วาดชะตา ทวงบัลลังก์รัชทายาทหญิง

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 128 เหตุใดถึงไม่เชื่อเปิ่นหวาง


          มู่หรงฉือหลั่งเหงื่อเย็นแต่ยังฝืนหัวเราะเสียงใส “ความเสี่ยงที่สุดของเปิ่นกงก็คือท่านอ๋อง ยามนี้เปิ่นกงเหมือนต้องเผชิญกับอันตรายอยู่ทุกวัน แต่ละย่างก้าวน่าหวั่นใจ เกรงว่าวันใดจู่ๆ จะต้องกลายเป็นคนที่ถูกรุมโจมตีหรือต้องกลายเป็นศพนอนอยู่ในวัง”

            แววตาของมู่หรงอวี้เข้มขึ้น “อาฉือ เหตุใดถึงไม่เชื่อเปิ่นหวาง?”

            “หากท่านอ๋องคืนอำนาจในการบริหารราชสำนักมาให้เปิ่นกงหรือให้เปิ่นกงเข้าร่วม เปิ่นกงก็จะเชื่อว่าท่านอ๋องมีความจริงใจอยู่บ้าง”

            “หากเปิ่นหวางจะเปิดเผยความลับของเจ้า เหตุใดเปิ่นหวางจะต้องมองหมากของตัวเองถูกคนสังหารด้วยเล่า? แล้วเหตุใดจะต้องรอมาจนถึงเวลานี้? รวมถึงก่อนหน้านี้เหตุใดเปิ่นหวางจะต้องช่วยเจ้าหลายครั้งหลายครา?”

            นางจ้องเขานิ่ง ใช่สิ เขาที่เชี่ยวชาญวางแผน คิดคำนวณแผนการมากมายไม่เคยผิดพลาด ทั้งวังหลวงรวมถึงเมืองหลวงล้วนอยู่ในการควบคุมของเขา เพียงเขาชี้นิ้วสั่ง นางก็จะกลายเป็นคนผิด ต้องพ่ายแพ้จนจมดิน หากเขามีใจต่อต้านนาง อยากจะให้นางตาย จำเป็นให้เขาต้องรอถึงตอนนี้ด้วยหรือ?

            แต่นางไม่รู้ว่านี่จะเป็นแผนที่น่ากลัวกว่า ยิ่งใหญ่กว่าของเขาหรือไม่ ล่อลวงให้นางเชื่อใจ จากนั้นค่อยโจมตีคราวเดียวถึงตาย ถึงเวลานั้นนางก็จะตายไปอย่างไร้หลุมฝังศพ

            นางไม่เชื่อเขา เชื่อแต่ตัวเองเท่านั้น

            ในเวลานี้วินาทีนี้ ในใจของนางยุ่งเหยิงไปหมด เห็นดวงตาเข้มของเขาเต็มไปด้วยความจริงใจ ซื่อสัตย์ นางยิ่งไม่รู้ว่าควรหรือไม่ควรเชื่อเขา

            เขาทำเช่นนี้ก็เพื่อนางหรือ?

            “อาฉือ เปิ่นหวางต้องทำอย่างไรเจ้าถึงจะเชื่อเปิ่นหวาง?” ใบหน้าของมู่หรงอวี้เย็นชาเคร่งขรึม

            “เปิ่นกงเคยพูดเอาไว้แล้วว่าเพียงท่านคืนอำนาจในการบริหารมาหรือให้เปิ่นกงเข้าร่วมการบริหารกับท่าน” มู่หรงฉือพูดเสียงหนักแน่นพลางสะบัดมือออก

            “ยังไม่ถึงเวลา”

            “พรืด...”

