เมื่อหูหลันเยวี่ยรู้สึกตัวอีกครั้งก็ได้ยินเสียงร้องของทารกดังแว่วมา
'นี่ฉันตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ?'
'ทำไมถึงได้ยินเสียงเด็กร้องไห้?'
'หรือว่าระหว่างทางไปยมโลกมีทารกด้วย?'
เมื่อตั้งใจฟังอีกครั้งหูหลันเยวี่ยก็รู้สึกถึงความผิดปกติ เธอเบิกตากว้างขึ้นมาทันทีสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือห้องเล็กๆ ที่มีแสงสลัว
ผนังดินดิบคานบ้านเต็มไปด้วยหยากไย่
ก้นของเธอนั่งอยู่บนเตียงไม้กระดานแข็งๆ
ผ้าปูที่นอนและผ้าห่มล้วนเป็ลายดอกไม้ที่เชยะเิ
หูหลันเยวี่ยลุกขึ้นนั่งแล้วก้มหน้าลงตามสัญชาตญาณ เธอเห็นหน้าท้องที่เต็มไปด้วยไขมันและเสื้อแขนสั้นตัวโคร่งที่สวมอยู่
เสียงเด็กร้องยังคงดังอยู่ข้างหูตามมาด้วยเสียงอ้อนวอนของผู้หญิงคนหนึ่ง "แม่คะหนูขอร้องละ อย่าส่งลูกคนเล็กไปเลยนะคะ ร่างกายหนูยังแข็งแรงดีหนูยังคลอดลูกชายให้พ่อของเธอได้"
ตอนนี้หูหลันเยวี่ยเข้าใจทุกอย่างแล้ว
ที่แท้เธอไม่ได้ไปยมโลกแต่ได้กลับมาเกิดใหม่
เธอกลับมาเกิดใหม่ใน่ต้นฤดูใบไม้ร่วงของปีที่เธออายุครบสิบแปดปี
เธอเพิ่งกลับมาอยู่กับพ่อแม่ที่แท้จริงได้เพียงสองสัปดาห์
ก่อนการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในปีนั้นหูหลันเยวี่ยได้รู้ความจริงเกี่ยวกับชาติกำเนิดของตน
เธอไม่ใช่ลูกแท้ๆของพ่อแม่ ส่วนพ่อแม่ที่แท้จริงของเธอก็อยู่ในชนบท
และเฉินเชี่ยนเชี่ยนเด็กหญิงที่ถูกเลี้ยงดูโดยพ่อแม่ที่แท้จริงของเธอมาสิบแปดปี กลับเป็ลูกสาวแท้ๆของพ่อแม่อุปถัมภ์
เมื่อสิบแปดปีก่อนเธอและเฉินเชี่ยนเชี่ยนถูกสลับตัวกัน
ดังนั้นเฉินหลันเยวี่ยจึงกลายเป็หูหลันเยวี่ยและหูเชี่ยนเชี่ยนที่เคยเป็ลูกสาวคนโตของสกุลหูแห่งหมู่บ้านซิ่วสุ่ยมาสิบแปดปีก็ได้กลับไปยังสกุลเฉินที่อยู่ในเมือง กลายเป็เฉินเชี่ยนเชี่ยน
เดิมทีหูหลันเยวี่ยเป็คนที่เรียนเก่งมากแต่เธอทนรับแรงกระทบกระเทือนไม่ไหวทำให้พลาดโอกาสสอบเข้ามหาวิทยาลัยไปอย่างน่าเสียดาย
หูหลันเยวี่ยไม่จำเป็ต้องดูปฏิทินก็รู้ว่าวันนี้เป็วันที่เท่าไหร่ใน่วันที่เธอป่วย เธอเสียใจกับวันนี้อยู่ตลอดเวลา
เธอรีบร้อนลงจากเตียงยังไม่ทันสวมรองเท้าก็วิ่งออกจากห้องของตนเอง ตรงไปยังห้องโถง
ในห้องโถงจ้าวหงเหมยผู้เป็มารดาของหูหลันเยวี่ยกำลังอุ้มน้องสาวคนเล็กที่เพิ่งคลอดได้เพียงสามวันคุกเข่าอยู่บนพื้นดินที่ทำจากดินเหนียว
หูฉางหมินผู้เป็สามีก็นั่งอยู่ตรงนั้นเขาก้มหน้าไม่พูดอะไร
ส่วนหูถิงถิงลูกสาวคนรองก็ขดตัวอยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง
แม่เฒ่าที่ยืนอยู่ตรงข้ามกับแม่ลูกจ้าวหงเหมยรูปร่างใหญ่โต โหนกแก้มสูง คือแม่เฒ่าหู หรือก็คือคุณย่าของหูหลันเยวี่ยนั่นเอง
แม่เฒ่าใช้นิ้วมือที่เต็มไปด้วยรอยด้านชี้ไปยังจ้าวหงเหมยที่ร้องไห้จนน้ำมูกไหล "นังผู้หญิงท้องไม่มีน้ำยากล้าดียังไงมาร้องไห้ฉันไม่ฆ่าเด็กผู้หญิงตัวเสียเงินเปล่าคนนี้ทิ้งก็บุญเท่าไหร่แล้ว"
หลังจากด่าสะใภ้คนโตเสร็จแม่เฒ่าหูก็เริ่มด่าลูกชายคนโตที่เอาแต่ก้มหน้า "หูฉางหมิน ไอ้คนไม่ได้เื่ น้องชายแกสองคนมีลูกชายกันหมดแล้วมีแต่แกที่ไม่มีลูกชาย ยังไม่ยอมส่งนังตัวซวยคนนี้ไปอีกแกอยากให้ตระกูลเราสิ้นเชื้อสายหรือไง?"
