แสงอาทิตย์ยามเช้าค่อย ๆ ส่องผ่านหน้าต่างของโรงแรมบนหน้าต่างนั้นมีนกกำลังะโไปมาอยู่สองตัว เสียงผู้คนเริ่มดังขึ้นจากถนนด้านล่าง ร้านค้าหลายแห่งกำลังเปิดประตูต้อนรับลูกค้า เสียงรถม้าวิ่งผ่านเป็ระยะ ๆ บรรยากาศของเมืองกำลังกลับมามีชีวิตอีกครั้งหลังจากค่ำคืนที่ผ่านมา
ภายในที่พักเองก็เช่นกัน
เสียงของเสื้อที่กำลังถูกสวมที่ละชิ้นไล่ไปตามลำดับพร้อมและชุดที่ถูกถอดออกมาถูกพับอย่างเรียบร้อยลิเลียกำลังเดินไปตามทางเดินด้วยสีหน้าสดใสเธอกำลังยิ้มแย้มให้กับแสงแดดยามเช้าของลูเมเรียในมือของเธอถือเสื้อผ้าพับเอาไว้เรียบร้อยของเรนอยู่ในมือ วันนี้เป็วันที่สองของการมาถึงลูเมเรียและตามกำหนดการ...การทดสอบของสถาบันจะเริ่มในวันพรุ่งนี้ดังนั้นวันนี้พวกเขายังมีเวลาอีกหนึ่งวันในการเตรียมตัว
โดยเฉพาะท่านเรน—คนที่เมื่อคืนประกาศว่าจะทดลองของแปลก ๆ ที่ซื้อกลับมาอย่างสนุกสนาน
ลิเลียถอนหายใจเบา ๆ
“หวังว่าวันนี้ท่านเรนจะไม่สร้างเื่อะไรอีกนะคะ...”
เธอเดินมาหยุดอยู่หน้าห้อง
แต่ก่อนที่จะได้ยกมือข้างหนึึ่งขึ้นเคาะ—
กึก...
มีบางอย่างเคลื่อนออกมาจากด้านในลิเลียก้มลงมอง ลูกแก้วขนาดเท่ากำปั้นกลิ้งออกมาจากช่องว่างใต้ประตูอย่างช้า ๆ
กลิ้ง... กลิ้ง...
มันหยุดอยู่ตรงปลายเท้าของเธอ
“...”
ลิเลียก้มลงเก็บมันขึ้นมา ภายในลูกแก้วมีของเหลวสีเขียวกำลังหมุนวนอย่างผิดธรรมชาติ
“อุปกรณ์ที่ชื้อมาเมื่อวานสินะคะ...”
เธอมองมันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจ
“ท่านเรนจริง ๆ เลย...”
ลิเลียเงยหน้าขึ้น ประตูห้องถูกเปิดเอาไว้เล็กน้อยเพียงพอให้แสงจากทางเดินลอดเข้าไปด้านใน
“เอ๊ะ?”
ปกติท่านเรนเป็คนที่ไม่ค่อยล็อกประตูอยู่แล้ว แต่เมื่อคืนเธอจำได้ชัดเจนว่าตอนก่อนเข้านอน ประตูถูกปิดสนิท ลิเลียเดินเข้าไปใกล้
“ท่านเรนคะ?”
ไม่มีเสียงตอบ
“ท่านเรน?”
ยังเงียบ เธอเอื้อมมือไปจับประตูก่อนจะค่อย ๆ เปิดมันออก
เอี๊ยด...
ภาพภายในห้องปรากฏขึ้นตรงหน้า
“...”
ลิเลียหยุดนิ่งสมองของเธอเหมือนหยุดทำงานไปชั่วขณะห้องเมื่อคืนที่เคยเต็มไปด้วยอุปกรณ์เวทมนตร์และของประหลาดยังคงมีสภาพไม่ต่างจากเดิมลูกแก้วหลายลูกกลิ้งอยู่ตามพื้นกล่องโลหะเปิดอ้าขวดบรรจุของเหลววางกระจัดกระจาย เศษอุปกรณ์เวทมนตร์บางชิ้นตกอยู่ใต้โต๊ะเก้าอี้ตัวหนึ่งล้มอยู่ด้านข้าง แต่สิ่งที่ทำให้ลิเลียไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้...
