บทที่ 9 พวกเราสิต้องแจ้งตำรวจ (รีไรต์)
ผู้ชมไลฟ์สดได้ยินเื่ราวสุดระทึกเช่นนี้ ก็พากันเงี่ยหูฟัง
เสิ่นชิงค่อย ๆ ย่องไปที่กำแพง แล้วเอาหูแนบกำแพง
เสียงดังโครมครามของหม้อไหกะละมัง ดังมาจากบ้านข้าง ๆ
ดูเหมือนว่าอาสะใภ้รองกำลังลงไม้ลงมือกับอารอง
อาสะใภ้รองเป็ที่รู้จักในหมู่บ้านว่าเป็คนปากร้าย เวลาจัดการสามีย่อมไม่เคยออมแรง
อารองใบหน้าเขียวช้ำ วิ่งหนีอย่างบ้าคลั่งในลานบ้าน ขณะวิ่งก็ะโว่า “เมียจ๋า ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ใช่ ทำไมเธอถึงฟังความข้างเดียว!”
เสียงด่าทอดังกึกก้องราวกับฟ้าถล่ม ไก่บินหนีไปด้วยความใ
อาสะใภ้รองตวาดจนเสียงแหบแห้ง “แกยังมีหน้ามาพูดอีก! ไม่หาเงินก็แล้วไป แต่นี่แกยังแอบเอาเงินฉันไปให้ผู้ชายคนอื่นอีก? วันนี้ฉันจะฆ่าแกไอ้สารเลว!”
เมื่อเห็นว่าเมียเอาจริง สีหน้าของอารองก็เปลี่ยนเป็ซีดเผือด รีบพูดแก้ตัว “ก็ผู้กำกับฮั่น... เขา... เขาขอเงินตั้งหนึ่งแสน!”
พอได้ยิน อาสะใภ้รองก็สบถออกมาอย่างเหลืออด “อะไรนะ! หนึ่งแสน? ตูดมันทำด้วยเพชรรึไง!”
พอได้ยินดังนั้น เสิ่นชิงก็ถึงกับผงะ
แม่เ้า อารองแอบเป็ชู้กับผู้กำกับฮั่น!
เสิ่นชิงทำสีหน้ารังเกียจ “เสื่อมเสียศีลธรรมที่สุด! ผู้กำกับฮั่นนี่ตัวทำลายล้างชัด ๆ”
จางเหว่ยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็พยักหน้าอย่างบ้าคลั่ง “ใช่แล้ว ๆ ไม่ว่าจะเป็หมูหรือผู้ชาย เขาก็ไม่ปฏิเสธสักอย่าง!”
ผู้ชมในไลฟ์สดต่างเผือกเื่นี้กันอย่างเมามัน
ช่องแชต : พวกเขากำลังพูดถึงอะไร? ทำไมฉันฟังไม่รู้เื่?]
ช่องแชต : ฮี่ฮี่ ฉันเข้าใจแล้ว แต่ฉันไม่บอกเธอหรอก
ช่องแชต : ชู่ว! นี่เป็โลกของผู้ใหญ่ เด็ก ๆ กลับไปทำการบ้านไป
ช่องแชต : ผู้กำกับฮั่นคือตาหัวล้านนั่นหรือเปล่า? เล่นแรงเหมือนกันนะเนี่ย
เสิ่นชิงรู้สึกว่าแอบฟังอย่างเดียวมันไม่สะใจ เธอจึงหยิบอิฐมาต่อเป็ฐานแล้วปีนขึ้นไปบนกำแพง ยื่นหน้าออกไปดูเหตุการณ์อย่างสนอกสนใจ
ลานบ้านข้าง ๆ ควันคลุ้งไปทั่ว เศษเฟอร์นิเจอร์แตกกระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น เ้าตูบสีเหลืองทองตัวใหญ่หางลู่ลงกับพื้น ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
อารองใบหน้าปูดบวม กุมหัววิ่งหนีอย่างเอาเป็เอาตาย “ไม่ใช่! ไม่ใช่อย่างนั้น! เมียจ๋า ฟังฉันอธิบายก่อน!”
“ก็...ก็ผู้กำกับฮั่นเขาขอค่าโฆษณาแสนหยวน แล้วถึงจะยอมช่วยเราขายลูกท้อในช่องไลฟ์สด”
ได้ยินดังนั้น เสิ่นชิงก็ขมวดคิ้ว “ค่าโฆษณาอะไร? ขายลูกท้ออะไรกัน?”
เสิ่นชิงรู้สึกว่ามันมีอะไรแปลก ๆ เท่าที่รู้ เธอไม่เคยเปิดรับสปอนเซอร์เลย แล้วจะมีพื้นที่โฆษณาได้อย่างไร?
