ฟางเฟยพักผ่อนอีกวัน ก็ถึงวันที่ต้องเดินทางไปทำงาน เธอและจางจิ้งเดินทางไปถึงโรงแรม ที่ทางกองถ่ายจัดเตรียมไว้ให้ ทั้งสองและผู้ติดตามไปถึง ก่อนที่ทีมงานและผู้กำกับเจียอีจะมาถึง ฟางเฟยเพิ่งรู้ว่าโรงแรมใหญ่ในเซี่ยงไฮ้แห่งนี้ ก็เป็โรงแรมของตระกูลเกา ห้องพักของเธอกับจางจิ้งถูกจัดให้เป็พิเศษ แยกจากทีมงานด้วยอภิสิทธิ์การเป็เ้าของ เมื่อทุกคนมาถึง ทางผู้จัดและผู้กำกับ เรียกทุกคนเข้าประชุม เพื่อลำดับและแจงงานกับแต่ล่ะส่วน ซึ่งเธอทั้ง 5 คนไม่มีอะไรมาก แค่รอฟังคำสั่งจากทีมงานที่มีหน้าที่จัดคิวงานให้เท่านั้น หนึ่งในทีมงานพาพวกเธอ และนักแสดงร่วมในฉากเดียวกัน ไปดูสถานที่ถ่ายทำ ที่จะเริ่มขึ้นในวันพรุ่งนี้ สาว ๆ ดูตื่นตาตื่นใจกับโรงถ่ายเหิ้งเตี้ยนที่ยิ่งใหญ่ สวยงามเหมือนเมืองโบราณ และพบว่ามีหลายฉากที่ได้ถ่ายไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยผู้กำกับที่มีอีก 3 คน ฟางเฟยเห็นว่า ตำแหน่งที่จะถ่ายทำมีการจัดฉากต่าง ๆ เสร็จแล้ว และดูไม่รบกวนใคร เธอเลยเสนอความเห็นว่า เราทั้ง 5 คนควรทำการซ้อมการแสดงกับสถานที่จริง ก่อนที่จะทำการถ่ายในวันพรุ่งนี้ ด้วยเพราะว่างเว้นการซ้อมด้วยกันไป 3 วัน ทำให้มีหลายอย่างที่ต้องมาปรับกันใหม่ แต่พอผ่านการซักซ้อมไปหลายรอบ ทุกอย่างก็ลงตัว สาว ๆ พร้อมที่จะทำการแสดงในวันพรุ่งนี้
“ฟางเฟย ก่อนนี้ฉันอาจจะพูดไม่ค่อยดีกับเธอ ฉันขอโทษนะ”
อยู่ดี ๆ ซู่มี่ก็เขามาทำเป็พูดดี หญิงสาวมองดูซูมี่ด้วยความไม่แน่ใจ
“ไม่เป็ไร ฉันไม่ใช่คนคิดมาก”
“แต่ฉันคิด ฉันชอบนายน้อยเกา พี่ชายเธอ เธอช่วยฉันได้ไหม ขอแค่มีโอกาสได้คุยกับเขาก็พอ เธอรู้ไหมการจะได้พบกับเขา เป็เื่ยากมาก นายน้อยเกาจางจิ้ง เป็ความฝันของสาว ๆ และหนึ่งในนั้นก็คือฉัน ฟางเฟยเธอใจดี เธอช่วยฉันนะ”
“ซูมี่ ไม่ใช่ฉันไม่อยากช่วยเธอนะ แต่พี่จางจิ้งเขาเป็คนเข้าใจยาก บางครั้งเขาก็น่ารักอบอุ่น แต่บางครั้งก็ดุดันจนดูน่ากลัว ถ้าเธอไปพบเขาในอารมณ์แบบหลัง เธอ…จะรับได้ไหม”
“รับได้ ๆ ฉันปลื้มเขามาก ขอแค่ได้คุยกับเขาก็พอ”
“ได้ แค่ได้คุยนะ ที่เหลือฉันไม่รับผิดชอบทั้งนั้น เธออย่ามาโทษฉันที่หลัง เอาเป็ว่าถ้ามีโอกาสฉันจะบอกเธอ ผลลัพธ์จะเป็อย่างไงเื่ของเธอนะ”
“ได้ ๆ ขอบใจนะ เกาฟางเฟยคนเก่งของฉัน”
