ASTERRA
ภาค I — ดาวดวงแรกแห่งเซเลสเทรีย
ตอนที่ 06 — สิ่งที่ร่างกายยังจำได้ (2)
หมอมาถึงไม่นานหลังจากนั้น
เขาเป็ชายสูงวัยในเสื้อคลุมสีเทา คนเดียวกับที่ตรวจลูเซียนั้แ่วันที่ฟื้นขึ้นมา อีกฝ่ายเริ่มจากชีพจร ตามด้วยดวงตา การหายใจ และคำถามเื่อาการปวดศีรษะ จนลูเซียนเริ่มสงสัยว่าการทดลองเวทจะเกิดขึ้นก่อนอาหารเย็นหรือไม่
“ข้าเพียง้าลองทำให้ผลึกสว่าง”
หมอปล่อยข้อมือเขา
“คนที่เพิ่งฟื้นจากอาการาเ็มักพูดคำว่า เพียง ก่อนทำเื่ที่ไม่ควรทำ”
“ข้ารู้สึกว่าทุกคนในบ้านนี้มีประสบการณ์ไม่ดีกับข้า”
“มีเหตุผลขอรับ”
ลูเซียนมองเขา
หมอไม่เปลี่ยนสีหน้า
เซลีนยกถ้วยชาขึ้นจิบราวกับไม่เกี่ยวข้องกับบทสนทนา แต่แววตาดูจะขำมากกว่าที่นางพยายามแสดงออก
“ตกลง” ลูเซียนพูด “ข้าจะทำตามที่ท่านบอก”
“หากมีอาการผิดปกติให้หยุดทันที”
“ตกลง”
“ไม่ฝืน”
“ตกลง”
“ไม่ลองเพิ่มพลังเพียงเพราะครั้งแรกไม่ได้ผล”
ลูเซียนเงียบ
หมอเลิกคิ้ว
“ข้อนั้นรับปากยากหรือขอรับ?”
“ข้ากำลังพิจารณาว่าท่านรู้จักข้าจากอดีตมากเกินไปหรือไม่”
“ข้ารักษาท่านมาั้แ่เด็ก”
“นั่นตอบคำถามแล้ว”
หมอเลื่อนผลึกเข้ามาตรงหน้า
“วางมือบนฐานขอรับ”
ลูเซียนทำตาม
โลหะใต้ฝ่ามือเย็นกว่าที่คิด
“แล้ว?”
“รับรู้พลังภายในตัวท่าน”
ลูเซียนรอ
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“คำอธิบายนั้นกว้างไป”
หมอถอนหายใจเบา ๆ
“หลับตา แล้วแยกความรู้สึกของร่างกายออกทีละอย่าง ชีพจร ลมหายใจ ความร้อนจากิั แรงกดของเก้าอี้ หากพบสิ่งที่ไม่เหมือนสิ่งเ่าั้ อย่าเพิ่งบังคับ เพียงรับรู้ว่ามันอยู่ตรงนั้น”
ลูเซียนหลับตา
เขาเริ่มจากสิ่งง่ายที่สุด
แรงกดของพนักเก้าอี้
ลมหายใจ
ชีพจรตรงข้อมือ
ความอุ่นจากแสงที่ลอดผ่านหน้าต่าง
อาการตึงจาง ๆ ใต้ชายโครง
แล้วมีบางอย่างอีก
ไม่ใช่ความรู้สึกที่อยู่ตรงจุดใดจุดหนึ่ง แต่คล้ายกระแสบางเบาซ่อนอยู่ใต้สิ่งอื่นทั้งหมด
ลูเซียนจดจ่อกับมัน
พยายามนำมันไปยังมือ
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เขาลืมตา
ผลึกยังใส
“อีกครั้ง”
ครั้งที่สอง กระแสนั้นขยับเล็กน้อยก่อนหลุดหาย
ครั้งที่สาม ผลึกกะพริบแสงสีขาวเพียงชั่วขณะแล้วดับลง
ลูเซียนมองมัน
“เมื่อครู่ถือว่าสำเร็จหรือไม่?”
“ถือว่าเริ่มได้ แต่ท่านเสียการควบคุมทันทีขอรับ”
“เพราะอะไร?”
“ท่านหยุดตอนเห็นแสง”
จริง
ลูเซียนวางมือกลับลงบนฐาน
ครั้งต่อมาเขาพยายามไม่สนใจผลึก
รับรู้
หายใจ
นำกระแสไปยังมือ
แสงติดขึ้นอีกครั้ง คราวนี้นานกว่าเดิม แต่ยังสั่นก่อนดับ
เขาลองอีกสองครั้ง เปลี่ยนจังหวะการหายใจและวิธีควบคุม ผลลัพธ์ดีขึ้นเพียงเล็กน้อย
ลูเซียนถอนมือออกเพื่อพัก ความตึงใต้ชายโครงเริ่มชัดขึ้นกว่าเดิมนิดหนึ่ง
เซลีนสังเกตเห็นทันที
“พอแล้ว?”
