แสงแดดในยามสายของวันหยุดส่องลงมาอย่างแรงกล้า อากาศร้อนอบอ้าวจนััได้แม้อยู่ใต้ร่มไม้ ลมแทบไม่พัดผ่าน ทำให้เหงื่อผุดขึ้นตามไร ท้องฟ้าไร้เมฆบดบัง สีฟ้าสว่างจ้าราวกับจะสะท้อนความร้อนออกมาเป็ประกาย ถนนหนทางแห้งสนิทจากแสงแดดที่แผดเผามาตลอดเช้า บรรยากาศในเมืองเงียบสงบ มีเพียงเสียงจักจั่นที่ร้องระงมให้รู้ว่าฤดูร้อนกำลังแผ่ซ่านอยู่ทุกอณูของอากาศ
ผมเดินเข้าไปในห้องเรียน ท่ามกลางเสียงพูดคุยของเพื่อน ๆ ที่กำลังเตรียมตัวสำหรับคาบแรกของสัปดาห์ ชีวิตของผมในโรงเรียนก็แค่แบบนี้ทุกวัน ไม่มีอะไรหวือหวามากมาย แต่ก็ไม่เคยรู้สึกเบื่อหน่าย เพราะยังมีสิ่งที่น่าสนใจให้จับตามอง
“ฮารุกิคุง!” เสียงของ เคนตะ ดังขึ้นข้าง ๆ ผม
เคนตะเป็เพื่อนสนิทที่รู้จักกันมานาน เขาร่าเริงและเป็คนขี้เล่นมาก พอเขาเห็นผมในตอนเช้าแบบนี้ ก็เหมือนจะเต็มไปด้วยพลังงานในทันที
“วันนี้มีอะไรสนุก ๆ บ้างป่ะ?” เคนตะถามพร้อมยิ้มกว้าง
“อะไรนะ? สนุกอะไร?” ผมตอบอย่างไม่สนใจมากนัก เพราะในหัวตอนนี้มีแต่เื่ของซาโยะที่ยังติดอยู่
“เออ... ก็วันนี้มีงานแสดงของชมรมวอลเลย์บอลไง!” เคนตะยิ้มร่า เขากระตือรือร้นอยู่เสมอ
"อืม..." ผมพยักหน้า หันไปมอง มิซากิ ที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ กับเคนตะ หญิงสาวคนนี้เป็แฟนของเคนตะ พวกเขาดูเหมาะสมกันมาก ทั้งคู่เป็เหมือนคู่รักที่ร่าเริง สดใส
“มิซากิ ช่วยฉันเลือกชุดดี ๆ หน่อย” เคนตะพูดแล้วมองไปที่แฟนสาวที่กำลังยิ้มอย่างสดใส
มิซากิหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะตอบกลับว่า “แน่นอนค่ะ! แต่วันนี้อย่ามัวแต่เล่น ๆ นะ นึกถึงงานด้วยล่ะ”
ใน่พักระหว่างคาบเรียน เคนตะพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มเ้าเล่ห์ว่า "วันหยุดที่จะถึงนี้ เราจะไปเดทกันแหละ!" เขาหันไปมองฮารุกิและก็ยิ้มออกมาซักครู่ก่อนที่จะหันไปหามิซากิแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "ช่วยฉันเลือกชุดให้ดูดีหน่อยสิ มิซากิ!"
มิซากิหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะพยักหน้า "แน่นอนอยู่แล้วสิ! นายต้องดูดีสุด ๆ ไปเลยในวันนั้นนะ เคนตะ!"