ซูมี่พูดจบก็ทำท่าทางดีอกดีใจ วิ่งไปรวมกลุ่มกับเพื่อนร่วมงาน คนอื่น ๆ ที่เดินนำหน้าไปไกลแล้ว ฟางเฟยรู้สึกขนลุก ซูมี่นางปากร้ายมาแกล้งพูดดีแบบนี้รู้สึกไม่ดีเลย พี่จางจิ้งควรรู้เื่นี้ไหมนะ คงไม่เป็ไรปกติพี่จางจิ้งเป็คนระวังตัวอยู่แล้ว ว่าแต่ตัวเธอเองไปรับปากแบบนั้น จะเอาจังหวะไหนให้นางปากร้ายมีโอกาสกัน
“เดี๋ยวก่อน เกาฟางเฟย”
หญิงสาวหยุดเดินตามเพื่อนที่เว้นระยะห่างไปไกล หันไปมองว่าใครเรียกเธอ
“คะ ผู้กำกับ คุณมีอะไรเพิ่มเติมรึเปล่าคะ”
“เื่งานไม่มีแล้ว มีแต่เื่ส่วนตัว” อย่าบอกนะ ว่าผู้กำกับเจียอีจะพูดเื่พี่จางจิ้ง ถ้าเป็แบบที่คิดฉันคงขำแน่ ๆ
“เย็นนี้คุณว่างไหม”
“ยังไม่แน่ใจค่ะ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพี่จางจิ้ง”
“คุณคิดเองไม่ได้เหรอ นายนั่นน่ะปล่อยเขาบ้างเถอะ ตอน 4 ทุ่ม คุณไปเจอผมที่บาร์ชั้นใต้ดินของโรงแรมนะ ผมจะรอ”
“ผู้กำกับมาดูตรงนี้หน่อยครับ” เสียงเรียกของทีมงานดังขึ้น
“ได้เดี๋ยวไป” เจียอีะโกลับไปด้วยความหงุดหงิด
“ไปพบผมตามนี้จะฟางเฟย ถือว่าสงสารผมเถอะ จางจิ้งตามคุณอย่างกับเงา ผมไม่มีโอกาสเลย”
เจียอีเข้ามาเพื่อนัดหญิงสาว แล้วก็ต้องรีบไปเตรียมงานที่คามือต่อ อะไรกันนี้ ฟางเฟยมองตามหลังผู้กำกับหนุ่มที่รีบวิ่งไปดูงานของเขา
ฟางเฟยและเพื่อน ๆ ของเธอ กลับมาถึงโรงแรมแล้วแยกย้ายกันไปพักผ่อน ห้องของหญิงสาวอยู่ชั้นบนสุด พอเธอจะขึ้นลิฟต์ ก็พบว่าตงเจ๋อมายืนรอเธออยู่ก่อนแล้ว คำพูดของเจียอีตอกย้ำอีกครั้ง จางจิ้งตามติดฟางเฟยเหมือนเงา หญิงสาวกลับนึกขำในใจ เหมือนอย่างที่ผู้กำกับเจียอีพูดจริง ๆ
“พี่จางจิ้งล่ะตงเจ๋อ”
“นายน้อยประชุมงานอยู่ครับ ให้ผมมารอรับคุณหนู”
“ฉันจะขึ้นห้องไปพักผ่อนสักหน่อย รอพี่จางจิ้งประชุมเสร็จค่อยไปหาอะไรกินกัน”
“ครับ ผมไปส่งคุณหนูที่ห้องแล้วจะแจ้งนายน้อยตามนี้ครับ”
ฟางเฟยมาถึงห้อง สิ่งแรกที่ตั้งใจจะทำคืออาบน้ำ หญิงสาวผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าออก ค้นหาตัวหนีบผมแต่หาไม่เจอ เลยใช้ปิ่นของซื่อเว่ยตาตี้เก็บรวบผมแทน ฟางเฟยเลือกกดเพลงในโทรศัพท์ แล้วก็ลงไปแช่น้ำอุ่นอย่างสบายใจ โดยไม่ได้สังเกตเลยว่า คันฉ่องที่เธอใส่ไว้ในกระเป๋าผ้ากำลังเรืองแสงออกมา
หญิงสาวเดินขึ้นไปบนลานหินดาราศาสตร์แห่งแดนห้วงเวหา เสื้อผ้าและเส้นผมเปียกป้อน มีหยาดน้ำไหลหยดตามเส้นผมและใบหน้าของเธอ
“เกาฟางเฟย ทำไมสภาพเ้าเป็เช่นนี้”
