปแล้วไปลับไม่กลับมาเหมือนอรุณรุ่งอีก หญิงสาวถอนใจเฮือกหยุดเท้าไว้บนพื้นทรายก่อนจะได้ััน้ำทะเลสองแขนยกขึ้นประสานกอดอกโชว์เรือนร่างเพรียวงามในชุดกระโปรงยาวสีขาว
ดวงตาสีเข้มมองเหม่อไปยังท้องทะเลกว้างใหญ่และแสงสุดท้ายแห่งวัน...ั้แ่วันที่พ่อจากไปอย่างไม่มีวันกลับ ชีวิตของเธอก็มีแต่เื่วุ่นๆ ไหนจะกิจการที่กำลังขยายตัวขึ้นเรื่อยๆคนงานหลายชีวิตต้องดูแลแต่นั่นยังไม่น่าหนักใจเท่าสองชีวิตที่อยู่ใต้หลังคาบ้านเดียวกันกินข้าวหม้อเดียวกันแต่ทะเลาะกันแทบจะทุกวัน ล่าสุดนี่รุนแรงถึงขั้นที่เธอต้องออกจากบ้านมาหาที่สงบพักจิตพักใจ
‘หนูไม่ได้ใจดำ แค่ไม่อยากใจดีพร่ำเพรื่อ พ่อเห็นด้วยกับหนูใช่ไหมคะ’คนหนักใจกระซิบไปกับคลื่นลมแล้วถอนใจ หันหลังกลับแต่ต้องชะงักเท้าไว้กับเสียง...
ตุ๊ด...ตุ๊ด... ตุ๊ด... ครืดดดด... ครืดดดด
เสียงอะไร...หญิงสาวหันซ้ายแลขวามองหาที่มาของเสียงประหลาด ก้าวเท้าไปใกล้เรื่อยๆจนได้เห็นความสั่นไหวบนพื้นทราย ใครมาทำโทรศัพท์หล่นไว้แถวนี้แล้วเสียงริงโทนนี่นะ รำคาญเสียงดังหรือี้เีคิดเอามากๆ ขนาดนี้เลยเหรอมือขาวเรียวยื่นไปหาวัตถุสีทองก่อนชะงักหยุดเมื่อคิดไปถึงภัยใกล้ตัวที่มาในรูปแบบต่างๆเพิ่งเห็นข่าวไม่กี่วันเื่ยาสลบที่อาบมากับสินค้าบางอย่าง แค่ยื่นมือไปแตะก็ติดกับนี่ก็อาจจะเป็อุบายหนึ่งของพวกมิจฉาชีพก็ได้
หญิงสาวตั้งท่าจะหันกลับแต่เท้าก็ชะงักไว้อีกครั้งเมื่อคิดไปอีกมุม...ถ้านี่ไม่ใช่เหตุการณ์ล่อลวงของพวกขยะสังคมถ้าคนที่โทรเข้ามาเป็เ้าของเครื่องที่ทำหล่นไว้จริงๆ ถ้าเธอไปทำโทรศัพท์หล่นไว้ที่ไหนแล้วติดต่อเอาคืนไม่ได้ก็คงเสียดายแย่สมัยนี้ใครๆ ก็มักจะเก็บอะไรต่อมิอะไรไว้ในโทรศัพท์ส่วนตัวทั้งนั้น
เอาก็เอาวัดใจกันสักตั้ง...หญิงสาวหันซ้ายแลขวาอีกครั้งก่อนเดินไปหาเปลือกหอยขนาดพอเหมาะกลับมานั่งยองๆกอดเข่าประจัญหน้ากับเ้าโทรศัพท์ที่ยังส่งเสียงตุ๊ดๆ และสั่นครืดๆจิ้มเปลือกหอยไปตรงสัญลักษณ์รับสายและจิ้มเปิดลำโพงเธอจะไม่ยอมแตะต้องเ้าสิ่งนี้เด็ดขาดและการทำแบบนี้ก็ไม่เสี่ยงทิ้งลายนิ้วมือไว้บนวัตถุต้องสงสัยอีกด้วย
“ฮัลโหลฮัลโหล ได้ยินไหมครับ”
เสียงเข้มที่ดังออกมาทันทีทันใดทำให้หญิงสาวเผลอห่อปาก...เสียงหล่อใช้ได้ทีเดียว แต่คนเสียงหล่อใช้จะหน้าหล่อทุกคนเสียหน่อย
“ได้ยินค่ะ”
“ผมเป็เ้าของโทรศัพท์คุณเก็บโทรศัพท์ของผมได้ใช่ไหม”
“ยังไม่ได้เก็บค่ะเพิ่งเจอตอนมันร้องตุ๊ดๆ นี่แหละ” เื่อะไรจะรับสมอ้างให้เข้าตัว
“โอเคยังไงก็ขอบคุณมากที่รับสายผม แล้วตอนนี้คุณอยู่ไหน เอ่อ ผมหมายถึงโทรศัพท์ของผมน่ะมันไปหล่นอยู่แถวไหน”
“ที่ไหนสักแห่งบนหาดทรายแก้ว”ตอบแบบแอบกวนเล็กน้อยเพื่อหยั่งเชิงอีกฝ่ายถ้อยคำที่ติดจะห้วนและไร้หางเสียงของเขาลดเสน่ห์เนื้อเสียงหล่อไปเกือบครึ่ง
“โอเคผมพอนึกออกแล้ว คุณรออยู่ตรงนั้นนะ ผมจะรีบไป”
“ทำไมฉันต้องรอ”ยียวนกลับไปเมื่อโดนอีกฝ่ายออกคำสั่งราวกับวางอำนาจคนเสียงหล่อเงียบไปอึดใจก่อนตอบกลับกลั่วเสียงหัวเราะ
“เพราะ์ทรงโปรดคุณแล้วนะสิ”
