เยี่ยเยี่ยไม่รู้จะตอบมามาของเธอว่ายังไง ฟานเทียนลูบหัวของเธอก่อนที่จะพูดกับเยี่ยหยิน
“น้าหยิน ไม่จำเป็ต้องกังวล ข้าเป็ผู้บอกกับคนพวกนั้นเองว่าทั้งเยี่ยเยี่ย และน้าหยินจะไม่กลับไปที่นั่นอีก ข้าจะเป็คนจัดการเื่ที่อยู่เองไม่ต้องเป็ห่วง”
เยี่ยหยินก็ยังคงรู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี ฟานเทียนนั้นเข้าใจความคิดทั้งหมดของเยี่ยหยินราวกับอ่านหนังสือ เขายิ้มก่อนที่จะพูดออกมา
“ถ้าน้าหยินกังวลละก็ เอาอย่างนี้ไหม ถือว่าน้าหยินช่วยดูแลตำหนักของข้า ข้าจะให้ค่าตอบแทนด้วยเป็อย่างไร”
เยี่ยหยินที่ได้ยินว่าแทนที่จะเป็ว่าฟานเทียนจ่ายเงินให้เธอหมดทุกอย่าง เป็เขานั้นจ้างงานเธอแทน เยี่ยหยินไม่้าที่จะหักล้างน้ำใจของผู้มีพระคุณของเธอ เธอนั้นตกลงที่จะทำงานให้เขา ถึงแม้ว่าเธอจะรู้สึกว่า การเรียกบ้านตัวเองว่าตำหนักมันแปลกก็ตาม แต่เธอก็ไม่คิดที่จะพูดมันออกมา
“เอาละ เราอยู่ที่นี่นานมันจะดูไม่ดี ทางโรงพยาบาลดูเหมือนว่า้าเตียงด่วนเสียด้วย น้าหยิน ร่างกายตอนนี้เป็อย่างไร มีติดขัดตรงไหนรึเปล่า”
ฟานเทียนถามเพื่อความแน่ใจ ถึงเขาจะมั่นใจในความสามารถของเขาก็ตาม แต่กันไว้ก็ดีกว่าแก้
เยี่ยหยินลองขยับร่างกายตัวเองไปมาดู และไม่รู้สึกถึงความผิดปกติแต่อย่างได เธอยิ้มให้กับฟานเทียนก่อนที่จะพูดขึ้นด้วยความเคารพ
“ร่างกายของน้าไม่มีอะไรผิดปกติ คุณชายไม่จำเป็ต้องเป็ห่วง”
ฟานเทียนพยักหน้าถ้าแบบนั้นก็ดีแล้ว ทั้งหมดหลังจากนั้นก็เดินออกมาจากห้องผู้ป่วย ก่อนที่จะตรงไปยังข้างนอกโรงพยาบาลทันที ระหว่างทางมีผู้คนมากมายมายืนรอพวกเขา
ผู้คนหยิบมือถือขึ้นมาก่อนที่จะถ่ายภาพของฟานเทียน ฟานเทียนไม่เคยเห็นอุปกรณ์เหล่านี้มาก่อน เขานั้นได้ยินเสียงแปลกๆออกมาจากอุปกรณ์เหล่านี้ เขาไม่สามารถััได้ถึงความชั่วร้ายหรืออะไรก็ตามจากมัน เขาก็ไม่คิดที่จะหยุดพวกเขาเ่าั้
“นี่ไงๆ หนุ่มสุดฮอทที่ปรากฏตัวในโรงพยาบาล หล่อกว่าดาราที่เห็นในทีวีเสียอีก”
“นี่ไม่ได้เรียกว่าหล่อธรรมดาแล้ว นี่เขาเรียกว่าหล่อขั้นเทพ”
“พวกเราลักพาตัวเขากันดีไหม”
ฟานเทียนชินแล้วกับคำพูดเหล่านี้ เขาไม่สนใจว่าใครจะพูดถึงเขายังไง เป้าหมายของเขาในตอนนี้คือการออกจากโรงพยาบาล และหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม สำหรับเขา และ แม่ลูกทั้งสอง… และจะลืมไปไม่ได้เลย ต้าเนียน เพนกวิ้นน้อยสัตว์เลี้ยงที่น่ารักของเขา
