บทที่ 14 — สิ่งที่อยากเชื่อ
คำพูดสุดท้ายของชายหน่วยที่สามยังค้างอยู่ในหูของหลิงเทียน
“ประมุขไม่ได้…ส่งพวกเราไปฆ่าเ้า…”
“แล้วส่งพวกท่านไปทำอะไร?”
“ส่งไป…ซ่อนเ้า”
หลังจากนั้น ชายผู้นั้นก็สิ้นใจ
หลิงเทียนยังคงนั่งอยู่ข้างศพแผ่นโลหะตราสามวงถูกกำอยู่ในมือจนขอบคมบาดฝ่ามือ เืไหลซึมลงบนตัวอักษรด้านหลัง
มู่ชิงหลัวเป็คนแรกที่ลุกขึ้น นางเก็บถุงยา ตรวจชีพจรของตนเองแล้วหันไปฟังเสียงจากทางเดิน
ไม่มีเสียงฝีเท้า
ไม่มีเสียงเรียก
ไม่มีเสียงคนชุดแดงพยายามขุดกองหิน
แม้แต่ชายหน้ากากและเงาดำก็หายไปจากความเงียบราวกับไม่เคยอยู่ในห้องใต้ดินนั้น
“พวกมันไม่ตามมา” หลิงเทียนกล่าว
“หรือไม่ก็ไม่จำเป็ต้องตาม”
เขาหันไปมองนาง
มู่ชิงหลัวไม่ได้อธิบาย นางเพียงก้มลงเก็บเศษดินสีแดงใส่ถุงยา
“เราต้องออกจากที่นี่ก่อนพิษของข้าจะกำเริบ”
“ท่านยังเดินไหว?”
“ถ้าไม่ไหว ข้าจะบอก”
“ท่านบอกช้าเสมอ”
“เพราะเ้าชอบตัดสินใจแทนคนอื่นก่อนถาม”
หลิงเทียนเงียบไป เขาหันกลับไปมองศพของคนหน่วยที่สามอีกครั้ง
หน่วยที่หลิงจ้านเคยบอกว่าตายไปหมดแล้ว
ตอนนี้มีหลักฐานว่าพวกเขาไม่ได้ตายทั้งหมดในคราวเดียวมีคนถูกขังอยู่ใตู้เา มีคนรู้จักตราสามวงและมีคนกล่าวว่าหลิงจ้านส่งพวกเขามาซ่อนเขา
แต่คำพูดของคนใกล้ตายไม่ใช่หลักฐานทั้งหมด
มันเป็เพียงสิ่งที่คนผู้นั้นเลือกพูดในลมหายใจสุดท้าย
สิ่งที่หลิงเทียนอยากเชื่อคือ หลิงจ้านกำลังปกป้องเขา
สิ่งที่เขารู้คือ มีใครบางคนปิดบังเื่นี้มานาน
สองสิ่งยังห่างกันมาก
เขาเก็บแผ่นโลหะเข้ากับคัมภีร์ดาบพิสูจน์เหตุ แล้วลุกขึ้น
“ไปกันเถอะ”
มู่ชิงหลัวมองเขา “เ้าจะกลับนครชิงเหอ?”
“ถ้าไม่กลับข้าก็ไม่รู้ว่าบิดาข้ารู้เื่หน่วยที่สามมากแค่ไหน”
“แล้วถ้าเขาไม่ยอมตอบ?”
“ข้าจะหาคนที่ทำให้เขาต้องตอบ”
มู่ชิงหลัวไม่ได้ถามต่อ นางเพียงพยักหน้า
ทั้งสองออกจากห้องใต้ดินทิ้งศพของคนหน่วยที่สามไว้ในสถานที่ซึ่งไม่มีชื่อบนแผนที่หลิงเทียนใช้เศษหินปิดประตูไว้ตามเดิม ไม่ใช่เพื่อซ่อนความตายแต่เพื่อไม่ให้คนชุดแดงพบร่องรอยก่อนที่เขาจะกลับมา
การเดินทางไปนครชิงเหอใช้เวลาสามวัน
วันแรก ทั้งคู่เดินเลียบสันเขา ไม่ใช้ถนนใหญ่หลิงเทียนยังขยับแขนซ้ายได้ไม่เต็มที่แผลจากเศษหินตรงต้นแขนเปิดทุกครั้งที่ต้องปีนทางชันส่วนเกล็ดัฝากความร้อนไว้ใต้กระดูกอก ทำให้ลมหายใจของเขาสั้นลงเป็ระยะ
มู่ชิงหลัวไม่ได้บอกให้เขาหยุด นางเพียงลดฝีเท้าลงจนเขาต้องเป็ฝ่ายสังเกต
“ท่านเดินช้าลง”
“ทางชันขึ้น”
“ทางไม่ได้เปลี่ยน”
“แต่คนเดินเปลี่ยน”
นางไม่ตอบ
เมื่อถึงลำธารตื้น มู่ชิงหลัวให้หลิงเทียนถอดรองเท้าแล้วใช้น้ำล้างคราบสีขาวที่เกาะอยู่ตามพื้นรองเท้า
“นี่คืออะไร?” เขาถาม
“ผงติดตาม”
นางใช้นิ้วเขี่ยผงสีขาวออกจากร่องรองเท้า“ในห้องเืมีการเผาแร่ชนิดหนึ่ง มันไม่ได้ใช้ทำให้เกิดควันอย่างเดียวเศษแร่จะจับกับน้ำมันและเื เมื่อเหยียบพื้นเปียกจะติดรองเท้าได้ง่าย”
“คนชุดแดงโรยไว้?”
