ณิชาตวัดดาบไปด้านหลังอย่างลืมตัว! พลันเกิดคลื่นสั่นะเืแผ่กระจายไปทั่วทั้งห้อง! เธอไม่ได้ตั้งใจที่จะตวัดดาบออกไปเลยแม้แต่น้อย
แต่เหมือนกับว่าร่างกายของนางมันขยับไปเองโดยอัตโนมัติ! ราวกับว่าดาบเล่มงามในมือของนางนั้น มันอยากจะแสดงแสนยานุภาพอันยิ่งใหญ่ของมันออกมาให้เป็ที่ประจักษ์!
"ว้ายย!!"
ณิชาอุทานออกมาด้วยความใสุดขีด ก่อนจะทำดาบหลุดมือหล่นลงไปกับพื้นเสียงดังเคร้ง!
ภาพที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าในตอนนี้ ช่างขัดแย้งกับภาพที่เกิดขึ้นก่อนหน้าโดยสิ้นเชิง!
จากหญิงสาวที่ดูเหมือนนักรบผู้กล้าหาญ สง่างาม และเต็มไปด้วยบารมีอันน่าเกรงขาม...ผู้ที่ดูเหมือนเทพธิดาน้อยอันศักดิ์สิทธิ์...
บัดนี้กลับกลายเป็เพียงหญิงสาวชาวบ้านที่ตื่นตระหนก หวาดกลัว และซุ่มซ่าม! ถึงขนาดที่ทำตัวไม่ถูกจนดาบที่เพิ่งจะจับได้อย่างมั่นคงนั้นต้องหล่นลงไปกับพื้น!
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ทำให้ใบหน้าของมทินา จากที่เคยตื่นตระหนกอยู่ชั่วครู่ กลับคืนสู่ความสง่างามตามเดิม
นางเผยรอยยิ้มอันบริสุทธิ์และอ่อนโยนออกมาอีกครั้ง...ทว่าในใจของนางนั้นกำลังครุ่นคิดบางสิ่งบางอย่างกับสิ่งที่ได้เห็นเมื่อครู่อยู่อย่างเงียบงัน
"ยินดีด้วยนะณิชา เ้าสามารถเชื่อมต่อกับลูกแก้วได้สำเร็จแล้ว ทักษะจำพวกอาวุธนั้น หาได้ยากยิ่งนักนะ เมื่อเทียบกับทักษะประเภทอื่นๆ สำหรับลูกแก้วใบแรก"
มทินายิ้มแย้มออกมา ดูเหมือนจะดีใจไปกับความสำเร็จของณิชาอย่างแท้จริง
มทินายังได้อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎกติกาเบื้องต้นในการใช้ชีวิตอยู่ที่วิหารศักดิ์สิทธิ์และกระท่อมมิติหลังนี้
นางให้เวลาแก่ณิชาในการเดินทางกลับไปบอกกล่าวและใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวที่บ้าน เป็ระยะเวลา 2 เดือนเต็ม
แล้วหลังจากนั้นเธอจะต้องกลับมาที่นี่อีกครั้ง...มทินาจะมอบภารกิจแรกที่สำคัญยิ่งให้กับเธอ
"มีปัญหาอะไรกับที่อาจารย์พูดหรือไม่?"
มทินาสังเกตเห็นสีหน้าที่ดูอึดอัดใจของณิชา
"ข้ามีปัญหาจริงๆ เ้าค่ะ ท่านอาจารย์"
ณิชาตัดสินใจเล่าปัญหาทั้งหมดของนางที่เกิดขึ้นก่อนที่นางจะเดินทางมาถึงวิหารแห่งนี้ให้ท่านอาจารย์ฟังจนหมดสิ้น
ดังนั้นนางจึงขอเวลาในการจัดการกับปัญหานี้ และขอร้องให้มทินาช่วยเหลือนางในบางสิ่งบางอย่างเป็การส่วนตัว
มทินาตอบตกลงรับปากที่จะช่วยเหลือนาง ทำให้ณิชาถึงกับดีใจเป็อย่างมาก! นางอยากที่จะรีบเดินทางกลับบ้านไปหาครอบครัวบุญธรรมของนางเดี๋ยวนี้เลย!