“ยังไงคะ”คำถามหลุดออกไปพร้อมเสียงหัวเราะในลำคอ
“โปรดให้ผมอยากเห็นหน้าคุณใจแทบขาดอยู่นี่ไงผู้หญิงอะไรเสียงหวาน พูดจาไพเราะ แถมน้ำใจงามนี่ถ้าได้เห็นหน้าค่าตาแล้วถูกโฉลกปิ๊งปั๊งขึ้นมานี่ผมขอเดทเลยนะ”
เหอะ...ช่างประชดประชัน ลื่นเป็ปลาไหลใส่สเก็ตส่อแววเ้าชู้ั้แ่ยังไม่เห็นหน้าเลยนะพ่อคู้ณอย่างนี้ต้องรอดูหน้าซะหน่อยจะได้บันทึกภาพลงแฟ้มบุคคลไม่น่าคบ
“ได้ฉันจะรออยู่ตรงนี้ แต่ถ้าฉันเห็นหน้าค่าตาคุณแล้วเกิดช็อคขึ้นมาช่วยจ่ายค่ารักษาให้ด้วยก็แล้วกัน”
“ได้จะค่ารักษาหรือค่ารักคุณผมก็ยินดีจ่ายแค่อย่าให้ผมเป็ฝ่ายช็อคตายตอนเห็นหน้าคุณซะก่อนเป็พอ”
“ไม่มีทางยะฉันสวย”
“โอ้!ชักอยากเห็นหน้าเร็วๆ แล้วสิ”
คนสวยย่นจมูกใส่โทรศัพท์เอียงคอมองโทรศัพท์บนพื้นทรายที่เงียบกริบไปอึดใจใหญ่อย่างหนึ่งสงสัย...สายหลุดหรืออะไร
“นี่คุณยังอยู่หรือเปล่า”
“อยู่ครับคนสวยอยู่ใกล้ๆ นี่แหละ ไหนลองหันหน้ามาให้ผมยลโฉมหน่อยสิว่าสวยโลกตะลึงหรือเปล่า”
หญิงสาวหนาววูบไปทั่วสันหลังทั้งที่เธอไม่ควรรู้สึกแบบนั้นแต่เพราะพลังเสียงที่ดังอยู่เหนือศีรษะและกระแสอะไรสักอย่างที่แผ่กระจายอยู่ด้านหลังทำให้รับรู้ถึงภัยคุกคามทั้งที่มันไม่น่าจะใช่ นี่มันเร็วเกินไป แต่อย่าบอกนะว่า...
“หันมาสิครับคนสวยจะได้รู้กันไปข้างว่าคุณกับผม ใครจะช็อคใครจะช็อต”
คนสวยหันมองโดยเจตนาเริ่มจากมองต่ำกะพริบตาปริบใส่ขนหน้าแข้งดกดำบนผิวขาวๆ ที่มีกล้ามเนื้อแน่นเต็มอยู่ต่ำกว่าระดับขากางเกงสามส่วนสีเขียวขี้ม้า ค่อยๆเลื่อนสายตาขึ้นไปตามความยาวของ่ขาจนพบเข้ากับลอนซิกแพคและแผงอกแน่นตึงระหว่างรอยแยกของกระดุมเสื้อเชิ้ตที่อยู่ในรังดุมเพียงสองเม็ดล่างไอร้อนปะทุขึ้นหน้าอย่างห้ามไม่อยู่แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เธอหยุดสายตาหรือเหลียวไปทางอื่น
อินทิราหวันวัฒนา เลือนสายตาสูงขึ้นไปจนเกือบจะได้แหงนหน้าคอตั้งบ่าแต่มันก็คุ้มค่าเพราะสิ่งที่เธอได้พบคือใบหน้าที่ก้มลงมารอให้มองสำรวจ ริมฝีปากหยักสวยราวกับรูปกระจับกำลังยกยิ้มมุมปากมันเป็ลักษณะการยิ้มของคนเ้าเล่ห์อย่างไม่ต้องสงสัยไหนจะจมูกเรียวโด่งเอาการกับผิวหน้าขาวเนียนกระจ่างราวเด็กประถมและดวงตาคมกริบคู่เรียวสองชั้นแบบแอบหลบในนิดๆ
...นี่มันพระเอกซีรีย์เกาหลีชัดๆมาเที่ยวเมืองไทยเมื่อไหร่ทำไมเธอไม่รู้…
ธานินทร์วราเวศกุล ก็อยู่ในอาการคล้ายคลึงกัน...ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเพ่งมองใบหน้าสวยพิศผ่านแสงตะวันสีแสดช่างดูมีมิติฉายรัศมีเจิดจ้าผิวหน้าผิวกายที่ขาวผุดผ่องยามต้องแสงให้ความรู้สึกนุ่มนวลชวนััไหนจะปลายจมูกมนสวยกับริมฝีปากได้รูปอิ่มเต็มสีหวานที่กำลังเผยอขึ้นหน่อยๆนั้นก็ทำให้ผู้ชายกลายเป็ใบ้เอาง่ายๆ เพราะสมองมัวแต่วาดภาพเพลิดไปไกลเหมือนเขาตอนนี้ที่คิดอะไรไม่ออกนอกจากถามตัวเองว่ารสจูบของผู้หญิงคนนี้จะหวานซ่านทรวงสักแค่ไหน
...นางแบบโฆษณารีเจนซี่มาทำอะไรอยู่ตรงนี้คนเดียวรอเพื่อน รอแฟน หรือว่ารอผม...