“ข้ายังไม่รู้ว่าใครโรยแต่คราบชุดแรกอยู่ตรงทางเข้าห้องเื และชุดที่สองอยู่ตามทางออก”
หลิงเทียนมองผงบนปลายนิ้วของนาง
“อย่างน้อยก็รู้ว่าพวกมันอาจตามเราได้”
“ใช่ และรู้ว่าผงนี้เริ่มเสื่อมเมื่อโดนน้ำไหล”
นางหยิบใบไม้แห้งมาห่อผงที่เก็บได้
“อย่าล้างรองเท้าจนหมด ข้าต้องนำไปตรวจว่ามันผสมอะไร”
หลิงเทียนชำเลืองมองนาง “ท่านยังมีอารมณ์เก็บตัวอย่างในเวลานี้”
“เพราะคนตายพูดไม่ได้ การตรวจสิ่งที่เหลืออยู่จึงสำคัญ”
คำตอบนั้นทำให้เขาไม่พูดต่อ
คืนนั้น ทั้งคู่พักในศาลเ้าร้างมู่ชิงหลัวต้มยาโดยใช้ไฟเพียงเล็กน้อย หลิงเทียนนั่งอยู่ห่างจากแสงมองแผ่นโลหะตราสามวงในมือ
กลางดึก เกล็ดัสั่นขึ้นสามครั้ง
ก๊อก
ก๊อก ก๊อก
หลิงเทียนลืมตา
เสียงเคาะดังมาจากประตูศาลเ้า
มู่ชิงหลัวตื่นแล้ว นางไม่ได้ถามว่าได้ยินหรือไม่เพียงหยิบเข็มเงินที่เหลืออยู่ไม่กี่เล่มขึ้นมา
หลิงเทียนเดินไปเปิดประตู
ด้านนอกไม่มีใคร
บนพื้นมีหินสามก้อนวางเรียงกัน ก้อนแรกกลม ก้อนที่สองแบนก้อนที่สามมีเส้นแร่สีดำพาดผ่าน
ใต้ก้อนที่สามมีรอยขีดเป็ลูกศรชี้ไปทางนครชิงเหอ
“อาจเป็คนของหน่วยที่สาม” หลิงเทียนกล่าว
“อาจเป็คนที่รู้ว่าเ้าจำจังหวะเคาะนี้ได้”
“ท่านไม่ช่วยให้เื่ง่ายขึ้น”
“ข้าไม่ได้พยายามทำให้เื่ง่าย”
หลิงเทียนไม่เก็บก้อนหิน เขาใช้ปลายดาบเขี่ยมันออกจากกันแล้วกลับเข้าไปในศาลเ้า
คืนนั้น ไม่มีใครหลับสนิท
วันที่สอง พวกเขาพบชายชุดเทาสามคนริมทาง
ชายเ่าั้ยืนอยู่ข้างเกวียนเก่าซึ่งล้อข้างหนึ่งหักผ้าใบคลุมเกวียนมีคราบเืซึมออกมาเป็จุดชายคนกลางถือแผ่นไม้เขียนรายชื่อผู้เสียชีวิต
“ผ่านทางไม่ได้” เขากล่าว “ข้างหน้ามีคดีฆาตกรรมเ้าหน้าที่กำลังตรวจคนเข้าเมือง”
หลิงเทียนมองแผ่นไม้
รายชื่อหลายบรรทัดถูกขูดออกจนเหลือรอยดำบางชื่อถูกเขียนทับด้วยหมึกใหม่ แต่หมึกยังไม่แห้งดี
“คดีเกิดที่ใด?”
“เหมืองดาวตก”
“คนตายกี่คน?”