แต่มทินาก็ได้เสนอให้ณิชาพักผ่อนอยู่ที่นี่ให้หายเหนื่อยเสียก่อน แล้วจึงค่อยเดินทางกลับไปในวันรุ่งขึ้น
ณิชาลังเลอยู่สักพักหนึ่ง แต่สุดท้ายก็ตอบตกลง
ณิชาเดินออกจากห้องของมทินาไป ก่อนที่จะปิดประตูลงอย่างสนิท...
นางรู้สึกถึงบรรยากาศที่เย็นยะเยียบอย่างประหลาด! นางใจสั่นขนลุกชันไปทั่วทั้งร่าง! เหงื่อเย็นๆ แตกพลั่กออกมาอย่างห้ามไม่ได้!
นางต้องทำท่ากอดตัวเองเพื่อข่มอาการดังกล่าวไว้ แต่ไม่นานนักมันก็จางหายไป...
ณิชารู้สึกงุนงงกับอาการของตัวเองเป็อย่างมาก นางคิดว่าบางทีนางอาจจะแค่เหนื่อยเกินไป สมควรที่จะต้องไปพักผ่อนได้แล้ว...นางเดินลงบันไดไปยังชั้นล่าง
"โอ๊ะ...ฉันล่ะเกลียดเด็กที่สัญชาตญาณดีอย่างเธอจริงๆ เลยนะ...ณิชา"
มทินายิ้มพลางยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยอย่างเ้าเล่ห์
"ดีนะ...ที่ดีฉันแอบเปลี่ยนกลไกของแท่นศิลาเอาไว้ก่อนแล้ว"
ในมือของนางนั้นกำลังกุมแท่นศิลาเล็กๆ อันหนึ่งอยู่! ถ้าหากณิชาได้เห็นมัน นางจะบอกได้ในทันทีว่ามันคือแท่นศิลาทดสอบ!
แต่มันมีขนาดเล็กมากจนสามารถกำไว้ในมือได้พอดี! เมื่อครู่นี้...นางได้แอบเอามันไปัักับมือของณิชาในจังหวะที่ยื่นถ้วยชาให้!
และแท่นศิลาเล็กๆ อันนี้ก็ได้เรืองแสงสว่างจ้าขึ้นมาครบทั้ง 5 จุด! แสงสว่างจากแท่นศิลาเล็กนี้มันส่องสว่างเจิดจ้ายิ่งกว่าแสงจากแท่นศิลาทดสอบของจริงเสียอีก! ทั้งที่มีขนาดแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน!
ถ้าหากฉากนี้ได้ไปปรากฏขึ้นบนลานทดสอบล่ะก็...ไม่รู้เลยว่าจะเกิดความโกลาหลวุ่นวายขึ้นมากขนาดไหน!
ณิชาเดินลงมาถึงยังชั้นล่างของกระท่อม นางได้พบเจอกับรุจิ มาริน และเชียร์ร่าครบทั้งสามคน
นางใช้เวลาอยู่กับท่านอาจารย์ค่อนข้างนานหลายชั่วโมง ณิชาไม่คิดเลยว่าทั้งสามคนจะยังคงนั่งรออยู่ที่เดิม ส่วนเื่วงแหวนและดาบของนางนั้น ท่านอาจารย์ได้สอนวิธีในการทำให้มันกลับคืนสู่สภาพปกติให้กับนางเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
ณิชาจึงได้กลับมาอยู่ในสภาพของคนธรรมดาทั่วไปตามเดิม ทั้ง 3 คนจึงยังไม่เห็นความแตกต่างหรือความเปลี่ยนแปลงอะไรในตัวนาง
"แหม! ศิษย์น้อง... ่นี้ช่างกลายเป็คนโปรดของท่านอาจารย์เสียจริงนะ! ทำเอาพวกพี่ๆ อย่างพวกเราต้องอิจฉาตาร้อนไปหมดแล้วนะเนี่ย!"