อินทิราขบฟันนิ่งชาวูบไปทั่วร่างทันทีที่โค้งคิ้วหนาเฉียงขึ้นสูงบนดวงตาพราวๆ คู่นั้นยักขึ้นยักลง ริมฝีปากคนเ้าเล่ห์ก็เหยียดยิ้มมากขึ้นคงขบขันอาการอึ้งรัปประทานของเธอสินะ...
ร่างเพรียวรีบผุดลุกขึ้นยืนเทียบความสูงแล้วเชิดหน้าขึ้นให้มากพอจะได้ประจัญหน้ากับเขาเธอค่อนข้างมั่นใจในส่วนสูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเิเของตัวเองแต่สำหรับผู้ชายที่สูงหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเิเอย่างธานินทร์ย่อมไม่ครณาเพราะสิ่งที่เขาทำเมื่อหญิงสาวยืนขึ้นตรงหน้าก็คือกวาดตามอง
จุๆแม่เ้าประคุณรุนช่อง เพราะแสงสว่างน้อยเกินไปหรือไงเขาถึงหาที่ติบนเรือนร่างของผู้หญิงคนนี้ไม่เจอ...แต่ก็นะ เธอใส่เสื้อผ้าครบชุดอยู่อย่างนี้ อย่าเพิ่งฟันธงสิวะพวก!
“ช็อคหรือช็อตครับ”คนไม่อยากเป็ใบ้นานพยายามเค้นเสียงออกไป เขาผ่านผู้หญิงสวยๆมาตั้งเท่าไหร่ไม่น่าจะมาใบ้รับประทานเอาตอนนี้
“เฉยๆค่ะ” แอบกัดฟันตอบเมื่อเห็นสายตาช่างสำรวจของเขาก่อนเอียงหน้าเล็กน้อยซัดสายตาลงไปยังพื้นทราย “นั่นโทรศัพท์ของคุณ หมดธุระแล้วฉันขอตัว”
“ไม่รับรางวัลหน่อยหรือครับคุณ... คนสวย”
หนุ่มปากหวานน้ำใจงามเอ่ยเทียบเคียงถามชื่อแซ่แต่เมื่อคนสวยไม่หลวมตัวตอบเพราะกำลังเบิกตามองมาราวต้องคาถานะจังงังก็ได้แต่ยกยิ้มมุมปากส่งไปให้คนที่รู้ตัวว่ารูปงามราวพระเอกหนังมั่นใจเต็มที่ว่าจะไม่มีสาวใดปฏิเสธสินน้ำใจจากเขาเพราะสิ่งที่เขามีนั้นน้อยนักที่ผู้หญิงจะมองข้ามเธอคนนี้หลงรูปลักษณ์ภายนอกของเขาชัวร์แต่ทำฟอร์มจัด ผู้หญิงบางประเภทจะเป็แบบนี้วางฟอร์มนิดๆ หน่อยๆ ให้ตัวเองน่าสนใจ เขาไม่ค่อยชอบผู้หญิงเล่นตัวนัก แต่นานๆจะเจอคนสวยจัดที่คู่ควรกับการเล่นตัวอย่างนี้ค่อยน่าเล่นด้วยหน่อย
“ฉันไม่ได้ทำความดีความชอบอะไร”และคุณก็ดูไม่น่าจะเป็ผู้ชายใจบุญเลยสักนิด
“ก็คุณช่วยทำให้ผมเจอโทรศัพท์ได้เร็วขึ้นไง”สายตาคมเหล่มองวัตถุสีทองบนพื้นทรายก่อนยัดโทรศัพท์สีดำเครื่องเล็กที่สำรองไว้ใส่ยามฉุกเฉินใส่กระเป๋ากางเกงแล้วโน้มกายลงไปเก็บเครื่องมือสื่อสารที่มีความสำคัญต่อการงานและชีวิตประจำวันของตนขึ้นมาปัดฝุ่นทรายออกเบาๆ
นิ้วมือเรียวยาวที่ขยับไปมาอยู่ตรงหน้าทำให้อินทิราเผลอมองเพลินยอมรับว่าผู้ชายตรงหน้าเธอนี่สวย เอ้ย! หล่อดูดีมีเสน่ห์ไปทุกสัดส่วน ใบหน้าหล่อหวาน ดวงตาพราวระยับรูปร่างสูงใหญ่แต่ดูปราดเปรียวสัดส่วนเรือนกายไร้ไขมันส่วนเกินแบบคนออกกำลังกายสม่ำเสมอไม่ว่าจะมองมุมไหนส่วนใดก็อิ่มตาอิ่มใจไปซะหมดผู้ชายลักษณะแบบนี้แหละที่จัดอยู่ในประเภทอาหารตา ยิ่งมองนานๆ ยิ่งน่า…
