“มนุษย์?” ทันใดนั้นซีสก็นึกได้ว่าวันนี้มนุษย์จะมาเข้าร่วมเป็ส่วนหนึ่งของสหพันธ์ แต่ด้วยความแปลกใจหากเป็มนุษย์จริงๆแค่นายสิบก็น่าจะเอาอยู่แต่ทำไมสัญญาณเตือนภัยถึงยังดังไม่หยุดเขาจึงอดไม่ได้ที่จะเดินไปดูบนจอ
เมื่อเห็นใบหน้าคุ้นเคยเขาก็ตบหน้าผากตัวเองดังแป๊ะ ก่อนจะพูดว่า “ลืมตัวปัญหาไปได้ยังไงกัน”
เ้าหน้าที่ในห้องเห็นท่าทางของพลโทซีสก็อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ เพราะใครๆต่างก็รู้ว่าพลโทซีสขึ้นชื่อเื่ความเข้มงวดและเ็า ต่อให้ดาวตรงหน้าจะะเิเขาก็ไม่ขมวดคิ้วแม้แต่น้อย จึงได้แต่สงสัยว่าใครกันที่ทำให้พลโทซีสผู้เข้มงวดเ็าถึงขนาดเสียบุคลิกได้
ในเวลาเดียวกันที่เกิดเหตุ นายสิบกว่าร้อยคนที่มายืนล้อมโจตอนนี้ลงไปกองกับพื้นมากกว่าครึ่ง เสียงโอดโอยดังระงมอย่างกับตลาดสด
คนที่เหลือใบหน้าซีดเผือดไม่คิดว่ามนุษย์ผู้นี้จะแข็งแกร่งขนาดนี้ นายสิบเป็ร้อยทำอะไรมนุษย์คนนี้ไม่ได้เลยแม้แต่ปลายเสื้อก็ยังไม่สามารถััมัน
โจรู้สึกสนุกกับการทุบตีคนอื่นโดยเฉพาะเผ่าพันธุ์ที่เป็เหมือนกับสัตว์ป่า เพราะพวกมันมีิัที่แข็งและหนาทำให้เวลาทุบตีทำให้เขารู้สึกสบายมือสบายเท้า
โจนั้นเป็ตัวปัญหาของสหพันธ์อย่างแท้จริง และศัตรูส่วนในสหพันธ์ก็มักจะเป็พวกเผ่าพันธุ์คล้ายสัตว์ป่า ตอนที่เขาอาศัยอยู่บนโลกทำให้เขาต้องอดกลั้น อันที่จริงหากเขาหยิบตรานายพันขึ้นมาเขาก็คงผ่านเข้าไปในเขตทหารได้สบายๆ แต่ที่เขาไม่ทำก็เพราะหาเื่ทุบตีคนเฉยๆ
“พอแล้วล่ะ พาพวกเขาไปรักษาเดี๋ยวตรงนี้ฉันจัดการเอง” ก่อนที่จะได้ทำอะไรต่อไป พลโทซีสก็ปรากฏตัวขึ้นและสั่งให้นายสิบทุกคนพาเพื่อนที่นอนร้องระทมไปสถานพยาบาล
เมื่อรุ่นใหญ่ปรากฏตัว พวกเขาจึงทำได้แค่ทำตามคำสั่งและแบกเพื่อนจากไปอย่างเงียบๆ
ซีสก้าวเท้ามาด้านหน้าโจ คิ้วขมวดเป็ปม เขากำลังคิดว่าจะจัดการกับโจยังไงดีแต่ก็คิดไม่ออกว่าควรทำยังไง
“มาถึงก็ก่อเื่เลยนะ” ซีดพูดด้วยน้ำเสียงเ็า นี่เป็ท่าทางปกติของเขา
โจรู้บุคลิกของซีสดีจึงไม่ได้สนใจและตอบกลับไปว่า “พวกมันขวางทางก็ต้องทุบตีสั่งสอนเป็ธรรมดา”
ซีสพ่นลมหายใจอย่างแรงเขาไม่พอใจกับคำตอบของโจ “แค่หยิบตราออกมามันก็จบเื่แล้ว ทำไมไม่ทำ?”