คือสิ่งที่อยู่ตรงกลางห้อง
เรนกำลังนอนหลับอยู่บนพื้นแต่ไม่ใช่คนเดียวข้างกายของเขามีหญิงสาวสองคนนอนอยู่ด้วย คนหนึ่งคือเ้าของที่พักที่อยู่หน้ารีเซพชันบ่อยๆหญิงสาวผมสีเกาลัดยาวสลวย ใบหน้าที่ปกติเต็มไปด้วยรอยยิ้มสุภาพ ตอนนี้กลับกำลังนอนหลับอย่างหมดสภาพ เสื้อผ้าของเธอยับเล็กน้อย และมือข้างหนึ่งยังคงกำมีดสั้นเอาไว้แน่น
อีกคน—
หญิงสาวผมสีม่วงยาว เธอนอนอยู่ฝั่งตรงข้ามของเรนมือข้างหนึ่งยังกำด้ามดาบเอาไว้ แต่ลิเลียจำไม่ได้ว่าเธอเป็ใคร ทั้งสามคนนอนอยู่ในตำแหน่งประหลาดราวกับผ่านการต่อสู้มาอย่างหนัก
แต่สิ่งที่แปลกที่สุดคือ—
แขนของเรนกำลังถูกทับกางพาดกอดทั้งสองคนเอาไว้ ข้างหนึ่งกอดอาเรีย อีกข้างกอดเอเรน่าและใบหน้าของเรน...กำลังหลับอย่างมีความสุข
“...”
ลิเลียยืนนิ่ง หนึ่งวินาที สองวินาที สามวินาที มือที่ถือผ้าพับอยู่ค่อย ๆ กำแน่นขึ้น
“...”
เธอกะพริบตา มองภาพตรงหน้าอีกครั้ง จากนั้นมองเสื้อผ้าในมือก่อนหันไปมองที่สามคนนั้นอีกรอบ
นี่มันเกิดอะไรขึ้นคะ?
ลิเลียพยายามประมวลผล เมื่อคืน— เรนบอกว่าเขาจะทดลองอุปกรณ์ จากนั้นมีเสียงดังเป็ระยะ ๆ อยู่เกือบสองชั่วโมงหลังจากนั้นก็เงียบไป และเช้าวันนี้... เธอเปิดประตูมาเจอภาพนี้
“...ท่านเรน”
เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย เรนไม่ตอบ ยังคงหลับ ลิเลียสูดหายใจเข้าลึก ๆ ใบหน้าของเธอเริ่มพองแก้มเล็กน้อย คิ้วขมวดเข้าหากัน แก้มทั้งสองข้างขึ้นสีชมพูจาง ๆ หน้ามุ้ยอย่างเห็นได้ชัด
จากนั้น…
“ท่านเรนนนนนนนน!!”
เสียงะโดังลั่นไปทั่วชั้นสอง เรนสะดุ้งทันที
“หา—?!”
เขาลืมตาขึ้นอย่างงุนงง
“เช้าแล้วเหรอ...?”
เรนขยับตัว—แต่แขนทั้งสองข้างกลับมีบางอย่างติดอยู่
“เมื่อคืนกำลังสนุกเลยดันหลับไปซะได้”
เขาหันคอมอง อาเรียอยู่ทางซ้าย เอเรน่าอยู่ทางขวา
“เมื่อคืนกำลังสนุกหรอค่ะ?!”
“...”
เรนกะพริบตาอยู่สองสามครั้งพยายามลุกแต่แขนสองแขนนั้นโดนทับอยู่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองลิเลีย ลิเลียยืนอยู่ตรงประตู แก้มพองคล้ายกับสัตว์บ้างชนิดคิ้วขมวดมือกำผ้าแน่นและมีบรรยากาศบางอย่างที่ทำให้เรนรู้สึกได้ทันทีว่า ความชิบหายกำลังเกิดขึ้น
เรนก้มลงมองหญิงสาวสองคนที่นอนอยู่ข้างตัวเองอีกครั้ง จากนั้นจึงเงยหน้ากลับไปมองลิเลีย
“คุณเ้าของนี้หน่า แล้วอีกคนใครล่ะเนี้ย”
“ลิเลีย”
“คะ”
น้ำเสียงของเธอเรียบมากเรียบเสียจนเรนรู้สึกได้ถึงอันตรายบางอย่าง
“เื่นี้ผมอธิบายไม่ได้”
“ค่ะ เข้าใจแล้ว”
ลิเลียยิ้ม เป็รอยยิ้มที่สุภาพมาก สุภาพจนผมรู้สึกว่าควรหนีออกทางหน้าต่าง
“คือว่าเมื่อคืนฉัน—”
“ทำอะไรสองคนนี้คะ?”