“ว่าไงครับ”
“...!”คนคิดเตลิดถึงกับสะดุ้งหลุดจากภวังค์ด้วยคำถามนั้น
“แหมใจลอยไปถึงไหนครับคนสวย หรือว่ากำลังคิดอะไรมิดีมิร้ายกับร่างกายของผมอยู่”
อาการหน้าร้อนหูชาเกิดขึ้นทันทีคนไม่อยากยอมรับความจริงรีบหันตัวหนีหวังจะยุติสถานการณ์เสี่ยงที่จะเลยเถิดกับผู้ชายแปลกหน้าด้วยการหันหลังให้เหมือนที่เธอเคยทำมาแล้วหลายต่อหลายครั้งกับผู้ชายหลายต่อหลายคนแต่สิ่งที่อินทิราไม่คาดคิดก็คือผู้ชายคนนี้ไม่เคยถูกผู้หญิงหันหลังให้และเขาไม่ยินดีให้เธอเป็คนแรก!
“เดี๋ยวสิครับ”ธานินทร์รีบก้าวไปดักหน้า “เอาเป็ว่าให้ผมเลี้ยงข้าวตอบแทนสักมื้อก็แล้วกัน” ดวงตาคมกริบตวัดมองมาพร้อมคำบอกกล่าวทำเอาคนที่ไม่อยากมีปัญหากับผู้ชายแปลกหน้าเผลอย่นหัวคิ้วเงยมองหน้าตัวปัญหาผู้ชายคนนี้ไม่คิดจะถามหาความคิดเห็นจากเธอหรือขอคำตอบสักนิดเขาสรุปไปแล้วเสร็จว่าเธอต้องให้เขาเลี้ยงข้าวสักมื้อ
“ไม่ค่ะฉันไม่ทานข้าวมื้อค่ำ กลัวอ้วน” เจตนาเลือกคำปฏิเสธสไตล์ผู้หญิงน่าเบื่อน่ารำคาญโดยหารู้ไม่ว่าผู้ชายตรงหน้าเธอนี่ไม่เคยเบื่อหรือรำคาญผู้หญิงรักสวยรักงามเลย
“งั้นของว่างหรือเครื่องดื่มเบาๆ”
“สรุปคือคุณขอเดทกับฉัน”เธอคลี่ยิ้มยียวนใส่ดวงตาที่โน้มลงมาใกล้เพื่อความประชิดใบหน้าตาต่อตาสบกันนิ่งอย่างที่ไม่มีใครคิดหลบ
“ถ้าคุณจะกรุณาให้เกียรติผมสักคืน เอ้ย! สักมื้อ”
“อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่เชียวนะคุณ!”ทำตาดุย้อนกลับรวดเร็ว ผู้ชายเ้าชู้นี่ต้องโชว์แววชีกอใส่ผู้หญิงทุกคนที่มีโอกาสเลยหรือไงนะ
แล้วอยากเห็นมากกว่าลิ้นไหมล่ะครับคนสวย...หนุ่มอารมณ์ดีขยิบตาให้ ยืดกายขึ้นเต็มความสูงแล้วยืนกอดอกสบตาต่อชักถูกใจสาวสวยตรงหน้าขึ้นมาอักโข แต่ก็นะผู้ชายอย่างเขาไม่เคยไม่ถูกใจสาวสวยคนไหนเลยให้ตาย ยิ่งเธอคนนี้แค่มองผ่านแสงพลบค่ำยังสวยบาดตารูปทรงใบหน้าบ่งชัดว่าไร้รอยมีดหมอ รูปร่างก็สมส่วนได้มาตรฐานนางสาวไทยอกเอวสะโพกรับกันอย่างเหมาะเจาะจนน่าจับถอดเสื้อผ้าสำรวจดูว่าสวยแท้ั้แ่แม่ให้มาหรือเพิ่งพาศัลยกรรมกี่มากน้อย
“ตกลงว่าไงครับ”
“ตกลงว่าแยกกันตรงนี้ค่ะบาย” ยักไหล่แล้วตัดสินใจหันหลังให้อีกครั้งคนสวยรวยเสน่ห์อย่างเธอพบเจอผู้ชายประเภทนี้มาแล้วนักต่อนักต่อให้คนนี้จะหล่อจัดคารมแจ๋วควรค่าแก่การหลงเสน่ห์แต่อย่าหวังว่าจะได้สาวมั่นดีกรีมหาบัณฑิตอย่างเธอไปเป็ตุ๊กตาหน้ารถหรือของเล่นฆ่าเวลาเสียให้ยาก
“นี่คุณ!”