“อ้อ…ถ้าไม่พูดผมก็ลืมไปเลยนะเนี่ย" โจทำท่าเหมือนนึกขึ้นได้ก่อนจะเอ่ยขอโทษ "ฮะๆ เป็ความผิดของผมเองต้องขอโทษด้วยนะครับ”
ในสหพันธ์มีเพียงไซน๊อตที่เขาให้ความเคารพเพราะไซน๊อตเป็ผู้สอนเขาั้แ่เด็ก
หางคิ้วของซีสถึงกับกระตุก เขาอยากจะะโเตะขาคู่ใส่โจแต่ก็ต้องทำตัวให้เยือกเย็นไว้
“ตามฉันมา” ซีสกล่าวจบก็เดินนำไป โจยักไหล่และเดินตาม
ถึงแม้เขาจะไม่ค่อยเคารพใครนอกจากไซน๊อตแต่ซีสเป็พ่อของเมรี เขารู้จักกับเธอมานาน เขาจึงไม่คิดที่จะทำให้ซีสลำบากใจ
ซีสนำโจมาถึงห้องประชุม ในห้องประชุมมีใครบางคนนั่งอยู่ซึ่งก็คึอพลเอกไซน๊อต เมื่อเห็นไซน๊อตโจก็ก้าวออกมาและทำความเคารพแบบทหาร
“กลับมาแล้วสินะ” ไซน๊อตเอ่ยยิ้มๆ เื่วุ่นวายที่โจทำเขาไม่คิดที่จะตักเตือนใดๆและปล่อยให้มันผ่านไปกับสายลม
“ครับ” โจตอบสั้นๆ
“ผมดีใจนะที่จะได้ร่วมงานด้วยกันอีกครั้ง โจ” ไซน๊อตเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่ออีกว่า “ผมมีข่าวบางอย่างจะให้คุณดู”
“ข่าวอะไรเหรอครับ?” โจเอ่ยถามด้วยความสงสัย มันคือข่าวอะไรกัน เพราะเขาเพิ่งกลับมาหมาดๆมันจะมีข่าวอะไรสำคัญด้วยเหรอ?
ไซน๊อตส่งสายตาให้ซีส จากนั้นซีสก็ทำความเคารพและออกจากห้องประชุมไป หลังจากนั้นไซน๊อตก็โยนแท็ปเล็ตลงบนโต๊ะตรงหน้าโจ โจไม่รอช้าก็หยิบมันขึ้นมาและดูข้อมูล
“นี่มัน!!” โจตกตะลึงหลังจากได้อ่านข้อมูลในแท็ปเล็ต มันเป็ช้อมูลเื่ดาวร้างที่มนุษย์ลงไปสำรวจและโดนโจมตีโดยสเปค แต่สิ่งที่ทำให้โจตกตะลึงคือข้อมูลบางอย่างที่บ่งบอกว่ามีใครบางคนแอบส่งข้อความไปให้พวกสเปคพร้อมทั้งพิกัดดาว
“แล้วรู้ตัวคนทำไหมครับ?" โจเอ่ยถามด้วยความกังวล
ไซน๊อตส่ายหัว “มันระวังตัวมาก ก่อนที่เราจะย้อนรอยมันสำเร็จมันก็ตัดทุกอย่างทิ้ง ไม่ว่าจะย้อนรอยไปทางเครือข่ายข้อมูลหรือเอกสารใดๆก็ถูกมันลบทิ้งทั้งหมด”
โจกำหมัดแน่น ในสหพันธ์มีคนทรยศจริงๆด้วย เขาโกรธมากเพราะอย่างไรเขาก็เป็มนุษย์ การที่เผ่าพันธุ์ของตัวเองโดนฆ่าไปมากมายจะไม่ทำให้เขาโกรธได้อย่างไร เขาสาบานอยู่ในใจว่าจะต้องลากคอมันออกมาให้ได้
เห็นท่าทางของโจไซน๊อตก็พูดกับเขาว่า “ใจเย็นๆไม่ช้าก็เร็วพวกเราจะต้องได้ตัวมันมา”
“แล้วก็ มีงานสำคัญบางอย่างจะให้คุณทำ” ไซน๊อตกล่าวพร้อมกับลงนั่ง
"งานอะไรครับ?" เขานั่งลงและถาม
“งานง่ายๆน่ะ คุณรู้จักดาวมิเควียสไหม?”