“เอ่อ...”
ผมพยายามขยับแขนออกอย่างช้า ๆแต่ทันทีที่แขนข้างหนึ่งหลุดจากตัวอาเรียหรือคุณเ้าของโรงแรมหญิงสาวกลับขยับตัวเข้าหาผมโดยไม่รู้ตัว
“อืม...”
แขนของผมจึงถูกดึงกลับไปอยู่ตำแหน่งเดิมอย่างง่ายดาย ลิเลียมองภาพนั้นรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอยังคงอยู่แต่ผมรู้สึกว่ามันน่ากลัวขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่า
“ท่านเรนคะ”
“ครับ”
“ดิฉันจะถามอีกครั้งนะคะ”
“จัดมาครับ”
“เมื่อคืน...ท่านทำอะไรกับผู้หญิงสองคนนี้คะ?”
“ไม่ได้ทำอะไรเลย”
ลิเลียเอียงคอเล็กน้อยเหมือนเคยเห็นฉากแบบนี้ในนิยายเล่มในสักเล่มเลย
“ถ้าอย่างนั้น ทำไมพวกเธอถึงมานอนอยู่ในห้องท่านคะ?”
“นั่นแหละที่ฉันอยากรู้ เอ๋?”
เดี่ยวนะผมใช้ความคิดก่อนถ้าจะเกิดฉากอะไรแบบนี้ได้ มันต้องเป็อีเว้นต์อะไรบ้างอย่างที่ชั้นพลาดไปงั้นหรอ เมื่อคืนใช้ลองของเล่นที่ชื้อมาเยอะมากหรือว่าของที่ชั้นชื้้อมาบางชิ้นมันอาจจะสร้างเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาอันไหน อันไหนกัน
อาติแฟกต์เติมเต็มความฝันของชายหนุ่มที่หลับไปแล้วตื่นขึ้นมาพร้อมกับสาวลึกลับสองคน!?
ดวงตาของผมเริ่มเป็ประกายนี่มันต้องเป็ของชิ้นนั้นแน่ ๆ!ผมกวาดสายตาไปทั่วห้องอย่างจริงจัง ราวกับกำลังค้นหาหลักฐานสำคัญของคดีระดับโลกแต่ทันใดนั้น—
ภาพตรงหน้ากลับถูกบดบังด้วยอะไรบางอย่าง ลิเลียกำลังยืนอยู่ตรงหน้าและดูเหมือนว่าเธอกำลังถือเสื้อผ้าของผมอยู่
“??”
“ลิเลียมายืนตรงนี้มันไม่ค่อยดีมั้ง”
ผมมองเธอั้แ่หัวจรดเท้า ก่อนจะยิ้มออกมา
“ฉันเห็นหมดแล้วนะ”
“...”
ลิเลียเงียบ หนึ่งวินาที สองวินาที จากนั้น—
“ไปลงนรกเถอะค่ะ”
ฟุ่บ!
เสื้อผ้าที่เธอถืออยู่ถูกขว้างใส่หน้าผมเต็มแรง ผมโดนเสื้อที่ปลิวมาได้อย่างง่ายดาย แต่ลิเลียกลับหันหน้าหนีไปแล้ว
“เอาไปเปลี่ยนค่ะ”
“แค่พูดเล่นเอง”
“แล้วทำไมต้องปาแรงขนาดนั้นด้วย? นั้นระดับฆ่าคนธรรมดาได้เลยนะ”
“เพราะดิฉันตั้งใจค่ะ”
สมกับเป็ลิเลียผมกำลังจะตอบกลับ—แต่เสียงบางอย่างก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“...อืม”
ผมหันกลับไปคุณเ้าของโรงแรมกำลังลุกขึ้นช้า ๆ ส่วนสาวผมสีม่วงก็เพิ่งตั้งสติได้เช่นกันทั้งสองมองไปรอบห้องมองอุปกรณ์ที่กระจัดกระจายมองอาวุธในมือก่อนที่สายตาจะค่อย ๆ เลื่อนมาหยุดอยู่ที่ผมฃ
“...”
