ฉันกลับมาที่โรงเเรงที่เคยเข้าพักอีกครั้ง เนื่องจากฉันไปลองสอดส่องที่อื่นมาเเล้ว จึงได้ข้อสรุปมาว่าโรงเเรมนี้ค่อนข้างโอเคสุดเเล้ว ทั้งสงบ ปลอดภัย สะอาด เเละที่ดีสุดคือมันอยู่ใกล้กับประตูเมืองประมาณหนึ่ง ทำให้การออกเดินทางไปไหนมันค่อนข้างสะดวกต่อฉัน
"ยินดีต้อนรับค่ะ ไม่ทราบว่าวันนี้จะพักร่วมกับคุณบันนี่อีกหรือเปล่าคะ?"
พอฉันเข้ามาข้างในโรงเเรม คุณพนักงานที่เคยเจอกันก่อนหน้านี้ก็เข้ามาทักทายฉันด้วยรอยยิ้ม เเละถามว่าฉันจะเข้าพักห้องเดียวกับบันนี่อีกไหม
เเน่นอนว่าคราวนี้ฉันส่ายหน้าเเละตอบปฏิเสธ
"ไม่ล่ะ วันนี้ฉันอยากพักในห้องของตัวเองน่ะ เเล้วก็อยากจะพักสักหลายๆคืน"
ฉันว่าเเบบนั้น...เพราะไม่รู้ว่าจะอยู่ที่เมืองนี้อีกนานเเค่ไหนจึงได้ตั้งใจจ่ายค่าพักล่วงหน้าหลายคืนไปก่อน
เเต่พอฉันบอกเเบบนั้นไปจู่ๆพนักงานต้อนรับก็เเสดงสีหน้าลำบากใจออกมา
"เอ่อ...ขอโทษนะคะ พอดีตอนนี้ที่พักของเราไม่เหลือห้องเดี่ยวให้พักเเล้วค่ะ"
อ้าว เป็งั้นไป
"ไม่เหลือเลยงั้นหรอ?"
"ขอโทษจริงๆนะคะ เพราะเมื่อตอนเย็นมีคนจากเมืองหลวงทะยอยกันมาทำธุระกิจที่นี่ ตอนนี้ห้องเดี่ยวที่เรามีก็เลยมีลูกค้าท่านอื่นใช้ไปหมดเเล้วค่ะ"
พอฉันได้ยินเเบบนั้นเเล้วก็รู้สึกเสียดายที่ตัวเองมาที่นี่ช้าไปจนไม่ทันคนอื่นเขา
ก่อนมาที่นี่ก็ได้ยินเเว่วๆมาว่ามีคนจากเมืองอื่นทะยอยกันมาเมืองนี้เพื่อจับจองวัตถุดิบของอะไรสักอย่างนี่เเหละ...เอาเถอะ ฉันไม่เก่งเื่การตลาด คงไปสนใจอะไรมากไม่ได้
"เอิ่ม เเล้วมีห้องเเบบอื่นว่างหรือเปล่า?"
"ตอนนี้เหลือห้องสำหรับสองคนขึ้นไปค่ะ"
"งั้นก็ขอห้องสำหรับสองคน ห้องนึงนะ"
"เอ๊ะ เเต่ว่า ห้องสำหรับสองคนราคามันสูงอยู่นะคะ ทางที่ดีคุณลูกค้าน่าจะไปคุยกับคุณบันนี่-
เก้งๆๆๆ
"เท่านี้พอไหม?"
ฉันหยิบเหรียญจำนวนมากกว่าสามสิบเหรียญออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันเยอะมากจนมือฉันประคองได้ไม่หมดเเละทำให้เหรียญพวกนั้นหล่นลงที่พื้นจนเกิดเสียง
พอพนักงานต้อนรับเห็นเเบบนั้นเธอก็ช็อคไปเเละมองเหรียญที่อยู่ในมือเเละที่ตกอยู่อย่างใ
"นี่มัน...เหรียญทองใหญ่ทั้งหมดเลยงั้นหรอคะ!?"
เธอถามฉัน ฉันเลยนึกย้อนกลับไปถึงตอนที่คุณเทร่าให้มันกับฉัน ดูเมือนเธอจะบอกว่ามันเป็เหรียญใหญ่ทั้งหมด
"คิดว่าใช่นะ เเล้วมันพอสำหรับหนึ่งเดือนหรือเปล่า?"
"อ่ะ...เอ่อ คุณลูกค้ารอตรงนี้สักเดี๋ยวนะคะ!!"
เธอว่าเเบบนั้นอย่างรนรานเเละขอนำเหรียญของฉันไปหนึ่งเหรียญเพื่อทำบางอย่าง ฉันไม่รู้ว่าเธอจะทำอะไรเเต่ดูจากอาการเเล้วคงจะอยากตรวจสอบว่าเหรียญพวกนี้เป็ของจริงหรือเปล่าสินะ...เพราะคิดได้เเบบนั้นฉันจึงให้เธอเอาไปตรวจสอบ
พนักงานหญิงรีบหยิบมันไปเเละวิ่งเข้าไปที่ประตูด้านหลังโต๊ะของพนักงาน
ระหว่างที่รอฉันก็เก็บพวกเหรียญที่ตกอยู่กลับเข้าไปในไอเท็มบ๊อกซ์ตามเดิม
......
