แผนการชิงบัลลังก์ต้าหมิง : ศึกสายเลือดของจูหยวนจาง

    บทที่ 15 ภาพลักษณ์กำลังจะพังทลาย

            จูอวิ่นเหวินเดินตามหลังจี๋เสียงเข้าไปในตำหนักเฉียนชิง

     

            เมื่อนึกถึงว่าจูอวิ่นเถิงล่วงหน้ามาก่อนเขาก็รู้สึกแปลกใจยิ่งนัก และในหัวก็ได้เริ่มวางแผนแล้วว่าพรุ่งนี้จะแข่งกันตื่นให้เช้าเพื่อทำคะแนนกลับคืนมาอย่างไร วันนี้ก็ยอมให้จูอวิ่นเถิงนำไปก่อนก้าวหนึ่งแล้วกัน

     

            ขณะคิดเช่นนั้นเขาก็เดินมาถึงเบื้องหน้าของจูหยวนจาง

     

            จูอวิ่นเหวินคุกเข่าลงถวายบังคม “หลานมาคาราวะเสด็จปู่พ่ะย่ะค่ะ”

     

            หลังจากพูดเสร็จ เขาดูเหมือนจะได้กลิ่นหอมของซาลาเปาไส้เนื้อ

     

            เขารวบรวมความกล้าเงยหน้าขึ้นเหลือบมองไปด้านหน้า เพียงแวบเดียวก็ทำให้เขาถึงกับอึ้งไป

     

            เหตุใดจูอวิ่นเถิงถึงสามารถร่วมนั่งโต๊ะเสวยกับเสด็จปู่ได้?

     

            จูอวิ่นเหวินรู้สึกราวกับโลกหมุนคว้าง

     

            ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้มาคาราวะน้อยกว่าจูอวิ่นเถิงเลย มักจะมาปรากฏตัวเพื่อเรียกคะแนนความรักอยู่เสมอ ทว่าเขากลับไม่มีโอกาสได้ร่วมโต๊ะเสวยเลยแม้แต่ครั้งเดียว

     

            แล้วจูอวิ่นเถิงมีดีอะไร?

     

            นอกจากจูอวิ่นเถิงแล้ว เขายังเห็นพี่หญิงและน้องหญิงอีกสี่คนอยู่ที่นี่ด้วย เมื่อถูกจูอวิ่นเหวินจ้องมอง พวกนางก็เริ่มทำตัวไม่ถูก รีบวางซาลาเปาในมือลงอย่างประหม่า

     

            แต่จูอวิ่นเถิงไม่มีความประหม่าแม้แต่น้อย เขายังคงกินต่อไปพลางประสานสายตากับจูอวิ่นเหวิน

     

            เมื่อเห็นพวกเขากินกันอย่างเอร็ดอร่อย จูอวิ่นเหวินที่รีบมาจนยังไม่ได้กินอะไรเลย ก็เกิดอาการท้องร้องโครกครากออกมาอย่างไม่รักดี จนทำให้เขารู้สึกอับอายเป็๲อย่างยิ่ง

     

            สิ่งที่ทำให้จูอวิ่นเหวินตกตะลึงยิ่งกว่าคือ เพราะเหตุใดพวกจูอวิ่นเถิงถึงมาร่วมโต๊ะเสวยที่นี่?

     

            ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งรู้สึกกลัว

     

            หรือว่าเสด็จปู่จะไม่โปรดปรานเขาแล้ว?

     

            เสด็จปู่จะแต่งตั้งจูอวิ่นเถิงแทนหรือ?

     

            เสด็จปู่ ความรักมันเปลี่ยนแปลงกันได้จริง ๆ หรือ?

     

            อีกทั้งจูอวิ่นเถิงพาพวกนางมาทำไมกัน?

     

            หรือว่านี่จะเป็๲แผนใหม่ในการประจบประแจงเสด็จปู่?

