บทที่ 32 ผู้หญิงย่อมเข้าใจผู้หหญิงด้วยกัน
“ไม่ใช่ผีหรอก ฉันใช้เวทมนตร์ต่างหาก” จินซูปลอบจางสุ่ยหลิงที่ดูใ เธอรู้แล้วว่าเป็ฝีมือใคร ต้องเป็หลินอี้เสวียนที่เป็ห่วงเธอ แอบตามออกมาแน่ ๆ พวกอันธพาลสองคนที่วิ่งหนีไปคงตกอยู่ในมือเขาแล้ว
ถึงจะไม่เห็นว่าเขาลงมือยังไง แต่เสียงร้องโหยหวนของพวกมันก็อธิบายได้เป็อย่างดี
“ขอบคุณนะ ที่ช่วยฉันไว้” จางสุ่ยหลิงเอ่ยขอบคุณเสียงเบา สายตาแอบมองจินซูเป็ระยะ
“ขอบคุณอะไรกัน ผู้หญิงด้วยกันเห็นแบบนี้ก็ต้องช่วยอยู่แล้ว ถ้าวันนี้เป็ฉันที่โดนรังแก เธอก็ต้องช่วยฉันเหมือนกัน” ผู้หญิงช่วยผู้หญิงด้วยกัน มันเป็เื่ธรรมดาไม่ใช่หรือไง
“ฉันก็อยากช่วยนะ แต่ฉันไม่กล้า” พอนึกถึงเื่ที่เพิ่งเจอมา น้ำตาก็ไหลพรากออกมา
“เธอยังเด็กนี่นา ไม่กล้าก็ไม่แปลกหรอก รอให้โตเท่าฉันก่อนเถอะ เื่แค่นี้จิ๊บ ๆ” จินซูปลอบพลางเช็ดน้ำตาให้ แต่ยิ่งเช็ดยิ่งไหล
“แต่เธอก็เด็กกว่าฉันตั้งปีนึงนะ…” จางสุ่ยหลิงร้องไห้อย่างน่าสงสาร จินซูรู้สึกอึกอัก เธอเผลอพูดไปตามความเคยชิน
“ประสบการณ์ของฉันมากกว่าเธอนิดหน่อย ฉันเจอคนมามาก ไม่คุ้มที่จะโกรธกับพวกขยะแบบนี้หรอก พวกเขากล้าแกล้งแค่ผู้หญิงเท่านั้น คราวหน้าถ้าเจอคนเลวแบบนี้อีก เธอก็ทำเหมือนฉันสิ ด่ากลับไปเลย”
“แต่ตอนนั้นฉันกลัวจริง ๆ ไม่รู้จะพูดอะไรเลย” จางสุ่ยหลิง พูดความรู้สึกที่แท้จริงออกมา ตอนที่ยังไม่เจอคนไม่ดี เธอคิดว่าตัวเองกล้าหาญมาก แต่พอเจอเข้าจริง ๆ เธอถึงได้รู้ว่าตัวเองกลัวมากแค่ไหน หลังจากนั้นก็รู้สึกเสียใจนิดหน่อย คิดว่าตัวเองขี้ขลาดเกินไป
“ตอนที่ไม่รู้จะพูดอะไร ฉันก็เคยเป็เหมือนกัน มีเคล็ดลับเด็ดสอนให้เธอนะ เทพเ้าผู้ยิ่งใหญ่กำลังจะใช้เวทมนตร์แล้ว ผู้ชายถอยไป” จินซูะโเสียงดัง จากนั้น เสียงร้องโหยหวนที่เคยเป็แค่ฉากหลังก็ค่อย ๆ เงียบหายไป
จางสุ่ยหลิงลืมร้องไห้ไปเลย มองจินซูด้วยความประหลาดใจ เธอทำได้ยังไง หรือว่าเธอจะมีวิชาจริง ๆ จินซูรู้ว่าหลินอี้เสวียนอยู่ข้างหน้ากำลังสั่งสอนพวกนักเลง เลยแกล้งะโออกไป กลัวว่าจางสุ่ยหลิงจะเขินอายถ้าเห็นเขา
หลินอี้เสวียนก็รู้จักความเหมาะสม นำพวกอันธพาลสองคนออกไป หรืออาจจะลาก ไล่ ต้อน เตะ สักอย่าง ที่ไม่สำคัญ สรุปคือเคลียร์พื้นที่แล้ว
“เคล็ดลับบอกให้ เมื่อทะเลาะกัน สมองว่างเปล่าไม่ใช่เราไร้น้ำยาอ่อนแอ เป็เพราะเราใจดีเกินไป คนใจดีมักไม่ค่อยมีเื่กับใคร ตอบโต้ไม่ทันเป็เื่ปกติ ยามเช่นนี้ พวกเราต้อง…” จางสุ่ยหลิง จ้องมองจิ่นซู ตาไม่กระพริบ ไม่กล้าหายใจ
“สูดหายใจเข้าลึก ๆ ใช้แรงทั้งหมดที่มี พ่นน้ำลายใส่หน้ามัน แค่นี้แหละ” จางสุ่ยหลิง เกือบสำลักคำพูดจริงจังนี่ นี่อะไรกัน
“เธอเล่นตลกอะไรเนี่ย”
