หลังจากงานเลี้ยงในท้องพระโรงสิ้นสุดลง หยวนเฟิงอ๋องเข้าเฝ้าฮ่องเต้เป็การส่วนตัว จางเหยียนหลิงจึงใช้เวลาส่วนใหญ่เดินสำรวจวังหลวง ใบหน้างามของนางดึงดูดสายตาของเหล่าขุนนางทั้งหลาย ต่างพากันจับจ้องอย่างไม่อาจละสายตา ทว่าไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้ ด้วยเกรงกลัวในบารมีของหยวนเฟิงอ๋อง
นางเดินมายังศาลากลางน้ำสีแดง ที่ตั้งตระหง่านแสดงความยิ่งใหญ่ พร้อมสวนดอกไม้กว้างใหญ่ ดอกไม้นานาพันธุ์พากันเบ่งบานอวดสีสันสดใส มวลผีเสื้อนับสิบกางปีกโบยบิน อวดความงามอย่างอิสระไร้พันธนาการ
หากแต่ท่ามกลางความรื่นรมย์นั้น มีเพียงดอกบัวในสระ ที่จมอยู่ใต้น้ำเหมือนกับนาง ถูกน้ำขังขุ่นมัวหล่อเลี้ยง เติบโตขึ้นจากโคลนตม รอคอยเพียงแสงตะวัน ไม่รู้ว่าจะเบ่งบานเมื่อใด..
“เหยียนหลิง!” เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น ทำให้นางละสายตาจากดอกบัว แล้วหันไปตามต้นเสียง พบหลี่เทียนจินในชุดขุนนางชั้นสูง จากชายหนุ่มชาวบ้านธรรมดา ไต่เต้าขึ้นมาเป็ขุนนางระดับสูงได้ไม่ใช่เื่ง่าย เดิมทีเขาเป็คนมุ่งมั่น แต่ความมุ่งมั่นเพียงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ หากไม่มีการเสียสละของนาง
“เหยียนหลิง เรากลับมาเหมือนเดิมได้หรือไม่ ใจข้าไม่เคยลืมเ้าได้เลยสักวัน” น้ำเสียงสั่นเครือของหลี่เทียนจินกล่าวกับนางด้วยความจริงใจ จางเหยียนหลิงหันกลับไปมองดอกบัวใต้น้ำอีกครั้ง ก่อนจะเผยรอยยิ้มบาง ๆ
“กลับไปงั้นเหรอ?” นางทวนคำเบา ๆ ในใจกลับรู้สึกผิดหวัง ที่ชายซึ่งเคยรักสุดหัวใจ กลับอ่อนแอและไร้ซึ่งความเป็สุภาพบุรุษได้ถึงเพียงนี้
เขาค่อย ๆ ย่างเท้าเข้ามาใกล้ ราวกับลังเล แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเอื้อมมือมาจับมือนาง โดยไม่สนสายตาของผู้ใด สายลมเย็นพลิ้วพัดผ่านตัวทั้งสองอย่างแ่เบา
จางเหยียนหลิงรู้สึกถึงััอบอุ่นที่คุ้นเคย เป็ความอบอุ่นที่เคยทำให้นางเผลอมอบทั้งหัวใจให้เขา ไม่สนว่าต้องสูญเสียอะไรในชีวิต ขอเพียงได้รัก ขอเพียงให้ความฝันสูงสุดของเขาเป็ความจริง และได้ใช้ชีวิตครอบครัวอย่างที่เขาเคยสัญญาไว้
ทว่าเวลานี้ไม่เหมือนก่อน นางไม่ได้ซาบซึ้งในคำหวานของเขาอีกแล้ว หญิงสาวมองดอกบัวที่จมมิดอยู่ใต้น้ำ พร้อมน้ำตาคลอเบ้า ก่อนยกมือขึ้นปาดแบบลวก ๆ แล้วหันกลับมา ทันใดนั้นก็เหลือบเห็นหลี่ชิงหลี หญิงชราผู้เ้าเล่ห์ แอบมองบุตรชายอยู่ห่าง ๆ นางจึงหันไปมองชายหนุ่ม แล้วยิ้มหวานจงใจให้เขา