“...”
“อรุณสวัสดิ์”
ไม่มีใครตอบอาเรียมองเสื้อผ้าของตัวเองจากนั้นมองพื้นแล้วมองผมอีกครั้งเอเรน่าก็ทำแบบเดียวกันบรรยากาศเงียบลงอย่างน่ากลัวผมเริ่มรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง
นี่มันคุ้น ๆ ใช่... ฉากแบบนี้ผมเคยเห็นในนิยายมาแล้ว ตัวเอกตื่นขึ้นมาในสถานการณ์ชวนเข้าใจผิด จากนั้นหญิงสาวก็—
“นาย!”
อาเรียพุ่งเข้ามาทันที
“เอ๋?”
ผมแทบไม่ต้องคิด ร่างกายขยับไปตามสัญชาตญาณ
หมับ!
หมัดของอาเรียถูกผมรับเอาไว้กลางอากาศ
“เห็นไหมล่ะ”
ผมยิ้มอย่างมั่นใจ
“เป็อย่างที่คิดจริง ๆ”
“อะไรคะ?”
ลิเลียถาม
“ฉากต่อยหลังเข้าใจผิดไง”
“ปกติหลังจากนี้ก็น่าจะ—”
ฟุ่บ!
อาเรียหมุนตัวทันที ขาขวา ตวัดเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“โอ๊ะ”
ผมปล่อยหมัดของเธอแล้วะโถอยหลัง
ฟึ่บ!
ปลายเท้าของเธอผ่านหน้าผมไปเพียงเล็กน้อย
“เตะด้วยสินะ”
“หยุดพูดเล่นได้แล้ว!”
อาเรียะโ
เอเรน่าก็ลุกขึ้นพร้อมกัน
“ทั้งหมดเป็เพราะนายนั้นล่ะ”
“หา?”
เอเรน่าพุ่งเข้ามาอีกคน ผมหลบไปด้านข้าง หมัดแรกผ่านไหล่ หมัดที่สองผ่านหน้า ผมก้มหลบแล้วหมุนตัวถอยหลัง
“เร็วดีนี่สมกับเป็ตัวละครลึกลับ”
“ยังจะพูดอีกเหรอ!”
เอเรน่ากัดฟันผมกำลังจะะโหลบอีกครั้ง—แต่ทันใดนั้น แขนของใครบางคนก็ล็อกตัวผมจากด้านหลัง
“จับให้แล้วค่ะ”
“เอ๋?”
ผมหันกลับไปลิเลียกำลังล็อกแขนผมเอาไว้แน่น
“เดี๋ยวสิลิเลีย!”
“ดิฉันคิดว่าท่านสมควรได้รับบทเรียนค่ะ”
“แต่เธออยู่ฝ่ายฉันไม่ใช่เหรอ?!”
“ตอนนี้ไม่ค่ะ”
ผมพยายามขยับตัวแต่ลิเลียล็อกเอาไว้แน่นเกินคาด อาเรียเดินเข้ามาเอเรน่าก็เดินเข้ามาอีกด้านผมมองทั้งสองคนจากนั้นมองลิเลีย
“เดี๋ยว...”
ทั้งสองคนหยุดอยู่ตรงหน้าผมเหมือนกำลังรอฟังอะไรบางอย่าง
“ชั้นไม่อยากให้ท่าไม้ตายตรงนี้หรอกนะ”
“!!!”
“พวกเราคุยกันก่อนได้นะ”
“คุยค่ะ”
ลิเลียพูดด้วยรอยยิ้มสุภาพ
“หลังจากที่พวกเธอสองคนจัดการท่านเสร็จแล้ว”
“ไม่ใช่แบบนั้นสิ!”
ปั้ก! ปั้ก! เสียงหมัดดังขึ้นพร้อมกัน และในเช้าวันที่สองของการเดินทางมาถึงลูเมเรียกับทำให้ผมได้รู้สิ่งหนึ่งที่ผมไม่เคยรู้มากก่อนว่า
ลิเลียแรงกว่าที่คิดเยอะเลย...