ว่าเเต่เธอไม่สงสัยเลยงั้นหรอว่าทำไมฉันถึงเอาเหรียญมากขนาดนี้ออกมาจากกระเป๋าเสื้อได้? เอาจริงๆฉันนึกว่าจะโดนถามเื่นั้นซะเเล้วเเต่ก็ไม่เเหะ...เเสดงว่าเื่ที่ฉันมีเหรียญทองใหญ่จำนวนขนาดนี้คือเื่ที่น่าใมากกว่าสินะ
เเล้วมันจะเป็ยังไงถ้าพอไปตรวจสอบเเล้วพบว่าเหรียญทองพวกนี้เป็ของปลอม?
ฉันก็คงถูกกล่าวหาว่าเป็นักต้มตุ๋นเเละเเย่สุดอาจจะถูกจับเข้าคุก
ซึ่งการที่ไปตรวจสอบเเล้วได้เป็ของปลอมมันก็น่าจะเป็ไปได้สองทาง หนึ่งคือฉันถูกคุณเทร่าหลอกเเละโดนยัดเหรียญปลอมมาให้ สองคือคนที่นี่สร้างเื่ใส่ร้ายฉัน เเละนำเื่นี้มาขู่ให้ฉันส่งเงินทั้งหมดที่มีให้พวกเขา
.....
อืม มันช่างเป็เนื้อเื่ที่เเสนมืดมนอะไรเเบบนี้ ฉันไม่เเน่ใจว่าตัวเองติดเื่เเนวนี้เกินไปหรือว่าตัวเองมืดมนไปเองคนเดียวกันเเน่....เเต่ยังไงฉันก็คิดว่าควรนึกถึงความเป็ไปได้พวกนี้เอาไว้ก่อน เวลาเจอจริงๆจะได้ปรับความรู้สึกได้ทัน
เเละมันก็น่าสนุกดีถ้าจู่ๆเื่ที่ฉันคิดไว้มันเกิดขึ้นจริงๆ...ฉันจะเเก้สถานการณ์ตรงหน้ายังไงเเละไปจบลงเเบบไหน ความรู้สึกเวลาเจอเื่เเบบนั้นมันเหมือนฉันกำลังเล่นเกมเเนวทางเลือกอยู่เลยนี่นะ
ฉันคิดเเบบนั้นพร้อมกับอมยิ้มเล็กๆ เเละเมื่อรอไปประมาณหนึ่งเเล้วประตูหลังโต๊ะก็ถูกเปิดออกเเละมีพนักงานคนเดิมออกมามองฉัน
"เอ่อ ขอโทษที่ให้รอนะคะ เเล้วก็ขอรบกวนเวลาสักครู่นึง..."
"เกิดอะไรขึ้นหรอ?"
"พอดีคุณผู้จัดการอยากจะคุยกับคุณลูกค้าเป็การส่วนตัวค่ะ"
"......"
พอฉันได้ยินเเบบนั้นก็คิดขึ้นว่า'อีกเเล้วหรอเนี้ย...' นี่มันก็สองครั้งเเล้วนะที่ฉันถูกคนใหญ่คนโตเรียกไปพบ...ทำไมเขาถึงไม่ออกมาคุยกันตรงนี้เลยล่ะ
เเต่ถึงยังไงก็ต้องไปนี่นะ ฉันเลยพยัคหน้าเเละเดินเข้าไปข้างในกับพนักงานหญิง
เเละเมื่อเข้าไปฉันก็เห็นโต๊ะเเละโซฟาเหมือนกับห้องของคุณหัวหน้ากิลด์ตั้งอยู่ ข้างในมีผู้หญิงที่หุ่นอย่างกับนางเเบบเเต่งตัวสวยงามด้วยชุดลายดอกสีขาวกำลังนั่งรอฉันอยู่ข้างใน เธอดูเหมือนกุลสตรีที่ฉันเคยนึกภาพให้กับเฮเลนอย่างมาก...มันช่างเป็รัศมีของนางงามที่ทำฉันเเสบตาไปเเว๊ปนึงได้เลยจริงๆ
"เชิญนั่งก่อนนะคะคุณลูกค้า"
พนักงานที่อยู่ข้างๆฉันผายมือไปทางโซฟาที่อยู่ตรงข้ามกับผู้หญิงคนนั้น ฉันเลยไปนั่งลงอย่างสงบเเละหันไปหาผู้หญิงคนที่ดูสระสวยคนนั้น
"ขอโทษที่เรียกมานะ ฉันชื่อมิริน่า เป็เ้าของหอพัก'สตรีกุหลาบ'เเห่งนี้ ยินดีที่ได้รู้จักนะ"
"ฉันฟรานค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน"
ฉันเเนะนำตัวตอบอีกฝ่ายที่ทักทายมาอย่างเป็มิตร ว่าเเต่โรงเเรมนี้มีชื่อด้วยหรอ ไม่ทันสังเกตเลยเเหะ
"....ที่เรียกมาก็ไม่ใช่อะไร คือฉันอยากจะสอบถามเกี่ยวกับจำนวนเงินที่เธอมีอยู่ อยากจะรู้ว่าเธอทำงานอะไรถึงได้มีเยอะขนาดนั้น"
"เอ่อ ปกติมันใช่เื่ที่ต้องถามงั้นหรอคะ?"
