“ข้าอยากไปไหว้เ้าขอรับท่านแม่”
“แปลกเสียจริง ปกติเ้าไม่เคยเชื่อเื่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ปาฏิหาริย์นี่?”
สีหน้าของม่อชิงฉือดูกระอักกระอ่วน เื่ที่เกิดขึ้นในคืนนั้น เขาไม่อาจจะเปิดปากบอกผู้ใดได้
“เอาเถิดๆ ถ้ามีเื่ไม่สบายใจก็ไปเสีย นี่ก็จวนจะค่ำแล้ว ประเดี๋ยวประตูศาลเ้าจะปิดเสียก่อน”
“ขอรับ”
ม่อชิงฉือที่เพิ่งกลับมาถึงบ้านได้ไม่ถึงสองเค่อ จู่ๆ ก็บอกมารดาว่าตนเองอยากจะไปไหว้เ้า มารดากับน้องสาวที่กำลังเตรียมอาหารได้ยินเช่นนั้นก็ทักท้วงเพราะยามนี้ใกล้จะมืดค่ำ การออกไปข้างนอกไม่ค่อยเหมาะสมนัก มารดาขอร้องให้เขาไปวันพรุ่งนี้ ทว่าเ้าตัวไม่ยินยอม
คล้อยหลังพี่ชาย ม่อเสี่ยวถงรีบหันไปหามารดา
“ท่านแม่ ข้าดูท่าทางของท่านพี่แล้ว เหมือนเขากำลังมีเื่กลุ้มใจอย่างมากเลยเ้าค่ะ แต่ละวันหน้าตาหมองคล้ำ”
“พี่เ้าเป็มาั้แ่เมื่อใด?” ม่อฮูหยินสีหน้าตระหนก
“เป็มาั้แ่นับสิบวันแล้วเ้าค่ะ”
มารดาถอนหายใจยาว “แม่ไม่อยากให้พี่ชายของเ้าทำงานนี้เลยจริงๆ งานมือปราบเบี้ยหวัดน้อย ความเสี่ยงมาก แต่ละคดีก็ไม่ง่ายเลย นี่หากแม่มีเงินส่งเสียให้พวกเ้าร่ำเรียนหนังสือก็คงจะดี ป่านนี้พี่ชายของเ้าอาจจะกลายเป็ขุนนางตามที่ท่านพ่อหวังเอาไว้ งานมือปราบจับดาบ จับกระบี่ น่ากลัวยิ่งนัก”
ม่อเสี่ยวถงรีบกุมมือมารดา หากพูดเื่เงินขึ้นมาคราใด ท่านแม่ของนางจะต้องคิดมากและหวนรำลึกถึงการเจ็บป่วยครั้งนั้นของตนเองอยู่ร่ำไป
“ท่านแม่ ช่างเถิดเ้าค่ะ ทุกวันนี้พวกเราก็มีความสุขกันดีแล้ว รอให้ข้าเก็บเงินอีกสักหน่อย ก็ไม่ต้องรบกวนท่านพี่ให้จ่ายค่าร่ำเรียนของเสี่ยวตี้ ท่านพี่จะได้เก็บเงินสำหรับแต่งงานเสียที”
ม่อฮูหยินฟังแล้วถอนหายใจยาว เป็ความกลุ้มกังวลของนางมานาน
“ปีนี้อายุของพี่ชายเ้าก็ยี่สิบสี่เข้าไปแล้ว หากเขาไม่ต้องคอยดูแลพวกเราก็คงจะพอมีเงินเก็บไว้สู่ขอผู้หญิงดีๆ สักคน แม่ผิดเอง ถ้าแม่ไม่ป่วยในปีนั้น พวกเ้าคงไม่ลำบากกันเช่นนี้”
“ท่านแม่ อย่าพูดเลยเ้าค่ะ เื่มันผ่านมานานแล้ว ตอนนี้ข้ากับท่านพี่ก็มีงานทำพอมีรายได้ ครอบครัวเราก็ไม่ได้ลำบากอย่างแต่ก่อนแล้วนะเ้าคะ”
“อืม...” ผู้เป็มารดาถอนหายใจออกมา