“ยี่สิบสาม”
ชายชุดเทาหยุดเล็กน้อย ก่อนกล่าวต่อ “และมีผู้สูญหายอีกสอง”
“เหตุใดจึงมีผู้สูญหาย หากพวกท่านกำลังขนผู้เสียชีวิต?”
ไม่มีใครตอบ
มู่ชิงหลัวมองไปยังล้อเกวียน “ล้อนี้หักจากด้านในแรงกระแทกมาจากของหนักบนเกวียน ไม่ใช่จากถนน”
ชายชุดเทาคนหนึ่งเลื่อนมือไปแตะด้ามมีด
หลิงเทียนวางมือบนด้ามดาบเช่นกัน แต่ไม่ได้ชักออก
“พวกท่านรับงานคุ้มกันผู้รอดชีวิตหรือ?”
“ใช่”
“แล้วผู้รอดชีวิตอยู่ที่ใด?”
ชายชุดเทาคนกลางมองผ้าใบคลุมเกวียน
“ยังไม่ถึงเวลาให้พวกเขาออกมา”
คำตอบนั้นทำให้มู่ชิงหลัวก้าวเข้าใกล้เกวียน นางไม่ได้เปิดผ้าเพียงหยิบขวดเล็กออกมาแล้วเทผงสีเหลืองลงบนคราบเื
ผงเปลี่ยนเป็สีเขียวคล้ำ
“เืปนยากดปราณ” นางกล่าว “คนข้างในยังมีชีวิตแต่ถูกทำให้ขยับไม่ได้”
ชายชุดเทาทั้งสามเปลี่ยนสีหน้า
หลิงเทียนไม่ได้มองเกวียนอีกเขามองป้ายหยกที่ห้อยอยู่ตรงเอวของชายคนกลาง รูปพยัคฆ์คาบกิ่งสนถูกแกะไว้ด้านหน้าแต่ด้านหลังไม่มีรอยสามเส้นขององครักษ์ฝ่ายนอก
“ป้ายของตระกูลหลิงเป็ของปลอม” เขากล่าว
ชายชุดเทาคนกลางยิ้มบาง “เ้าจำได้แม่น”
“ข้าเคยเห็นของจริง”
“ในห้องเก็บตราหรือ?”
คำถามนั้นทำให้หลิงเทียนชะงัก
เขาไม่ได้บอกว่าเคยเห็นตราที่ใด
ชายชุดเทาคนกลางกำลังหยั่งเชิง หรือรู้เื่บ้านของเขามากกว่าที่ควร
“คนที่เคยเห็นของจริงย่อมแยกออก” หลิงเทียนตอบ
“แต่ถ้าเ้ารู้ว่าป้ายนี้ปลอมเหตุใดจึงยังไม่เรียกคนของนคร?”
“เพราะพวกท่านยังไม่ได้ทำร้ายเรา”
“แล้วถ้าตอนนี้ทำ?”
หลิงเทียนมองผ้าใบที่คลุมเกวียน ชายชุดเทาไม่ได้ตั้งใจไล่ล่าเขาพวกมันกำลังนำคนบางกลุ่มเข้าเมืองโดยไม่ให้ทางการรู้
คดีเหมืองดาวตกอาจเกี่ยวข้องกับคนในเกวียน
หรืออาจเป็เพียงฉากบังหน้าเพื่อส่งข่าวเื่เขาเข้าเมือง
เขายังแยกไม่ออก
“เราจะไม่ผ่านทางใหญ่” หลิงเทียนกล่าว
เขาพามู่ชิงหลัวถอยออกจากถนน ก่อนหันกลับไปมองชายชุดเทา
ชายคนนั้นไม่ได้ตามทันที เพียงะโไล่หลังมา
“คุณชายหลิง หากอยากรู้ว่าบิดาส่งใครมาตามหาท่านควรเข้าเมืองก่อนที่ประกาศจะเปลี่ยน”
หลิงเทียนหยุดก้าว
มู่ชิงหลัวจับแขนเขาไว้
“อย่าหันกลับ”
เขารู้ว่านางพูดถูก แต่คำพูดนั้นจงใจเกินไป
ชายชุดเทา้าให้เขารู้ว่าพวกมันรู้จักเขา้าให้เขาเร่งเข้าเมือง หรือไม่ก็้าให้เขาชะลอจนเสียเวลา
หลิงเทียนเลือกเดินต่อ
เขาไม่รู้ว่าตัดสินใจถูกหรือไม่
วันที่สาม กำแพงนครชิงเหอปรากฏอยู่เหนือแนวป่า
แต่ก่อนถึงประตูเมืองทั้งคู่พบประกาศกระดาษติดอยู่ตามเสาไม้และกำแพงหินทุกจุด