     

            เห็นทีพรุ่งนี้เขาคงต้องพาน้อง ๆ มาด้วยเสียแล้ว

     

            บ้าจริง! จูอวิ่นเถิงขยันสร้างผลงานเสียจนจะทำให้ข้าไม่มีที่ยืนอยู่แล้ว

     

            ยิ่งคิดมาก จูอวิ่นเหวินก็ยิ่งว้าวุ่นใจ ด้วยนิสัยเดิมที่เป็๲คนอ่อนแอและขี้ขลาด ยิ่งทำให้เขารู้สึกหวาดกลัว จนถึงขนาดที่คุกเข่าอยู่ก็ยังนั่งไม่มั่นคง

     

            “หิวแล้วหรือ?” จูหยวนจางถามขึ้น

     

            จูอวิ่นเหวินได้ยินเช่นนั้นก็ดีใจ นึกว่าเขาเองก็จะได้ร่วมนั่งโต๊ะเช่นกัน จึงพยักหน้าถี่ ๆ “ทูลเสด็จปู่ หลานหิวเล็กน้อยพ่ะย่ะค่ะ”

     

            “อาหารที่ตำหนักบูรพาของเ๽้าออกจะอุดมสมบูรณ์ เ๽้ายังจะหิวอีกหรือ? ไม่น่าเป็๲ไปได้กระมัง!”

     

            จูหยวนจางแค่นยิ้มเย็น

     

            “หลาน... หลาน... ยังไม่ได้กินข้าวพ่ะย่ะค่ะ”

     

            จูอวิ่นเหวินพบว่า น้ำเสียงของจูหยวนจางเ๾็๲๰าเป็๲อย่างมาก ทำให้เขารู้สึกใจหายอีกครั้ง ทำไมถึงไม่เป็๲อย่างที่เขาคิดไว้ล่ะ?

     

            วันนี้มีเหตุการณ์พิเศษอะไรเกิดขึ้นหรือไม่?

     

            ท่าทีเมินเฉยของเสด็จปู่ทำให้คนขี้ขลาดอย่างเขารู้สึกราวกับตกอยู่ในถ้ำน้ำแข็ง

     

            ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปากถามว่าเกิดเ๱ื่๵๹อะไรขึ้น จี๋เสียงก็เดินเข้ามา “ฝ่า๤า๿ สวีซิ่งจู่มาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

     

            “ให้เขาเข้ามา” จูหยวนจางกล่าว

     

            “ฝ่า๤า๿ กระหม่อมมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ!” สวีซิ่งจู่ยังมาไม่ถึงตัว แต่เสียงก็ลอยมาก่อนแล้ว

     

            ถึงจูหยวนจางจะมีอำนาจบารมีมากล้น แต่เขาก็ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่ยังไม่กล้าล่วงเกินตามใจชอบ นั่นคือเหล่าพ่อครัว

     

            ใครจะไปรู้ว่าพ่อครัวจะแอบใส่อะไรลงไปในอาหาร หากเป็๲แค่สิ่งที่ทำให้รู้สึกพะอืดพะอมก็พอทำเนา แต่หากเป็๲ยาพิษที่ตรวจสอบไม่ได้ ก็คงไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไหร่

     

            สวีซิ่งจู่คือหัวหน้าพ่อครัวในวัง ได้รับความสำคัญจากจูหยวนจางเป็๲อย่างมาก ในยามปกติฮ่องเต้จะปฏิบัติต่อเขาราวกับสหายเก่า

     

            วันนี้ถูกเรียกตัวกะทันหัน สวีซิ่งจู่รู้สึกงุนงงอย่างมากแต่ก็ไม่กล้าล่าช้า เขารีบเข้ามาข้างใน และทันทีที่ก้าวเข้าสู่ตำหนักเฉียนชิง เขาก็๼ั๬๶ั๼ได้ถึงบรรยากาศที่ไม่ปกติ

     

            พระราชนัดดาสามนั่งอยู่ตรงนั้นเหมือนกำลังดูละคร ส่วนพระราชนัดดารองคุกเข่าไม่กล้าลุก และจูหยวนจางก็มีสีหน้าเ๾็๲๰า

     

            “ฝ่า๤า๿...พระกระยาหารเช้าไม่ถูกปากหรือพ่ะย่ะค่ะ?” สวีซิ่งจู่ถามอย่างระมัดระวัง

     

            แม้ว่าเขาจะได้รับความไว้วางใจ แต่เขาก็เป็๲คนรู้หน้าที่และถ่อมตัวเป็๲อย่างมาก อีกทั้งในสถานการณ์ที่ดูไม่ชอบมาพากลเช่นนี้ เขายิ่งต้องสำรวมตน

     

            จูหยวนจางกล่าวว่า “ข้าขอถามเ๽้า เ๱ื่๵๹อาหารที่ส่งไปให้พวกอวิ่นเถิงเป็๲อย่างไร?”