หลังจากที่บิดาของม่อชิงฉือซึ่งเป็อดีตมือปราบเสียชีวิตไป ได้ทิ้งเงินทองเอาไว้มากพอสมควร ทว่าหลายปีก่อนเป็นางที่ล้มป่วยจนต้องนำเงินออกมารักษาจำนวนมาก หลังจากหายป่วยก็เหลือเงินพอให้เลี้ยงดูบุตรไม่มากนัก ดีที่ม่อชิงฉือสอบเข้าเป็มือปราบได้ตอนอายุสิบหก ทำให้มีเบี้ยหวัดมาจุนเจือครอบครัว
ตอนนี้บุตรสาวคนที่สองคือม่อเสี่ยวถงที่อายุได้สิบเจ็ดปีก็ไปเป็ลูกจ้างที่ร้านขายสมุนไพรพอมีรายได้ ยังเหลือเพียงม่อเหอตี้บุตรชายคนเล็กที่ยังร่ำเรียนอยู่ในสถาบันเค่อเฉิง ด้วยความเฉลียวฉลาดของเขา คนในครอบครัวจึงหวังว่าม่อเหอตี้จะสามารถสอบเป็ขุนนางได้
เงินรายได้ของพี่ชายและพี่สาวใช้ส่งเสียให้น้องชายคนเล็กได้ร่ำเรียน
บุรุษรูปร่างสันทัด ใบหน้าคมคร้ามในชุดมือปราบสีแดงเืหมู เดินก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไปในอารามใหญ่ เขาคุกเข่าลงหน้าเทพยี่ว์หวงต้าตี้ ผู้เป็ใหญ่ใน์ ชายหนุ่มพนมมือนั่งพึมพำอยู่ครู่หนึ่ง ก็มีเสียงคนคุกเข่าลงที่เบาะด้านข้าง
“เ้าคิดจะมาขอสิ่งใดหรือ?”
น้ำเสียงนั้นทำเอาม่อชิงฉือพลันสะดุ้ง เขาลืมตาแล้วหันขวับไปดูชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆ ดวงตาของเขาเบิกขึ้นกว่าเดิม
คนผู้นั้นผิวพรรณขาวผุดผ่อง ใบหน้างดงามดุจเทพเซียน ดวงตาทอดมองมายังเขาคล้ายจะยิ้มล้อเลียนอยู่ในที...ใบหน้านี้ตามมาหลอกหลอนถึงในวัด
“ท่านมาได้อย่างไร?”
“ข้ารึ? ข้าอยากมาไหว้เ้าก็เลยเข้ามาที่นี่”
“หึ! คนบาปก็อยากจะได้บุญ” ม่อชิงฉือหงุดหงิดเป็กำลัง เขาอุตส่าห์มาขอพรให้ไม่พบเจอคนผู้นี้ แต่ยังไม่ทันอธิษฐานจบ คนต้นเหตุก็ปรากฎ
....นี่ดวงของเขาถึงคราวซวยซ้ำซวยซ้อนหรืออย่างไร?....
บุรุษรูปงามในแพรพรรณราคาแพงลุกขึ้น แต่ยังไม่วายยิ้มหวานให้กับ ม่อชิงฉือ มือปราบหนุ่มกำหมัดแน่น นึกถึงจูบแรกของตนที่ถูกคนผู้นี้ฉกฉวยไปในคืนนั้นแล้วก็รู้สึกแน่นหน้าอกขึ้นมา
“ฟ้าใกล้จะมืดแล้ว มือปราบม่อ เ้าไปส่งข้าหน่อยได้หรือไม่?”
“เหตุใดข้าต้องไปส่งท่านด้วย?”
“เ้าเป็ผู้รักษากฎหมายและดูแลความสงบของบ้านเมือง ข้าเป็เพียงราษฎรผู้อ่อนแอ เ้าไม่คิดจะช่วยเหลือข้าเลยหรือ?”
“ไม่ ตอนนี้ข้าเลิกงานแล้ว ไม่มีกระบี่ติดมือมาด้วย บ่าวรับใช้ท่านมีมากมาย เหตุใดต้องรบกวนข้า?”
อู๋หยางยกยิ้มมุมปาก
“ม่อชิงฉือ เื่คืนนั้น เ้าโกรธข้ามากหรือไร?”