“ถ้าข้ากลับไป แล้วท่านจะทำอย่างไรกับหลี่หลานเสวี่ย? ตอนนี้นางเป็ภรรยาของท่าน อีกทั้งกำลังตั้งครรภ์” เขาเห็นท่าทีอ่อนลงของนาง จึงรีบก้าวเข้ามาใกล้ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเปี่ยมความหวัง
“ขอแค่เ้ารับปากว่าจะกลับไปอยู่กับข้าที่จวนสกุลหลี่ ข้ามีวิธีให้นางยอมได้” นางแอบชำเลืองมองหลี่ชิงหลีที่ยืนอยู่ไกล ๆ แล้วหันกลับมายิ้มให้ชายตรงหน้า พลางแกล้งเอื้อมไปจับมือเขาเบา ๆ
“แล้วท่านแม่ล่ะ ถ้านางไม่ยอม ท่านจะทำอย่างไร?” คำถามของนางทำให้ชายหนุ่มชะงัก เพราะสำหรับเขา มารดาคือทุกสิ่ง เขาอึกอักไปพักใหญ่ ก่อนจางเหยียนหลิงจะกล่าวอย่างเ็า
“เมื่อท่านยังไม่มั่นใจว่าจะพาข้ากลับเข้าจวนได้ ก็อย่าให้ความหวังลม ๆ แล้ง ๆ อีกเลย ท่านทำร้ายความรู้สึกข้ามาหลายครั้ง และคราวนี้ ข้าไม่ใช่คนเดิม ที่จะยอมทุกอย่างอีกต่อไป” นางพูดพลางปล่อยมือเขา แล้วหันไปมองหาหลี่ชิงหลีอีกครั้ง แต่กลับไม่พบร่างของหญิงชราเสียแล้ว จึงละสายตากลับมายิ้มให้เขา
“ตอนนี้อยู่ในวัง งานเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่ ขุนนางมากมาย การที่ท่านแต่งงานแล้ว แต่ยังมายืนคุยกับหญิงสาวอย่างข้าตามลำพัง อาจทำให้ถูกนินทาว่าร้ายได้ ท่านกลับไปเถอะ”
“เหยียนหลิง! ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ข้าจะพาเ้ากลับไปจวนให้ได้ ข้าสัญญา” คำสัญญาของเขา ทำให้นางเพียงแค่ส่ายศีรษะเบา ๆ เพราะนางไม่เชื่อในคำสัญญาของเขาอีกต่อไป คำพูดนั้นก็แค่ลมปาก ผ่านแล้วก็ผ่านไป ไร้ซึ่งน้ำหนัก
ไม่นานนัก หลี่หลานเสวี่ยก็เดินหน้ามุ่ยเข้ามา พร้อมด้วยบ่าวไพร่จำนวนหนึ่งติดสอยห้อยตาม สมกับเป็อดีตคุณหนูสกุลไป๋ผู้มากด้วยบารมี
“ข้าตามหาท่านตั้งนาน ที่แท้มาอยู่ที่นี่ หลี่เทียนจินท่านจะให้ข้าอกแตกตายให้ได้เลยใช่ไหม?” นางกล่าวพร้อมตวัดสายตาไม่พอใจมายังจางเหยียนหลิง
“ส่วนเ้า เป็แค่บ่าวก็ควรอยู่ให้ห่างจากสามีข้า อย่าบังอาจ” จางเหยียนหลิงเพียงยิ้มบางอย่างไม่สะทกสะท้าน
“หลี่หลานเสวี่ย ข้าจะบอกอะไรให้อย่างหนึ่ง... ข้ายืนอยู่ตรงนี้ก่อนแล้ว และคนที่เข้ามาหาข้าก็คือสามีของท่าน ไม่เกี่ยวอะไรกับข้าเลยสักนิด” เมื่อเริ่มมีเหล่าขุนนางและนางกำนัลหันมามอง นางจึงค่อย ๆ เบี่ยงตัวจะเดินออกจากศาลากลางน้ำ ทว่าหลานเสวี่ยกลับคว้าแขนนางไว้แน่น
“อย่าเพิ่งไป ข้ายังไม่อนุญาต!” จางเหยียนหลิงก้มลงมองมืออีกฝ่าย ก่อนสะบัดออกเบา ๆ
“ข้าไม่ใช่บ่าวของท่าน จึงไม่มีเหตุผลต้องเชื่อฟังคำสั่ง” นางปรายตามองหลานเสวี่ย ที่เริ่มไร้สติด้วยความหึงหวง แล้วจึงหันไปยิ้มหวานให้หลี่เทียนจิน