“ท่านเทพ ซื่อเว่ยต้าตี้ วันหน้าหากท่านจะเรียกข้ามา ช่วยดูด้วยว่าข้ากำลังทำสิ่งใดอยู่”
ซื่อเว่ยต้าตี้ ปัดปอยผมของเขาที่ลงมาขวางหน้าให้ไปอยู่ด้านหลัง เพื่อมองดูฟางเฟยชัด ๆ ก่อนที่จะหัวเราะออกมา
“ข้าขอโทษ ข้าเห็นว่าเวลาของเ้าเริ่มค่ำมืดแล้ว จึงเรียกเ้ามา แต่ลืมคิดไปว่าเ้ากำลังทำอะไร แล้วเ้าทำอะไรอยู่เล่า ถึงได้เปียกเหมือนลูกหมาตกน้ำเช่นนี้”
“ข้ากำลังอาบน้ำ”
เกาฟางเฟยเดินไปนั่งข้าง ๆ เทพเ้าซื่อเว่ยต้าตี้ ก่อนจะสะบัดผมเปียก ๆ ให้หยาดน้ำกระเด็นโดนเขา
“ฟางเฟย…เ้า” ซื่อเว่ยต้าตี้ยกมือขึ้นเช็ดหยดน้ำที่กระเด็นใส่ใบหน้าของเขา
“ทำไม นี่ยังเล็กน้อย ถ้าข้าลากท่านไปโยนลงน้ำได้ จะทำไปแล้ว”
ฟางเฟยหน้าตาบึ้งตึง ั้แ่เดินเข้ามา ยิ่งตอกย้ำว่าครั้งนี้หญิงสาวไม่พอใจเขามาก
“บอกแล้วว่าขอโทษ อย่าบึ้งตึงแบบนี้กับข้าเลยนะ ปกติข้าก็ไม่มีเพื่อนอยู่แล้ว ถ้าไม่เพราะท่านฮั่นยุหวี่มอบหมายให้ข้าค่อยดูแลช่วยเหลือเ้า ข้าก็ไม่มีใครเลย”
“ก็ได้ ท่านมีผ้าสักผืนไหม ผมข้าเปียก”
ซื่อเว่ยต้าตี้แค่แบมือออก ก็ได้ผ้าฝ้ายเนื้อดีส่งให้เธอ ฟางเฟยรับผ้าสะอาดกลิ่นหอม มาเช็ดเนื้อตัวและผมเผ้าที่เปียกซก"
“ท่านเรียกข้ามาพบ เร็วกว่าเวลาปกติมีอะไรเร่งด่วนอย่างนั้นใช่ไหม ระยะนี้ข้าไม่ว่างนะ มีงานสำคัญต้องจัดการ”
ซื่อเว่ยต้าตี้ยื่นกระบอกไม้ให้เธอ
“จำได้หรือไม่ เ้าบอกข้าว่า กุ้ยอ้ายป๋อเฉิง เขียนข้อความบางอย่างใส่ไว้ในนี้ ข้าไปแดนพฤกษาค้นหาอยู่เป็นาน จนได้สิ่งนี้มา เ้าดูสิว่า ข้อความในนี้ตรงกับที่คันฉ่องชี้นำหรือไม่”
ฟางเฟยวางผ้าลงบนตัก เปิดกระบอกไม้ไผ่ดึงเอาข้อความที่เขียนบนกระดาษเนื้อหยาบออกมาดู
“เอ่อ…ท่านซื่อเว่ยต้าตี้ ภาษาของพวกท่านมันเก่าแก่เกินไป ข้าอ่านไม่ออก คือข้าอาจพูดได้อ่านเขียนได้ แต่ก็ไม่ใช่เ้าของภาษายิ่งตัวอักษรโบราณแบบนี้ เดาไม่ออกจริง ๆ ”
"ใช่ ข้าก็ลืมคิดไปว่าเ้ากับข้าอายุต่างกันมาก"
ซื่อเว่ยต้าตี้ส่ายหน้าเล็กน้อย แล้วดึงกระดาษที่มือเธอมาม้วนเก็บตามเดิม
“บนกระดาษนี้ เป็บทกลอนไม่กี่ประโยชน์ แต่ทุกคำพูดแฝงความหมายที่ลึกซึ้ง กุ้ยอ้ายป๋อเฉิง เหมือน้าบรรยายความรู้สึกต่อหญิงสาวนางหนึ่ง นั้นก็คือมู่ตัน คนทั้งสองมีความสัมพันธ์ต่อกันแล้ว เื่นี้เราต้องเก็บเป็ความลับ เพราะสุดท้ายจะไม่ส่งผลดีต่อใครเลย ถ้าไม่เพราะองค์ไท่จื่อแห่งตำหนัก์ พอใจต่อเทพธิดาดอกโบตัน จนถึงขั้นจะแต่งตั้งนางเป็พระชายา เทพเ้าธาตุไม้แห่งปัจญธาตุอย่างกุ้ยอ้ายป๋อเฉิง ก็ควรสมหวังต่อเทพธิดาดอกไม้ได้ไม่ยาก แต่มาถึงขั้นนี้ดูเหมือน เ้าจะทำได้ก็คือเข้าไปสู่ห้วงฝัน ของกุ้ยอ้ายป๋อเฉิง ทำอย่าไรก็ได้ให้เขาหยุดยึดติดต่อมู่ตัน แล้วออกมาเผชิญความจริง”