รุจิแสร้งบ่นด้วยสีหน้าที่กำลังเพ่งมองราวกับจะจับผิดณิชา
"นั่นสิ... ปกติแล้วท่านอาจารย์แทบจะมิได้พูดคุยกับศิษย์คนอื่นเกินกว่าสองสามคำเลยด้วยซ้ำไป ทำไมเธอ...เ้า... ถึงได้อยู่กับท่านอาจารย์นานขนาดนี้กันล่ะ?"
มารินทำหน้าครุ่นคิดอย่างจริงจัง
ณิชาได้แต่ทำยิ้มแห้งๆ ออกไป นางกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับรู้สึกว่าพูดไม่ออก! ณิชาจับที่ลำคอของนางอย่างเ็ป!
"พอได้แล้วน่า! ณิชาดูจะเหนื่อยมากแล้วนะตอนนี้ พูดก็ยังพูดไม่ได้ด้วยซ้ำไป! เธอไปพักผ่อนเถอะนะณิชา"
เชียร์ร่าเอ่ยปากตัดบทขึ้นมา โดยมิได้สนใจเพื่อนอีก 2 คนที่กำลังจะเอ่ยปากคาดคั้นกับณิชาต่อไป
ณิชาก้มศีรษะลงเพื่อเป็การแสดงความขอบคุณกับคนทั้งสาม จากนั้นก็รีบเดินตรงไปยังประตูมุมห้องซึ่งเป็ทางไปยังห้องพักของนาง
"แปลก...ทำไมฉันถึงได้คิดว่ามีบางอย่างในตัวของเธอได้เปลี่ยนไปกันนะ..."
เชียร์ร่าเอ่ยขึ้นมาอย่างไม่เข้าใจ ทำให้รุจิและมารินต้องทำท่าทางเหมือนกำลังครุ่นคิดตามไปด้วย
[ในห้องพักของณิชา]
ห้องพักของที่นี่นั้นกว้างขวางและสวยงามเป็อย่างมาก!
มีเครื่องเรือนและเครื่องอำนวยความสะดวกอย่างครบถ้วน! มันหรูหรายิ่งกว่าโรงเตี๊ยมที่แพงที่สุดที่ณิชาเคยพักมาทั้งชีวิตเสียอีก!
นางไม่รอช้า รีบเดินตรงไปยังห้องน้ำเพื่อทำความสะอาดร่างกายของนางทันที แต่แล้วนางก็ต้องถึงกับผงะ! ในห้องน้ำนั้นมันไม่เหมือนกับห้องน้ำที่นางเคยใช้มาตลอดชีวิตเลย!
มันมีแท่นยาวๆ สีขาวที่ดูคล้ายกับเตียงนอนตั้งอยู่ด้วย! นางใช้ไม่เป็! ทำให้นางต้องรีบเดินกลับไปสอบถามจากรุจิอีกครั้ง
......
"นั่นเขาเรียกว่า อ่างอาบน้ำ ไม่ใช่เตียงนอน! แล้วนั่นก็คือก๊อกน้ำ เอาไว้เปิดให้น้ำไหลออกมายังไงล่ะ!..."
รุจิส่ายศีรษะไปมากับความไม่รู้ของณิชา นางเผลอแอบมองณิชาเหมือนกับกำลังมองสาวบ้านนอกเข้ากรุงอยู่ชั่วครู่หนึ่ง ด้วยอารยธรรมที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว มันก็เป็เื่ที่ช่วยไม่ได้จริงๆ
แต่นางก็มิอาจจะว่าอะไรคนอื่นได้ เพราะตอนที่นางเดินทางมาที่นี่เป็ครั้งแรกก็ไม่ต่างอะไรไปจากณิชาในตอนนี้เลยแม้แต่น้อย
นางจึงได้อธิบายเื่สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ และวิธีใช้ในเื่จิปาถะทั่วไปให้ณิชาได้ฟัง ส่วนเื่ที่สำคัญๆ นั้น ท่านอาจารย์มทินาได้บอกกล่าวกับณิชาไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
"ขะ...อ...บ......"