            นางหัวเราะหยัน รู้อยู่แล้วว่าคนที่ลุ่มหลงในอำนาจคนหนึ่งจะยอมส่งมอบอำนาจให้คนอื่นได้อย่างไร

            เขารู้ว่านางเป็นสตรี ไม่อาจสืบทอดตำแหน่งโอรสสวรรค์ได้ เสด็จพ่อไม่มีโอรสสืบทอดตำแหน่ง เช่นนั้นเขาย่อมสามารถรับตำแหน่งไป แล้วทำให้สกุลมู่หรงจบสิ้น

            มู่หรงอวี้พูดเสียงเข้ม “รอเมื่อถึงเวลาเหมาะสม เปิ่นหวางจะทำตามความปรารถนาของเจ้า”

            มู่หรงฉือไม่ตอบอันใด ในใจกลับหัวเราะเย็นเยียบ เวลาเหมาะสมหรือ? ถึงตอนนั้นเกรงว่าจะเป็นวันอัปมงคลของนางกระมัง

            “ท่านอ๋องไม่ใช่ว่าคิดถึงสตรีผู้หนึ่งไม่เคยลืมไม่ใช่หรือ? ในเมื่อท่านมีคนในดวงใจอยู่แล้ว เช่นนั้นก็อย่ามายั่วโทสะเปิ่นกงอีก”

            นางกะพริบตาอย่างเย็นชาก่อนจะเปิดประตูออกไป

            เขาขมวดคิ้วสงสัย ผ่านไปครู่หนึ่งถึงได้เข้าใจ ที่นางพูดถึงก็คือแม่นางหน้าตาเย็นชาที่มีความสัมพันธ์ในวันเกิดเขาคืนนั้น

            นางรู้ได้อย่างไร?

            เรื่องนั้นเป็นความลับอย่างยิ่ง นางไม่มีทางล่วงรู้

            เขาได้ส่งคนไปเสาะหาแม่นางผู้นั้นทั่วหล้า แต่กลับหาเบาะแสร่องรอยของแม่นางผู้นั้นไม่พบ นางเหมือนกับหายไปจากโลกมนุษย์อย่างแปลกประหลาด

            ช่วงนี้มีเรื่องราวมากมายพรั่งพรูเข้ามา เขาเองไม่ได้คิดถึงแม่นางผู้นั้นไปพักหนึ่งแล้ว ทั้งยังแทนที่ด้วยอาฉือ ทุกคืนมักจะมีรอยยิ้มของนางเข้านอนไปกับเขา

            ส่วนเซียวกุ้ยเฟยนั้นจะต้องตาย!

            สองวันก่อนงานวันเกิดนาง มู่หรงอวี้จัดการงานราชการจนดึกดื่น วางแผนจะพักผ่อนที่หอฉุนโม่

            จู่ๆ ก็มีนางกำนัลจากตำหนักชิงหลวนมาขอพบ เขาจึงให้เข้ามา ถึงได้รู้ว่านางกำนัลก็คือเซียวกุ้ยเฟยที่ปลอมตัวมา

            เซียวกุ้ยเฟยปลอมตัวเป็นนางกำนัลมายังหอฉุนโม่ด้วยความคะนึงหา

            “ได้ยินมาว่าท่านอ๋องได้รับบาดเจ็บ เปิ่นกงเป็นห่วงยิ่งนักจึงมาหาเพคะ” นางเอ่ยเสียงออดอ้อนพลางวางกล่องอาหารลงบนโต๊ะ จากนั้นหยิบถ้วยน้ำแกงออกมาถ้วยหนึ่ง ก่อนคลี่ยิ้มเย้ายวน “นี่เป็นน้ำแกงไข่นกกระทาที่เปิ่นกงทำด้วยตัวเอง ท่านอ๋องลองชิมสักหน่อยสิเพคะ”

            “เปิ่นหวางไม่หิว น้ำใจของกุ้ยเฟย เปิ่นหวางรับไว้แล้ว” น้ำเสียงของมู่หรงอวี้ราบเรียบราวน้ำนิ่ง

            “ท่านอ๋องดื่มสักคำสองคำเถิดเพคะ” นางส่งไปตรงหน้าของเขา คลี่ยิ้มอ่อนโยน มองเขาอย่างเปี่ยมความหวัง