“ข้ายังไม่ได้บอกว่าจะหยุด”
“แต่ร่างกายเ้าบอกแล้ว”
ลูเซียนก้มมองตัวเองอย่างไม่พอใจนัก
หมอซ่อนรอยยิ้มไว้ไม่มิด
“อีกครั้งเดียว” ลูเซียนต่อรอง
เซลีนหันไปหาหมอ
อีกฝ่ายพิจารณาเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนพยักหน้า
“ครั้งเดียวขอรับ”
ลูเซียนวางมือกลับลงไป
คราวนี้เขาไม่ได้รีบ
แต่ทันทีที่ฝ่ามือััฐานโลหะ ความเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นก่อนความคิด
หัวไหล่คลายลง
ข้อมือหมุนเข้าด้านในเล็กน้อย
นิ้ววางในตำแหน่งที่ต่างจากทุกครั้งก่อนหน้า
ลมหายใจหยุดอยู่ครึ่งจังหวะ ก่อนปล่อยออกช้า ๆ
ลูเซียนยังไม่ทันถามตัวเองว่ากำลังทำอะไร กระแสที่ก่อนหน้านี้เขาต้องพยายามตามหาก็เคลื่อนลงแขนอย่างราบรื่น
ผลึกสว่างขึ้น
แสงสีขาวนวลค่อย ๆ เติมเต็มจากฐานขึ้นไปจนทั่วเนื้อใส
ไม่สั่น
ไม่กะพริบ
ลูเซียนนิ่ง
เขาไม่ได้คิดว่าจะวางมืออย่างไร
ไม่ได้เลือกจังหวะหายใจ
ไม่ได้ตั้งใจผ่อนหัวไหล่
ร่างกายทำทั้งหมดนั้นเอง
เหมือนเท้าที่เลี้ยวไปตามทางในคฤหาสน์
เหมือนมือที่รู้ตำแหน่งของลิ้นชัก
“ลูเซียน?”
เสียงเซลีนดึงเขากลับมา
เขาถอนมือทันที
ผลึกดับ
ห้องเงียบลง
ลูเซียนมองฝ่ามือตัวเอง
ความรู้สึกแรกไม่ใช่ความดีใจ
มันคือความไม่สบายใจบางอย่างที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นใต้กระดูกอก
“เมื่อครู่ข้าไม่ได้ทำ”
หมอขมวดคิ้ว
“ท่านเป็คนส่งพลังเข้าไปขอรับ”
“ข้าหมายถึงวิธี”
ลูเซียนวางมือบนโต๊ะ
“ข้าไม่ได้เลือกว่าจะวางมืออย่างไร ไม่ได้คิดเื่ลมหายใจ ร่างกายทำก่อนที่ข้าจะทันคิด”
หมอเงียบไปครู่หนึ่ง
“ทักษะบางอย่างอาจยังคงอยู่ แม้ความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์จะได้รับผลกระทบ”
คำอธิบายฟังสมเหตุสมผล
อย่างน้อยก็เท่าที่พวกเขารู้
เซลีนมองเขา
“เหมือนตอนเ้าเดินในบ้าน?”
“ใช่”
ลูเซียนมองผลึกอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป
การรู้ทางไปห้องอาหารเป็เื่หนึ่ง
การที่ร่างกายรู้วิธีควบคุมสิ่งที่เขาเพิ่งค้นพบว่ามีอยู่จริง เป็อีกเื่หนึ่ง
ถ้ามือคู่นี้จำเวทมนตร์ได้—
มันยังจำอะไรอีก?
คำถามเกิดขึ้นเอง
ลูเซียนปล่อยให้มันอยู่ตรงนั้น
ไม่ได้ตามต่อ
เพราะยังมีสิ่งที่ตรวจสอบได้อยู่ตรงหน้า
“ข้าขอลองอีกครั้ง”
เซลีนอ้าปาก
“ไม่ใช่แบบเดิม”
นางหยุด
ลูเซียนวางมือบนฐานอีกครั้ง
คราวนี้เขาจงใจวางข้อมือตรง ไม่ปล่อยให้ร่างกายเลือกตำแหน่งให้ หายใจตามจังหวะที่ตัวเองกำหนด แล้วค่อย ๆ ตามหากระแสซึ่งซ่อนอยู่ใต้ความรู้สึกอื่น
ช้ากว่าเดิมมาก
ยากกว่าเดิมด้วย
ผลึกกะพริบครั้งหนึ่ง
ดับลง
ลูเซียนไม่ถอนมือ
เขาทบทวนสิ่งที่เพิ่งทำ ไม่ใช่สิ่งที่ร่างกายทำให้ก่อนหน้า แล้วลองเปลี่ยนจังหวะหายใจเพียงเล็กน้อย
แสงกลับมาอีกครั้ง