“เื่ที่ท่านเสนอ ข้าขอกลับไปคิดก่อน ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เหมาะจะตัดสินใจ” คำตอบนั้น ทำให้หลี่เทียนจินเผยรอยยิ้มอย่างมีความหวังทันที
“ท่านเสนออะไรให้นาง? บอกข้ามาเดี๋ยวนี้!” จางเหยียนหลิงเดินออกจากศาลาสีแดงกลางน้ำ พร้อมเสียงโวยวายของหลี่หลานเสวี่ยดังขึ้นเป็ระยะ ทว่าจางเหยียนหลิงไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง นางก้าวตรงไปยังห้องรับรองที่ทางราชสำนักจัดไว้
ทันใดนั้น ร่างของหญิงชราผู้หนึ่งก็ก้าวมาขวางหน้า สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“จางเหยียนหลิง!” หญิงสาวหยุดชะงัก มองหน้าหญิงชราเ้าเล่ห์ พร้อมสองเท้าหยุดเดิน
“หลี่..ชิง..หลี” นางเน้นเสียงชัดทีละพยางค์ สายตาเปี่ยมด้วยความแค้น ก่อนจะเอ่ยต่อ
“ไม่แปลกใจหรือ ว่าคนต่ำต้อยอย่างข้า ได้เข้าร่วมงานเฉลิมฉลองในวังหลวงได้อย่างไร?” หลี่ชิงหลียกยิ้มมุมปาก แล้วหันไปสั่งบ่าวไพร่ที่ติดตาม
“พวกเ้าออกไปก่อน”
“เ้าค่ะ” เมื่อบ่าวลับสายตา จางเหยียนหลิงจึงหันกลับมามองหญิงชราในชุดผ้าปักงดงาม ซึ่งแตกต่างจากเมื่อก่อนที่แทบไม่มีเสื้อผ้าดี ๆ ใส่ เสื้อผ้าส่วนใหญ่ก็เป็นางเองที่หามาให้
“เหตุใดข้าต้องแปลกใจ? เ้าก็แค่บ่าวติดตามหยวนเฟิงอ๋อง ต่อให้แต่งตัวดีเพียงใด ก็ยังเป็แค่บ่าว ไม่มีวันยกสถานะได้” จางเหยียนหลิงยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น
“ไม่คิดบ้าง ว่าข้าได้มางานเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่นี้เป็ความสามารถของข้า หากท่านคิดไม่ออก ก็ควรคิดว่าเป็เพราะข้า บุตรชายท่านจึงสามารถสอบเข้าเป็จิงซื่อได้ ขณะที่หยวนเฟิงอ๋องยังชมไม่ขาดปาก แต่ท่านกลับพยายามเหยียบย่ำให้ข้ามีฐานะเป็เพียงแค่บ่าว”
“แล้วเ้าไม่ใช่บ่าวหรือ?”
“เป็สิ... เป็บ่าวคนนี้ไง ที่จะทำให้สกุลหลี่กลับไปตกต่ำเหมือนเดิม” หญิงชราตั้งท่าจะฟาดใบหน้าของนาง แต่จางเหยียนหลิงคว้าไว้ได้ทัน แล้วผลักออกจนอีกฝ่ายเซ
“เ้ากล้าทำร้ายข้า!”
“ไม่ใช่ท่านหรอกหรือ ที่คิดทำร้ายข้าก่อน! หลี่ชิงหลี... ท่านฆ่าลูกข้า!” เสียงของนางเค้นแน่น น้ำตาไหลริน ความสูญเสียที่ฝังแน่นไม่เคยลืมกลับมาท่วมท้นอีกครั้ง
“ข้าจะทำให้ท่านเสียใจ เหมือนที่ข้าเป็ ข้าจะทำลายชีวิตคู่ของหลี่เทียนจินให้พังพินาศ ป้ายสกุลหลี่ต้องถูกปลด และท่าน... จะกลับไปอยู่ในจุดที่เคยเป็!” นางเอ่ยเสียงหนักแน่น ก่อนที่หลี่ชิงหลีจะปรี่เข้ามา และในจังหวะนั้น หลี่เทียนจินก็เดินเข้ามาพอดี จางเหยียนหลิงจึงปล่อยให้หญิงชราฟาดลงเต็มแรง
“เพี้ย!”