“เอาล่ะพวกเธอเล่ามาได้แล้วว่ามาอยู่ในห้องผมได้ยังไง”
ผมนั่งอยู่บนเก้าอี้ในห้องรับแขก มือข้างหนึ่งมีผ้าพันเอาไว้เล็กน้อย ส่วนตรงหน้าคือหญิงสาวสองคนที่เพิ่งผ่านการต่อสู้กันจนห้องแทบพัง ลิเลียนั่งอยู่ข้าง ๆ กำลังจัดการทำแผลให้ผมอย่างใจเย็น อาเรียกับเอเรน่านั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามทั้งสองคนมองหน้ากันครู่หนึ่งก่อนที่อาเรียจะเป็ฝ่ายถอนหายใจก่อนอธิบาย
“อืมชั้นเข้าใจแล้วว่าเหมือนว่าชั้นไปตามพวกเธอสินะ”
“ดิฉันก็บอกท่านแล้วว่าช่วยเลิกทำแบบนั้นซักทีเถอะค่ะการไปจ้องมองคนอื่นแบบนั้นมันเสียมารยาทสุดๆเลยนะ”
“เธอก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าชั้นเป็คนยังไงคำว่ามารยาทใช้กับผมไม่ได้หรอก”
ผมเงียบไป
“แล้วทำไมถึงเข้ามาอยู่ในห้องผมได้ล่ะครับ”
คราวนี้เอเรน่าเป็ฝ่ายพูด
“เมื่อคืนฉันเข้าไปในห้องของคุณ”
“เพื่ออะไร?”
“ฉันคิดว่าคุณกำลังจะลงมือกับฉัน”
“ฉันเลยตั้งใจจะใช้เงินปิดปากคุณ”
เอเรน่ายกถุงเงินเล็ก ๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา
“แต่ตอนที่ฉันรู้สึกว่าเหมือนคุณกำลังวางกับดักฉัน”
“ฉันเจอกับเธอคนั้น”
อาเรียพยักหน้า
“และฉันเองก็เข้าไปในห้องของคุณด้วยเหตุผลเดียวกัน”
“...”
“ฉันคิดว่าคุณเป็คนขององค์กรที่ตามล่าฉัน”
“ฉันก็เลยคิดว่าพวกคุณกำลังร่วมมือกัน”
“จากนั้นพวกเราก็สู้กัน”
“สู้กันอยู่พักใหญ่”
“จนสุดท้ายพวกเราก็หมดแรง”
“แล้วคุณก็ดึงแขนของพวกเรา เอาดึงเข้าไปกอด”
ผมมองพื้นก่อนจะหันไปหาที่มองเพื่อไม่ให้สายตาของผมได้พัก
“แรงของนายเยอะมาก”
เอเรน่าเธอลูบแขนตัวเองเล็กน้อย
“พวกเราพยายามแกะมือคุณออกแล้ว แต่ทำยังไงก็ไม่ออก”
“สุดท้ายก็เลย...ติดอยู่แบบนั้น”
“แล้วพวกเราก็คุยกัน”
“ตอนนั้นถึงได้รู้ว่าพวกเราต่างเข้าใจผิด”
“และหลังจากนั้น...พวกเราก็นอนไปทั้งแบบนั้น”
เื่ทั้งหมดจึงจบลงแบบนี้เองไม่มีอาติแฟกต์เติมเต็มความฝันไม่มีองค์กรลับ ไม่มีแผนการอันซับซ้อนไม่มีเหตุการณ์เหนือธรรมชาติมีเพียง—
ผมที่ชอบจ้องคนอื่นจนทำให้คนอื่นเข้าใจผิด
“ว่าแต่...”
ผมมองทั้งสองคน
“พวกเธอยังไม่ได้แนะนำตัวอย่างเป็ทางการเลยนี่”
เด็กสาวผมสีม่วงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะจัดท่าทางให้เรียบร้อยแม้เสื้อผ้าจะยังมีร่องรอยจากการต่อสู้เมื่อคืน แต่ท่าทางของเธอกลับดูสง่างามขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“ฉันชื่อ เอเรน่า”
เธอวางมือไว้บนตัก
“เป็องค์หญิงแห่งอาณาจักรเอเลนเทียร์”
องค์หญิง? ผมหันไปมองอาเรียทันที ถ้าคนนั้นต้องเป็อะไรที่สุดยอดแน่ๆ หญิงสาวผมสีเกาลัดถอนหายใจ ก่อนจะพูดขึ้นบ้าง
“ส่วนฉัน...อาเรีย”
เธอเงียบไปเล็กน้อย
“อดีตเป็นักฆ่า”
“อดีต?”