"แม่ ผมกับหงเหมยจะต้องมีหลานชายให้แม่ได้แน่ หงเหมยไม่อยากส่งลูกคนเล็กไปอย่าส่งไปเลยนะครับ ได้โปรดเถอะครับ?"
หูฉางหมินอ้อนวอนแม่ที่กำลังอาละวาดอย่างน่าสงสาร
หูฉางหมินก็ไม่อยากส่งลูกสาวที่เพิ่งเกิดไปแต่เขาไม่กล้าต่อต้านอำนาจของมารดาตรงๆ ทำได้เพียงร้องขอความเห็นใจ
แม่เฒ่าหูที่ปกติพูดคำไหนคำนั้นเห็นว่าลูกชายเข้าข้างเมีย อยากจะเก็บลูกสาวที่เลี้ยงไปก็เสียเงินเปล่าไว้ก็ะเิโทสะทันที
แม่เฒ่าหูะเิอารมณ์ใส่หูฉางหมินและภรรยาอย่างรุนแรงราวกับฟ้าผ่า
คนที่รู้ก็รู้ว่าแม่เฒ่าหูด่าลูกชายและลูกสะใภ้ของตนเองส่วนคนที่ไม่รู้ก็คงคิดว่ากำลังด่าศัตรูที่ขุดสุสานบรรพบุรุษอยู่
ขณะที่แม่เฒ่าหูด่าทอก็ทำท่าจะแย่งลูกไปจากมือของจ้าวหงเหมยและในเวลานี้เองที่หูหลันเยวี่ยมาถึงห้องโถง
หูหลันเยวี่ยคว้าแขนข้างหนึ่งของแม่เฒ่าไว้จากด้านหลัง
เมื่อแม่เฒ่าเห็นชัดว่าเป็ใครที่ดึงแขนของเธอไว้ความโกรธก็ยิ่งปะทุขึ้นไปอีก "นังตายยากรีบปล่อยมือเดี๋ยวนี้นะ!"
หูหลันเยวี่ยกวาดสายตาเ็ามองไปทั่วใบหน้าเหี่ยวย่นของแม่เฒ่า"คุณย่า จะส่งน้องสาวของหนูไปใช่ไหมย่าไม่รู้หรือไงว่าการขายเด็กเป็เื่ผิดกฎหมาย?"