“ถ้าข้าเข้าไปในห้วงฝันของเขา และมีตัวตนในนั้น ข้าจะติดอยู่ที่นั่นนานแค่ไหน”
ซื่อเว่ยต้าตี้ มองดวงตาของฟางเฟย ด้วยสีหน้าจริงจัง ไม่เล่นเหมือนทุกครั้ง
“จนกว่าเขาจะตื่น”
เกาฟางเฟยนิ่งเงียบไม่ชั่วครู่ หญิงสาวมองใบหน้างดงามของซื่อเว่ยต้าตี้
“ท่านซื่อเว่ยต้าตี้ ท่านจะอยู่กับข้าตลอดใช่ไหม”
“ถ้าเ้า้า ข้าจะไปในห้วงฝันกับเ้าฟางเฟย” หญิงสาวยิ้มให้เทพเ้าดวงดาว
“ขอเวลาอีก 5 วัน ข้าจะไปในห้วงฝันของ กุ้ยอ้ายป๋อเฉิง และตื่นขึ้นมาพร้อมกับเขา แต่ถ้าเขาไม่ตื่น…ท่านกับข้าจะติดอยู่ในนั้นตลอดไปใช่ไหม”
“เราจะทำได้ เกาฟางเฟย เราจะกลับมาพร้อมกุ้ยอ้ายป๋อเฉิง”
ประตูลิฟท์โรงแรมเปิดออก เกาจางจิ้งในชุดสูทธสีดำก้าวเท้าเดินออกมาพร้อมผู้ติดตาม ชายหนุ่มมุ่งหน้ามาที่ห้องของฟางเฟย เพื่อพาเธอไปทานข้าวเย็น ชายหนุ่มยกมือเคาะประตู แต่ทุกอย่างกลับเงียบสนิท
“ตงเจ๋อ คุณหนูไม่ได้ออกไปไหนแน่นะ”
“ครับนายน้อย ผมอยู่ด้านนอกตลอด คุณหนูั้แ่กลับมาจากไปกองถ่าย ก็ยังไม่ได้ออกไปไหน”
จางจิ้งเคาะประตูอีกหลายครั้ง แต่ทุกอย่างก็คือความเงียบที่ตอบกลับมา เขาตัดสินใจหยิบการ์ดห้องเกาฟางเฟยขึ้นมาปลดล็อคประตู แล้วเดินเข้าไปพร้อมผู้ติดตาม ทุกคนตั้งท่าระวังตัว ด้วยรู้สึกถึงความผิดปกติ เกาจางจิงมองไปรอบห้องมีแต่ความว่างเปล่า แต่สายตาพิเศษของเขามองผ่านม่านบังตา ที่กันระหว่างห้องโถงกับจุดอ่างอาบน้ำ ที่ติดกับหน้าต่างซึ่งเป็กระจกบานใหญ่ มองเห็นทิวทัศน์ด้านนอกที่สวยงามของเมืองเซี่ยงไฮ้ ชายหนุ่มส่งสัญญาณให้ลูกน้องของเขาออกไปรอด้านนอก จางจิ้งเดินไปที่อ่างอาบน้ำ ในใจก็คิดขอให้ฟางเฟยปลอดภัย
ภาพที่เกาจางจิ้งเห็น และทำให้เขาต้องหยุดยืนตัวชา คือเกาฟางเฟยที่ร่างกายเปลือยเปล่า นอนแช่อยู่ในอ่างอาบน้ำ ดีที่ในอ่างมีฟองทำให้เห็นร่างกายของเธอไม่ชัดเจนมาก เกาจางจิ้งสูดลมหายใจเข้าออกช้า ๆ เพื่อลดความตื่นเต้นของตัวเอง
“ฟางเฟย ฟางเฟย เธอได้ยินพี่ไหม ตื่นสิ ฟางเฟย ทำไมเธอหลับสนิทแบบนี้” ชายหนุ่มพยายามเรียกเพื่อปลุกฟางเฟย จางจิ้งยื่นมือไปััหน้าผากของหญิงสาว ตัวก็ไม่ร้อน ทำไมหลับได้ขนาดนี้