อาการหน้าชาเป็อย่างไรเพิ่งได้รู้สึกก็วันนี้เพลย์บอยพันล้านที่ไม่เคยถูกผู้หญิงเมินใส่ ไม่เคยมีใครปฏิเสธนัดแถมกิริยายักไหล่หันหลังให้ยิ่งไม่เคยเจอ หนุ่มหล่อ โสดรวย นามสกุลดังอิทธิพลคับบ้านคับเมืองชนิดที่ผู้หญิงร้อยทั้งร้อยยอมให้ทุกกรณีเพื่อหวังจะได้เป็คนโปรด! แล้วดูผู้หญิงที่เขาอยากลองโปรดคนนี้สิ! เป็ใคร! มาจากไหน!นักท่องเที่ยงหรือคนต่างถิ่นหรือไงถึงไม่รู้จัก ‘ต้า วราเวศ’ คนนี้!
สองขายาวๆก้าวย่างตามไปอย่างฉุนจัดก่อนจะชะงักเมื่อคิดได้ว่าคนอย่างเขาไม่เคยเดินตามหลังผู้หญิงยิ่งเป็การเดินเข้าหาในลักษณะตามตื้อยิ่งไม่เคย เมื่อกี้ก็เผลอไปแล้วครั้งหนึ่งแต่ความคิดบ้าๆ อะไรกันที่ทำให้เขาต้องเร่งฝีเท้าก้าวตามติดไปอีกครั้งคงเพราะคิดแก้ต่างให้ตัวเองได้แล้วว่าผู้ชายอย่างเขาจะไม่ยอมให้ผู้หญิงคนไหนมาสะบัดหน้าใส่เด็ดขาดอย่างน้อยต้องทำให้เธอรู้สักหน่อยว่าคนอย่างเขาลองได้ตั้งใจทำอะไรแล้วต้องสำเร็จ!
แล้วนี่เขาตั้งใจจะทำอะไร...อย่าบอกนะว่าเพราะริมฝีปากอิ่มเต็มของเธอเป็แรงผลักดันให้เขาทำแบบนี้!
“โอ้ย!อะไรกันคุณ” ร่างระหงที่ก้มหน้าเดินถูกคว้าข้อมือกระชากกลับหลัง
“คุณพักที่นั่น?”คนถือวิสาสะฉุดสาวพยักหน้าไปยังอาคารสูงสี่ชั้นของรีสอร์ตชื่อดังประจำหาด เดาได้ไม่ยากเพราะทิศที่เธอมุ่งไปก็คือทิศเดียวกับที่เขาเพิ่งจากมา
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณปล่อยมือฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ” อินทิรากระชากเสียงย้อน พยายามบิดข้อมือออกจากแรงบีบรัดไม่นึกไม่ฝันว่าจะหนีร้อนมาเจอร้อนกว่า คนที่บ้านถึงจะทะเลาะโต้เถียงกันขนาดไหนก็ไม่เคยถึงเนื้อถึงตัวแต่อีตานี่เพิ่งเจอหน้ากันครั้งแรกแท้ๆ ช่างกล้า!
“ผมจะให้รางวัลคุณไงมานี่” ลองได้จับแล้วนึกหรือว่าจะปล่อยง่ายๆยิ่งเนื้อนิ่มแต่ฤทธิ์เยอะแบบนี้ต้องสั่งสอนให้หลาบจำทีหน้าทีหลังจะได้ไม่มาทำท่ายโสโอหังกับเ้าถิ่น
“เอ๊ะคุณ!ปล่อยฉันนะ”
มหาบัณฑิตสาวปรี๊ดแตกเมื่อเจอหนุ่มมาดผู้ดีสวมบทเถื่อนใช้กำลังคุกคามพยายามดิ้นรนหลีกหนีการลากจูงไปยังสวนสนต้นเตี้ยที่เ้าของสถานที่ตัดแต่งไว้เพื่อให้ร่มเงาริมหาดทุกต้นใหญ่โตมีอายุหลายสิบปีแต่กลับไม่สูงชะลูดเพื่อจะได้ไม่บดบังทัศนียภาพชายหาดและท้องทะเลเมื่อมองลงมาจากห้องพักของรีสอร์ต
“ไม่ปล่อยไม่เคยได้ยินเหรอ ไอ้ที่เขาว่าอย่าถือคนบ้าอย่าว่าคนเมาตอนนี้คุณก็รู้แล้วว่าผมบ้าเลยอยากบอกต่ออีกหน่อยว่าผมเพิ่งกรึบออนเดอะร็อคมาหมาดๆฉะนั้นผมจะทำอะไรคุณก็ห้ามโวย”