"ที่จริงก็ไม่หรอกค่ะ เเต่คุณลูกค้าเป็เผ่าพันธุ์ที่ถูกดูเเคลนมาก็นาน ตามประวัติเเล้วมันมีมนุษย์เเมวอยู่น้อยมากที่จะมีเงินจำนวนมากขนาดนี้-โดยไม่ไปใช้วิธีลักขโมยคนอื่นมาค่ะ"
อ่อ เลยต้องตรวจสอบนี่เอง
ฉันพยัคหน้าอย่างเข้าใจเเละหยิบบัตรเเสดงตัวตนของตัวเองออกมาจากกระเป๋าเสื้อ
"ฉันทำงานเป็นักผจญภัยค่ะ"
"มนุษย์เเมวเป็นักผจญภัย!?"
"ก็...คิดว่าดูเอาเองน่าจะง่ายกว่านะคะ"
ฉันคิดเอาไว้เเล้วว่าพวกเขาต้องใเลยนำบัตรเเสดงตัวตนออกมาเเล้วยื่นไปให้เธอตรวจสอบ
เเละเมื่อคุณมิริน่าหยิบมันไปดูเธอก็เบิกตากว้างเเละมองข้อมูลในบัตรนั้นอย่างไม่เชื่อสายตา พนักงานหญิงใกล้ๆที่ขอชะเง้อมองดูก็ใกับมันด้วยเช่นกัน...ดูท่าว่าสำหรับโลกนี้การที่มีมนุษย์เเมวเป็นักผจญภัยเเรงค์C จะถือว่ามันเป็เื่เเปลกประหลาดมากเลยเเหะ...ลึกๆในใจก็อยากจะเเก้เื่ที่เข้าใจว่าฉันเป็มนุษย์เเมวอยู่หรอก เเต่มันมาถึงขั้นนี้เเล้วคงมีเเต่ต้องยอมรับ
"...เป็เื่ที่น่าใมากเลยนะเนี้ย-"
"จะไม่เชื่อก็ไม่เป็ไรนะคะ ฉันไม่คิดอะไรมาก"
ฉันพูดออกไปเเบบนั้นเเล้วคิดหาวิธีผ่านคืนนี้ไปโดยไม่พักที่อื่นเเทน มันก็ช่วยไม่ได้ที่เธอจะไม่เชื่อ ขนาดทหารหน้าประตูเมืองยังคิดว่าฉันปลอมมันขึ้นมาเลยนี่นะ
เเต่ขณะที่ฉันคิดว่าเธอคงไม่เชื่อเเน่ๆ จู่ๆเธอก็ส่ายหน้า
"ไม่ใช่ไม่เชื่อหรอกนะ เพราะสิ่งนี้มันเเสดงให้เห็นอยู่เเล้วนี่นา"
"......"
เธอว่าเช่นนั้นเเล้วยื่นบัตรคืนมาให้ฉันด้วยรอยยิ้ม ฉันรับมันไว้เเล้วเก็บคืนเข้ากระเป๋าตามเดิมไปเงียบๆ
"เื่ที่เธอมีรายได้เยอะขนาดนี้ฉันไม่สงสัยเเล้วล่ะ...เเต่ที่สงสัยก็คือทำไมเธอที่เป็ถึงนักผจญภัยเเรงค์C ถึงไม่มีการพูดถึงในเมืองนี้เลยน่ะ ถ้ามีมนุษย์เเมวกลายเป็นักผจญภัยเเล้วได้เลื่อนมาเป็เเรงค์Cได้ มันก็น่าจะมีข่าวเเพร่กระจายไปบ้างสิ"
เธอว่าเเบบนั้นเเล้วเอามือขึ้นมาเท้าคางอย่างสงสัย
เหมือนเธอกำลังพูดถึงพวกเม้าท์มอยหรือข่าวลือที่คนในเมืองเขาพูดกันไปทั่วสินะ
ก็เเปลกดีที่จนถึงตอนนี้มันยังไม่มีเื่ของฉันอยู่ในบทสนทนาของคนในเมืองมากนัก เเม้จะเกิดเื่เมื่อตอนเช้าที่ประตูเมืองก็ยังไม่มีใครพูดถึงเื่นั้นเลยเเม้เเต่น้อย...อย่างกับว่าพวกเขาจริงจังที่จะทำตามคำขอของหัวหน้ากิลด์ที่จะปิดเื่ของฉันไว้อย่างงั้นเเหละ
มันก็ไม่ใช่ว่าไม่ดีนะ เเต่มันรู้สึกเเปลกๆยังไงก็ไม่รู้
"คือว่า ที่จริงเเล้วฉันพึ่งลงทะเบียนเป็นักผจญภัยเองค่ะ"
"พึ่งลงทะเบียน เเต่เลื่อนเป็เเรงค์Cได้งั้นหรอ ทำได้ไงกัน!?"
"...คิดว่ามันน่าจะเป็เพราะฉันไปจัดการกับมอนเตอร์จำนวนนึงมาได้..."
พอฉันบอกถึงตรงนั้นคุณมิริน่าก็ทำสีหน้าจริงจังเเล้วมองฉัน
"มอนเตอร์ที่เธอจัดการไปน่ะ ช่วยบอกชื่อของมอนเตอร์ที่เธอจัดการมาหน่อยได้หรือเปล่า?"
เธอถามฉันด้วยน้ำเสียงจริงจังจนฉันรู้สึกลำบากใจ เธอคงไม่ปล่อยฉันไปง่ายๆเเน่ถ้าฉันไม่บอกเธอ...
ฉันเลยนึกย้อนไปถึงตอนนั้นอีกครั้งเเละนึกชื่อของมอนเตอร์ที่ราคาสูงๆซึ่งฉันขายไป
"...ฉันจำได้ไม่หมด เเต่คิดว่าตัวที่น่าจะทำให้ฉันเลื่อนเเรงค์ได้คงเป็ เรดอ็อค สมิงเทา เเล้วก็หมูป่าไนโตรมั้งคะ..."