ดังนั้น เสิ่นชิงจึงปีนข้ามกำแพงลงไป “มันมีอะไรแปลก ๆ นะ อาสะใภ้รองใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ อย่าเพิ่งตี ปล่อยอารองพูดให้จบก่อน”
เมื่ออารองเห็นเสิ่นชิง ก็เหมือนเห็นเทพธิดาลงมาโปรด รีบวิ่งมาหลบหลังเธอ ตัวสั่นเทาเหมือนลูกนกโดนพายุฝนกระหน่ำ
จากคำบอกเล่าตะกุกตะกักของอารอง ในที่สุดเสิ่นชิงก็เข้าใจเื่ราวทั้งหมด
ที่แท้ปีนี้ต้นท้อบนเขาออกผลดกมาก ผลผลิตมากกว่าปีก่อน ๆ หลายเท่า แต่กลับไม่มีใครมาซื้อ
ชาวบ้านมองดูลูกท้อสุกคาต้นจนเน่าเสียด้วยความเสียดาย ใจของทุกคนในหมู่บ้านหนักอึ้งราวกับแบกูเาเอาไว้
เพื่อความเป็อยู่ของทุกคนในหมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านจึงไปขอความช่วยเหลือจากผู้กำกับฮั่น
เนื่องจากการไลฟ์สดขายของกำลังเป็ที่นิยม ผู้ใหญ่บ้านจึงอยากให้ผู้กำกับฮั่นช่วยโปรโมตลูกท้อของหมู่บ้านสุ่ยวาในช่องไลฟ์สดด้วย
แต่ผู้กำกับฮั่นกลับเรียกเก็บค่าโฆษณาสูงถึงหนึ่งแสนหยวน
ตอนแรกผู้ใหญ่บ้านไม่เห็นด้วย แต่หลังจากปรึกษาหารือกับชาวบ้านแล้ว ทุกคนก็คิดว่าตอนนี้คงมีแต่ไลฟ์สดขายของเท่านั้นที่พอจะเป็ทางออกได้
เพราะอีกไม่นานก็จะเข้าสู่ฤดูฝน หากขายลูกท้อไม่หมด ลูกท้อที่ดูดซับน้ำฝนเข้าไปก็จะเสียรสชาติ
เพื่อที่จะขายลูกท้อได้ ชาวบ้านจึงตัดสินใจรวบรวมเงินค่าโฆษณาจำนวนหนึ่งแสนหยวนนี้ให้ได้
จางเหว่ยได้ยินดังนั้น เขาก็ส่ายหัว “แบบนี้ไม่ถูกนะ พวกคุณถูกหลอกแล้ว ตอนนี้เนื้อหาการไลฟ์สด พี่สาวเสิ่นชิงเป็คนตัดสินใจ ผู้กำกับฮั่นตั้งใจมาหลอกเงินพวกคุณแล้ว”
สีหน้าเสิ่นชิงเริ่มเคร่งเครียด ด้านเธอไม่มีพื้นที่สำหรับโฆษณาไว้เลย ผู้ลงทุนโฆษณาทั้งหมดอยู่ที่ฝั่งเฉียวอวี้เหอ
ผู้กำกับฮั่นคิดว่าคนบ้านนอกหลอกง่าย จึงอยากฮุบเงินก้อนนี้ไว้คนเดียว แล้วค่อยหาทางโปรโมตลูกท้อให้แบบขอไปที
นี่เป็การหลอกลวงอย่างเห็นได้ชัด!
เสิ่นชิงกำหมัดแน่น นิ้วมือบีบจนดังกรอบแกรบ “อารอง พวกคุณให้เงินเขาไปแล้วเหรอคะ”
อารองพูดตะกุกตะกัก “ให้… ให้ไปแล้ว”
เสิ่นชิงแสยะยิ้มเ็า แบบนี้ก็เท่ากับว่า มีหลักฐานมัดตัวแน่นแล้ว
“ไปค่ะ! เราไปจัดการเขากัน!”