“ท่านแม่!” หลี่เทียนจินรีบเข้ามาประคองจางเหยียนหลิงด้วยความใ พลางจ้องมารดาอย่างไม่พอใจ
“ท่านแม่ ท่านทำร้ายนางทำไมกัน” เขาก้มลงดูใบหน้าของหญิงสาวที่มีรอยแดง ก่อนจะเอื้อมมือแตะเบา ๆ ด้วยความห่วงใย จางเหยียนหลิงซบไหล่เขา ตัวสั่น
“ข้ากลัว... ข้ากลัวว่าท่านแม่จะทำร้ายข้าอีก”
“ไม่ต้องกลัว ข้าอยู่ตรงนี้แล้ว ไม่มีใครทำร้ายเ้าได้” เขาหันไปยืนบังนางไว้ พลางมองหลี่ชิงหลีด้วยสายตาเด็ดขาด
“ท่านแม่... ตอนนี้นางไม่ใช่คนของสกุลหลี่อีกแล้ว แต่นางเป็คนของหยวนเฟิงอ๋อง! หากท่านอ๋องทรงทราบเื่ ท่านแม่จะรับผิดชอบไหวหรือไม่? แม้แต่ข้า... ก็อาจช่วยอะไรท่านไม่ได้” หญิงชราได้ยินดังนั้นถึงกับชะงัก อึกอักไปชั่วครู่ ก่อนจะตั้งสติแล้วรีบกล่าวขึ้น
“เ้าอย่าหลงกลนาง! เ้าไม่รู้หรอกว่าเมื่อครู่ นางพูดอะไรบ้าง... นางขู่ว่าจะทำลายจวนสกุลหลี่ของเราให้พังพินาศ เ้าอย่าเชื่อคำพูดของนางเด็ดขาด” จางเหยียนหลิงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น สายตาเต็มไปด้วยความเ็ป
“เหตุใดท่านแม่จึงใส่ร้ายข้าเสมอ? ไม่ว่าเมื่อใด ท่านแม่ก็เกลียดชังข้า” นางพูดอย่างข่มอารมณ์ พลางหันไปสบตาหลี่เทียนจิน
“นี่เหรอ..ที่ท่านสัญญาว่าจะพาข้ากลับจวนสกุลหลี่ ขนาดยังไม่ทันได้กลับไป ท่านแม่ก็รังแกข้าแล้ว”
“เหยียนหลิง!” หลี่เทียนจินสัดส่ายสายตาไปมาด้วยความเ็ป จางเหยียนหลิงค่อย ๆ สะบัดตัวออกจากเขา แล้ววิ่งหนีหายไป ทิ้งเขาไว้กับความรู้สึกที่ไม่อาจไขว่คว้าได้อีก
หลี่เทียนจินยืนนิ่ง สะกดกลั้นอารมณ์ ก่อนค่อย ๆ หลับตาลงเพื่อสงบใจ แล้วจึงหันมามองมารดาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“ครั้งก่อน ท่านแม่รังแกนาง ให้นางกินยาขับเื ตอนนี้ท่านยังใส่ร้ายนาง นับจากนี้ข้าจะไม่มีวันเชื่ออะไรท่านอีก” พูดจบ เขาก็สะบัดตัวเดินจากไปด้วยความโกรธ หญิงชราะโตามหลังด้วยน้ำเสียงร้อนรน
“หลี่เทียนจิน! เดี๋ยวก่อน เทียนจิน เ้าอย่าหลงกลนางนะ”
เื้ัมุมหนึ่ง จางเหยียนหลิงแอบมองอยู่ด้วยรอยยิ้มบางเฉียบ แม้น้ำตาจะยังคลอเบ้า แต่นางกลับไม่คิดเช็ดมันด้วยความอ่อนแอ หากแต่ปาดออกเบา ๆ อย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนจะเบี่ยงตัวกลับเข้าไปในห้องรับรอง ก่อนจะชนเข้าร่างหนาของใครบางคน ทำให้นางเงยหน้าขึ้นมอง พบร่างของหยวนเฟิงอ๋องยืนจ้องอยู่ด้วยกิริยาราบเรียบ
“ยังมีเวลาให้สนุกอีกมาก ตอนนี้ได้เวลากลับตำหนักหานเยี่ยแล้ว”
“แต่ว่า...” จางเหยียนหลิงหันไปมองยังศาลากลางน้ำ คล้ายไม่อยากจากไปในเวลานี้
ทว่าอ๋องกลับคว้ามือนางไว้แน่น แล้วจูงออกจากบริเวณนั้น โดยไม่เปิดโอกาสให้นางปฏิเสธ ร่างของหญิงสาวก้าวตามไปอย่างช้า ๆ ท่ามกลางสายลมอ่อนพัดผ่าน
นางขึ้นรถม้าไปพร้อมกับชายผู้สูงศักดิ์ ทิ้งภาพสุดท้ายให้หลี่เทียนจิน ยืนมองอย่างหัวใจแตกสลาย
อดีตคนรักของเขา บัดนี้นั่งเคียงคู่กับอ๋องสูงศักดิ์หัวใจของเขาแทบแตกสลายเป็เสี่ยง ๆ เพิ่งรู้ว่าการได้มาซึ่งอำนาจ ไม่อาจทำให้เขามีความสุขไปตลอดชีวิต สายตาเศร้าแสดงออกมาตลอดเวลา ขณะหญิงชราเดินเข้ามาตบหน้าเขาอย่างแรง เพื่อดึงสติกลับมา
“หากเ้ายังโง่งมเช่นนี้ อีกไม่นาน... สกุลหลี่ของเราจะต้องตกต่ำเป็แน่!” หลี่เทียนจินไม่ตอบโต้ ไม่มีแม้แต่คำพูดหรือแววตาขัดขืน เขาเพียงหันหน้าที่หมดเรี่ยวแรงกลับไป แล้วเดินจากไปอย่างเงียบงัน...