".........!!!"
ทั้งสองคนใกันมากขึ้น นี่หรือพวกเขาจะเชื่อที่ฉันบอกงั้นหรอ?
นึกว่าจะสงสัยจนต้องสักถามฉันมากกว่านี้ซะอีก เเต่ผิดคลาดเเหะ
"......"
คุณมิริน่าดูเหมือนจะกำลังพูดบางอย่างฉันเลยตั้งใจฟังเงียบๆ
"...อย่างงี้นี่เอง ต้นเหตุคือเธอเองสินะ"
".....?"
เธอพึมพำออกมาเบาๆ ซึ่งเเม้ฉันจะได้ยินชัดเจน ฉันก็ไม่เข้าใจว่าเธอหมายถึงอะไร
ฉันว่าจะถามรายละเอียด เเต่จู่ๆเธอก็ยิ้มขึ้นเเล้วบอกบางอย่างกับฉัน
"ขอโทษเธออีกครั้งนะ ที่เรียกมาคุยกันเเบบนี้ พอดีที่นี่ถูกสร้างมาเพื่อสร้างความสงบสุขให้กับเหล่าดอกไม้งามทั้งหลาย มันเลยต้องมีการป้องกันที่รัดกุมไปสักหน่อย....หวังว่าเธอจะเข้าใจนะ?" เธอถามฉัน เเต่ฉันก็ตอบคำถามนั้นโดยไม่มีความรู้สึกติดใจใดๆ
"ไม่หรอกค่ะ มันต้องรัดกุมขนาดนี้ถึงจะกลายเป็ที่ปลอดภัยได้ไม่ใช่หรอคะ?"
ฉันไม่ได้คิดมากเื่โดนสงสัย การไม่โดนสงสัยสิที่จะทำให้ฉันคิดมากเพราะมันจะทำให้ฉันไม่รู้ถึงความคิดของอีกฝ่ายที่มีต่อฉัน เเละทำให้ฉันปฏิบัติต่ออีกฝ่ายได้ไม่ปกติเหมือนอย่างตอนนี้
คุณมิริน่าที่ได้ยินคำพูดของฉันพยัคหน้าอย่างพอใจเเละหยิบบางอย่างจากในกระเป๋าคาดเอวของเธอออกมา
"ขอบคุณที่เข้าใจนะ...เเล้วก็นี่-ค่าเสียเวลาที่ถูกทางเรารบกวน"
"....?"
ฉันรับบัตรที่มีขนาดคล้ายๆกับบัตรเเสดงตัวตนมาดูอย่างสงสัย มันมีสีออกเทาๆที่ดูเป็เงาๆกว่าบัตรเเสดงตัวตนเสียอีก
เเละเมื่อฉันมองสำรวจบัตรนั้นดีๆมันก็มีบางอย่างเขียนเป็ตัวอักษรของโลกนี้เอาไว้
[ บัตรสมาชิกของลูกค้า VIP ]
ยืนยันสิทธิเเล้วโดยเ้าของธุรกิจโรงเเรม"มิริน่า ลอเรนจ์"
.....
"เอ่อ...ขอโทษนะคะ เเต่สิ่งนี้คือ?"
"เป็บัตรสมาชิกของที่นี่น่ะ มันจะใช้เป็หลักฐานว่าเ้าของบัตรนี้คือลูกค้าประจำของที่นี่"
"เเต่ฉันเพิ่งจะมาพักที่นี่เเค่เมื่อคืนเองนะคะ?"
เเล้วจู่ๆจะกลายมาเป็ลูกค้าประจำเลยมันก็ต้องเเปลกอยู่เเล้วไม่ใช่หรอ?
เเต่เเทนที่คำพูดของฉันจะทำให้เธอนึกออก เธอกลับเอามือขึ้นมาป้องปากเเละเเสดงสีหน้าใ
"ตายจริง! ก็เธอจะจ่ายเพื่อพักที่นี่ล่วงหน้าเป็เดือนไม่ใช่หรอจ๊ะ? ลูกค้าปกติเขาไม่ทำกันหรอกนะเเละส่วนมากคนที่เข้ามาพักได้นานขนาดนั้นฉันก็จะเเจกบัตรใบนี้ให้กับพวกเขาทุกครั้งอยู่เเล้วด้วยจ่ะ"
อ่อ...เเบบนี้นี่เอง คนปกติไม่ทำกันสินะ....
"...เเล้วสรุปให้ฉันพักที่นี่ได้สินะคะ?"
"ไม่มีปัญหาจ่ะ เดี๋ยว'เพลมิน'จะจัดการทำเื่ทั้งหมดให้เองนะ ตอนนี้หมดธุระเเล้วเธอเข้าไปพักได้ตามสบายเลย"
"...ค่ะ งั้นไปก่อนนะคะ"
ฉันโค้งศีรษะให้เธอที่นึงเเละเดินตามพนักงานหญิงออกไปนอกห้อง ถึงจะดูไม่เหมือนก็เถอะเเต่ฉันคิดว่าคุณมิริน่าคงอายุมากกว่าฉันล่ะนะ
เเละถึงจะติดใจบางเื่อยู่ เเต่คิดว่าอีกไม่นานฉันคงจะรู้คำตอบ...