“ตอนนี้วางมือแล้ว”
อาเรียตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ฉันแค่้าใช้ชีวิตธรรมดา”
ผมมองทั้งสองคนสลับกัน องค์หญิงที่หนีออกจากบ้านเพราะไม่อยากถูกจับแต่งงาน กับอดีตนักฆ่าที่กำลังหลบซ่อนตัวตนแล้วทั้งคู่ดันมาอยู่ห้องเดียวกับผม ผมค่อย ๆ ยกมือขึ้นแตะคาง
“...”
ลิเลียที่กำลังเก็บอุปกรณ์ทำแผลเหลือบมองผม
“อย่าคิดอะไรแปลก ๆ นะคะ ถ้าไม่อยากโดนอีกรอบ”
“ยังไม่ได้พูดอะไรเลย”
“สีหน้าท่านพูดหมดแล้วค่ะ”
สรุปแล้ว หลังจากลิเลียทำแผลให้ผมเรียบร้อย พวกเราก็ตกลงกันว่าจะไม่ถามถึงเื่ส่วนตัวของกันและกันมากเกินไปอาเรียกับเอเรน่าต่างก็มีเหตุผลของตัวเองที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ และผมเองก็ไม่ได้คิดจะบังคับอะไรพวกเธออยู่แล้วอย่างน้อย...ตอนนี้เราก็เข้าใจกันแล้วว่าเื่เมื่อคืนทั้งหมดเกิดจากความเข้าใจผิด
พวกเธอขอโทษผมผมเองก็ขอโทษพวกเธอเช่นกันทุกอย่างน่าจะจบลงอย่างสงบ...
ถ้าผมไม่ใช่ผมล่ะนะ
“ถ้าอย่างนั้น...”
ผมเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ พลางมองหญิงสาวสองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
“เื่องค์กรที่ตามเธออยู่เป็ยังไงบ้าง?”
อาเรียที่กำลังยกถ้วยชาขึ้นดื่มหยุดมือทันที
“...”
เอเรน่าเองก็ชะงักไปเช่นกัน
“ทำไมถึงถามเื่นั้นคะ?”
“ก็แค่อยากรู้”
“เราเพิ่งตกลงกันว่าจะไม่ถามเื่ส่วนตัวไม่ใช่เหรอคะ?”
“ใช่”
ผมพยักหน้าอย่างจริงจัง
“แต่ผมไม่ได้ถามเื่ส่วนตัว ผมถามเื่องค์กร”
“มันก็เื่เดียวกันไม่ใช่เหรอคะ?!”
อาเรียถอนหายใจออกมาเบา ๆ ส่วนผมกลับเอามือเท้าคางอย่างสนใจ
องค์กรลับ... คำนี้มันมีเสน่ห์อย่างประหลาด ยิ่งเป็องค์กรที่กำลังตามล่าคนที่วางมือจากอดีตด้วยแล้ว มันยิ่งมีกลิ่นอายของอีเวนต์ใหญ่เข้าไปอีก ผมเหลือบมองอาเรีย
“งั้นเปลี่ยนคำถามก็ได้”
“อะไรคะ?”
“พวกนั้นมีหัวหน้าไหม?”
“...”
“มีสาขาหรือเปล่า?”
“...”
“ใช้สัญลักษณ์อะไร?”
“...”
“สมาชิกมีจำนวนเท่าไหร่?”
“...”
อาเรียค่อย ๆ วางถ้วยชาลง
“ท่านเรนคะ”
“ครับ?”
“ท่านกำลังสอบสวนดิฉันอยู่หรือเปล่าคะ?”
“เปล่า”
“ผมกำลังหาข้อมูล”
“มันต่างกันตรงไหนคะ...”
ลิเลียที่กำลังเก็บถ้วยอยู่ด้านข้างหันมามองผมด้วยสีหน้าเอือมระอา
“ท่านเรนคะ”
“หืม?”