ณิชาพยายามจะเค้นเสียงออกมาเพื่อกล่าวคำขอบคุณ แต่รุจิก็รีบยกมือขึ้นมาห้ามไว้เสียก่อน
"กินยาตัวนี้ซะ มันจะช่วยเ้าได้ ขอเทพีคุ้มครองเ้าในยามราตรีนะ"
รุจิเห็นว่าณิชากำลังเจ็บคออยู่ จึงได้เอายามาให้นาง แล้วจึงกล่าวคำอำลาไป
ณิชาเปิดก๊อกน้ำร้อนให้ไหลลงไปยังอ่างอาบน้ำ นางเห็นก้อนบางอย่างที่ดูคล้ายกับก้อนสบู่ มันเขียนสรรพคุณของมันเอาไว้ว่า "ใช้สำหรับการแช่ตัว"
เมื่อเห็นดังนั้น นางก็ไม่คิดอะไรมาก รีบโยนมันลงไปในอ่างทันทีตามคำบอกของรุจิ ณิชาถอดเสื้อผ้าของนางแล้วนำไปใส่ยังตู้เครื่องจักรที่เขียนไว้ว่า "ซัก อบ รีด อัตโนมัติ"
"อาห์...การได้แช่น้ำอุ่นๆ เนี่ยมันดีจริงๆ เลยนะ"
เธอเอ่ยออกมาอย่างแช่มชื่น ดวงตาของนางหลับพริ้มไปกับสายน้ำอุ่นที่ไหลรินอาบร่าง
"โอ๊ะ! อาการาเ็ของข้าหายไปหมดแล้ว! ข้ารู้สึกได้ถึงก้อนไอพลังเวทย์ที่กำลังไหลเวียนเข้ามาในร่างกายของข้า! ช่างรู้สึกผ่อนคลายเสียจริงๆ!"
นางพึมพำออกมาอย่างอารมณ์ดี
ก้อนที่ดูคล้ายกับสบู่ที่ณิชาได้ใส่ลงไปในอ่างนั้น แน่นอนว่ามันทำหน้าที่เป็สบู่ได้ แต่ประโยชน์ที่แท้จริงของมันก็คือ มันสามารถช่วยให้ปฏิกรณ์เวทย์ทำงานได้ดีขึ้น!
อีกทั้งมันยังเต็มไปด้วยสารบำรุงผิวที่มีประโยชน์มากมาย! พูดง่ายๆ ก็คือ มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้สำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ!
ถ้าหากณิชาได้ไปเห็นราคาของมันที่วางขายอยู่ด้านนอก นางจะต้องใกับความแพงมหาศาลของมันเป็แน่! แต่ในกระท่อมมิติแห่งนี้ มันถือเป็สิทธิ์ของศิษย์แต่ละคนที่ท่านอาจารย์มทินาจะมอบให้ได้วันละหนึ่งก้อน
'ท่านพ่อกับท่านแม่จะเป็อย่างไรกันบ้างนะ...'
ณิชาอดที่จะเป็ห่วงบิดามารดาบุญธรรมของนางไม่ได้ ไม่รู้เลยว่าการที่นางหลบหนีออกมาจากคฤหาสน์ในครั้งนั้น มันจะทำให้พวกท่านต้องเดือดร้อนหรือไม่...
ถึงแม้ว่าณิชาจะไม่รู้ว่าตระกูลวรกุลนั้นจะทรงอิทธิพลมากเพียงใด หรือเมื่อนำไปเทียบกับวิหารศักดิ์สิทธิ์แล้วจะเป็อย่างไร
แต่นางในตอนนี้ก็ไม่ใช่ชาวบ้านคนธรรมดาที่ไม่รู้เื่ราวของโลกเหมือนกับนางคนก่อนอีกต่อไปแล้ว!
ตอนนี้นางคือจอมเวทย์ทวิลักษณ์! ไม่ใช่สาวน้อยผู้อ่อนแอ บอบบาง และเอาแต่ขอร้องอ้อนวอนคนอื่นอีกต่อไป!
