ั้แ่วันนั้นมาก็ผ่านไปนานหลายเดือน ดารกาพยายามทำตัวดีๆเพราะไม่อยากให้เขาทำร้ายเธออีก แต่เขาก็ยังหมั่นหาเื่ต่อว่าเธอไม่เว้นวันแต่ยังดีที่เขาไม่ทำร้ายเธออย่างครั้งนั้น แค่นี้มันก็ดีสำหรับเธอมากแล้วล่ะ "ภู" เสียงของสุดาแม่ของภูตะวันเรียกลูกชายคนเดียวของนางเมื่อเห็นลูกชายเดินลงมาจากห้อง
"ครับแม่ มีอะไรครับ" ภูตะวันเดินมาหาผู้เป็แม่ที่นั่งดูทีวีอยู่ที่โซฟากลางโถงบ้าน
"วันนี้ไม่ได้เข้ามหาวิทยาลัยหรอลูก"
"วันนี้ไม่มีสอนครับ ว่าง"
"ถ้าอย่างนั้นพาหนูหนึ่งเค้าไปเที่ยวหน่อยสิ อุดอู้อยู่แต่ในบ้าน"
"ทำไมต้องพาไปด้วยล่ะครับ เมียก็ไม่ใช่" ภูตะวันพูดเสียงดังเมื่อเห็นว่าดารกากำลังเดินมา
"ตาภู!พูดแบบนั้นได้ยังไง" สุดาเอะลูกชายเพราะกลัวลูกสะใภ้ของนางได้ยินแล้วจะเสียใจ
"เดี๋ยวก็ไปอ่อยผู้ชายที่ไหนเข้าอีก ใจแตกขนาดนี้" ดารกาเดินมาได้ยินถึงกับชะงักค้าง
"แม่ไม่เห็นว่าหนูหนึ่งจะใจแตกอย่างที่แกว่าเลยสักนิด มีแต่แกนั่นแหล่ะใจร้าย เลิกหาเื่แล้วทำดีกับน้องสักที่เถอะ เดี๋ยวเขาทนไม่ได้แล้วหนีไปจะหาว่าแม่ไม่เตือน"
"คนอย่างยัยนั่น ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะก้าวขาออกจากบ้านหลังนี้ถ้าผมไม่อนุญาต"
"ใจแคบแบบนี้ แม่คงไม่ต้องพูดอะไรแล้วล่ะ เอาอย่างนี้ถ้าภูไม่พาไป แม่จะพาหนูหนึ่งไปเที่ยวกับแม่เอง"
"ไม่ได้ครับ"
"ทำไมล่ะ"
"ก็ผมบอกแล้วไงว่าถ้าผมไม่อนุญาตก็ห้ามไปไหน ถ้าไปอ่อยผู้ชายเข้าจะทำยังไง"
"พูดแบบนี้หึงเขาหรอ" ผู้เป็แม่ยิ้มกรุ้มกริ่มถามวางเชิงลูกชายผู้ปากแข็งแล้วยังใจแข็งของนาง
"แม่พูดอะไรครับ ผมนี่นะจะหึงยัยนั่น ไม่มีวันครับ ผมเกลียดผู้หญิงคนนั้น"ตอบปฏิเสธทันควัน
"อ้าวหนูหนึ่ง มาพอดีเลยวันนี้ไปเที่ยวกับแม่นะ"
"บอกว่าไม่ได้ไงครับ ถ้าจะไปก็ไปกับฉัน" พูดกับแม่แล้วหันไปตะคอกใส่คนที่เขาเรียกว่านางบำเรอแล้วเดินไปฉุดข้อมือเธอออกไปด้วยโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว
"โอ้ย คุณภูคะ" เธอเจ็บเมื่อเขาบีบแขนเธอจนจะหักคามือใหญ่ๆของเขา
"ภู ดูแลน้องดีๆด้วยนะลูก"ผู้เป็แม่แอบยิ้มดีใจ เมื่อแผนของนางใช้ได้ผลกับคนที่ปากแข็งแล้วหวงของเอามากๆอย่างลูกชายนางได้
ด้านภูตะวันหลังจากยัดคนตัวเล็กใส่รถได้เขาก็ขับออกไปด้วยอารมณ์ที่ไม่ค่อยจะดีนัก
"คุณภูไม่จำเป็ต้องพาหนึ่งออกไปเที่ยวก็ได้นะคะ หนึ่งไม่ได้อยากไปไหนอยู่แล้ว"
"ถ้าฉันไม่พาไปแม่ฉันก็พาเธอไปอยู่ดี แล้วเธอคงคิดสินะว่าถ้าไปกับแม่ฉันเธอคงจะได้อ่อยคนนั้นคนนี้ได้สะดวก"
"แต่หนึ่งไม่เคยคิดจะทำอย่างนั้นเลยนะคะ"
"ฉันไม่เชื่อ สันดานร่านๆอย่างเธอทำไมฉันจะไม่รู้"
"คุณภู" สาวน้อยเรียกชื่อเขาเสียงแ่ น้ำตาคลอเบ้าทันทีเมื่อได้ฟังคำพูดดูถูกจากปากชายตรงหน้าอีกครั้ง เขาเห็นเธอเป็คนแบบนั้นจริงๆหรอ