"ฟาง…ฟางเฟย ตื่นสิ เธอได้ยินพี่ไหม ตื่นเร็วเข้า
จางจิ้งตบหน้าเธอเบา ๆ พร้อมเขย่าตัวเธอไปด้วย แต่หญิงสาวก็ยังไม่ยอมตื่น จางจิ้งตัดสินใจอุ้มเธอออกจากน้ำ พอยกแขนหญิงสาวขึ้นเพื่อจะพาดคอ นิ้วมือของฟางเฟยเริ่มซีดและเหี่ยว นั่นแสดงว่าเธอนอนแช่น้ำแบบนี้นานแล้ว ชายหนุ่มพยายามมองไปในอากาศที่ว่างเปล่าของห้อง ไม่กล้ามองลงมาที่ร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาวตรงหน้า เขารีบวางเธอลงบนที่นอนแล้วรีบดึงผ้าห่มมาห่มให้ ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา มองไปที่ใบหน้าสวยงามของฟางเฟย
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมหลับได้ขนาดนี้”
จางจิ้งนั่งลงข้าง ๆ ฟางเฟย มองดูร่างที่หลับไหลไร้สติ เขาลุกไปหยิบชุดนอนของฟางเฟยพยายามสวมให้หญิงสาว ภายใต้ผ้าห่มที่ปิดร่างของเธอไว้ อย่างทุลักทุเล ปิ่นของซื่อเว่ยต้าตี้หลุดจากผมร่วงลงข้างหมอน จางจิ้งหยิบปิ่นหยกเนื้อใสมาดู เพิ่งรู้ว่าฟางเฟยชอบเครื่องประดับแบบนี้ด้วย เขาจัดการทุกอย่างจนเรียบร้อย มองดูฟางเฟยที่เป็แบบนี้แล้วไม่สบายใจเลย
ผู้กำกับเจียอีนั่งดื่มจนเริ่มเมา แต่ก็ยังไม่เห็นหญิงสาวที่เขานัดไว้จะมาถึง เขากระดกแก้วต่อแก้ว ด้วยความเครียด หรือเกาฟางเฟยจะไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาเลย ก็แน่สิ ก็เขายังไม่เคยได้มีโอกาสจะเริ่มจีบเธอเลย กำลังจะเริ่มก็กลายเป็ว่าผู้หญิงที่เขาหมายตา กลับเป็คุณหนูตระกูลใหญ่ ทางเดียวเท่านั้นสำหรับเขา คือบุกเท่านั้น ไม่อย่างนั้นคงไม่มีโอกาสอีกแล้ว เจียอีกระดกอีกแก้วเข้าปาก แล้วตัดสินใจไปหาฟางเฟยที่ห้องของเธอ ประตูลิฟท์เปิดออก ผู้กำกับหนุ่มรีบเดินออกจากลิฟท์ มุ่งหน้าไปตามทางเดินที่ปูด้วยพรมสีแดง ก้มหน้าเดินไปเรื่อย ๆ พอใกล้ถึงห้องของหญิงสาว เขามองเห็นปลายเท้าของใครบางคนที่ยืนอยู่ พอเขาเง้ยหน้าขึ้นก็ถึงกลับต้องกลืนน้ำลายลงคอ บอดี้การ์ดของนายน้อยเกา ต่างหันมามองหน้าเขาเป็สายตาเดียว
“เอ่อ…ผม ผม ขอพบคุณหนูเกา หน่อยได้ไหมครับ”
ตงเจ๋อ ก้าวเท้าออกมายืนตรงกลาง มองหน้าเขาด้วยสายตาแน่นิ่ง
“สักครู่”
ตงเจ๋อที่มีบุคลิกสงบนิ่งเงียบ เดินไปเคาะประตูห้อง แต่คนที่เปิดประตูห้องหญิงสาว กลับเป็เกาจางจิ้ง น้อยนายสกุลเกาที่น่าเกรงขาม และเคยเป็เพื่อนสนิท ออกมาพบเขาแทนหญิงสาวที่เขาหลงรัก