"อือ...เตียงนุ่มดีจัง..." ณิชาเอ่ยออกมาอย่างพึงพอใจ
ร่างบางนอนตะแคงขวาอยู่บนเตียงกว้าง ใบหน้าของนางดูผ่อนคลาย ริมฝีปากแย้มออกเล็กน้อย ผมยาวสลวยสยายไปบนหมอนสีขาวสะอาด
ผ้าห่มผืนหนานุ่มคลุมร่างของนางไว้ถึงอก เผยให้เห็นเพียงไหล่มนและลำคออันระหง การหายใจที่สม่ำเสมอบ่งบอกถึงการหลับสนิทและสบายของเธอ
…..
[เช้าวันต่อมา]
"ณิชา! เป็อย่างไรบ้าง? นอนหลับสบายดีไหม?"
เชียร์ร่าเอ่ยทักขึ้นทันทีที่ณิชาเดินออกมาจากประตูห้องพักของนาง
"ที่นี่นอนสบายมากเลยเ้าค่ะ ทุกอย่างดูหรูหราไปหมด เหมือนกับว่าข้ากำลังฝันไปเลยเ้าค่ะ"
ณิชาหันมายิ้มตอบทักทายด้วยใบหน้าที่สดใสและเปี่ยมสุข
"นี่...โห้วว...จะสวยเกินไปแล้วนะ! เจิดจ้าจนแสบตาไปหมดแล้ว!"
เชียร์ร่าแสร้งทำท่าทางเหมือนกำลังปิดตา ราวกับว่ามีแสงสว่างจ้าแยงมาที่ดวงตาของนาง
เมื่อวานนี้ณิชายังคงใส่ผ้าปิดปากของนางอยู่ ทำให้ไม่สามารถมองเห็นใบหน้าที่แท้จริงของนางได้ทั้งหมด อีกทั้งเนื้อตัวก็ยังคงมอมแมม และคิ้วของนางก็ยังขมวดเข้าหากันอยู่ตลอดเวลา
แต่ถึงจะเป็เช่นนั้น เชียร์ร่าก็พอจะเดาออกได้ว่าณิชานั้นต้องเป็สตรีที่สวยมากเป็แน่
แต่ในตอนนี้นางไม่ได้ใส่ผ้าปิดปากแล้ว ใบหน้าของนางก็ดูสดใสและเปล่งปลั่ง ทำให้นางดูสง่างาม เจิดจ้า และเจิดจรัสเป็อย่างยิ่ง!
อาการที่แสดงออกเกินจริงไปหน่อยของเชียร์ร่านั้นทำให้ณิชาอดที่จะหลุดขำออกมาเบาๆ ไม่ได้ แต่ไม่นานนักเชียร์ร่าก็กลับมามีท่าทีเป็ปกติเหมือนเดิม
"เอานี่...บัตรประจำตัวของเธอ ในบัตรนั้นมีชื่อของเธอและสถานะนักบุญฝึกหัดระบุไว้"
เชียร์ร่าวางบัตรประจำตัวของณิชาลงบนโต๊ะ ณิชารับมันมาแล้วก็เก็บลงไปในกำไลมิติของนางทันที เชียร์ร่ารู้ดีว่าณิชาจะต้องรีบเดินทางกลับไปทำธุระที่บ้าน จึงมิได้เอ่ยปากชวนนางคุยต่อ
ณิชาหลังจากรับบัตรแล้วก็ได้ทำการขอบคุณเชียร์ร่า จากนั้นจึงรีบเดินออกไปจากกระท่อมมิติ หลังออกมาจากกระท่อมแล้ว บรรยากาศรอบตัวเธอก็พลันเปลี่ยนไป! แววตาของเธอกลับมามุ่งมั่น! สีหน้าแสดงออกถึงความเด็ดเดี่ยวและกล้าหาญ!