            เมื่อปฏิเสธไม่ได้ เขาจึงยกขึ้นดื่มสองคำ ก่อนจะส่งคืนให้นาง แล้วพูดเสียงเย็น “เปิ่นหวางมีความชอบของเปิ่นหวาง ใครก็ไม่อาจเปลี่ยนใจเปิ่นหวางได้ นี่ก็ดึกแล้ว กุ้ยเฟยรีบกลับไปพักผ่อนเถิด”

            เซียวกุ้ยเฟยวางถ้วยลง ก่อนจะยิ้ม “เมื่อวันก่อนท่านอ๋องได้รับบาดเจ็บ ได้ยินว่าได้รับบาดเจ็บตอนที่ไปสืบหาหน่วยสอดแนมจากต่างแคว้น เปิ่นกงยังได้ยินมาว่าองค์รัชทายาทเองก็ตรวจสอบเรื่องนี้เหมือนกัน ท่านอ๋องกับองค์รัชทายาทร่วมมือกันหรือเพคะ?”

            ดวงตาสีดำของมู่หรงอวี้หดตัวเข้าหากัน “แล้วอย่างไร?”

            “ท่านอ๋องกับองค์รัชทายาทร่วมมือกัน ร่วมเป็นร่วมตายมาด้วยกัน มิตรภาพคงแน่นแฟ้นขึ้นมาไม่น้อย” ดวงตาสวยของนางกระพริบช้าๆ ก่อนจะเผยรอยยิ้มลึกลับออกมา “เมื่อหลายวันก่อน เถาจือเห็นหรูอี้คนดูแลขององค์รัชทายาทมาซักผ้าด้วยตนเอง เสื้อตัวนั้นเปื้อนเลือด ไม่รู้ว่าเป็นเลือดที่ไหลจากบาดแผล หรือว่าเป็นประจำเดือน?”

            “เจ้าต้องการจะพูดอะไรกันแน่?” ดวงตาดำของเขาทอประกายเย็นเยียบ

            “ดูจากปฏิกิริยาของท่านอ๋องแล้ว ท่านอ๋องคงจะรู้ความลับขององค์รัชทายาทอยู่แล้ว” ริมฝีปากแดงของนางเผยอขึ้นน้อยๆ หัวเราะเสียงเบา แต่ในใจกลับรู้สึกเย็นวาบขึ้นมาทันที “ความลับนี้เป็นความลับอันยิ่งใหญ่ที่สุด น่าสนใจที่สุด และมีค่ามากที่สุดในแคว้นเป่ยเยี่ยน หากประกาศออกไป ทั่วทั้งราชสำนักจะต้องสะท้านสะเทือน ชื่อเสียงขององค์รัชทายาทคงดังก้องไปทั่วแดน”

            เขาไม่พูดจา ดวงหน้าขาวประหนึ่งธารน้ำแข็งพันปีที่ปล่อยไอเย็นเสียดกระดูกออกมา

            เซียวกุ้ยเฟยสังเกตเห็นอารมณ์ที่เปลี่ยนไปของเขา มือไม้พลันเย็นเยียบ “เปิ่นกงคิดมาเป็นร้อยเป็นพันครั้งก็ไม่เข้าใจ เหตุใดท่านอ๋องถึงไม่เปิดเผยสถานะขององค์รัชทายาทออกไปให้ทุกคนได้รู้?”