“เมื่อกี้เพิ่งโดนต่อยไปเองนะคะ”
“ผมจำได้”
“งั้นก็ช่วยจำด้วยว่าทำไมถึงโดนต่อยค่ะ”
“เพราะเข้าใจผิดกัน”
“แล้วตอนนี้กำลังจะสร้างความเข้าใจผิดใหม่อีกแล้วค่ะ”
“เธอนี้เหมือนแม่ชั้นจังเลยนะลิเลียไม่สิแบบนี้มากกว่าแม่อีก คิดถูกหรือว่าน๊าเอาเธอมาด้วยเนี่ย”
“ดิฉันได้ยินนะค่ะ”
ผมเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปหาเอเรน่า
“ถ้างั้นเปลี่ยนคนถามก็ได้”
เอเรน่าที่กำลังดื่มชาถึงกับสำลัก
“แค่ก! แค่ก!”
“องค์หญิงครับ”
“อย่าเรียกแบบนั้นนะ”
เอเรน่าพูดเสียงเบาทันที ดวงตาของเธอเหลือบมองไปทางประตูอย่างระแวดระวัง
องค์หญิง... คำนี้ก็ฟังดูน่าสนใจไม่แพ้กันโดยเฉพาะเื่ที่เธอหนีออกมาจากบ้านเพราะไม่อยากถูกจับแต่งงานถ้าตามรูปแบบของนิยายทั่วไป—
อีเวนต์งานแต่งทางการเมือง การแย่งชิงอำนาจในราชวงศ์ เ้าชายจากต่างอาณาจักรที่เป็ตัวร้ายเพื่อทำอะไรบางอย่างกับราชวงศ์ กลุ่มคนที่้าตัวองค์หญิงกลับไป ทั้งหมดนี้มีความเป็ไปได้สูงมาก
“แล้วคู่แต่งงานของเธอล่ะ?”
“...”
เอเรน่าค่อย ๆ วางถ้วยลง
“ไม่ทราบค่ะ”
“จริงเหรอ?”
“ค่ะ”
“เป็เ้าชายหรือเปล่า?”
“...”
“ดยุก?”
“...”
“คนที่เก่งมาก ๆ?”
“...”
“หน้าตาหล่อกว่าผมไหม?”
“ท่านเรน”
ลิเลียเรียกชื่อผมและกำลังแก้มกำลังป่องเพราะความโกรธมันน่ารักเหมือนลูกมะเขือเทศเลยถึงจะอยากแกล้งเธอมากขึ้นแต่ก็คงไม่ได้แล้ว ผมถอนหายใจอย่างเสียดายข้อมูลสำคัญแท้ ๆแต่ทั้งสองคนดูเหมือนจะไม่ยอมพูดอะไรเพิ่มแล้วผมจึงเอนหลังพิงเก้าอี้อีกครั้ง
“เข้าใจแล้ว”
อาเรียกับเอเรน่าดูเหมือนจะผ่อนคลายลงเล็กน้อย
“งั้นเอาไว้ผมค่อยถามใหม่ทีหลัง”
“...”
ทั้งสองคนหันมามองผมพร้อมกัน
“ท่านนี่มัน...”
“เอาเป็ว่ามาฟังเื่ของผมกันเถอะ~ ผมน่ะนะอยาก…..”
ผมยิ้มออกมา ผมไม่ใช่คนประเภทที่ถามครั้งเดียวแล้วไม่ได้คำตอบก็ยอมแพ้นี่นา ถ้าผมตามเื่พวกนี้ต่อไปเรื่อย ๆ อาจจะได้เจอ อีเวนต์ใหญ่ของลูเมเรีย ที่ผมกำลังตามหาอยู่ก็ได้ เมื่อไรผมจะได้โชว์ความเท่ต่อหน้าคนอื่นบ้างน้าไม่มีอีเว้นต์อะไรที่สามารถทำให้ผมปรากฏตัว แบบว่า ไอหมอนั้นทำได้ยังไงเป็ใครกัน บางเลยหรอ
“จะว่าไปแล้วพรุ่งนี้เป็วันทดสอบนิ ถ้าพูดถึงบททดสอบมันต้องเป็สถานที่สามารถได้โชว์ความสามารถต่อหน้าคนอื่นสินะ”
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผมลิเลียนั้นสังเกตเห็นได้แต่เธอไม่ได้พูดอะไร เหมือนจะเริ่มชินแล้วสินะ