มือปราบหนุ่มตาเหลือกรีบหันไปมองรอบกาย ครั้นไม่เห็นผู้ใดอยู่ใกล้ก็ขบกรามแน่น กัดฟันกรอดๆ
“ท่านจะพูดถึงอีกทำไม? ข้าบอกแล้วว่าให้เก็บเอาไว้เป็ความลับ ไม่เช่นนั้นข้าจะแทงท่านให้ตายแล้วลากศพไปทิ้งข้างถนนเสีย”
อู๋หยางถอยไปสองก้าว แสร้งยกมือกุมหน้าอก
“น่ากลัวเสียจริง เ้าเป็ถึงรองหัวหน้าหน่วยมือปราบ จะทำร้ายร่างกายข้า ระวังเถิด โทษของเ้าหน้าที่หนักเป็สองเท่าเชียวนะ”
ม่อชิงฉือใบหน้าอึมครึมลงหลายส่วน เขายกนิ้วขึ้นชี้หน้าอู๋หยางด้วยความขัดเคือง...คนผู้นี้ช่างหน้าด้านเสียจริง เขาบอกแล้วว่าอย่าพูดถึงเื่คืนนั้น
“ท่านหมออู๋ ข้าเตือนท่านแล้วนะ”
“อืม...ข้าจำขึ้นใจแล้ว”
มือปราบหนุ่มฮึดฮัดสะบัดหน้าหนีออกมาจากอารามด้วยความหงุดหงิด เสียงฝีเท้าคนข้างหลังตามมาพร้อมด้วยเสียงหัวเราะพอใจ
‘เ้าหมอบ้า! สมแล้วที่ไม่ออกมารักษาผู้อื่น แม้แต่ตัวเองก็ยังมีอาการโรคจิต อย่าได้คิดเลยว่าจะช่วยเหลือคนอื่นได้’
คืนนั้นม่อชิงฉือที่กลับมาจากศาลเ้าก็หลับฝันย้อนกลับไป
ค่ำคืนหนึ่งม่อชิงฉือลอบตามกู้เจิ้งจีหัวหน้าหน่วยมือปราบของตนไปยังเรือนที่อยู่เลยสวนสาธารณะบึงหงส์
เรือนแห่งนั้นคือเรือนปรุงยาของสกุลอู๋ เ้าของเรือนก็คือหมออู๋หยาง บุรุษหนุ่มผู้มีรูปงามดุจเทพเซียนแต่น้อยคนนักจะได้เห็นเขา ในเมืองหลวงมีข่าวซุบซิบกันว่าคุณชายรองอู๋ผู้นี้บุตรชายคนโปรดของคหบดีอู๋
อู๋หยางปฏิเสธการแต่งงานกับสตรีที่บิดามารดาเลือกให้และยืนยันว่าจะแต่งกับบุรุษที่ตนพึงใจเท่านั้น เขานับว่าเป็หนึ่งในคุณชายร่ำรวยแห่งเมืองหลวงที่กล้าประกาศตัวเป็ต้วนซิ่ว ข่าวคราวนั้นทำเอาสตรีน้อยใหญ่แทบจะร่ำไห้ไปตามๆ กัน แม้แต่ข่าวซุบซิบก็ปรากฏบนจดหมายข่าวของสำนักนกกระจิบอยู่นานนับเดือน
ตอนนั้น ม่อชิงฉือที่รออยู่ข้างนอกเรือนสกุลอู๋นานจนเริ่มร้อนใจ จึงได้ย่องเข้าไปในเรือนตอนดึกๆ เพื่อตามหากู้เจิ้งจี ทว่าตื่นมาอีกครั้งเขากลับถูกมัดมือมัดเท้านอนอยู่บนเตียง
“ข้าเอง! ท่านหมออู๋ ข้าเป็ลูกน้องของหัวหน้ากู้ ท่านจำไม่ได้หรือ?”