            มู่หรงอวี้พูดเสียงเย็น “เปิ่นหวางรู้ประมาณตนเองดี ไม่ต้องให้เจ้าลงมือ”

            “เปิ่นกงคิดดูแล้ว ในที่สุดก็เข้าใจ ท่านอ๋องหวั่นไหวติดอยู่ในกับดักแห่งความรู้สึก” รอยยิ้มของนางยิ่งสดใสมากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับหัวใจที่เจ็บปวดรวดร้าวอย่างมาก ราวกับมีมีดสั้นเล่มหนึ่งแทงเข้าไปที่หัวใจ โลหิตไหลย้อมจนเจ็บปวด “เปิ่นกงไม่เชื่อ จึงจะส่งคนออกไปตรวจสอบ”

            “เรื่องของเปิ่นหวางจำเป็นต้องให้เจ้ามายุ่งตั้งแต่เมื่อไหร่?” แววตาของเขาเย็นชา

            “นั่นสินะ เปิ่นกงเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งของท่านอ๋อง เปิ่นกงจะมีคุณสมบัติอะไร? แต่ท่านอ๋องรู้หรือไม่ ตอนอายุสิบสี่ที่เปิ่นกงได้เจอท่านเป็นครั้งแรกก็ได้มอบหัวใจทั้งดวงและฝากชีวิตไว้กับท่านอ๋อง ท่านอ๋องอยากจะให้เปิ่นกงทำอะไร เปิ่นกงไม่เคยปฏิเสธ” เซียวกุ้ยเฟยพูดออกมาอย่างเศร้าสร้อย “ท่านอ๋องอยากให้เปิ่นกงเข้าวังมาเป็นเฟยผินของฝ่าบาท เปิ่นกงก็ทำได้ เปิ่นกงเกลี้ยกล่อมฝ่าบาท ให้เรียกท่านกลับเมืองหลวง อีกทั้งยังมอมเมาฝ่าบาทในกามารมณ์ จนกลายเป็นคนเลอะเลือนผู้หนึ่ง เพื่อให้ท่านได้ครอบครองราชสำนัก กลายเป็นผู้นำของเหล่าขุนนางในราชสำนัก มีอำนาจเป็นอันดับหนึ่ง เปิ่นกงทำทุกอย่างเพื่อท่าน เพียงหวังว่าจะได้รับความรัก หวังว่าจะได้การปลอบประโลมใจจากท่าน แต่เหตุใดท่านอ๋องถึงไม่ยินยอมจะมอบความหวังให้แม้แต่นิด? เหตุใดถึงได้เย็นชาถึงเพียงนี้? เหตุใดถึงให้เปิ่นกงผิดหวังจนถึงกับรู้สึกสิ้นหวังครั้งแล้วครั้งเล่า? เปิ่นกงรักท่าน เคารพท่าน สามารถเสียสละทุกอย่างได้เพื่อท่าน แล้วสิ่งที่ได้มาคืออะไร?”

            “หมากตัวหนึ่งไม่ควรมีความรู้สึก” เขาพูดอย่างเย็นชา

            “เหอะเหอะ...เหอะเหอะ...”

            นางหัวเราะออกมาด้วยความเจ็บปวดอาดูร เต็มไปด้วยการเย้ยหยันตัวเอง “ไม่เหมาะที่จะมีความรู้สึก?”

            มู่หรงอวี้ไม่ได้แสดงสีหน้าแม้แต่น้อย พูดออกมาอย่างเย็นชา “เป็นหมากก็ควรจะมีสำนึกของหมาก สตรีของเปิ่นหวาง สามารถเป็นสตรีที่มีตำแหน่งต่ำกว่าได้ แต่ไม่อาจเป็นเพียงหมากตัวหนึ่ง”

            คำพูดที่ไร้ความรู้สึกนี้ แต่ละคำเป็นดั่งลูกธนูที่ทิ่มแทงเข้ามาในใจของนางทีละดอก เกิดเป็นโลหิตไหลรินทันที

            เซียวกุ้ยเฟยเข้าใจความหมายของเขา หัวใจจึงเจ็บปวดขนาดนั้น...

            นางไม่คู่ควรที่จะเป็นสตรีของเขา! นางไม่มีคุณสมบัตินั้น!