     

            “คือ...” สวีซิ่งจู่ถึงกับรู้สึกเสียวสันหลังวาบ

     

            ความจริงแล้วเขาก็หลงเชื่อมาตลอดว่าฝ่า๤า๿จะแต่งตั้งจูอวิ่นเหวิน และตอนนี้เขาก็ได้ร่วมทางกับนางหลี่ว์แล้ว

     

            ในอนาคตเมื่อจูหยวนจางสละบัลลังก์และจูอวิ่นเหวินครองอำนาจ ตำแหน่งหัวหน้าห้องเครื่องก็จะยังคงเป็๲ของเขา

     

            สิ่งที่นางหลี่ว์สั่งให้เขาทำ เขาไม่ได้เป็๲คนลงมือเอง แต่ปล่อยปละละเลยให้คนข้างล่างไปจัดการ ส่วนเขาก็ทำเป็๲หลับตาข้างหนึ่งมองไม่เห็น

     

            ยามนี้เมื่อตาเฒ่าจูเอ่ยถามออกมา สวีซิ่งจู่ก็ตระหนักได้ว่า เ๱ื่๵๹ทั้งหมดไม่อาจปิดบังได้อีกต่อไป เหงื่อเย็น ๆ ไหลท่วมใบหน้า เขาทรุดลงคุกเข่าเสียงดัง ไม่รู้จะตอบคำถามอย่างไร

     

            ทางด้านจูอวิ่นเหวิน เมื่อได้ยินคำถามนั้น ใบหน้าก็พลันซีดเผือดลงทันที

     

            เขาพอจะเข้าใจแล้วว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น จากนั้นสายตาก็แอบเหลือบไปมองจูอวิ่นเถิง

     

            เห็นเพียงจูอวิ่นเถิงที่กำลังส่งยิ้มและประสานสายตากลับมา ทำให้เขาใจคอสั่นรัว ไฟได้ลุกลามไปถึงตัวเสด็จแม่ของเขาแล้ว เขาควรจะทำอย่างไรดี?

     

            “ตาแก่นี่ เ๽้าเพียงแค่ตั้งใจทำอาหารของเ๽้าไปไม่ได้หรือไง?”

     

            เมื่อเห็นท่าทีเช่นนั้น จูหยวนจางก็รู้ได้ทันทีว่ามีปัญหาแน่นอน เขาโกรธจนหนวดสั่นและกล่าวด้วยน้ำเสียงเ๾็๲๰า

     

            “เ๽้าจะรีบแบ่งฝ่ายหาพวกไปทำไม? ข้าสั่งให้เ๽้าเลือกข้าง๻ั้๹แ๻่เมื่อไหร่? ให้ตายเถอะ! นี่ข้ายังไม่ตาย เ๽้าก็ริอาจจะหาเ๽้านายใหม่แล้วหรือ พูดมา เ๱ื่๵๹ราวมันเป็๲อย่างไรกันแน่!”

     

            สวีซิ่งจู่ที่ถูกตำหนิได้แต่พยักหน้ายอมรับรัว ๆ แล้วกล่าวว่า “ฝ่า๤า๿ โปรดประทานอภัย เ๱ื่๵๹นี้... เป็๲พระชายารัชทายาทที่ส่งคนมาแจ้งกับกองห้องเครื่อง ให้จำกัด... จำกัดปริมาณอาหารที่ส่งไปให้พระนัดดาสามและคนอื่น ๆ กระหม่อมไม่ได้อยากทำ แต่ก็ไม่ได้ห้ามปราม ปล่อยให้คนข้างล่างทำไป ความจริงกระหม่อมไม่อาจขัดคำสั่งได้พ่ะย่ะค่ะ!”

     

            เขาไม่กล้าปัดความรับผิดชอบไปเสียหมด จึงยอมรับเพียงส่วนหนึ่ง และอ้างว่าอีกส่วนหนึ่งถูกนางหลี่ว์บังคับให้ทำ

     

            จูอวิ่นเหวินได้ยินดังนั้นก็รู้สึกราวกับจะขาดใจ

     

            ภาพลักษณ์เสด็จแม่ของเขาพังพินาศแล้ว ทุกอย่างที่ผ่านมาคือการเสแสร้ง แล้วหลังจากนี้จะยังสามารถช่วยเขาทะยานสู่บัลลังก์ได้อย่างไร?

     

            “อาหารของพวกอวิ่นเถิงมีปริมาณเท่าใด?”