ทุกกิริยาประกอบคำพูดของธานินทร์คือการฉุดกระชากหญิงสาวในการจับกุมลึกเข้าไปใต้ร่มเงาสนเล็งเป้าไปยังลำต้นใหญ่สุดแล้วจับผลักให้ไปยืนพิงสองมือเปลี่ยนไปล็อคสองไหล่อย่างรวดเร็วแ่า สองเท้ากางออกปักหลักอย่างมั่นคงร่างหนาหันหลังให้แสงตะวันบดบังทุกความสว่างเหลือไว้เพียงเงามืดที่ทำให้คนเผชิญหน้ากลัวจับใจ
“คุณจะทำอะไร”อินทิราพยายามรวบรวมสติ ถ้าตอนนี้เธอกำลังเผชิญหน้ากับคนบ้าและคนเมาจริงการดิ้นรนโวยวายอย่างขาดสติก็รังแต่จะส่งผลร้าย
แต่ใจหนึ่งก็พยายามคิดว่าเขาแค่ขู่เพราะโมโหที่ถูกเธอปฏิเสธ ผู้ชายคนนี้ดูดีมีราศีเกินกว่าจะพวกขี้เหล้าเมายาแต่ถ้าเป็เพลย์บอยระดับหกดาวก็พอได้องค์ประกอบหลายอย่างในตัวผู้ชายตรงหน้าบอกเธออย่างนั้น เขาดูดี สะอาดกลิ่นกายหอมอบอวลด้วยน้ำหอมเกรดดี เสื้อผ้าของใช้ก็แบร์นดแท้ทุกชิ้นแต่คนรวยไม่ได้แปลว่าคนดีและไม่ว่าจะยังไงก็ตามสถานการณ์ตอนนี้ชวนเสี่ยงอันตรายทั้งสิ้น
“ก็บอกแล้วไงว่าจะให้รางวัล”เขายังยืนยันความตั้งใจเดิมมุมปากหยักสวยยกยิ้มอย่างถูกอกถูกใจที่ไม่เห็นอาการต่อต้านจากสาวสวยตรงหน้าอีกแล้ว...เห็นไหมล่ะ ผู้หญิงร้อยทั้งร้อยขอให้เขาได้ถูกเนื้อต้องตัวเข้าหน่อยเถอะเป็อ่อนระทวยทุกราย
“ก็บอกแล้วว่าไม่อยากได้”เธอว่าเสียงเย็น
“แต่ผมอยากให้”เขาย้อนเร็วและเริ่มร้อนกับสายตาเ็าที่มองมา มันทั้งไม่คุ้นเคยและไม่อยากเห็น
“คุณคะคุณไม่จำเป็ต้องมาเซ้าซี้ฉันด้วยเื่นี้เลยนะ”
“ผมไม่ได้เซ้าซี้!”ให้ดิ้นตายเถอะ ั้แ่เกิดมายังไม่เคยมีใครกล้าใช้คำคำนี้กับเขาเลยและคนอย่างเขาไม่เคยคิดจะเซ้าซี้ผู้หญิงคนไหนในโลกแค่อยากจะสั่งสอนผู้หญิงคนนี้เท่านั้น
“แล้วคุณกำลังทำอะไร”
“ก็...บอกแล้วไงว่าอยากให้รางวัล ผมใจดีขนาดนี้คุณยังเล่นตัวอีก”เหตุผลเดิมยังถูกยกมาอ้างประกอบการต่อว่าในความเื่มากของเ้าหล่อน
“ฉันไม่ได้เล่นตัว”อินทิราโต้ไปแล้วสูดลมหายใจเข้าลึก ผู้ชายหลงตัวเองยียวนกวนประสาทไม่คู่ควรแก่การใช้อารมณ์ร่วม ไม่คุ้มกับการล้อเล่นสติปัญญาและการเอาตัวรอดด้วยเหตุผลต่างหากที่เธอควรงัดมาใช้ต่อกร
“ฟังนะคะมันเป็แค่เหตุบังเอิญที่ฉันไปยืนอยู่แถวนั้นถ้าคุณไม่โทรเข้ามาฉันคงไม่เห็นโทรศัพท์ของคุณด้วยซ้ำเพราะฉะนั้นฉันไม่สมควรจะรับรางวัลจากคุณแต่ถ้าฉันเก็บโทรศัพท์ได้แล้วประกาศตามหาเ้าของจนคุณได้รับของคืนนั่นต่างหากที่ฉันควรได้รางวัล”
“แต่ผมอยากให้เื่มันจบแค่วันนี้ไม่อยากให้คุณมาลำเลิกบุญคุณกันทีหลัง” คนเกือบกลอกตาขึ้นฟ้ากับเหตุผลยาวเหยียดยังหาทางโต้กลับได้อย่างรวดเร็ว
“ฉันไม่ทำแบบนั้นหรอกน่า”มันน่าโมโหเสียจริง ลื่นไถลไปเรื่อยเลยผู้ชายคนนี้
“ไอ้ผมมันเชื่อคนยาก”
“เอ๊ะ!แล้วจะเอายังไง” คนพยายามใจเย็นเผลอขึ้นเสียง...ใช้เหตุผลกับคนประเภทเอาสีข้างเข้าถูนี่เปลืองพลังงานสมองจริงๆ