“รู้จักครับ” โจงงเล็กน้อยว่าทำไมจู่ๆไซน๊อตถึงพูดถึงดาวดวงนี้ ดาวดวงนี้เปรียบเสมือนดาวตลาดมืด ที่ดาวดวงนั้นมีของเถื่อน อาวุธและยานอวกาศเถื่อนมากมาย ส่วนใหญ่แล้วพวกสกาจะชอบไปคลุกกันอยู่ในนั้น
สกาคือพวกเร่ร่อนและพวกผิดกฏหมาย บางคนทำเื่ชั่วช้าและมีค่าหัว
“สายรายงานมาว่า ปืนใหญ่ลำแสงที่หายไปจะถูกนำไปประมูลขายที่ดาวดวงนั้น ผมอยากให้คุณไปตรวจสอบและถ้าเป็ไปได้อยากให้หาคนบงการและจับมันมา” ไซน๊อตอธิบาย
ไซน๊อตส่งข้อมูลไปที่แท็ปเล็ตบนมือโจ จากนั้นเขาก็พูดว่า “ปืนใหญ่ลำแสงถูกสร้างขึ้นด้วยการผสมเทคโนโลยีของมนุษย์ลงไปด้วย นี่เป็อาวุธต้นแบบและผลิตออกมาได้สิบสองกระบอก แต่เมื่อไม่นานมานี้มันหายไปกระบอกนึงจากโรงงานผลิต”
ขณะฟังไซน๊อตพูดโจก็อ่านข้อมูลบนแท็ปเล็ตไปด้วย
“อาวุธชิ้นนี้มีพลังทำลายแค่ไหนครับ?” โจกล่าวถามด้วยความอยากรู้
“กระบอกนึงสามารถทำลายสสารทมิฬให้กระจุยได้เพียงครั้งเดียว และหากนำทั้งสิบสองกระบอกมายิงพร้อมกัน สามารถทำให้ครึ่งนึงของดาวหายไปได้”
“ห๊ะ!!” โจตกตะลึง สสารทมิฬเปรียบเสมือนยานอวกาศของสเปค การที่ยิงครั้งเดียวและทำให้มันหายไปได้ก็ถือว่าน่าใแล้ว แต่ถ้าสิบสองกระบอกยิงพร้อมกันสามารถทำให้ครึ่งนึงของดาวหายไปได้นี่น่าใยิ่งกว่า
มันหมายความว่าหากยิงลงไปบนดาวที่พวกสเปคยึดครองอาศัยอยู่ สามารถฆ่าพวกมันได้ไม่ต่ำกว่าล้านตัว!!
“งานนี้เป็งานง่ายๆแต่สำคัญ ที่ผมเลือกคุณเพราะว่าตอนนี้ผมไม่รู้จะไว้ใจใครได้บ้าง หากไม่กังวลว่าข้อมูลจะหลุดออกไปผมคงส่งคนอื่นไปนานแล้ว” ไซน๊อตกล่าว
โจเข้าใจในทันที เพราะเขาเพิ่งกลับมาที่สหพันธ์คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้บวกกับไซน๊อตสามารถไว้ใจโจได้เนื่องจากโจไม่มีทางเป็ผู้สมรู้ร่วมคิดเนื่องจากอยู่บนโลก งานนี้โจจึงเป็ตัวเลือกที่เหมาะสม