“ฉันเอาจริง นี่ใช้ได้ผลนะ! ก่อนที่ฉันจะฝึกพูดเก่ง ๆ ใครมาทำให้ฉันโมโห ฉันก็ทำแบบนี้ ลองดูสิ ครั้งหน้าเจออันธพาล พ่นน้ำลายใส่หน้ามันก่อนเลย จากนั้นก็เตะจุดสำคัญ”
ตอนแรกจางสุ่ยหลิง คิดว่าเธอพูดไร้สาระ แต่พอหลับตาแล้วลองจินตนาการดู ถ้าตอนที่โดนคนพวกนั้นพูดจาดูถูก เธอทำแบบนี้ มันก็...ดูสะใจดีเหมือนกันนะ
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ราวกับเส้นชีพจรทั้งร่างของจางสุ่ยหลิงถูกเปิดออก เธอสบตากับสายตาที่เปี่ยมไปด้วยกำลังใจของจินซู ก่อนจะพูดอย่างฮึกเหิมว่า
“อืม! ฉันจำได้แล้ว!” ไม่ไกลออกไป หลินอี้เสวียน มุมปากกระตุกอย่างอดไม่ได้ บ้วนน้ำลาย... คนหนึ่งก็กล้าสอน อีกคนก็กล้าเรียน ถ้าไม่ติดว่าเกรงใจคำพูดของเสี่ยวจินที่ว่าผู้ชายหลบไป เขาคงจะหลุดหัวเราะออกมาแล้ว ไม่สิ หัวเราะไม่ได้ ถ้าหัวเราะก็จะถูกจับได้
“เธอเก่งกว่าที่ฉันคิดไว้มาก ฉัน ฉัน…” จางสุ่ยหลิง ตั้งใจจะยิ้มให้จินซู แต่เมื่ออ้าปาก น้ำตาที่เพิ่งหยุดไหลก็รินไหลอาบแก้มอีกครั้ง คราวนี้น้ำตาของเธอแตกต่างจากครั้งก่อน มันช่างซับซ้อนเหลือเกิน
เธอกลับมาได้สองวันแล้ว จากปากของเพื่อนบ้าน เธอได้ยินเื่ราวมากมายเกี่ยวกับอวี้เหยาเหม่ย ได้รู้ว่าเธอขับไล่ครอบครัวที่ไม่หวังดีของตัวเอง และเฝ้าดูแลแม่ของพี่หลินที่กลายเป็เ้าหญิงนิทรา
ครอบครัวของเธอยากจน ถึงแม้จะต้องเสียหน้า เธอก็จะออกไปขายของหาเงิน จางสุ่ยหลิงพยายามสืบเื่ของจินซูด้วยความไม่ยอมแพ้ เธอแค่อยากรู้ว่าผู้หญิงที่หลินอี้เสวียนแต่งงานด้วยนั้นเป็คนแบบไหน
หลังจากที่ได้ฟังเื่ราวของจินซูแล้ว เธอก็พบว่ามันน่าเศร้าที่เธอไม่สามารถเกลียดผู้หญิงคนนี้ได้ วันนี้หลังจากที่ได้รู้จักกับจินซูด้วยวิธีนี้ จางสุ่ยหลิงก็พบว่าสิ่งที่เพื่อนบ้านพูดถึงจินซูนั้นไม่ได้เกินจริงเลย
เธอเหมือนกับวีรสตรีที่ก้าวออกมาจากในนิยาย กล้าได้กล้าเสียและกล้าหาญ ใครจะเกลียดผู้หญิงแบบนี้ลง ชายในดวงใจอยู่แค่เอื้อมแต่เธอไม่มีแม้แต่ความกล้าที่จะพบหน้าเขา ยิ่งไปกว่านั้นเธอก็ไม่สามารถเกลียดผู้หญิงที่เขาแต่งงานด้วยได้ เมื่อคิดถึงเื่นี้จางสุ่ยหลิงก็ยิ่งร้องไห้หนักขึ้น
“ฉันบอกเคล็ดลับทั้งหมดให้เธอฟังแล้ว ทำไมเธอยังไม่หายโกรธอีก หรือว่า...ให้ฉันร่ายมนตร์เรียกสองคนที่ทำให้เธอโกรธกลับมาให้เธอซ้อมให้หายแค้นดี”
“เธอใช้เวทมนตร์ได้จริง ๆ เหรอ” จางสุ่ยหลิงถึงกับหลงกลลืมเื่น่าสงสารของตัวเองไปเลย
“ดูนะ ผู้ชายไม่ต้องหลบไปไหนแล้ว เอามันสองคนนั่นโยนมาสิ” จินซูทำมือเป็รูปแตระโไปไกล ๆ
“โยนไม่ได้ มันวิ่งหนีไปแล้ว” หรืออาจจะคลานไปก็ได้ เพราะโดนไปไปไม่น้อย เสียงทุ้มต่ำของหลินอี้เสวียนดังมาฝ่าความมืด โลกใบนี้จะมีเวทมนตร์อะไรกัน
ก็แค่มีผู้ชายพลังเต็มเปี่ยม คอยปกป้องอย่างเงียบ ๆ แถมยังแอบฟังภรรยาตัวเองพูดอะไร จางสุ่ยหลิงถึงบางอ้อ หน้าแดงก่ำที่แท้พี่หลินก็อยู่ที่นี่ตลอด!