            เหตุใดนางจึงน่าขันได้ถึงเพียงนี้? ชีวิตนี้ของนางก็มีเพียงความผิดที่น่าขันนี้อยู่เพียงประการเดียว

            “องค์รัชทายาทมีคุณสมบัติจะเป็นสตรีของท่านอ๋องหรือ?” นางคำรามออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว น้ำตาอุ่นร้อนเอ่อคลอขอบตาจากนั้นก็ไหลทะลักลงมา

            “สตรีที่เปิ่นหวางรักอย่างลึกซึ้งถึงจะมีคุณสมบัติที่จะกลายเป็นภรรยาของเปิ่นหวาง” น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่ง แต่กลับเป็นดั่งเหล็กแหลมทิ่มแทง

            “ภรรยา...” นางพูดเสียงแหบพร่า น้ำตาร้อนลวกไหลกลิ้งลงมาตามดวงหน้า หัวใจเจ็บปวดจนไม่อาจกรีดร้องออกมาได้

            “ทั้งหมดเป็นเพราะตัวเจ้าเอง เปิ่นหวางเคยเตือนเจ้าเอาไว้นานแล้ว เจ้าไปเสียเถิด”

            “ท่านอ๋อง เปิ่นกงไม่ได้ขออะไร เพียงแค่ขอให้ได้อยู่เคียงข้างท่าน...” เซียวกุ้ยเฟยร่ำไห้ออกมาอย่างสิ้นหวัง ดวงหน้าใสเต็มไปด้วยน้ำตา ดูเจ็บปวดจนถึงที่สุด จนทำให้คนเกิดความสงสาร

            “เปิ่นหวางเคยพูดเอาไว้แล้วว่าเจ้าไม่เหมาะสม”

            “เพราะเหตุใด?”

            “สตรีของเปิ่นหวางจะต้องมีสายเลือดของราชวงศ์ที่สูงส่ง เจ้ามีหรือไม่?” มู่หรงอวี้เบือนสายตาออกไปอย่างนึกรำคาญ

            คำพูดอันร้ายกาจนี้ได้ทำลายความหวังที่มีอยู่เพียงน้อยนิดจนพังทลาย

            น้ำตาไหลลงมาไม่ขาดสาย นางกลืนน้ำตาด้วยความเจ็บปวด เจ็บไปถึงกระดูก รวดร้าวไปถึงวิญญาณ เจ็บจนแทบไม่อาจหายใจ...

            เขาไม่รู้สึกเสียใจเลยสักนิด ช่างเย็นชาไร้ความรู้สึก

            จากนั้นนางก็เช็ดน้ำตาสะอึกสะอื้น กลืนความเจ็บปวดกลับลงไปก่อนจะพูดเสียงแหบ “ท่านอ๋องเย็นชาไร้หัวใจถึงเพียงนี้ ไม่กลัวว่าเปิ่นกงจะแว้งกัดบ้างหรือ?”

            เขามองนางนิ่ง ในแววตามีความดุร้ายอยู่หลายส่วน “กล้าเป็นปฏิปักษ์กับเปิ่นหวาง จุดจบมีอยู่เพียงอย่างเดียวคือตาย”

            ใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาของเซียวกุ้ยปรากฏรอยยิ้มเจ็บช้ำ “เปิ่นกงเข้าใจแล้ว เปิ่นกงจะเป็นกุ้ยเฟยที่ได้รับความโปรดปรานผู้หนึ่ง จะเสพสุขกับเกียรติยศความร่ำรวย ขอให้ท่านอ๋องคิดสิ่งใดได้สมปรารถนาเถิด”

            จากนั้นนางก็รีบร้อนเดินออกไป

            ดวงตาดำของมู่หรงอวี้หรี่ลงน้อยๆ เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเรียกกุ่ยหยิงมาสั่งการ “ส่งคนไปจับตาดูความเคลื่อนไหวของตำหนักชิงหลวน”

            หลายวันมานี้ตำหนักชิงหลวนไม่มีความเคลื่อนไหวอะไร เขาคิดไม่ถึงว่านางจะถูกมือสังหารลึกลับฆ่าตาย

            ...