[ณ ตระกูลวรกุล]
เช้าตรู่ของวัน แสงแดดยังไม่ทันจะได้สาดส่องไปทั่วทั้งคฤหาสน์หลังใหญ่
เสียงจอแจของเหล่าคนรับใช้ก็ดังระงมไปทั่วบริเวณ เรือนเล็กที่อยู่ท้ายสวนซึ่งเป็ที่พักของพวกเธอในวันนี้นั้นคึกคักเป็พิเศษ
วันนี้มีเื่ราวให้ได้พูดคุยกันมากมาย โดยเฉพาะเื่ของคุณชายเจ็ด
"คุณชายเจ็ดน่ะนะ...เฮ้อ...พูดไปก็เหนื่อยใจเปล่าๆ"
หญิงชราคนหนึ่งส่ายหน้าไปมา ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความระอา
"นั่นสิเ้าคะ เมื่อวันก่อนก็เพิ่งจะไปอาละวาดที่ตลาดมาอีกแล้ว หาเื่ทะเลาะกับชาวบ้านไปทั่วเลย เมื่อวานนี้ก็เพิ่งจะเอาผู้หญิงที่ไหนมาก็ไม่รู้ แต่เห็นว่าหนีไปเสียก่อน"
สาวใช้คนหนึ่งเอ่ยเสริมขึ้นมา ดวงตากลมโตของนางฉายแววขุ่นเคืองใจอยู่ไม่น้อย
"แล้วดูท่านเ้าตระกูลสิเ้าคะ! ไม่เคยที่จะว่ากล่าวตักเตือนอะไรเลยสักคำ! ตามใจไปเสียทุกอย่าง!"
สาวใช้อีกคนหนึ่งพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
"ก็คุณชายเจ็ดเป็ลูกรักนี่นา...ไม่เห็นจะแปลกตรงไหนเลย ใครๆ เขาก็รู้กันทั้งนั้นแหละ"
หญิงชราสรุปเื่ราวทั้งหมดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเอือมระอา
ในบรรดาพี่น้องทั้งหมดนั้น คุณชายเจ็ดเป็ที่กล่าวขานกันว่า "แย่" ที่สุดในตระกูล!
เขาเป็คนเกียจคร้าน เอาแต่ใจ และชอบใช้เงินเป็ว่าเล่น! แต่ด้วยความที่เขาเป็ลูกชายคนโปรดของท่านเ้าตระกูล เขาจึงได้รับการตามใจมาั้แ่ยังเด็ก ทำให้เขามีนิสัยเสเพลและไม่เคยเกรงกลัวผู้ใดหน้าไหนทั้งสิ้น!
"แล้วคุณชายใหญ่กับคุณหนูรองล่ะเ้าคะ? ท่านทั้งสองรู้เื่พวกนี้บ้างหรือไม่?" สาวใช้คนหนึ่งเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความสงสัย
"คุณชายกับคุณหนู..." หญิงชราถอนหายใจยาว "
ทั้งคู่ก็คงจะรู้ดีนั่นแหละ...แต่ก็แสร้งทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นเสียมากกว่า"
คุณชายใหญ่กับคุณหนูสองนั้น เป็บุตรชายและบุตรสาวคนโตของตระกูล ธุรกิจส่วนใหญ่ของตระกูลนอกเหนือจากท่านเ้าตระกูลที่เป็หลักแล้ว ก็เป็คนทั้งสองนี้แหละที่คอยช่วยดูแล
ด้วยความที่พวกเขามีเหตุผลและไม่ใจร้อน จึงเป็ที่พึ่งพาของคนในตระกูลเป็อย่างมาก พวกเขารู้ดีถึงความไม่เอาไหนของคุณชายเจ็ด แต่ก็เลือกที่จะไม่พูดถึงเื่นี้ เพราะไม่อยากที่จะมีปัญหากับท่านเ้าตระกูลผู้เป็ที่เคารพรัก
ขณะที่เหล่าคนรับใช้กำลังนินทากันอย่างออกรสออกชาติ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น! ทุกคนรีบหุบปากฉับ! และทำหน้าตาให้เป็ปกติในทันที! หญิงชราเดินไปเปิดประตู
"มีอะไรเหรอเ้าคะ...คุณหัวหน้าแม่บ้าน?" หญิงชราเอ่ยถาม
"มีคำสั่งมาจากคุณท่าน! ให้จัดเตรียมงานวิวาห์ครั้งใหญ่! เ้าของงานคือ...คุณชายเจ็ด กับผู้หญิงที่ชื่อ...ณิชา!" หัวหน้าแม่บ้านเอ่ยบอก