*
หลังจากจ่ายเงินเเละทำเื่จองที่พักไว้หนึ่งเดือนนึงเสร็จเเล้ว ฉันก็เข้ามาพักที่ห้องของตัวเอง ฉันอาบน้ำก่อนจะกินอาหารที่คุณพนักงานมาส่ง เเละเมื่อทานหมดเเล้วไม่รู้ทำไมคุณพนักงานต้อนรับคนเดิมถึงได้มายืนรอเก็บจานอยู่หน้าห้อง
"เดี๋ยวฉันนำไปเก็บให้ค่ะ ระหว่างนี้ก็ขอให้พักตามสบายเลยนะคะ"
"...ค่ะ"
หรือนี่จะเป็การบริการของเเขกที่มีบัตรVIP ?
ก่อนเธอจะไปเธอบอกว่าถ้า้าหรือมีปัญหาอะไรฉันสามารถสั่นกระดิ่งที่อยู่ในห้องของฉันเพื่อเรียกใช้เธอให้มาหาได้...เหมือนว่ามันพึ่งถูกติดตั้งเมื่อไม่กี่นาทีก่อนเพราะฉันจำไม่ได้เลยว่าตอนที่พักอยู่ในห้องกับบันนี่มันมีสิ่งนี้อยู่
"ราตรีสวัสดิ์นะคะ คุณลูกค้า"
เธอบอกเเบบนั้นเเล้วจากไปพร้อมกับถือถาดอาหารในมือลงไปข้างล่าง
"......"
พอเห็นเเบบนั้นฉันก็ปิดประตูล็อคห้องของตัวเอง ฉันยืดเเขนยืดขาเพื่อให้อาหารมันย่อยสักพักก่อนเเล้วนั่งลงบนเตียงสีขาวนุ่มๆ...เนื่องจากมันเป็ห้องสำหรับสองคนเตียงในห้องนี้เลยเป็เตียงใหญ่ที่ถูกเตียงเดี่ยวสองอันเข้ามาประกบชิดกัน มันกว้างพอจะให้ฉันลงไปเกลือกกลิ้งเหมือนเด็กได้ เเต่น่าเสียดายที่วัยของฉันมันไม่เข้ากับพฤติกรรมนั้นเเล้ว ฉันเลยได้เเต่นึกภาพไว้เท่านั้น
"....ฮึ่ม"
ฉันนำบัตรVIPออกมาเเล้วตรวจสอบดูอีกครั้ง
ตั้งเเต่มาที่โลกนี้ฉันก็ได้พบเจอกับประสบการณ์เเปลกๆที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับตัวเองตอนอยู่โลกเดิมหลายอย่างเลย
ทั้งสู้กับมอนเตอร์จริงๆ ทั้งใช้เวทยมนตร์ได้ เเละยังถูกปฏิบัติเหมือนเป็คนพิเศษเเบบนี้อีก
ไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตนี้ฉันจะได้เจอกับเื่เหนือธรรมชาติเเบบนั้น
........
ฮึ่ม ช่างมันล่ะกัน ถ้าค่อยๆปรับตัวไปมันก็ไม่น่าจะมีปัญหาใช่ไหมล่ะ? เเม้จะกังวลว่าหลังจากนี้ฉันจะทำอะไรต่อไป เเต่ค่อยๆคิดไปหลังจากที่ไม่มีอะไรทำจริงๆเเล้วก็ยังไม่สาย...
พอคิดได้เเบบนั้นเเล้วฉันก็หยิบคัมภีร์สีดำที่ตัวเองได้รับมาจากร้านเเมวค้าทั่วไปออกมาจากไอเท็มบ๊อกซ์
สิ่งนี้คือกระดาษคัมภีร์ที่จะอัญเชิญสองพี่น้องอัศวินดำ เฟย่าเเละราฟเน่ออกมาคอยรับใช้ฉัน
เเน่นอนว่าฉันไม่สนใจเื่ที่ว่าพวกเธอจะมารับใช้ฉันหรอก ที่ฉันสนใจจริงๆคือรูปร่างของพวกเธอตอนที่กลายเป็คนจริงๆมากกว่า...ไหนๆก็ปั้นมาดีเเล้ว การจะอยากเห็นตัวพวกเธอตอนมีตัวตนอยู่จริงๆมันก็ไม่ใช่เื่เเปลกนี่ใช่ไหม?
ก็อยากจะอัญเชิญตอนนี้เลยนะ เเต่ฉันยังไม่รู้ว่าการอัญเชิญพวกเธอโดยใช้ห้องนี้มันจะเป็ความคิดที่ดีหรือเปล่า
มันอาจจะเกิดเสียงดังเเละทำให้มันไปรบกวนลูกค้าที่อยู่ห้องข้างๆ เนื่องจากฉันไม่อยากโดนบ่น ฉันเลยตั้งใจว่าจะออกไปอัญเชิญพวกเธอที่นอกเมืองตอนเช้ามืด
"....."
ฉันย้ำกลับตัวเองเเบบนั้นอีกครั้งเเละเก็บคัมภีร์ในมือเข้าไปในไอเท็มบ๊อกซ์ตามเดิม
.....