"เลิกมารยาได้แล้ว น้ำตาของเธอมันไม่ได้ทำให้เธอดูเป็คนดีขึ้นมาหรอกนะ รำคาญ"
ดารกาได้แต่หันหน้าออกนอกกระจก ทุกคำพูดของเขามันจุกอยู่ในอกจนมองหน้าเขาต่อไปไม่ไหว ไม่นานรถก็เลี้ยวเข้าไปในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งแล้วจอดบนลานจอดรถ
"ลงได้แล้ว"พูดเพียงเท่านั้นเขาก็ลงจากรถแล้วเดินลิ่วๆนำหน้าเธอเข้าห้างไป ทิ้งคนที่เพิ่งลงจากรถให้ยืนงงอยู่กับที่ จนคนที่เดินไปไกลต้องเดินกลับมาเรียก
"นี่เธอ จะยืนเซ่ออยู่อีกนานไหม"
"หนึ่งต้องเข้าไปด้วยหรอคะ"
"หรือจะยืนอ่อยผู้ชายอยู่ตรงนี้ งานถนัดเธอนิ"
"เปล่านะคะ หนึ่งแค่ไม่รู้ว่าคุณภูจะให้หนึ่งเข้าไปด้วย"
"ซื่อบื้อ มานี่เลย" คนตัวโตกว่าเธอมากๆต่อว่าเธอแล้วดึงมือเธอเดินเข้าไปในห้างด้วย มันดูแปลกตามาก เพราะเท่าที่จำได้เธอเดินห้างครั้งล่าสุดก็ย้อนไปปีกว่าๆก่อนที่จะได้มาอยู่กับเขา
"อาจารย์ภูตะวัน สวัสดีค่ะ" ทันทีที่หญิงสาวที่ใส่ชุดนักศึกษาคนนั้นทักขึ้น คนที่จับมือคนตัวเล็กอยู่ก็รีบปล่อยทันที
"อ้าว!เขมจิรา สวัสดีครับ มาคนเดียวหรอ"
"ใช่ค่ะ อาจารย์มากับใครคะ แฟนหรอ"นักศึกษาสาวคนนั้นถามขึ้นแล้วยิ้มกว้าง เพราะดูเธอค่อนข้างสนิทสนมกับอาจารย์คนนี้ในมหาวิทยาลัยจึงกล้าที่จะถามเื่ส่วนตัว
"เอ่อ เปล่าหรอก คนใช้ในบ้านน่ะเขาขอติดรถมาซื้อของด้วย" แค่เขาพูดจบเท่านั้นแหล่ะ หน้าสาวน้อยที่เดินมากับเขาั้แ่ทีแรกถึงกับชาหนึบไปหมด นี่สินะฐานะที่แท้จริงของเธอ "คนใช้"
"อ๋อค่ะ"
"ทานอะไรมาหรือยังครับ"
"ว่าจะหาอะไรทานอยู่พอดีเลยค่ะอาจารย์ พอดีตอนบ่ายมีเรียน"
"เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง"
"สั่งให้ด้วยนะคะ อาจารย์น่าจะรู้ใจเขมที่สุดแล้ว"
"ได้เลยเด็กน้อย" พูดพร้อมเอามือยีผมเธอคนนั้น
"อาจารย์ผมเขมฟูหมดแล้ว"
"หยอกนิดๆหน่อยๆน่า คิดถึง"
"ปากหวานจังนะคุณอาจารย์สุดหล่อ"
สองคนนั้นคุยกันกระหนุงกระหนิงจนลืมไปแล้วมั้งว่ามีอีกคนยืนอยู่ด้วยตรงนี้ เวลาภูตะวันคุยกับเธอคนนั้นเขาช่างดูมีความสุข ถ้าให้เดาเขาสองคนน่าจะชอบพอกันอยู่ แล้วตอนนี้เธอก็กำลังเป็ส่วนเกิน
"หนึ่ง เธอนั่งรอตรงโต๊ะนั้นนะ"ภูตะวันพูดคนที่เขาเพิ่งเรียกว่าคนใช้เมื่อเดินมาถึงร้านอาหารแล้วสั่งให้เธอไปนั่งรออีกโต๊ะ
"อ้าวอาจารย์ ไม่ชวนเขาทานด้วยกันละคะ"
"เขาทานอาหารแบบนี้ไม่เป็หรอกครับ"
"อ้าวหรอคะ แย่จัง"
ผ่านไปครึ่งชั่วโมงที่เธอนั่งรอเขา จนท้องเริ่มหิว แต่เขายังคุยกันสบายใจไม่สนใจเธอสักนิด ถ้าจะมาหาแฟนจะเอาเธอมาด้วยทำไมกัน หรืออยากทำร้ายกันให้เจ็บกว่านี้
"ขอโทษนะครับ"ทันทีทันใดก็มีเสียงผู้ชายคนหนึ่งทักขึ้นจนดารกาต้องเงยหน้าขึ้นมอง
"คะ?"