มู่ชิงหลัวดึงแผ่นหนึ่งออกมาอ่าน
้ามีตราประทับสีแดงสามชั้น
ประกาศจับหลิงเทียน ผู้ต้องสงสัยในคดีสังหารคนงานเหมืองดาวตกขโมยวัตถุต้องห้าม และทำลายผนึกใต้เหมือง
ด้านล่างมีคำบรรยายรูปร่างของเขาอย่างละเอียด
เด็กหนุ่มอายุสิบเจ็ดปี
มีาแที่แขนซ้าย
พกคัมภีร์เก่า
มีเกล็ดัอยู่ใน
ผู้ใดนำตัวส่งทางการ ไม่ว่ามีชีวิตหรือตายจะได้รับเงินรางวัลสามร้อยตำลึง และได้รับการยกเว้นภาษีตลอดสามปี
บรรทัดสุดท้ายทำให้หลิงเทียนนิ่ง
ผู้ต้องสงสัยถือเป็ภัยต่อความสงบของนคร ผู้ใดให้ที่พัก อาหารหรือความช่วยเหลือ ให้รับโทษเช่นเดียวกัน
ชื่อของเขาไม่ได้อยู่ในประกาศจับธรรมดา
มันถูกวางไว้ในฐานะภัยต่อคนทั้งเมือง
มู่ชิงหลัวมองตราประทับ “ตราเป็ของจริง”
“ข้อความอาจเป็ของปลอม”
“แต่คนปลอมต้องเข้าถึงตราจริง”
หลิงเทียนรับกระดาษมาถือ พลิกดูด้านหลัง ที่มุมล่างมีรอยหมึกจาง ๆคล้ายมีข้อความถูกขูดออก
เขาใช้เล็บขูดเบา ๆ
ใต้ชั้นกระดาษมีตัวอักษรอีกชุด
คำสั่งเร่งด่วนจากจวนประมุขหลิง
หลิงเทียนเงียบไป
มู่ชิงหลัวมองเขา “นี่ทำให้เ้าคิดว่าบิดาเป็คนออกประกาศ?”
“ไม่”
เขาพับกระดาษอย่างระมัดระวัง
“มันทำให้รู้ว่า มีใครบางคนใช้ชื่อของจวนประมุขหลิง”
“หรือจวนประมุขหลิงยอมให้ใช้”
“ใช่”
สิ่งที่เขาอยากเชื่อคือ หลิงจ้านไม่รู้เื่
สิ่งที่เขารู้คือ ชื่อของหลิงจ้านอยู่ในเอกสารที่กล่าวหาเขา
ความจริงยังไม่พอให้ตัดสินบิดา
แต่ก็ไม่มากพอให้ปกป้องบิดาได้เหมือนเดิม
เสียงระฆังประตูเมืองดังขึ้น ทหารเริ่มตรวจใบหน้าผู้คนตามถนนชายชุดเทาสองคนยืนอยู่ใกล้ป้อมยาม คนหนึ่งถือแผ่นไม้อีกคนสวมป้ายหยกตราพยัคฆ์คาบกิ่งสน
หลิงเทียนมองพวกมันจากระยะไกล
“พวกมันอยู่ที่นี่ก่อนเรา” เขากล่าว
“รู้ได้อย่างไร?”
“ฝุ่นบนรองเท้าไม่ใช่ฝุ่นจากทางเขาพวกมันเข้าประตูเมืองมาก่อนประกาศฉบับนี้ติดขึ้น”
มู่ชิงหลัวมองป้ายประกาศ “แล้วเราจะเข้าอย่างไร?”
หลิงเทียนมองคลองระบายน้ำใต้กำแพง น้ำขุ่นไหลออกมามีกลิ่นยาสมุนไพรปนเืจาง ๆ
เกล็ดัในอกเสื้อสั่นขึ้นสามครั้ง
ก๊อก
ก๊อก ก๊อก
จากด้านในนครชิงเหอ มีเสียงเคาะตอบกลับ
หลิงเทียนยืนนิ่งอยู่หน้าตะแกรงเหล็ก
เขาไม่รู้ว่าเสียงนั้นเป็ของหลิงจ้าน ของคนหน่วยที่สามหรือของผู้ที่้าล่อเขาเข้าไป
มู่ชิงหลัววางมือบนหลังมือเขา
“คราวนี้อย่าเพิ่งคิดว่ารู้คำตอบ”
หลิงเทียนพยักหน้า
เขาเปิดตะแกรงออกช้า ๆ
กลิ่นเืลอยออกมาจากความมืดด้านใน
พร้อมกับเสียงหนึ่งที่กล่าวเบามาก
“นายน้อย…เหตุใดจึงกลับมา?”