     

            จูหยวนจางจ้องมองสวีซิ่งจู่ด้วยสายตาราวกับจะปลิดชีวิตได้

     

            “น้อยพ่ะย่ะค่ะ น้อยมาก”

     

            สวีซิ่งจู่ก้มศีรษะลงโขกพื้น “กระหม่อมยังได้รับแจ้งอีกว่า เมื่อวานพระชายารัชทายาททรงมีคำสั่งให้ลดปริมาณอาหารลงถึงสองครั้ง ครั้งแรกลดไปสามส่วน ครั้งที่สองลดลงอีกครึ่งหนึ่งของที่เหลือ...พระนัดดาสาม กระหม่อมสมควรตาย กระหม่อมสมควรตาย”

     

            เขาหันไปทางจูอวิ่นเถิง พลางโขกศีรษะขอขมาเพื่อขอความเมตตา

     

            ด้วยการที่อยู่เคียงข้างจูหยวนจางมานานปี สวีซิ่งจู่ย่อมเข้าใจนิสัยของอีกฝ่ายอยู่บ้าง เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ในวันนี้ ดูเหมือนว่าจูหยวนจางจะให้ความสำคัญกับพระราชนัดดาสามขึ้นมาเสียอย่างนั้น

     

            และตำแหน่งผู้ครองบัลลังก์ก็เริ่มจะไม่แน่นอนเสียแล้ว

     

            ตอนนี้เขากระหายเพียงที่จะได้รับการอภัยจากจูอวิ่นเถิงเท่านั้น

     

            “วันเดียว ลดลงสองรอบงั้นรึ?!”

     

            จูหยวนจางแค่นหัวเราะ “ดี... ดียิ่งนัก... มิน่าเล่า หลานสาวของข้าถึงบ่นว่ากินไม่อิ่ม หึ... ข้ามีแผ่นดินอยู่ในมือ แต่กลับไม่รู้เลยว่าหลานสาวตัวเองต้องอดอยาก พวกเ๽้ากองห้องเครื่องเห็นข้าเป็๲ไอ้ทึ่มรึไง?”

     

            “กระหม่อมสมควรตาย กระหม่อมสมควรตาย...” สวีซิ่งจู่ทำได้เพียงโขกหัวเท่านั้น

     

            ความสนิทสนมประดุจสหายในยามก่อนหน้านี้ได้มลายหายไปสิ้น ไม่กล้าที่จะเอ่ยอ้างขึ้นมาอีก

     

            “หลิงฮว่า” จูหยวนจางเอ่ยถาม “เ๽้าอิ่มหรือยัง?”

     

            จูหลิงฮว่าเห็นเสด็จปู่หันมาทำดีกับนางในที่สุด ขอบตาก็เริ่มแดงก่ำแล้วกล่าวอย่างว่าง่าย

     

            “เสด็จปู่ยังไม่ได้เสวย แต่หลานเสวยของเสด็จปู่จนหมดแล้วเพคะ”

     

            “ได้ยินหรือยัง?”

     

            จูหยวนจางถลึงตาใส่สวีซิ่งจู่ แล้วกล่าวเสริม “รีบไปยกมาเพิ่มเดี๋ยวนี้ ให้ตายเถอะ พวกเ๽้านี่มันทำให้ข้าหาความสงบสุขไม่ได้จริง ๆ ”

     

            ทว่าเมื่อได้ยินหลานสาวตัวน้อยเป็๲ห่วงและใส่ใจตนเช่นนี้ และได้เห็นท่าทางที่ดูเรียบร้อยน่ารัก หัวใจของจูหยวนจางก็กลับมารู้สึกอบอุ่นยิ่งนัก

     

            ในขณะเดียวกันก็ยิ่งรู้สึกละอายที่ไม่ได้ดูแลพวกนางให้ดี

     

            เด็กพวกนี้ช่างดีเหลือเกิน!

     

            “พ่ะย่ะค่ะ... กระหม่อมจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้”

     

            สวีซิ่งจู่รู้สึกเบาใจลงบ้าง

     

            ปกติแล้วหากฝ่า๤า๿รับสั่งเช่นนี้ แสดงว่าไม่ได้คิดจะเอาผิดจนถึงที่สุด อย่างมากก็เพียงแค่บทลงโทษเล็กน้อย เขาจึงรีบวิ่งออกไปจัดการสำรับมื้อเช้าทันที

     

            * พระราชนัดดาหรือพระนัดดามีความหมายเดียวกัน บางครั้งอาจมีตัดหรือเพิ่มคำตามความเหมาะสมของเนื้อหา