บุรุษผู้นั้นแต่งกายด้วยชุดขาวปักลวดลายเถาวัลย์งดงาม แสร้งทำหน้าไขสือแล้วชะโงกมาจ้องตาเขาใกล้ๆ
“น่าเสียดาย ข้าความจำไม่ดี หากเ้าอยากให้ข้าจำได้ก็ต้องช่วยข้าทำงานเสียก่อน ข้าก็จะปล่อยเ้าเอง”
“ตกลง ข้าจะช่วย งานที่ท่านว่าคืออันใดหรือ?” สีหน้าของม่อชิงฉือดูกระตือรือร้น เขาเพิ่งได้เห็นคุณชายรองสกุลอู๋ผู้รูปงามจนเป็ที่ร่ำลือชัดๆ ก็วันนี้เอง
อู๋หยางไม่ตอบแต่กลับถอดเสื้อผ้าของม่อชิงฉือออก
“เหตุใดต้องถอดเสื้อผ้าของข้าด้วย?” ใบหน้าของมือปราบซีดเผือด เขาเคยได้ยินมาเหมือนกันว่าอู๋หยางผู้นี้ชอบบุรุษ
“ข้าไม่ได้คิดจะทำสิ่งที่เ้าคิดแน่” หมอหนุ่มพับแขนเสื้อและขากางเกงให้กับมือปราบหนุ่ม “ข้ากำลังจะทดลองยาของข้า เ้าอยู่นิ่งๆ เถิด เสร็จแล้วข้าปล่อยเ้าไปแน่”
“ท่านคงไม่ได้คิดจะทำร้ายข้าหรอกนะ?”
“รับรองไม่อันตรายหรอก ข้ามิกล้าทำร้ายมือปราบอย่างเ้าแน่ ขืนเ้าตายไปข้าก็ต้องโทษปะาน่ะสิ”
ท่านหมอรูปงามมองใบหน้าคมเข้มของมือปราบหนุ่มแล้วอมยิ้ม คนตรงหน้าเขาอาจจะดูเผินๆ ก็หน้าตาดีธรรมดแต่พอมองใกล้ๆ เช่นนี้....ก็ดูดีมาก
อู๋หยางหยิบเอายาเม็ดลูกกลอนจากกล่องเล็กๆ สีดำบนโต๊ะมาอมเอาไว้ แล้วก้มลงประกบริมฝีปากกับม่อชิงฉือ ใช้ลิ้นผลักเอายาเม็ดนั้นให้เขากลืนเข้าไปก่อนจะฉวยโอกาสจูบมือปราบม่อด้วยความคึกคะนอง
มือปราบหนุ่มนิ่งอึ้งด้วยความคาดไม่ถึง เขาได้แต่ร้องเอ็ดอึงในใจ
‘นี่มัน....จูบแรกของข้านะ’
มือปราบหนุ่มพยายามจะยกมือที่ถูกมัดเอาไว้ขึ้นมาดันให้หมอหนุ่มรูปงามถอยห่างจากตนเอง ทว่ากลับถูกอีกฝ่ายใช้เพียงมือเดียวยึดเอาไว้ อู๋หยางถอนจูบออกมาแล้วยิ้มหวาน...เป็จูบที่น่าพอใจนัก
“ท่าน! ท่านทำบ้าอันใดกับข้า?” มือปราบหนุ่มตะคอก ในใจเขานึกอยากจะคว้ากระบี่มาแทงร่างของคนตรงหน้า ทว่ามือและขาของเขายามนี้กลับถูกพันธนาการเอาไว้แน่น
อู๋หยางสำรวจใบหน้าและเรือนร่างของม่อชิงฉือ พลันเกิดความรู้สึกอยากจะลูบไล้คนตรงหน้าขึ้นมา
‘นานแล้ว! นานแล้วที่ข้าไม่รู้สึกเช่นนี้ อยากจะจูบอีก อยากจะก่ายกอด และอยากจะ....’
“ข้าก็แค่จูบ” ท่านหมอหนุ่มตอบด้วยสีหน้าเรียบๆ
*********************
ไรเตอร์แนะนำ...นิยายวายจีนโบราณในเซ็ท "ท่านหมออู๋" มีกัน 3 เื่นะคะ 1) ท่านหมออู๋ตัวร้าย 2) ข้าจะปราบท่านหมออู๋ 3) ฉุดท่านหมอมาเป็สามี