“รับรางวัลจากผม”
“งั้นก็เอามาจะได้จบๆ กันไปซะที ฉันไม่อยากเถียงกับคุณแล้ว” อินทิราถอนใจเฮือกแบมือหราไปรอรางวัลเพื่อตัดปัญหา คิดว่าเอาเงินก้อนนี้ไปทำบุญสะเดาะเคราะห์ท่าจะดี
ธานินทร์ก้มมองผ่ามือบางแม้แสงสว่างจะน้อยนิดแต่เขาก็ยังอุตส่าห์สังเกตเห็นว่าปลายเล็บเรียวที่ยื่นยาวออกมาเกือบหนึ่งเซ็นติเมตรนั่นไม่มีสีสังเคราะห์เคลือบ
ใบหน้าสวยบาดตาก็แทบไม่มีการแต่งเติมนอกจากริมฝีปากที่เขาจับจ้องไม่วางตานั่นแหละที่อิ่มเต็มเต็งตึงไม่เห็นรอยยับย่นหรือความหมองคล้ำแม้จะถูกเคลือบไว้ด้วยสีชมพูอ่อนใสมันช่างเหมือนริมฝีปากของเด็กสาวที่ยังไม่เคยผ่านการบดคลึงและนั่นอาจเป็เหตุผลหลักที่ทำให้เขาตามเธอมาเพื่อพิสูจน์
“ผมว่าเราเถียงกันสนุกออกอะไรจะตื่นเต้นเท่าการได้ต่อปากต่อคำกับสาวสวย ฝีปากกล้า และท่าจะฉลาดล้ำ”
“คุณนี่น่าเบื่อเนอะตอนฉันปฏิเสธคุณก็เซ้าซี้ พอฉันยอมรับดีๆ ก็ยักท่า” คนเบื่อจะฟังถอนใจอีกเฮือกพอยอมอ่อนให้แล้วยังมาทำเื่มากเกิดชาติหน้าฉันใดอย่าให้ได้พบได้เจออีกแล้วผู้ชายแบบนี้
“ฮึอย่าเพิ่งตัดสินกันสิครับเอารางวัลครั้งนี้เป็ประกันได้เลยว่าผมไม่ใช่ผู้ชายน่าเบื่อ!”
“คุณ!”จากที่เตรียมถอนใจรอบสามกลายเป็ตกตะลึงตาค้างเมื่อถูกกระชากตัวเข้าไปจูบ
สองมือใหญ่ประกบใบหน้าหญิงสาวให้แหงนขึ้นรับริมฝีปากที่ฉกลงมาอย่างรวดเร็วปฏิกิริยาแรกของอินทิราคือดิ้นรนต่อสู้ ส่งเสียงต่อว่าในลำคอสองมือร่วมใจกันทุบตีหัวไหล่หนาอย่างเอาเป็เอาตาย
แต่เพียงอึดใจเดียวก็ถูกคนที่ตัวใหญ่และมีพละกำลังมากกว่ารวบจับทั้งสองมือไปกดตรึงไว้กับลำต้นสนคนบอบบางและแรงกายน้อยกว่าแทบทรุดถ้าไม่มีร่างหนาตรงหน้ากับต้นไม้ใหญ่เื้ัเธอคงยืนอยู่ไม่ไหว
ทำไมเขาทำแบบนี้...
นั่นคือคำถามที่ดังก้องอยู่ในหัวแต่สิ่งที่ร่างกายเธอกำลังรับรู้แทนคำตอบก็คือไอร้อนผ่าวที่มีจุดกำเนิดตรงริมฝีปากก่อนจะแผ่ซ่านไปทั่วกายไม่กี่อึดใจจากนั้นศีรษะจรดปลายเท้าก็สะท้านเยือกจากกระแสไฟไม่ทราบจำนวนมันกำลังแล่นพล่านจากแรงเสียดสีกายต่อกายร่างใหญ่ขยับแนบเข้ามาบดเบียดร่างบางเข้ากับต้นไม้ใหญ่โดยที่ใบหน้าของทั้งสองไม่ได้เว้นว่างห่างกันแม้เสี้ยววินาที
ริมฝีปากที่ถูกมานานเกินหนึ่งนาทีเพิ่งหยุด สั่นระริกความร้อนจากการบดขยี้แทบทำให้ผิวบอบบางถลอกปอกเปิก เสียงครางประท้วงเงียบไปเหลือเพียงแรงหอบหายใจและการเผยอริมฝีปากขึ้นรับอากาศแต่สิ่งที่ได้รับกลับไปคือปลายลิ้นสากร้อนที่สอดแทรกเข้าหาอย่างชำนิชำนาญ