ถึงอย่างงั้นก็เถอะ ไม่ค่อยง่วงเลยเเหะ....นี่ขนาดวิ่งไปกลับข้างนอกนั่นอยู่หลายนาทีก็ยังไม่ทำให้จิตใจของฉันล้าได้เลยงั้นหรอ? ความสามารถของเฮดโฟนมันอาจจะเป็เหตุหนึ่ง เเต่ฉันคิดว่าอีกเหตุผลคงเป็เื่ที่เวลานี้มันไม่ใช่เวลานอนปกติของฉันล่ะมั้ง ที่โลกเดิมฉันนอนตอนเที่ยงคืนไม่ก็ตีหนึ่งเลยไม่ค่อยชินกับการนอนเร็วเท่าไหร่
เเละจะให้นอนเฉยๆรอจนกว่าจะง่วงก็คงทำไม่ได้ เพราะทุกครั้งที่สมองฉันว่างฉันจะกลับไปคิดถึงเื่ของคัมภีร์นั่นเเละอยากจะอัญเชิญพวกเธอออกมาตอนนี้เลย...
"ช่วยไม่ได้เเหะ..."
ฉันที่รู้สึกตัวว่าต้องหาวิธีทำให้ตัวเองหลับนั้น ได้ทิ้งตัวลงนอนหงายเเละเริ่มร่ายเวทย์ออกมาทั้งๆเเบบนั้น
*เป๊าะ~*
ฉันดีดนิ้วเเละสร้าง[ศรน้ำเเข็ง]หนึ่งเเท่งออกมา
' [ศรน้ำเเข็ง] 1 เเท่ง....'
ฉันนับมันอยู่ในใจเเละเมื่อศรน้ำเเข็งเเรกถูกสร้างขึ้นฉันก็เก็บมันเข้าไอเท็มบ๊อกซ์ทันที
*เป๊าะ~*
"[ศรน้ำเเข็ง] 2 เเท่ง...."
ศรที่สองปรากฏขึ้นฉันนับมันเเละเก็บมันเข้าไอเท็มบ๊อกซ์เหมือนก่อนหน้านี้
เเละฉันก็เริ่มทำเเบบนั้นซ้ำๆไปเรื่อยๆราวกับเป็การนับเเกะ
เเต่มันน่าจะได้ผลกว่าตรงที่ยิ่งฉันเสียมานาไปเท่าไหร่ฉันก็จะยิ่งรู้สึกเพลียจนอยากนอนมากขึ้นเท่านั้น อีกทั้งการทำเเบบนี้ยังช่วยเพิ่มจำนวนของศรน้ำเเข็งที่มีอยู่ได้อีก...
.......
เเต่ผ่านไปจนถึงเเท่งที่316 ฉันก็ยังคงรู้สึกไม่ง่วง...บางที อาจจะเพราะผลของชุดที่ฟื้นฟูมานาให้กับฉันจนเต็มตลอดมันเลยไม่มีความคืบหน้าขึ้น ไอ้ฉันก็อุส่าห์คิดว่า'ถ้าถอดเสื้อคลุมออกไปผลของการฟื้นฟูมันก็น่าจะเบาบางลง'ซะอีก เเต่ดูเหมือนผลของมันจะยังคงสูงสมกับที่ได้ชื่อว่าชุดนักปราชญ์อยู่
"บางที...ฉันอาจจะต้องหาวิธีใช้มานาที่มากกว่านี้"
ฉันบอกกับตัวเองเเบบนั้นเเละใช้ร่ายศรน้ำเเข็งออกมาในห้องพร้อมๆกัน10เเท่งในคราวเดียว
ฉันเก็บมันเเล้วก็ร่ายเพิ่มขึ้นมาอีกสิบ เก็บมันลงเเล้วก็ร่ายออกมาอีก
สร้าง เก็บ สร้าง เก็บ สร้าง เก็บ สร้าง เก็บ สร้าง เก็บ สร้าง เก็บ....
ทำเเบบนี้นี้หลายต่อหลายครั้ง จนฉันลืมนับพวกมันไปซะสนิท...
ภาพที่ฉันเห็นมันเหมือนเป็ภาพที่ฉายซ้ำๆของเเท่งน้ำเเข็งที่โผล่ออกมาจำนวนนึง ถูกดูดเข้าไปเเล้วก็มีอันใหม่ออกมา....เมื่อลองคิดดูดีๆเเล้วมันก็เหมือนว่าฉันจะเป็เครื่องจักรผลิตเเท่งน้ำเเข็งไปเสียเเล้ว...
เเต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าวิธีการนี้มันได้ผล เพราะเมื่อผ่านไปประมาณนึงฉันก็เริ่มรู้สึกเพลียขึ้น
บางทีอาจจะเป็เพราะภาพซ้ำๆที่ฉันเห็นอย่างไม่รู้จบนี่ หรืออาจจะเพราะี้เีทำอะไรเเบบนี้เเล้วฉันถึงได้รู้สึกอยากจะนอนพักไปทั้งๆเเบบนี้
"อื-ม..."
เนื่องจากถึงขีดจำกัดเเล้วฉันจึงเอาผ้าห่มขึ้นมาห่อตัวเเละปิดตาหลับลงไป
อ่ะ ยังไม่ปิดไฟนี่นะ...
เนื่องจากี้เีลุกไปปิดฉันเลยสร้างศรน้ำเเข็งเเท่งหนึ่งออกมาเเล้วใช้ให้มันบินไปเเตะที่หินเวทย์ซึ่งเชื่อมกับไฟในห้อง ฉันใช้มันเเตะเบาๆเเล้วจากนั้นไฟก็ปิดลง...
ฝันดีนะตัวฉัน...