อ่อนกว่าครั้งก่อนมาก และสั่นอยู่เพียงไม่กี่อึดใจก่อนดับลง
แต่ครั้งนี้ลูเซียนไม่ได้ขมวดคิ้ว
อย่างน้อยเขารู้ว่าตัวเองทำอะไรต่างออกไป
ยังไม่เข้าใจทั้งหมด
แต่เริ่มเห็นว่าควรเรียนรู้อะไร
เขาถอนมือ
“พอแล้ว”
เซลีนเลิกคิ้ว
หมอเองก็ดูประหลาดใจ
“ข้านึกว่าท่านจะขอทำต่อเสียอีกขอรับ”
“ข้าก็คิดเช่นนั้น”
ลูเซียนขยับนิ้ว ความอุ่นยังหลงเหลืออยู่ตรงปลายนิ้ว
“แต่ถ้าข้าทำได้เพียงเพราะร่างกายจำ ข้าก็ยังไม่ได้เรียนรู้อะไร”
เขาหันไปมองกระดาษสี่ช่อง เดินกลับไปที่โต๊ะ แล้วหยิบปากกาขึ้นมา
ใต้คำว่า ร่างกายจำ แต่ข้าไม่จำ เขาเขียนเพิ่มอีกบรรทัด
ทำได้ แต่ยังไม่เข้าใจ
เซลีนเดินมาหยุดข้างหลัง
“เ้ากำลังเพิ่มหมวด”
“ดูเหมือนข้าจะต้องเพิ่มอีกหลายหมวด”
“เ้าจะพบเื่แบบนั้นอีกมาก”
ลูเซียนเหลือบมองนาง
“ฟังดูเหมือนคำเตือน”
“เป็คำเตือน”
คราวนี้เขาหัวเราะ
✦
หลังหมอกลับ เซลีนบังคับให้ลูเซียนพักอยู่เกือบหนึ่งชั่วโมงก่อนยอมให้แตะหนังสืออีกครั้ง
เขาใช้เวลาส่วนนั้นนั่งอยู่ข้างหน้าต่างพร้อมถ้วยชาที่เย็นลงทีละน้อย
นอกกระจก เวียร์โฮล์มทอดตัวอยู่เบื้องล่าง แนวหลังคาสีเข้มแทรกอยู่ท่ามกลางต้นสน ถนนบางสายเลื้อยหายไปตามเนิน ส่วนไกลออกไป เทือกเขาที่มีหิมะปกคลุมยังตั้งอยู่ใต้ท้องฟ้าสีซีด
เมืองที่เขาขอออกไปดูเมื่อสองวันก่อน
ใกล้จนมองเห็น
แต่ยังไปไม่ได้
เมื่อลูเซียนกลับมาที่โต๊ะ แผนที่ยังเปิดค้างอยู่ตรงเดิม
เวียร์โฮล์มอยู่ทางเหนือ
เซเลสเทรียอยู่ไกลลงไป
เส้นทางหลายสายเชื่อมเมืองและพื้นที่ต่าง ๆ ระหว่างสองจุดเข้าด้วยกัน แต่บนกระดาษ ระยะทางดูง่ายกว่าความเป็จริงเสมอ
เขายังไม่รู้ว่าจะออกเดินทางเมื่อใด
ไม่รู้ว่าลมเหนือจะยอมให้ราชรถเหาะพาพวกเขาลงใต้ได้ง่ายเพียงใด
และยังไม่รู้ว่าตัวเองจะพร้อมหรือไม่เมื่อวันนั้นมาถึง
แต่สิ่งหนึ่งชัดขึ้นแล้ว
มหาวิทยาลัยหลวงไม่ใช่สิ่งที่อยู่ปลายถนนนอกคฤหาสน์
ถ้าเขาจะไปที่นั่น เขาต้องออกจากเวียร์โฮล์ม
ออกจากบ้านที่ร่างกายจำทางได้แม้เขาจะจำไม่ได้
ออกจากคนที่รู้จักเขามากกว่าที่เขารู้จักพวกเขา
แล้วเดินทางไปยังเมืองซึ่งไม่มีอะไรในความทรงจำของเขาบอกได้ว่ากำลังรออะไรอยู่
ลูเซียนเลื่อนสายตาจากเซเลสเทรียกลับมายังเวียร์โฮล์ม
จากนั้นหยิบหนังสือหลักเวทพื้นฐานมาเปิดหน้าแรก
ระยะทางเป็ปัญหาของวันข้างหน้า
วันนี้เขายังมีปัญหาที่อยู่ตรงหน้า
หากร่างกายจำได้ เขาจะเรียนรู้ว่ามันทำอย่างไร
หากจำไม่ได้ เขาก็จะเรียนใหม่
และหากต้องเริ่มต้นจากศูนย์จริง ๆ อย่างน้อยครั้งนี้เขาเป็คนเลือกว่าจะเริ่มจากตรงไหน
นอกหน้าต่าง แสงเย็นค่อย ๆ จางลงเหนือเวียร์โฮล์ม โคมผลึกตามถนนเริ่มสว่างขึ้นทีละดวง ท่ามกลางเงาของป่าสนและยอดเขาที่รับแสงสุดท้ายของวัน
เซเลสเทรียยังอยู่ไกลออกไป
แต่ครั้งนี้ ระยะทางระหว่างเขากับมันไม่ใช่ความว่างเปล่าอีกแล้ว
• • •