ขณะนั้น ผู้กำกับฮั่นกำลังนั่งกินข้าวที่บ้านผู้ใหญ่บ้านอย่างเอร็ดอร่อย
บนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารคาวหวาน อลังการยิ่งกว่าอาหารวันตรุษจีนเสียอีก
ผู้ใหญ่บ้านคอยรินเหล้าคอยรินเหล้าและคีบกับข้าวให้ผู้กำกับฮั่น ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มประจบประแจง “เื่ขายลูกท้อ ยังไงก็ต้องรบกวนคุณช่วยแล้ว”
“วางใจเถอะครับ ผมจัดโปรโมตให้เต็มที่อยู่แล้ว”ผู้กำกับฮั่นพูดพร้อมกับยิ้มมุมปาก สายตาแฝงไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม
ผู้กำกับฮั่นกินไปมองไป สายตาจับจ้องไปที่เสวี่ยถิง ลูกสาวของผู้ใหญ่บ้าน
เสวี่ยถิงเพิ่งอายุครบสิบเจ็ดปี ใบหน้าสวยหวาน รูปร่างสะโอดสะอง งดงามสะดุดตา
ผู้กำกับฮั่นมองเสวี่ยถิงั้แ่หัวจรดเท้า ก่อนจะพูดด้วยสายตาหื่นกาม “น้องสาว อยากเป็ดาราดังหรือเปล่า? เธอมีแววรุ่งกว่าเสิ่นชิงอีกนะ”
จริง ๆ แล้วเขาไม่ได้คิดจะปั้นเสวี่ยถิงหรอก แค่อยากหลอกพาขึ้นเตียง แล้วไปเล่นสนุกสักสองคืนก็เท่านั้น
เสวี่ยถิงมีท่าทีเขินอาย ก้มหน้าลงแล้วพูดว่า “หนู… หนูไม่อยากเป็ค่ะ แล้วหนูก็ไม่ได้เก่งเท่าพี่สาวเสิ่นชิงด้วย พี่สาวทั้งสวยทั้งเก่ง ทำอะไรก็ได้”
“เอ๊ะ พูดแบบนี้ไม่ถูกนะ เธออย่าดูถูกตัวเองสิ ลองคิดดูนะ ถ้าเธอกลายเป็ดาราดัง เวลาช่วยหมู่บ้านขายลูกท้อ คนต้องแย่งกันซื้ออย่างแน่นอน”
ผู้กำกับฮั่นรู้วิธีพูดให้โดนใจคนฟัง ประโยคหลังทำให้เสวี่ยถิงเริ่มหวั่นไหว
เห็นเสวี่ยถิงยังลังเล ผู้กำกับฮั่นจึงงัดไม้ตายออกมา
“ตอนนี้บริษัทเรามีที่ว่างสำหรับนักแสดงฝึกหัดแค่ที่เดียวเท่านั้นนะ พลาดครั้งนี้ไป ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสอีกเมื่อไหร่นะ”
พูดจบ ผู้กำกับฮั่นก็ตบบ่าเล็กของเสวี่ยถิงเบา ๆ “น้องสาว คืนนี้มาหาฉันนะ ฉันจะอธิบายเื่สัญญาให้ฟัง”
ทันใดนั้น ก็มีเสียงตวาดดังมาจากนอกประตู “สัญญาบ้าบออะไร! ไปพูดที่สถานีตำรวจนู้น!”
ชาวบ้านที่โกรธแค้นปรากฏตัวขึ้นด้านหลังผู้กำกับฮั่น
ผู้กำกับฮั่นหันกลับมา ก่อนจะเปิดปากพูด ชาวบ้านก็ตรงปรี่เข้ามาต่อยหมัดใส่จนเขาล้มลงกองกับพื้น
ผู้ใหญ่บ้านยังไม่รู้เื่รู้ราว เห็นชาวบ้านลงมือกับผู้กำกับฮั่นก็รีบเข้าไปห้าม “ทำอะไรกัน เขาคือผู้มีพระคุณของหมู่บ้านเรานะ ทำร้ายเขาแบบนี้ได้ยังไง?”
“โอ้ย ผู้ใหญ่บ้าน พวกเราโดนเขาหลอกแล้ว...” อารองรีบดึงผู้ใหญ่บ้านออกมา แล้วอธิบายให้ฟัง
ส่วนทางด้านผู้กำกับฮั่น ก็เอามือกุมหน้าไว้ด้วยความเ็ป ร้องโอดครวญ “ทำอะไร! กล้าทำร้ายฉันเหรอ! ฉันจะแจ้งตำรวจแน่!”
ชาวบ้านโกรธเกรี้ยว ะโด่าทอว่า “ไอ้สารเลว! แกมันคนหลอกลวง! บังอาจมาหลอกกินฟรีอยู่ฟรี แล้วยังมาหลอกเอาเงินพวกเราอีก!”
สิ้นเสียง พวกเขาก็กรูกันเข้าไปรุมทุบตีผู้กำกับฮั่นจนร้องโอดโอยปานจะขาดใจ
ผู้กำกับฮั่นะโเสียงหลง “พวกแก! พวกแกทำร้ายฉัน! ฉัน… ฉันจะแจ้งตำรวจ!”
ท่ามกลางความวุ่นวาย เสิ่นชิงก้าวออกมาจากฝูงชน แววตาแฝงความเยือกเย็น “แจ้งตำรวจเหรอ? คนที่ควรแจ้งตำรวจคือพวกเราต่างหาก!”