“มีอะไรเจียอี ขอโทษด้วยฟางเฟยไม่สะดวกรับแขก เธอเพิ่งกินยาและหลับไปแล้ว”
“พอดีเรานัดกันไว้ ไม่เห็นเธอไปตามนัด ฉันเลยขึ้นมาดู ไม่เป็ไร ฉันกลับไปดื่มต่อก็ได้”
เจียอีหันหลังกำลังเดินออกไป ด้วยความผิดหวัง
“เดี๋ยวเจียอี นายไม่คิดจะชวนฉันไปดื่มด้วยรึไง ฟางเฟยดื่มไม่เก่งเท่าฉันหรอกนะ”
ผู้กำกับเจียอีหยุดฝีเท้าลง หันกลับไปมองเกาจางจิ้ง เขายิ้มที่มุมปากให้เพื่อนที่เคยสนิทกัน แต่ด้วยหน้าที่ของนายน้อยตระกูลใหญ่ และอะไรหลายอย่าง ทำให้ความสัมพันธ์ต่อเพื่อนสมัยเรียน ค่อย ๆ ห่างหายกันไป คืนนี้ไม่ได้ฟางเฟยเป็แฟน แต่ได้มิตรภาพเก่าก่อนกลับมาก็ถือว่าสวยงาม
กุ้ยอ้ายป๋อเฉิง ยังคงนั่งสงบแน่นิ่ง เกาฟางเฟยมองใบหน้าที่งดงามของเทพเ้าธาตุไม้ เป็ถึงเทพเ้าทำไมถึงกลับไม่เข้าใจในรัก ทำแบบนี้ท่านแค่มีความสุขในมุมมืดของหัวใจ แล้วความเป็จริงล่ะ จะปล่อยไปแบบนี้เหรอ
“ท่านซื่อเว่ยต้าตี้ ข้าสงสัย ทำไมแดน์ของท่าน ถึงไม่มีใครแก้ไขเื่นี้ ถ้าไม่มีข้าไม่มีคันฉ่องทองแดง ท่านจะแก้ไขกันอย่างไง”
“ถ้าไม่มีเ้า ไม่มีข้อแลกเปลี่ยนระหว่างกัน เื่นี้์คงจัดใครสักคนมาจัดการ”
ซื่อเว่ยต้าตี้ ตอบคำถามฟางเฟย ระหว่างรื้อค้นห้องหนังสือ ของกุ้ยอ้ายป๋อเฉิง หวังได้หลักฐานอะไรเพิ่มเติม
“ท่านได้อะไรบ้างรึยัง ข้าเห็นท่านรื้อค้นั้แ่มาถึง”
ฟางเฟยลุกจากการนั่งมองหน้างดงามของเทพเ้าธาตุไม้ ไปช่วยซื่อเว่ยต้าตี้ค้นหา
“ท่านหาอะไร”
“ข้า้าหลักฐาน ที่ทำให้เราทำงานง่ายขึ้น”
ฟางเฟยเปิดลิ้นชักตู้ข้างห้อง พบว่าในนั้นมีสมุนไพรที่ถูกจัดเก็บอย่างดี
“ข้าเจอแต่สมุนไพร”
“สมุนไพร เขาจะเก็บสะสมสมุนไพรเพื่ออะไร เขาไม่ใช่เทพเ้าโอสถ” ฟางเฟยมองหน้าซื่อเว่ยต้าตี้
“ข้าเคยเห็นท่านกุ้ยอ้ายป๋อเฉิง ป้อนยาแม่นางมู่ตัน สมุนไพรเหล่านี้ จะเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ท่านตามหาหรือไม่”
ซื่อเว่ยต้าตี้หยิบสมุนไพรขึ้นมาดม หัวว่านพวกนี้มีกลิ่นหอมเย็น น่าจะใช้รักษาอาการปรับธาตุภายใน
“เ้าเก็บตัวอย่างให้ข้า ข้าจะเอาไปให้ท่านเทพโอสถช่วยหาคำตอบ”
มี e book ห้วงฝันแห่งปัญจธาตุ เล่ม 1. https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiODU0MTc2MCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjIyNzIxNCI7fQ