ทั้งสองหัวเราะด้วยกันอย่างมีความสุข ทำให้บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยความอบอุ่นและสดใส ผมนั่งมองพวกเขาด้วยรอยยิ้มบาง ๆ พลางคิดในใจว่า บางที... การมีใครสักคนอยู่ข้าง ๆ ก็คงดีเหมือนกัน
่เวลาของการพูดคุยสนุก ๆ ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงประกาศจากทางอาจารย์ที่เดินเข้ามา
ทำให้บรรยากาศที่ครึกครื้นนั้นเงียบสงบลงคาบเรียนได้เริ่มขึ้นเสียงจักจั่นในฤดูร้อนส่งเสียงวิชาเรียนวันนี้นั้นก็เป็วิชาที่ยากจะเข้าใจทำให้ผมนั้นเริ่มรู้สึกง่วงนอนขึ้นมาจากการที่ ผมนอนพลิกตัวไปมาอยู่บนฟูก
แต่ที่ทำให้นอนไม่หลับนั้นก็เพราะว่าผมยังนึกถึงภาพตอนที่โอบเธอไว้หลังรับลูกวอลเลย์บอลได้ทัน เธอเบิกตากว้าง พยักหน้าเบา ๆ แล้วกล่าวขอบคุณด้วยรอยยิ้มบาง ๆ
“ขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจล่วงเกิน…”
ผมยังจำคำพูดของตัวเองได้ดีหัวใจเต้นแรงทุกครั้งที่นึกถึงแววตาเธอในตอนนั้น รอยยิ้มจาง ๆ ที่ดูเหมือนจะไม่ลบออกจากความคิดผมไปง่าย ๆผมหันมองเพดานอย่างเหนื่อยใจ แล้วพึมพำกับตัวเอง
“…ซาโยะ”
ดูเหมือนผมจะเริ่มมองเธอเข้าแล้วจริงๆ รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่อาจารย์ได้ส่งเสียงเรียกชื่อของผม
"ฮารุกิ ฮารุกิ ฮารุกิคุง"
เสียงของอาจารย์ที่ล่องลอยมาตามลมเพื่อนร่วมชั้นที่อยู่ข้างหน้าผมได้สกิดให้ผมนั้นรู้สึกตัว
"ครับ อาจารย์"
ตัวผมที่ได้ยินเสียงของอาจารย์ทำให้ผมสะดุ้งลุกยืนขึ้นมาด้วยความใ
"ฮารุกิ กล้ามากที่หลับในวิชาเรียนของฉันคงจะเข้าใจที่สอนแล้วสิน่ะ งั้นลองอ่านต่อจากที่อาจารย์สอนสิ"
ตัวผมที่ร้อนลนเพราะไม่ได้ฟังสิ่งที่อาจารย์หันหน้ามองรอบตัวๆเพื่อสังเกตุหน้าหนังสือว่าเรียนไปถึงหน้าที่เท่าไหร่ แต่ผมสะดุดตาไปที่เพื่อนร่วมชั้นที่นั่งอยู่ข้างๆผม
"ฮารุกิคุง"
ซาโยะได้ทักชื่อของผมและชี้หน้าหนังสือที่อยู่กับเธอทำให้ผมนั้นอ่านหนังสือต่อจากจุดที่อาจารย์สอนทำให้ผมสามารถอ่านหนังสือต่อจากจุดที่อาจารย์สอนได้ทัน — และรอดจากความอับอายไปอย่างหวุดหวิด แม้อาจารย์จะยังตำหนิอยู่เล็กน้อยก็ตาม
"คราวหลังอย่าหลับในคาบเรียนอีกละ ฮารุกิ"หัวใจผมเต้นแรงเพราะเธอช่วยไว้… หรือเพราะผมอายที่เธอเห็นสภาพผมตอนหลับกันแน่? ก็นั่งลงและหันหน้าไปที่ซาโยะ"ขอโทษนะแล้วก็ขอบคุณมากซาโยะ..."
ตัวผมที่มีความรู้สึกผิดเล็กได้ยิ้มอย่างเกรงๆกับซาโยะ
"ไม่เป็อะไรหรอกค่ะ แค่คราวหลังระวังกว่านี้หน่อยนะคะ"
ซาโยะที่กล่าวตักเตือนเล็กน้อยด้วยรอยยิ้มยากเกินที่จะลืมเลือน ทำให้ผมเคลิบเคลิ้มไปกับรอยยิ้มนั้นทำให้คิดในใจว่าหรือฉันจะชอบซาโยะหรือเปล่าน่ะ จากนั้นเสียงออดก็ดังขึ้นเป็เสียงที่บ่งบอกว่าถึงเวลาพักกลางวันแล้ว...