*
ข้าชื่อ"จิฟฟ่อน"เป็อดีตนักผจญภัยเเรงค์B ที่ตอนนี้ผันตัวไปเป็ทหารรับจ้างเฉพาะตัวของท่านซิล
ด้วยเื่งานที่ถูกว่าจ้างโดยท่านซิลข้าจึงต้องถูกส่งไปยังเมืองหลวงเพื่อตรวจสอบบางอย่าง
เเต่ทว่าตอนที่ข้าเเอบไปพบกับท่านซิลนั้นข้าก็พึ่งรู้ว่าท่านมีนัดกับเเขกเอาไว้ด้วย
ตอนนั้นข้าว่าจะขอตัวเเละรอให้ท่านซิลว่างเสียก่อนจึงค่อยคุยเื่งานกันต่อ เเต่ท่านกลับบอกให้ข้าใช้เวทย์เงาซ่อนตัวอยู่ใกล้ๆท่าน ระหว่างที่เขากำลังคุยกับเเขกอยู่...ข้าไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมท่านซิลถึงอยากให้ข้าทำเช่นนั้น เเต่เขาไม่ใช่คนที่ทำอะไรโดยไม่มีเหตุผล ดังนั้นข้าจึงใช้เวทย์เงาพลางกายตัวเองเเละซ่อนตัวอยู่ข้างๆท่าน
ท่านบอกให้ข้าใช้พลังให้ถึงขีดสุดข้าเลยทำตามนั้น
ยังไงเวทย์เงาของข้าก็เเข็งเเกร่งอย่างมาก มันเป็เวทย์พลางตัวที่ข้าฝึกฝนมาจนกลายเป็เวทย์ระัดับสูงที่ใช้ซ่อนตัวเวลาทำงานหาข้อมูล...นอกจากท่านซิลเเล้วคนในเมืองนี้ก็ไม่มีใครเเข็งเเกร่งพอที่จะเจอตัวข้าที่กำลังใช้เวทย์นี้ได้เลย ขนาดนักผจญภัยที่เเรงค์สูงกว่าก็ยังบอกว่าฝีมือการซ่อนตัวของข้าเหนือกว่าพวกเขาเสียอีก
เเต่ทันทีที่เทร่า...พนักงานของที่นี่พาสาวน้อยที่มีหูเเมวสีขาวเเต่ผมสีดำเข้ามา ความภาคภูมิใจของข้าก็มลายสิ้น
เธอกำลังมองมาที่ข้า!? เธอรู้สึกตัวถึงข้าอย่างงั้นหรอ!?
ไม่จริงน่า มนุษย์เเมวไม่ได้มีความสามารถที่สูงขนาดนั้นเสียหน่อย ขนาดเด็กเล็กยังรู้เื่นั้นเลย!
เธออาจจะเเค่หันมามอง เเต่ไม่รู้ว่ามีใครอยู่ตรงนี้ก็ได้!?
ใช่เเล้ว มันต้องเป็เเบบนั้นเเหละ ไม่มีทางที่เธอจะรู้สึกตัวถึงข้าได้หรอก!
ทั้งๆที่มั่นใจไว้เเบบนั้น เเต่พอท่านซิลเอ่ยรายชื่อของมอนเตอร์ที่มนุษย์เเมวท่านนี้ไปจัดการมาร่างกายของข้าก็เริ่มกระตุก
เรดอ็อค3ตัว หมูป่าไนโตร เเละยังมอนเตอร์โบราณสมิงเทาอีก!!
นั่นมันอะไรน่ะ ทั้งหมดนั่นสาวน้อยคนนี้จัดการเองคนเดียวหมดเลยนี่นะ!!?
บ้าไปเเล้ว! นั่นมันสถิติเดียวกับผู้กล้าไม่ใช่หรือไง!?
เเม้ว่าข้าจะยังทำใจเชื่อเื่นี้ไม่ได้...เเต่เมื่อเห็นเวทย์ศรน้ำเเข็งของสาวน้อยตรงหน้าเเล้วมันก็ทำให้ข้าใมากขึ้นไปอีก
จริงอย่างที่ท่านซิลบอก นั่นมันใช่ศรน้ำเเข็งที่เป็เวทย์ระดับต่ำเเน่หรอ? ทั้งความเเหลมเเละรูปทรงที่ดูทนทานอย่างไม่น่าเชื่อนั่น เเค่เห็นก็รู้เเล้วว่ามันใช้ฆ่าเรดอ็อคในทีเดียวได้เลยจริงๆ...
ถ้าอย่างนั้นการที่เธอซึ่งจัดการกับสมิงเทาได้...จะตรวจจับเจอตัวข้าก็ไม่ใช่เื่เเปลกอะไร...
ไม่-ข้าจะยังยอมเเพ้ตรงนี้ไม่ได้!
ตัวข้าคนนี้จะมาเเพ้ให้กับมนุษย์เเมวหน้าใหม่ที่พึ่งมาเป็นักผจญภัยได้ยังไงกัน!
ข้าน่ะฝึกฝนตัวเองมามากนักจะให้มายอมรับว่าตัวข้าอ่อนกว่าเเม่สาวคนนั้นงั้นหรอ?
เเม้ท่านจะเตือนข้าไว้เเล้ว เเต่มันก็ยังยอมรับไม่ได้ง่ายๆ
เเละเพราะความรู้สึกนั้นข้าจึงอยากท้าสู้กับเเม่สาวน้อยคนนั้น
ซึ่งมันควรทำให้เป็พิธีมากกว่านี้...เเต่ข้าไม่มีเวลามากนัก เพราะพรุ้งนี้เช้าข้าก็ต้องออกเดินทางไปเมืองหลวง ดังนั้นข้าจึงตามลอยเเละมาหาสาวน้อยคนนั้นที่โรงเเรม'สตรีกุหลาบ'...เเละเนื่องจากที่นี่ห้ามไม่ให้ผู้ชายเข้าจึงต้องเเอบย่องเข้าไปหานางจากทางหน้าต่าง....เเละด้วยทักษะการปีนไต่ของข้ามันก็ง่ายเเสนง่ายที่จะขึ้นไปชั้นสามของโรงเเรมนี้
"ห้องนั้นสินะ..."