            มู่หรงฉือกับเสิ่นจือเหยียนออกจากจวนอวี้หวาง เสิ่นจือลี่เองก็ขอตัวลากลับไป

            เมื่อกลับถึงตำหนักบูรพา มู่หรงฉือรีบไปที่หน่วยลิ่วชาง สอบถามว่าในวังมีเส้นไหมธรรมชาติหรือไม่

            คำตอบที่ได้รับมาก็คือ ไม่มี

            นางกลับมาที่ตำหนักบูรพาด้วยความผิดหวัง ฉินรั่วที่อยู่ด้านข้างกล่าวขึ้นว่า “เตี้ยนเซี่ย ถึงจะรู้ว่าคนร้ายใช้ไหมสังหารคน แต่กลับไม่อาจตรวจสอบว่าผู้ใดเป็นคนร้ายกันแน่”

            “อย่าเพิ่งคิดถึงการตายของเซียวกุ้ยเฟยเลย เรื่องของจาวฮวาเหลือเวลาอีกเพียงห้าวัน เปิ่นกงอยากจะคิดหาวิธีให้จาวฮวากับกงจวิ้นหาวใครสักคนพูดความจริงออกมา”

            “หนูปี้โง่เขลาเกินไป จึงไม่อาจช่วยคลายความกังวลใจให้เตี้ยนเซี่ยได้” ฉินรั่วพูดตำหนิตัวเอง

            “อย่าตำหนิตัวเองไปเลย” มู่หรงฉือตบบ่าของนาง “ไปเดินวนที่ตำหนักจิ่งหงกัน”

            สองนายบ่าวมุ่งหน้าไปที่ตำหนักจิ่งหง ตลอดทางได้พบกับขุนนางจำนวนไม่น้อย ต่างพากันแสดงความเคารพองค์รัชทายาท

            ในตอนที่ใกล้จะถึงตำหนักจิ่งหง จู่ๆ ฉินรั่วก็ชี้ไปยังนางกำนัลสองคนที่อยู่ด้านหน้า “สองคนนั้นเหมือนจะเป็นนางกำนัลของตำหนักจิ่งหงเพคะ”

            มู่หรงฉือกวาดตามอง ก่อนจะออกคำสั่ง “ไปพาสองคนนั้นมาที่นี่”

            เมื่อฉินรั่วเดินไปแล้ว มู่หรงฉือก็เดินไปตรงหน้ากอดอกเยว่จี้หรือกุหลาบจีนสีแดงที่กำลังบานสะพรั่ง ก่อนจะเด็ดออกมาเล่นดอกหนึ่ง

            ไม่นานฉินรั่วก็พานางกำนัลสองคนนั้นมา นางกำนัลทำความเคารพ “หนูปี้ถวายบังคมเตี้ยนเซี่ย”

            “พวกเจ้ารับผิดชอบงานอะไรในตำหนักจิ่งหง?” มู่หรงฉือถามเสียงเย็น

            “พวกหนูปี้สองคนรับผิดชอบเรื่องทำความสะอาดตำหนักเพคะ” นางกำนัลคนหนึ่งตอบ

            “เปิ่นกงอยากจะถามพวกเจ้าสองสามคำถาม พวกเจ้าจะต้องตอบตามความจริง หากมีคำโกหก เปิ่นกงจะไม่ปล่อยไว้เด็ดขาด”

            “เพคะ” พวกนางก้มหน้าลงพลันรู้สึกกระวนกระวายขึ้นมา

            “น้องสาวข้าปฏิบัติกับนางกำนัลดีหรือไม่? เคยทำร้ายนางกำนัลหรือไม่?” มู่หรงฉือใบหน้าเคร่งเครียด แผ่อำนาจกดข่มของเจ้าคนนายคน

     

    คล้ายกับเรื่องวาดชะตา ทวงบัลลังก์รัชทายาทหญิง ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577