“ชู่วว!” จินซูทำท่าทางจุ๊ปาก ใช้เสียงที่เบาพอที่เธอและจางสุ่ยหลิงจะได้ยิน “เขาไม่รู้นะ”
เธอหมายถึง หลินอี้เสวียนไม่รู้เื่ที่กางเกงของจางสุ่ยหลิงเปื้อนเื จริง ๆ แล้วจะรู้หรือไม่รู้ก็ไม่สำคัญ จางสุ่ยหลิงรู้สึกอบอุ่นหัวใจเหลือเกิน เธอััได้ถึงความหวังดีจากผู้หญิงคนหนึ่งส่งต่อถึงผู้หญิงอีกคน
“ต่อไปนี้เธอเป็พี่สะใภ้ฉันแล้วนะ ขอโทษนะที่ฉันเคยชอบ…” จินซูยกมือขึ้นปิดปากเธอพลางยิ้ม เป็การบอกไม่ต้องพูด ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น
จางสุ่ยหลิงหลุดขำทั้งน้ำตานอง ความใส่ใจของจินซูทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นหัวใจอีกครั้ง เมื่อจินซูพาจางสุ่ยหลิงกลับมาถึงบ้าน จางสุ่ยหลิงก็เปลี่ยนสรรพนามที่ใช้เรียกเธอเป็พี่สะใภ้หลินแล้ว
“พี่สะใภ้หลิน พรุ่งนี้ฉันจะห่อเกี๊ยวให้กินนะ ฉันทำเกี๊ยวผักกุยช่ายอร่อยมาก”
“ดีเลย งั้นฉันไม่ต้องทำกับข้าวแล้ว ขอบคุณล่วงหน้านะ” จินซูไม่ได้เกรงใจ การคบหากับผู้คน การแลกเปลี่ยนน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็เป็สิ่งที่ควรทำ
เมื่อทั้งคู่แยกย้ายกันไปแล้ว บรรดาเพื่อนบ้านที่นั่งพักผ่อนกันอยู่ต่างก็มองหน้ากันอย่างสงสัย ทั้งสองคนนี้สนิทกันตอนไหน ทุกคนรู้ดีว่าก่อนหลินอี้เสวียนจะเข้ากรม จางสุ่ยหลิงเป็ฝ่ายวิ่งตามเขาตลอด ตอนที่จางสุ่ยหลิงกลับมา พวกเขายังแอบคิดในใจว่าเธอจะตบตีกับภรรยาของหลินอี้เสวียนหรือเปล่า
ทำไมถึงกล้าแค่แอบคิดในใจล่ะ ก็เพราะผู้บัญชาการหลินและภรรยาเขา เล่นเอาขวดเหล้าฟาดหัวคนได้เลยนะสิ ตอนนี้เห็นจางสุ่ยหลิงทำท่าสนิทสนมกับอวี้เหยาเหม่ยแบบนี้ พวกเขาก็อดคิดไม่ได้ หรือว่าจางสุ่ยหลินจะแอบใส่ยาพิษในเกี๊ยว หวังจะวางยาอวี้เหยาเหม่ยให้ตายกันนะ
เื่ซุบซิบฉาว ๆ แบบนี้ พวกเขาก็ไม่กล้าพูดกันโจ่งแจ้ง ได้แต่คิดวิเคราะห์กันอยู่ในใจ ตอนนี้จินซูก็กำลังครุ่นคิดอยู่เหมือนกัน การช่วยจางสุ่ยหลิงถือเป็เื่ง่าย ๆ แค่ปลายนิ้ว
แต่ดูเหมือนเธอจะค้นพบเื่ใหญ่เข้าให้แล้วสิ ปฏิกิริยาของเธอต่อพวกขี้เมาปากเสียพวกนั้น ถือว่าเป็การแสดงออกตามปกติ ไม่เห็นจะน่าอายตรงไหน แต่ท่าทีที่เธอแสดงออกกับหลินอี้เสวียน ดันแตกต่างจากคนอื่น...