ธานินทร์เกลี่ยปลายลิ้นบนกลีบปากนุ่มอย่างพึงใจก่อนสอดลึกเข้าไปควานหาความหวานละมุนที่ทำให้กายหนุ่มวัยสามสิบสองถึงกับสะท้านนานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้จูบปากผู้หญิงแล้วรู้สึกดีแบบนี้ เนียนนุ่ม ชุ่มฉ่ำหอมหวานเกินคำบรรยาย กลิ่นกายผู้หญิงคนนี้เร้าอารมณ์เขาอย่างประหลาด
และมันประหลาดสุดตรงที่เขานึกไม่ออกว่าเป็น้ำหอมกลิ่นไหนยี่ห้ออะไรทั้งที่เขาค่อนข้างชำนาญเื่กลิ่นน้ำหอมของผู้หญิง
อินทิราอยากร้องไห้กับจูบแรกที่เสียไปให้ผู้ชายแปลกหน้าถึงสาววัยยี่สิบแปดอย่างเธอจะเคยมีแฟนมาแล้วแต่ก็ไม่เคยแตะเนื้อต้องตัวกันมากไปกว่าจับมือควงแขน โอบไหล่ไม่กี่ครั้ง แต่อีตาบ้านี่เป็ใคร จู่ๆมาฉกชิ้นปลามันแถมยังล้วงลึกเข้าไปถึงไหนต่อไหนแล้วที่มันน่าเจ็บใจที่สุดก็คือทำไมเธอถึงไม่รู้สึกรังเกียจขยะแขยงริมฝีปากและปลายลิ้นของผู้ชายคนนี้เลย
เพราะเขาหล่อจนเธอหลงลืมตัวหรือเปล่าเพราะเขาเชี่ยวชาญการจูบใช่ไหมเพราะเขาจู่โจมว่องไวแต่กลับให้ความรู้สึกอ่อนโยนวูบวาบเกินห้ามใจใช่หรือเปล่าหรือเพราะเธอไม่เคยถูกจูบจึงไม่รู้ว่าการจูบปากผู้ชายสักคนมันทำให้ผู้หญิงรู้สึกราวกับลอยได้แบบนี้...
แต่ทั้งหมดนี่ก็ไม่ควรเกิดขึ้นยังไงซะเขาก็เป็แค่คน แปลกหน้า!
“อืม...ปล่อย!”
เมื่อคิดได้ก็ฉวยจังหวะที่ชายหนุ่มผ่อนแรงจากสองมือเธอผลักร่างหนาออกห่างแรงเท่าที่ทำได้ต้องทำอย่างรวดเร็วก่อนที่เขาจะได้ใช้มือว่างทั้งสองลูบไล้เรือนร่างเธอเพราะนั่นจะยิ่งทำให้สติของเธอเตลิดไกลทั้งที่ไม่เคยรู้ไม่เคยเป็แต่สัญชาติญาณหญิงบอกว่ามันต้องใช่ผู้ชายคนนี้อันตรายเกินไปสำหรับการอยู่ใกล้ ยิ่งถึงขั้นแตะเนื้อต้องตัวยิ่งน่ากลัว
เขาเหมือนไฟฉะนั้นเธอต้องไม่ใช่น้ำมัน...
คนถูกผลักกระเด็นถอยไปเพียง่เอื้อมมือถึงแต่ธานินทร์ไม่คิดจะแตะต้องผู้หญิงคนนี้ซ้ำสองให้ร่างกายเขาสูญเสียการควบคุมอีกขื่นกลับไปจูบเธออีกครั้งเขาต้องจับเธอเปลื้องผ้าตรงนี้แน่!
บ้าชิบ!เอ็งไม่เจอผู้หญิงมาแค่เจ็ดแปดวันเองนะเว้ย!
ชายหนุ่มสบถด่าอวัยวะไร้สมองของตัวเองเมื่อรับรู้ว่ามันชักจะกำเริบเสิบสานกล้าแสดงตนต่อต้านการตัดสินใจของมันสมองอันชาญฉลาดของเขา
ตาต่อตาสบประสานกันราวจะวัดใจอินทิรายกมือกุมหน้าอกที่ยังเต้นโครมครามไม่หยุดอยากวิ่งหนีแต่เชื่อว่าเธอคงก้าวขาไม่ออก หรือถ้าขยับตอนนี้คงล้มพับแน่ๆตอนนี้คงต้องพยายามควบคุมลมหายใจให้ปกติและอย่าทำอะไรให้ผู้ชายตรงหน้าขาดสติขึ้นมาอีกพอเบาใจได้นิดหน่อยเมื่อตวัดตามองคนยืนกำหมัดนิ่ง เขายอมถูกเธอผลักกระเด็นไปได้อย่างง่ายเหลือเชื่อคงรู้สึกตัวแล้วกระมังว่าทำเื่บ้าๆ ลงไป
“ไปซะ”
เสียงเข้มเปร่งรอดไรฟันออกมาหญิงสาวกะพริบตาให้กับสิ่งที่ได้ยิน เขาพูดชัด แต่เบามากจนไม่อยากเชื่อหู
“ถ้าไม่อยากโดนปล้ำตรงนี้ก็รีบไปก่อนที่ผมจะเปลี่ยนใจ”