ขณะที่พูดหูหลันเยวี่ยยังคงจับแขนของแม่เฒ่าไว้แน่น
แน่นอนว่าแม่เฒ่าไม่ยอมให้เธอจับแต่น่าเสียดายที่ดิ้นไม่หลุด
เดิมทีแม่เฒ่าหูก็ไม่ได้ชอบหลานสาวผู้อ้วนท้วมและี้เีคนนี้ที่กลับมาจากเมืองอยู่แล้ว
โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเฉินเชี่ยนเชี่ยน
แม่เฒ่าไม่ชอบหลานสาวแต่เฉินเชี่ยนเชี่ยนปากหวานมาั้แ่เด็ก ชอบเอาอกเอาใจทำให้แม่เฒ่าหัวเราะร่าได้อยู่เสมอ สำหรับหลานสาวคนนั้นแม่เฒ่ายังมีความชอบใจอยู่บ้าง
แต่ใครจะไปรู้ว่าหลานสาวคนนั้นไม่ใช่ลูกแท้ๆในขณะที่ลูกแท้ๆ กลับเป็คนี้เีแบบนี้
แม่เฒ่าจ้องเขม็งไปยังหลันเยวี่ยที่จับแขนของเธออยู่"ใครบอกว่าฉันจะขายน้องสาวแก? ฉันจะส่งไปให้บ้านป้าแกต่างหาก"
หูหลันเยวี่ยแค่นเสียง"ทำไมน้องสาวที่แม่หนูอุตส่าห์คลอดออกมาต้องส่งไปให้บ้านป้าเลี้ยงฟรีๆด้วยล่ะ? ถ้าป้าอยากได้ลูกสาว ทำไมไม่คลอดเองล่ะคะ"
ชาติที่แล้วหูหลันเยวี่ยมองดูแม่เฒ่าส่งน้องสาวคนเล็กไปให้ป้าที่มีลูกชายแล้วแต่ก็ยังอยากได้ลูกสาว
แม่ถูกบังคับให้คลอดลูกชายให้ครอบครัวสามีที่ไม่ร่ำรวยนักต่อไปหลังจากแท้งหลายครั้ง ร่างกายก็ทรุดโทรม
ส่วนน้องสาวคนเล็กที่ถูกส่งไปบ้านป้าเพราะพวกเขาดูแลไม่ดี สุดท้ายก็ถูกไฟคลอกตายั้แ่อายุไม่ถึงสามขวบ
ชาติที่แล้วหูหลันเยวี่ยเพิ่งมาถึงที่นี่ กำลังเศร้ากับอนาคตของตนเองจะไปสนใจเื่การสร้างความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวได้อย่างไรดังนั้นเมื่อแม่เฒ่าจะอุ้มน้องสาวไปส่งให้คนอื่น เธอจึงทำเพียงแค่ยืนดูอยู่เฉยๆ
ตอนนี้ทุกอย่างได้เริ่มต้นใหม่แล้วหูหลันเยวี่ยจะไม่ยอมให้โศกนาฏกรรมในชาติที่แล้วเกิดขึ้นอีก
ต่อให้ต้องสู้กับแม่เฒ่าเธอก็จะรั้งน้องสาวคนเล็กไว้ให้ได้
แม่เฒ่าหูทำอะไรหูหลันเยวี่ยไม่ได้จึงะเิอารมณ์ใส่หูฉางหมินที่ซื่อบื้อและขี้ขลาดแทน"แม่บอกว่ายังไงไอ้ลูกคนโต แกตาบอดหรือตายไปแล้วเรอะ? แขนแม่แกกำลังจะถูกลูกสาวตัวดีของแกดึงขาดอยู่แล้ว แกไม่เห็นหรือไง?"
"เยวี่ยเยวี่ย คุยกับคุณย่าดีๆ นะลูก รีบปล่อยมือเถอะ" หูฉางหมินพูดจาดีๆ ขอให้หลันเยวี่ยปล่อยมือจากแม่เฒ่า
หูหลันเยวี่ยที่เพิ่งมาอยู่บ้านนี้ได้ไม่นานหูฉางหมินและภรรยาก็ยังปฏิบัติต่อเธออย่างสุภาพ
ทั้งที่เป็ลูกสาวแท้ๆของพวกเขา แต่เพราะเพิ่งได้เจอกัน พวกเขาที่เป็พ่อแม่จึงต้องระมัดระวังเป็พิเศษ
พวกเขารู้ว่าลูกสาวคนนี้อยู่ในเมืองมาหลายปีคงยังปรับตัวเข้ากับชีวิตในชนบทไม่ได้
พวกเขายินดีที่จะประคับประคองลูกสาวด้วยความอดทนเพื่อให้หลันเยวี่ยสามารถปรับตัวเข้ากับครอบครัวได้เร็วขึ้น
เมื่อเห็นว่าพ่อปฏิบัติกับเธอด้วยความระมัดระวังเช่นนี้หูหลันเยวี่ยก็แทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
เธอพยายามควบคุมอารมณ์แต่ก็ไม่ได้ปล่อยมือที่จับแขนแม่เฒ่าเอาไว้ "พ่อคะพ่อกับแม่เคยรับรู้รสชาติของการสูญเสียลูกสาวไปสิบแปดปีแล้วคงไม่อยากรู้สึกเ็ปแบบเดิมเป็ครั้งที่สองหรอกใช่ไหม?"
ก่อนที่หูฉางหมินจะทันได้ตอบอะไรไปหลันเยวี่ยก็พูดต่อ "พ่อคะ ถ้าพ่อฟังคุณย่าตั้งใจจะส่งน้องสาวไปให้คนอื่นเลี้ยง งั้นหนูจะพาทั้งแม่กับน้องสาวออกจากบ้านหนูอายุสิบแปดแล้ว หาเงินเลี้ยงแม่และน้องสาวเองได้"
"หนูจะช่วยพี่หาเงินเลี้ยงแม่กับน้องสาวด้วยค่ะ" ขณะนั้นเสียงเล็กๆ ก็ดังมาจากมุมห้อง