"ขอนั่งด้วยคนนะครับ"
"อ๋อ เชิญค่ะ"ดารกายิ้มแห้งๆให้กับชายแปลกหน้าตามมารยาทเมื่อเขายิ้มให้เธอก่อน
"มาคนเดียวหรอครับ แล้วไม่ทานอะไรหรอ"
"เอ่อ ค่ะ"ตอบเพียงสั้นๆแล้วยิ้มบางๆ
"ถึงว่าตัวถึงได้เล็กแบบนี้ คุณชื่ออะไรเหรอครับ ผมชื่อนายนะ" ชายแปลกหน้าที่หน้าตาตี๋ๆมองรวมๆคือดูดีมากๆยังพยายามที่จะคุยกับเธอแม้ดูแล้วเธอจะไม่อยากตอบเขาสักเท่าไรจก็ตาม
"ฉันชื่อหนึ่งค่ะ"
"ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณหนึ่ง ไหนๆก็รู้จักกันแล้ว นั่งโต๊ะเดียวกันด้วย ให้ผมเลี้ยงข้าวสักมื้อนะครับ"
"เอ่อ ไม่ดีมั้งคะ ฉันไม่รบกวนคุณดีกว่า"
"รบกวนอะไรล่ะครับ หรือคุณหนึ่งรังเกียจผม"
"ไม่ใช่นะคะ แต่..."
"งั้นก็ทานเถอะครับ ผมไม่ทำเสน่ห์ใส่คุณหรอกน่า ฮ่าๆๆ" ชายหนุ่มหน้าตี๋คนนั้นพูดแล้วหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดีจนดารกาเผลอหัวเราะตาม แล้วทั้งสองก็เหมือนจะคุยกันสนิทมากขึ้น จนคนที่นั่งทานข้าวกับสาวนักศึกษาก่อนหน้าเห็นเข้า และแน่นอน เขาอารมณ์เดือดขึ้นทันตาเห็น
"อาจารย์เป็อะไรหรือเปล่าคะ"เขมมิกา นักศึกษาคนสนิทของเขาถามขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าท่าทางเขาเปลี่ยนไปทั้งที่ยังคุยกันอยู่ดีๆ
"ผมเพิ่งนึกได้ว่ามีธุระด่วน ขอตัวก่อนนะครับ คงไม่ได้ไปส่งที่มหาวิทยาลัยแล้ว"
"อ้าว อะ..อาจารย์" อาจารย์หนุ่มไม่ฟังเสียงเรียกของใครทั้งสิ้น เขาเดินตรงไปยังโต๊ะที่คนตัวเล็กนั่งอยู่กับผู้ชายคนนั้นด้วยสีหน้าไม่พอใจอย่างมาก
"คุณภู"ทันทีที่ดารกาเห็นเขายืนอยู่ที่โต๊ะเธอ แล้วมองเธอด้วยสายตาแบบนั้น เธอรับรู้ได้ถึงมหันตภัยที่กำลังจะมาถึงในเร็วๆนี้อย่างแน่นอน
"ใครหรอครับคุณหนึ่ง พี่ชายหรอ"
"เอ่อ..."
"กลับ" เสียงเข้มออกคำสั่งแล้วดึงแขนคนตัวเล็กลากออกไปทันทีจนคนทั้งร้านหันมามองเป็ตาเดียวกัน รวมทั้งเขมมิกาและนาย ที่ยังงงอยู่กับสถานการณ์เมื่อสักครู่