ฟานเทียนตัดสินใจถูกแล้วที่รีบออกมาจากโรงพยาบาล เพราะในตอนนี้หลังจากที่เขาพาทั้งสองแม่ลูกออกมาจากในโรงพยาบาลแล้ว นักข่าวก็แห่กันมา ไม่เพียงแต่นักข่าวธรรมดา แม้แต่ปาปารัสซี่ชื่อดัง ยังไม่เว้น
พวกเขามาที่นี่เพื่อ้าจะมาหาดาวในวงการคนใหม่ แต่ทว่าไม่ทันเสียแล้ว ดาวดวงใหม่ของพวกเขาหายไปเสียแล้ว
“ไม่ว่ายังไงก็ต้องตามตัวให้เจอ สายรายงานว่าหากเราสามารถติดต่อเขาให้มาแสดงหนังให้กับเราได้ รับรองว่าหนังที่ออกมานั้นจะต้องได้กำไรถล่มทลายแน่ๆ”
“ดูจากรูปภาพที่ทางทีมงานส่งมา ผมเห็นด้วยกับเื่นี้ จะปล่อยโอกาสให้หลุดมือไปไม่ได้เด็ดขาด หากเขาตกไปอยู่ในมือของคู่แข่งละก็ พวกเราลำบากแน่ๆ”
เหล่านักข่าวและปาปารัสซี่ ช่วยไม่ได้ที่จะจอยมือกัน และออกตามหาเพชรเม็ดงามชิ้นนี้
ในระหว่างที่เหล่านักข่าวและปาปารัสซี่กำลังออกตามหาตัวฟานเทียนกันให้ทั่ว
เขาและสองแม่ลูกในขณะนี้ได้เดินออกมาไกลจากโรงพยาบาลมากแล้ว ฟานเทียนนั้นมีััที่แข็งแกร่ง เขาสามารถพาทั้งสองหลีกเลี่ยงสายตาของเหล่านักข่าวต่างๆได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ราวกับเขานั้นแค่เดินเล่นเฉยๆเท่านั้น
ฟานเทียนในตอนนี้จำเป็ที่จะต้องหาเงินเป็อันดับแรก การหาเงินของเขานั้นก็ง่ายๆ เขาเดินไปยังบริเวณตรงเนินดินใกล้ๆกับเขาเหลียงซาน ก่อนที่จะหยิบจับมันขึ้นมาและสะกัดเอาแต่แร่ทองคำและอัญมณี
แร่ทองคำที่ออกมาจากในดินนั้นมีสภาพที่ไม่เป็รูปร่าง เขานั้นใช้วิชาของเขาควบคุมธาตุ ทองเป็หนึ่งในธาตุทั้งห้าหลักในหยินหยาง ดิน น้ํา ไฟ ไม้ ทอง เขานั้นสามารถควบคุมทุกสิ่งได้โดยใช้หลักการแห่งธาตุ
ฟานเทียนทำการควบคุมธาตุให้ทองที่ดิบๆที่อยู่ในมือของเขา ค่อยๆแปลเปลี่ยนเป็สร้อยคอทองคำหนักหนึ่งบาทที่งดงามหลายต่อหลายเส้น ไม่เพียงแต่สร้อย เขายังทำเป็กำไล แหวน ต่างหู และอื่นๆอีกมากมาย เขาประดับทองเ่าั้ด้วยอัญมณีหลากหลายสี ทำให้มันเป็ชุดๆ คิดว่าน่าจะได้ราคาที่สูงกว่าขายแยกเดี่ยว
“เท่านี้ก็เรียบร้อยแล้ว”
ฟานเทียนหลังจากที่สร้างของมีค่าต่างๆแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะต้องหาที่สำหรับปล่อยขายพวกมัน เขาไม่รู้ว่าจะสามารถขายพวกมันได้ที่ไหน ไม่รู้ว่าค่าเงินในยุคปัจจุบันเป็ยังไง เขาพยายามถามเยี่ยหยิน แต่เธอเองนั้นก็ไม่เคยได้จับหรือว่ายุ่งเกี่ยวกับของที่แพงอย่างพวกทองและอัญมณีมาก่อนเลย