ข้าที่ใช้เวทย์ตรวจจับมานาจนถึงขีดสุด-ััเจอกับการใช้เวทยมนตร์เมื่อไม่กี่นาทีก่อน ดูเหมือนความละเอียดของเวทย์จะเป็ของสาวน้อยคนนั้น...ไม่รู้หรอกว่าฝึกใช้เวทย์หรืออะไรเเบบไหนอยู่ เเต่ถ้าจะฝึกจริงๆคืนนี้ข้าก็จะอาสาเป็คู่ซ้อมให้เธอก็ได้
จะเเสดงให้เห็นเองว่าเส้นทางมืออาชีพนั้นมันลำบากขนาดไหน!
ข้าตั้งปณิธานไว้อย่างเเน่วเเน่เเละปีนขึ้นไปยังห้องของเเม่สาวคนนั้น
"...!!?"
เเต่เมื่อมาถึงข้าก็เห็นว่าเธอหลับไปเสียเเล้ว...
อะไรกัน นี่ข้ามาช้าไปงั้นหรอ?
เเต่ถ้านางหลับไปเเล้วก็ช่วยไม่ได้นะ เห็นทีข้าคงต้องรอโอกาสหน้า
"....."
ข้าคิดเช่นนั้น เเต่ก่อนที่ข้าจะกลับลงไปข้างล่างข้าก็ฉุกคิดบางอย่างขึ้นได้
'นี่มัน ข้าจะปล่อยให้ความรู้สึกของข้าค้างคาเช่นนี้จนถึงตอนทำงานเลยงั้นหรอ!?'
'มันก็ต้องไม่ใช่อยู่เเล้วใช่ไหมล่ะ จะปล่อยให้ความรู้สึกของข้ากลายเป็คนขี้เเพ้ไปทั้งๆที่ยังไม่ได้สู้ต่อไปเเบบนี้ข้าอาจจะทำให้งานของข้าเสียก็ได้!'
ใช่เเล้วล่ะ นักผจญภัยน่ะนะ ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ต้องพร้อมรับอันตรายเเละการต่อสู้อยู่เสมอเเม้เเต่ยามราตรีก็เช่นกัน!
ดังนั้นข้าควรจะปลุกเธอ เเละท้าประลองกันให้รู้เเล้วรู้รอดกันไปเลย!
"ขอโทษที่ขัดจังหวะนะ เเต่ข้าอยากจะ-...หืม?"
เมื่อข้าจะกลับเข้าไปในห้องเเละกำลังจะปลุกให้เธอตื่น สายตาของข้าก็สังเกตไปเห็นหางสีดำที่กำลังชูขึ้นมา
"อะไรกันกัน ตื่นอยู่งั้นหรอ งั้นก็พอดีเลยข้าอยากจะ-เหวอ!!"
พริบตาที่ข้าเหยียบข้าไปในห้องของสาวน้อยคนนั้น-หางของเธอก็ยืดยาวออกมาเเล้วตวัดเป็เเส้เข้าใส่ข้า เนื่องจากข้าเห็นพอดีข้าเลยก้มหลบมันได้ทัน เเต่เเรงเหวี่ยงเมื่อครู่มันดูรุนเเรงจนถึงขั้นทำให้ข้าาเ็หนักได้เลย!
"จะ-ใจเย็นก่อน ข้าไม่ได้มาทำร้ายเ้าหรอกนะเเม่สาวน้อย! ข้าก็เเค่อยากจะมาขอท้าสู้-
*ตู้ม!*
-อั่ก!"
ตัวข้าที่ตั้งใจจะหลบหางนั่นอีกครั้งถูกปลายหางอัดกระเเทรกเข้าที่อกจนะเืไปถึงข้างหลังด้วยความเร็วที่สายตาของข้าก็ยังมองไม่ทัน
อะไรกัน-!! เเรงอัดมันทะลุเกราะเหล็กเลยเนี้ยนะ! บ้าไปเเล้ว!
ตัวข้าที่รู้สึกจุกที่ท้องเเบบที่ไม่เคยเป็มาก่อนนั่งทรุดตัวลงไปกับพื้นอย่างพ่ายเเพ้
ไม่ได้ใช้เวทยมนตร์ ไม่ได้ใช้อาวุธ เเต่ใช้เพียงเเค่หางเนี้ยนะ!!
นี่ตัวข้าถึงกับเข่าทรุดเพราะการโจมตีจากหางเเค่ครั้งเดียวเนี้ยนะ!
เเละในพริบตาที่ข้าตั้งใจจะถอยโดยใช้เเรงที่เหลืออยู่น้อยนิด-ข้าก็ถูกหางของสาวน้อยโจมตีเข้าที่ศีรษะเเละสลบลงพื้นไปทั้งๆเเบบนั้น
***
/มุมผู้เขียน/
ถ้าชอบยังไงก็เม้นไว้ด้วยนะ พอดีไรท์ชอบเสพคอมเม้น ถ้าไม่มีเม้นไรท์จะใจสลาย-